Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 98

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 98
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บนเวทีการแสดง กำลังเล่นเรื่อง ‘บันทึก

ปิน’ อย่างสนุกสนาน ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยหันหน้าไป

พูดคุยกับผู้อื่นเรื่องเนื้อเรื่องการแสดง ในตอนนี้

เองซ่งมามาก็เดินเข้ามาตามทางเดินข้างเวทีอย่าง

รีบร้อน กระซิบเสียงเบาข้างหูนางด้วยสีหน้าตึง

เครียด

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยได้ฟังคำของซ่งมามา สีหน้าก็

เปลี่ยนในบัดดล!

ทั้งที่สภาพอากาศในเดือนสี่อบอุ่นยิ่งนัก ทว่ามือ

นางกลับผุดเหงื่อเย็นชื้น นางรีบตั้งสติแล้วสั่งการ

ลงไป “…ไปสั่งหยุดการแสดงก่อน จากนั้นก็เชิญ

บรรดาคุณหนูกลับไปเสีย กล่าวว่าวันนี้ข้ารู้สึกไม่

ค่อยสบาย ต้องรีบสลายผู้คนออกไป”

หลัวอี๋ฮุ่ยเพียงเข้าใจว่าในจวนเกิดเรื่องใหญ่ แต่

เมื่อนางลุกขึ้นก็พบว่าอี๋หนิงไม่อยู่

นางกวักมือเรียกซงจือเข้ามาถาม แต่อีกฝั่ายไม่รู้

เรื่องใดเลย นางสงสัยจึงรีบรุดไปยังเรือนจิ้งอัน

เวทีการแสดงถูกรื้อเก็บเรียบร้อยแล้ว บรรดา

คุณหนูที่มาเล่นในจวนอิงกั๋วกงก็กลับไปแล้ว

จ้าวหมิงจูไปส่งเสิ่นเจียโหรวที่ประตูฉุยฮวาเหมิน

เมื่อกลับมาก็พบว่าหน้าเรือนจิ้งอันมีบ่าวหญิงชรา

ไหล่กว้างเอวหนาหลายคนยืนอารักขาอยู่ ด้านใน

ปราศจากผู้คนเดินไปมา นางเพิ่งจะก้าวผ่าน

ประตูที่สองก็พบบรรดาสาวใช้บ่าวหญิงชราที่

ปรนนิบัติรับใช้อี๋หนิงกำลังคุกเข่าอยู่ด้านนอก

เรือนจิ้งอันสงบเงียบไร้สรรพเสียงใด นางพลัน

ตระหนก ลากบ่าวหญิงชราคนหนึ่งที่เฝั้าอยู่ตรง

ประตูมาถาม “ท่านยายเล่า”

สาวใช้นางนั้นยอบตัวลง “ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ด้านใน

กับคุณหนูเจ้าค่ะ”

จ้าวหมิงจูอยากเข้าไปดู แต่บ่าวหญิงชราขัดขวาง

ไว้ นางโคลงศีรษะกล่าว “ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งห้าม

ไม่ให้ผู้ใดเข้าไปเจ้าค่ะ”

จ้าวหมิงจูเดินไปมาในจวนอิงกั๋วกง เคยมีผู้ใดกล้า

ขัดขวางนางบ้างอารมณ์นางพลันพลุ่งพล่าน เอ่ย

เสียงเย็นเยียบ “เจ้าถือว่าตนเป็นผู้ใด กล้ามา

ขวางทางข้า!”

ซูสี่ที่เดินตามมาด้านหลังรีบรั้งแขนเสื้อนางไว้

กระซิบเสียงตํ่า “คุณหนูหมิงจู ท่านอย่าพูดอีก

เลยเจ้าค่ะ!”

จ้าวหมิงจูกำลังอารมณ์คุกรุ่น ทว่าบ่าวหญิงชราผู้

นั้นกลับมีสีหน้าไม่แยแส นางเริ่มเดือดดาล แต่

กลับถูกซูสี่ดึงไปด้านข้าง มายามนี้นางจึงเพิ่งเห็น

ว่าซูสี่มีสีหน้าซีดขาวเพียงใด นํ้าเสียงก็กดตํ่าอย่าง

ยิ่งยวด “ท่านบอกกับบ่าวมาตามตรง…เมื่อครู่

ท่านได้ชี้ทางให้คุณชายเสิ่นไปหาคุณหนูอี๋หนิง

หรือไม่เจ้าคะ”

