Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 88

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 88
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เว่ยหลิงมองลู่เจียเสวีย ที่กำลังบีบคออี๋หนิงด้วย

แววตาเดือดดาลกำลังจะปะทุ!

ไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะพาตัวบุตรสาวคนนี้กลับมา

ได้ เขาหมายจะดูแลทะนุถนอมนางให้ดี ไม่ยอม

ให้ผู้ใดหน้าไหนมารังแกนางอีก

เขาช่วยเหลือลู่เจียเสวียกรุยทางเพื่อกาลข้างหน้า

ติดตามออกรบอยู่นานปี ช่วยวางแผนกบฏ แต่อีก

ฝั่ายกลับคิดจะสังหารบุตรสาวของเขา!

บุตรสาวของเขาทำความผิดร้ายแรงอันใดถึงต้อง

บีบคอนางให้ตายทั้งที่ยังอยู่ในจวนอิงกั๋วกง เขารู้

ว่าลู่เจียเสวียเป็นคนจิตใจด้านชา แต่คิดไม่ถึงว่า

แม้แต่บุตรสาวของเขาก็ยังสังหารได้ลง!

เว่ยหลิงสาวเท้ายาว ๆ เข้าไปอุ้มอี๋หนิงออกมา

มองลู่เจียเสวียด้วยสายตาเย็นเยียบ

อันที่จริงลู่เจียเสวียคลายมือตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

อี๋หนิงพิงตัวกับร่างของเว่ยหลิงอยู่นาน ยังไม่ฟืน

จากภวังค์ เมื่อครู่นางรู้สึกเหมือนตนเองเข้าใกล้

ความตายอยู่รอมร่อ ย่างเข้าสู่มรณาอีกครา

ความเจ็บปวดที่ไม่อาจหายใจช่างทุกข์ทรมาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่นำความเจ็บปวดมาให้นาง

คือลู่เจียเสวีย เป็นเขาที่นำมาให้นางด้วยมือของ

ตน เป็นลู่เจียเสวียอีกครา!

นางกุมลำคอที่ถูกบีบ สำลักกระอักกระไอไม่หยุด

นํ้าตาร่วงรินอย่างไม่อาจหักห้าม อาจเป็นเพราะ

เมื่อครู่นางอยู่ห่างจากความตายเพียงเอื้อมขนาด

ร้องไห้ก็ยังไม่รู้สึกตัว

นางสัมผัสได้ถึงอ้อมกอดที่กระชับแน่นของเว่ย

หลิง เขาปลอบประโลมนาง “เหมยเหมย ไม่เป็น

อะไรแล้ว อย่าร้องอีกเลย พ่ออยู่ตรงนี้”

เว่ยหลิงอุ้มนางไปวางบนตั่งไม้ในห้องหนังสือ ดึง

มือนางออกเพื่อตรวจดูลำคอของนาง บนผิวเนียน

ละเอียดปรากฏรอยแดงรูปฝั่ามือจาง ๆเขากำ

หมัดแน่น หันหน้ากลับมามองลู่เจียเสวียแล้วถาม

เน้นยํ้าทีละคำ “นี่เจ้ากำลังทำอะไร จะสังหาร

บุตรสาวของข้ารึ”

ลู่เจียเสวียมองลำคอของอี๋หนิงที่ถูกเขาบีบราวกับ

ตกอยู่ในภวังค์เมื่อครู่ที่นางหลุดปากออกมาทำให้

เขาชะงักไป

ลู่เจียเสวีย ข้าเจ็บ…

อี๋หนิงเป็นคนกลัวความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด ครา

แรกเมื่ออยู่ในจวนนางไม่ได้รับความสำคัญ ไม่ว่า

เป็นอะไรก็ล้วนต้องอดกลั้นไว้ ต่อมาเมื่อแต่งงาน

กับเขา อุปนิสัยจึงแปรเปลี่ยนเป็นเปราะบางขึ้น

เล็กน้อย หากเขาแตะต้องนางแรงไปนิด นางก็จะ

รู้สึกไม่สบาย นางอยู่ในศาลากลางแจ้งอ่าน

หนังสืออาบแสงแดด เขาอยู่ด้านข้างคอยเย้าแหย่

จิ้มเอวนาง นางก็มองเขาอย่างไร้ความอดกลั้น

‘ลู่เจียเสวีย ท่านทำอะไรน่ะ!’ ก่อนหน้านั้นหลาย

ปีในคืนวิวาห์ของพวกเขา นางถูกกดอยู่ใต้ร่าง

ของเขา เมื่อทนรับไม่ไหวก็หลุดเสียงแผ่วเบา

ออกมา ‘ข้าเจ็บ…’

ในเวลาเช่นนั้นนางมักจะแสดงความอ่อนแอชนิด

หนึ่งออกมา บางทีตัวอี๋หนิงเองอาจไม่รู้ นางมัก

คิดเสมอว่าตนไม่รู้จักวิธีออดอ้อน ทว่าทุกครั้งที่

เขาได้ยินก็จะเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกเอ็นดูระคน

สงสาร รู้ว่าแท้จริงแล้วนางกลัวความเจ็บปวด

อย่างยิ่งยวด เขาจึงไม่กล้าลงมือหนักหน่วง คอ

ยอดกลั้นอยู่รํ่าไป

ทว่าอี๋หนิงกลับไม่เคยรู้ มักตำหนิเขาที่ไม่ยอม

ทะนุถนอมนาง อันที่จริงเขาทะนุถนอมแล้ว

เพียงแต่ด้วยอุปนิสัยของเขาในยามนั้นที่ไม่ว่าจะ

กล่าวอะไรก็ดูล้อเล่นไม่นำพา มีอะไรก็พูดอย่าง

ขอไปที อี๋หนิงจึงมักรู้สึกว่าเขาปฏิบัติต่อนางอย่าง

ไม่ใส่ใจนัก เพราะไม่ว่าจะสิ่งใด เขาก็ล้วนแสดง

ท่าทีไม่แยแส

หลายปีต่อมา นางตกจากเขา สภาพร่างไม่

สมประกอบ ในความฝันเขามักจะได้ยินเสียงของ

นางอยู่บ่อยครั้ง ‘ลู่เจียเสวีย…ข้าเจ็บ’

ทุกคราที่ตื่นขึ้นแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

ท่ามกลางคํ่าคืนอันมืดมิดเสียงนี้ได้แทรกลึกไปทั่ว

ทั้งสรรพางค์กายของเขา

นํ้าเสียงของเด็กสาวตัวน้อยช่างคล้ายคลึงกับนาง

เหลือเกิน กระทั่งทำให้เขาเกิดภาพลวง

ลู่เจียเสวียหลับตาลง “ขออภัย ข้ามิได้มีเจตนาจะ

สังหารนาง เพียงจะข่มขู่นางเท่านั้น”

เว่ยหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก แม้จะรู้ว่านี่คือ

อุปนิสัยของลู่เจียเสวีย แต่เขาไม่สามารถทนให้

เรื่องพรรค์นี้เกิดกับบุตรสาวของเขาได้

เขาวางดาบลงบนโต๊ะ เดินไปข้างเตียง ลูบแก้ม

ของนางเบา ๆ พลางเรียกเสียงนุ่ม อี๋หนิงตื่นจาก

ภวังค์แล้ว เว่ยหลิงที่อยู่เบื้องหน้าสวมชุดสีดำมือ

สวมสนับมือ ด้านข้างมีดาบวางอยู่ เพราะสวมชุด

กระชับกาย บนร่างของบิดาผู้เปียมด้วยเมตตาจึง

มีกลิ่นอายดุดันที่ยามปกติไม่มี เพียงนางปรายตา

มองก็รู้ถึงสาเหตุที่วันนี้เว่ยหลิงกลับคํ่า เขาต้อง

ติดตามลู่เจียเสวียไปปฏิบัติภารกิจลอบปลงพระ

ชนม์องค์ชายใหญ่เป็นแน่ เมื่อครู่ที่รอบทิศไร้ผู้คน

คงเป็นเพราะพวกเขากันคนออกไป

สุดท้ายนางก็โชคร้าย ปะทะเข้ากับลู่เจียเสวีย

นางจำได้ว่าเมื่อครู่นางคล้ายจะกล่าวบางสิ่งกับ

ลู่เจียเสวีย แต่ภายใต้สถานการณ์คับขัน นางจำ

ไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรออกไป…อี๋หนิงเงยหน้ามอง

ลู่เจียเสวีย แขนของเขาได้รับบาดเจ็บ เขากุมแขน

แล้วนั่งลง ผู้ใต้บัญชานำผ้าพันแผลกับยาเข้ามา

ทำแผลให้เขา เพราะการออกแรงเมื่อครู่

บาดแผลของเขาจึงมีเลือดไหลซึม

นางคงไม่ได้กล่าวสิ่งใดที่แปลกพิกล…ปฏิกิริยา

ของลู่เจียเสวียถึงได้ดูสงบนิ่ง

นางจับมือของเว่ยหลิง ประคองตัวลุกขึ้นยืน ก่อน

จะส่ายศีรษะเอ่ยกับเว่ยหลิง “ท่านพ่อ ข้าไม่

เป็นไรเจ้าค่ะ”

บรรดาศักดิ์ของท่านอิงกั๋วกงย่อมสูงกว่าหนิงหย่

วนโหว ทว่าสถานะของลู่เจียเสวียไม่ใช่สิ่งที่

บรรดาศักดิ์จะนำมาตัดสินได้ เขาเป็นผู้บัญชาการ

ฝั่ายซ้ายในมือกุมอำนาจทางทหารมากมาย

ผลงานการสู้รบเกริกก้องไปทั่วหล้า แม้แต่การ

ลอบปลงพระชนม์องค์ชายใหญ่ที่มีโทษสังหารเก้า

ชั่วโคตร เขายังกล้าลงมือเว่ยหลิงย่อมไม่กล้า

ล่วงเกินเขา ถึงจะกล่าวว่าพวกเขาสองคนเป็น

สหายกันสถานะคล้ายทัดเทียมกัน ทว่าอันที่จริง

เว่ยหลิงยังต้องฟังความคิดเห็นจากลู่เจียเสวียใน

การทำสิ่งต่าง ๆ

ไม่จำเป็นต้องให้เว่ยหลิงกับลู่เจียเสวียเกิดความ

บาดหมางเพราะนางนี่มีแต่จะส่งผลเสียต่อเว่ย

หลิง

เมื่อเว่ยหลิงนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ทั่วทั้ง

ร่างก็เปียมไปด้วยโทสะ หากเป็นคนอื่น เขาคงลง

มือสังหารเพื่อระบายความแค้นแทนบุตรสาวไป

แล้ว ทว่าอีกฝั่ายเป็นลู่เจียเสวีย ที่บุตรสาวยอม

อดกลั้นคงเป็นเพราะไม่ต้องการให้เขากับลู่เจียเส

วียเกิดความขัดแย้ง แน่นอนว่าเขาเองก็เข้าใจ

ลู่เจียเสวีย อันที่จริงหากลู่เจียเสวียอยากสังหาร

อี๋หนิงจริงก็คงไม่รอให้เขามาช่วยนาง

เว่ยหลิงลูบผมของอี๋หนิงเบา ๆ เอ่ยถามเสียงตํ่า

“ยามวิกาลเช่นนี้เหตุใดเจ้าจึงมาหาพ่อ มีเรื่อง

อะไรจะพูดกับพ่อหรือ”

อี๋หนิงยังรู้สึกเจ็บคอจึงกระแอมกระไอหลายครั้ง

ก่อนจะกล่าว “ข้าเห็นว่าท่านยังไม่กลับจึงได้มาดู

เจ้าค่ะ แต่กลับพบว่าที่เรือนของท่านไม่มีองครักษ์

สักคน ข้าจึงเข้ามา…”

เว่ยหลิงไม่มีทางบอกบุตรสาวถึงเหตุการณ์นอง

เลือดในราชสำนัก นางไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องการ

แย่งชิงบัลลังก์ทั้งปวง เมื่อได้ยินว่าบุตรสาวเป็น

ห่วงที่เขากลับดึก ในใจก็บังเกิดความอบอุ่นขึ้น

สายหนึ่ง เขายิ้มพลางอธิบาย“พ่อกับท่านหนิงหย่

วนโหวไปแสดงการฝึกทหารที่เวทีการแสดง

ดังนั้นจึงกลับมามืดคํ่า เจ้ากลับไปนอนก่อนเถิด

พ่อจะให้สาวใช้ไปส่ง มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้เช้าค่อยว่า

กัน”

อี๋หนิงผงกศีรษะ นางเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ ที่นี่ราว

กับเป็นสถานที่ต้องห้าม เว่ยหลิงปรายตามองเจิน

จูที่อยู่ด้านข้าง ส่งสัญญาณให้พาอี๋หนิงกลับไป

เจินจูที่เมื่อครู่ตกใจจนแข้งขาอ่อนต้องพยุงตัวกับ

ชั้นวางของประดับยามนี้รีบเข้ามาประคองมือ

ของอี๋หนิงเตรียมเดินออกไป ทั้งสองคนย่างเท้า

ออกจากประตูด้วยท่าทีดุจกลัวว่าจะก้าวช้า

เกินไป

ขณะที่กำลังก้าวผ่านประตู เสียงราบเรียบของ

ลู่เจียเสวียก็ดังขึ้น“ช้าก่อน ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้

เจ้าไปได้”

เว่ยหลิงเอ่ยปากอย่างอดกลั้น “ลู่เจียเสวีย เจ้ายัง

ต้อง…”

ลู่เจียเสวียพูดต่อ “ด้านนอกล้วนเป็นทหาร

ตระกูลลู่ หากข้ายังไม่อนุญาต นางก็ไปไม่ได้”

เมื่ออี๋หนิงได้ยิน อารมณ์ก็เริ่มคุกรุ่น เขาช่างไร้

ยางอายเหลือเกิน! อยู่ในจวนของผู้อื่นยังกล้า

วางท่าเหิมเกริมโอหังเช่นนี้อีก!

ลู่เจียเสวียเคลื่อนไหวข้อมือ พอรู้สึกว่าแผลถูกพัน

ดีแล้วก็ผงกศีรษะให้ผู้ใต้บัญชาถอยออกไป เขา

ลุกขึ้น เดินไปเบื้องหน้าอี๋หนิง อี๋หนิงมองใบหน้าที่

ทั้งแปลกหน้าทั้งคุ้นเคย ลู่เจียเสวียอายุสามสิบ

กว่าแล้ว นอกจากเครื่องหน้าทั้งห้าที่คล้ายคลึง

นางก็แทบลืมลู่เจียเสวียที่ทั้งวันเอาแต่ปันหน้า

ทะเล้น คนที่วัน ๆ เอาแต่คอยปั้วนเปียนอยู่ข้าง

กายนางอย่างไร้กิจธุระใด ๆ

ใช่ เขาคือลู่เจียเสวีย และก็ไม่ใช่ลู่เจียเสวีย

“ท่านจะทำอะไร” อี๋หนิงหมุนตัวกลับไปมองเขา

ด้วยสายตาเย็นชา “ข้าได้ยินแล้ว หากท่านอยาก

ฆ่าข้าก็ฆ่าเสีย ลงดาบให้แม่นยำหน่อยก็พอ”

ลู่เจียเสวียไม่เอ่ยอะไร เขาขยับเข้าประชิดก้าว

หนึ่ง อี๋หนิงอดก้าวถอยหลังไม่ได้ นางจะไม่

หวาดกลัวได้อย่างไร มือที่กำแน่นผุดเหงื่อชื้น

ลู่เจียเสวียมองนางอยู่เนิ่นนาน จากนั้นจึงเอ่ยถาม

“เมื่อครู่เหตุใดเจ้าจึงเรียกข้าว่าลู่เจียเสวีย”

ตั้งแต่เขาสังหารพี่ใหญ่และขึ้นเป็นผู้บัญชาการก็

ไม่มีผู้ใดเรียกเขาด้วยนามตรงมานานหลายปีแล้ว

นํ้าเสียงนั้นช่างคุ้นเคย เขาไม่อาจปล่อยผ่านไป

โดยง่าย

อี๋หนิงไม่รู้ว่าเมื่อครู่นางพูดอะไรออกไป กระทั่งไม่

รู้ว่าตนเรียกชื่อลู่เจียเสวียออกมาจริง ๆ นางเม้ม

ริมฝีปากแน่น ชั่วขณะที่ไม่รู้ว่าควรจะกล่าว

อย่างไร เว่ยหลิงที่อยู่ด้านข้างก็ไม่อาจทนดูได้อีก

ต่อไป เขาเดินไปบังตัวอี๋หนิงไว้เบื้องหลัง “ลู่เจีย

เสวีย เจ้าจะปะทะกับข้าให้ได้ใช่หรือไม่”

ในเวลานี้เอง เสียงฝีเท้าด้านนอกก็ดังขึ้น มีคน

รายงานเข้ามา “ใต้เท้าใต้เท้าเฉิงมาแล้วขอรับ”

ลู่เจียเสวียปรายตามองอี๋หนิงคราหนึ่ง ครั้งนี้ถือ

ว่าปล่อยนางไปแล้วกัน“ช่างเถิด เจ้าไปเสีย”

อี๋หนิงถึงได้ยอบตัวแล้วเอ่ย “เมื่อครู่สถานการณ์

คับขันถึงได้เรียกผิดไปใต้เท้าลู่โปรดอย่าได้ถือสา”

เมื่อลู่เจียเสวียได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นชะงักนิ่ง

หันหน้าไปมองนางอีกครา อี๋หนิงลอบคิดในใจว่า

เขาเป็นอะไรไปอีก หรือยังคิดว่ามีบางสิ่งผิดปกติ

หรือนางไม่ควรพูดอะไรต่อหน้าเขา เพราะยิ่ง

ใกล้ชิดกับเขา เขาก็ยิ่งพบพิรุธของนางมากขึ้น ใน

เมื่ออย่างไรทั้งสองก็เคยสนิทชิดใกล้ตั้งแต่เช้า

จรดคํ่า

นางไม่รอให้ลู่เจียเสวียพูดอะไรอีก รีบพาเจินจู

ออกไปจากห้องหนังสือของเว่ยหลิง รอจนออกมา

ก็พบว่าท้องฟั้ามืดสนิท บริเวณพื้นที่ฝังบูรพาเต็ม

ไปด้วยทหารองครักษ์ ราตรีกาลหนาวเหน็บ นาง

คลับคล้ายคลับคลาได้ยินเสียงทุ้มตํ่าของลู่เจียเส

วียดังเล็ดลอดออกมา “…ให้เขาเข้ามา”

เดิมนํ้าเสียงของเขาก้องกังวานนัก บัดนี้เมื่อกดตํ่า

ก็ทำให้ผู้ที่ได้ยินต้องประหวั่นพรั่นพรึง

อี๋หนิงสูดลมหายใจเข้าลึก เดินออกมาไม่ไกล เมื่อ

นางหันกลับไปก็เห็นเฉิงหลางกำลังเดินเข้าไปด้าน

ใน สีหน้าเคร่งขรึม

คนกลุ่มนี้กำลังวางแผนทำอะไร…อี๋หนิงไม่สนใจ

ใคร่รู้ ไม่มีความจำเป็นต้องไปสืบเรื่องเหล่านี้

อย่างไรนางก็รู้ว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลายลงภาย

หลังจากที่องค์รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์ ลู่เจียเส

วียได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพราชสำนักเกิดการ

เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เจ้าร้องจบข้าก็ขึ้น

ครองราชบัลลังก์[1]อย่างไรวงจรนี้ก็ไม่มีวันหยุด

เคลื่อนไหวตลอดกาล วันนี้ปลงพระชนม์องค์ชาย

ใหญ่ได้สำเร็จยังไม่ถือเป็นจุดสิ้นสุด ยังไม่ถึงยุคดำ

มืดที่สุดของราชสำนัก

รอจนนางกลับมาถึงเรือน ไต้เม่าก็ต้มนํ้าร้อนให้

อี๋หนิงอาบนํ้า นางแช่ตัวอยู่ในถังนํ้าร้อน รู้สึกปวด

ที่ขมับเป็นระยะ ๆ ราวกับพอความกดดันผ่านพ้น

ความเหนื่อยล้าที่ซึมลึกเข้ากระดูกก็แผ่ซ่านไปทั่ว

ด้านนอกเงียบสงบไร้สรรพเสียงอื่นใด เจินจูใช้

ขี้ผึ้งกุหลาบถูมือให้นางพลางเอ่ย “ถงมามากล่าว

กับบ่าวว่า เสี่ยวซื่อจื่อเอาแต่งอแงว่าจะคอยท่าน

กลับมาก่อนจึงจะยอมเข้านอนเมื่อครู่นี้ถึงเพิ่ง

หลับไป ท่านให้บ่าวประคองไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ

วันนี้ท่านไม่ค่อยสบาย พรุ่งนี้ก็หยุดสักวัน ไม่ต้อง

ไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว…”

เดิมอี๋หนิงยังอยากทำตัวขยันขันแข็งเสียหน่อย

ไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยตั้งแต่ฟั้าสางทุกวัน ทว่า

บัดนี้นางเหนื่อยจนไม่อยากสนใจสิ่งอื่นใดแล้วจริง

ๆ นางกระจ่างแล้ว อย่างไรนางก็เป็นคุณหนูของ

จวนอิงกั๋วกง หากเกียจคร้านสักนิดจะเป็นอะไร

ไปเล่า ผู้ใดจะกล้าตำหนินาง

อี๋หนิงผงกศีรษะตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ เจินจูเงย

หน้าขึ้นเล็กน้อย เช็ดล้างบาดแผลที่ลำคอให้นาง

เมื่อครู่เพียงแดงเรื่อ มาบัดนี้ดูคล้ายจะเขียวชํ้าขึ้น

มาแล้ว แรงมือของลู่เจียเสวียคงหนักไม่น้อย เมื่อ

ไต้เม่าที่อยู่ด้านข้างเห็นก็สูดปาก “เกิดอะไร

ขึ้นกับคุณหนู ในจวนมีผู้ใดกล้าลงมือกับคุณหนู

ด้วยหรือ”

เจินจูส่ายหน้า บอกเป็นเชิงไม่ให้นางพูดอะไรอีก

ก่อนจะทาขี้ผึ้งลดอาการบวมชํ้าให้อี๋หนิง เรื่อง

เมื่อครู่ห้ามแพร่งพรายให้ผู้ใดล่วงรู้

——————–

[1] เจ้าร้องจบข้าก็ขึ้นครองราชบัลลังก์ เป็นวลีที่

ใช้เสียดสีการเมืองในราชสำนัก

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 88"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
31/10/2022
novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
23/06/2026
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.