“แล้วอย่างไร” จ้าวหมิงจูกล่าว “ข้าเพียงชี้ทางให้

เขา เป็นเขาที่อยากไปพบอี๋หนิง”

ซูสี่ฟังถึงตรงนี้ก็จับแขนจ้าวหมิงจูโดยพลัน ลาก

นางมายังดงปั่าไผ่ด้านหลังแล้วพูดว่า “ท่านทราบ

หรือไม่เจ้าคะ ว่าเมื่อครู่บ่าวเห็นอะไรมา…บ่าว

เห็นคุณชายเสิ่นกำลังคุกเข่าอยู่กลางห้องโถง

กลาง ผู้ที่คอยเฝั้าเขาอยู่ด้านข้างคือคุณชายเฉิง

หลาง องครักษ์ข้างกายของคุณชายอีกสองคนก็

อยู่ด้วย! สายตาของคุณชายที่มองเขาเย็นชาอย่าง

ยิ่ง องครักษ์สองคนนั้นคอยคุมตัวคุณชายเสิ่นอยู่

ตลอดเวลา แต่คุณหนูอี๋หนิงกลับไม่ได้ปรากฏกาย

เลย…พี่ชายของคุณหนูอี๋หนิง จ้วงหยวนผู้นั้นก็ไม่

อยู่เช่นเดียวกัน! เกรงว่าคุณชายเสิ่นจะกระทำสิ่ง

ที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมกับคุณหนูอี๋ห

นิงเป็นแน่…”

จ้าวหมิงจูตกตะลึง เอ่ยเสียงรำพัน “เขา…เขาทำ

เรื่องไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมแล้วเกี่ยว

อันใดกับข้า!” จากนั้นนางก็พลันคิดอะไรออกดึง

แขนเสื้อของซูสี่เอาไว้แล้วเอ่ยถาม “หากอี๋หนิง

ถูกทำลายความบริสุทธิ์เช่นนั้น…เช่นนั้นก็ต้อง

แต่งกับเขาใช่หรือไม่”

ซูสี่มองจ้าวหมิงจู นางจนปัญญากับคุณหนูหมิงจู

ที่ไร้หัวคิดผู้นี้จริง ๆ!“ท่านลองตรึกตรองดู หาก

เขาถูกเค้นถามแล้วกล่าวว่าท่านเป็นผู้ชี้ทางให้เขา

ท่านจะหลีกเลี่ยงความเกี่ยวข้องได้หรือ

นอกจากนี้นายท่านกั๋วกงจะยอมให้คุณหนูแต่งกับ

คุณชายเสิ่นอวี้ได้อย่างไร เขาอาจถูกตีจนขาหักก็

เป็นไปได้!ท่านต้องรีบคิดหาคำพูดปัดความ

เกี่ยวข้องโดยเร็ว อีกครู่ฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องมีคำสั่ง

เรียกท่านเข้าไปไต่ถามเป็นแน่ เรื่องนี้มิใช่เรื่อง

ธรรมดา ต่อให้ฮูหยินผู้เฒ่าจะปกปั้องท่านอย่างไร

ก็ไร้หนทาง โทษสถานเบาท่านอาจถูกลงโทษ

เล็กน้อย โทษสถานหนักท่านอาจถูกขับออกจาก

จวนอิงกั๋วกง…ท่านต้องรีบตรึกตรองนะเจ้าคะ!”

เมื่อจ้าวหมิงจูฟังถ้อยคำของซูสี่จบ หัวใจก็พลัน

กระตุก ตระหนักถึงความรุนแรงของเรื่องนี้ได้ใน

บัดดล

เมื่อครู่ที่นางชี้ทางให้เสิ่นอวี้เป็นเพียงการกระทำ

โดยไม่ตั้งใจเท่านั้นนางไม่ชอบอี๋หนิง หวังให้อีก

ฝั่ายแต่งงานกับเสิ่นอวี้ จะได้ไม่มาแย่งชิงอะไรกับ

นางอีก แต่ต่อให้นางหาญกล้าเพียงใดก็ไม่มี

เจตนาร้ายตั้งใจให้เสิ่นอวี้ล่วงเกินข่มเหงอี๋หนิง…

ต่อให้นางไม่เฉลียวฉลาดเพียงใดก็รู้ว่าหากอี๋หนิง

เกิดความเสียหายแม้เพียงเศษเสี้ยว นางก็อย่าได้

คิดว่าจะได้อาศัยอยู่ในจวนอิงกั๋วกงต่อไป! นางจะ

รู้ได้อย่างไรว่าเสิ่นอวี้จะทำเรื่องพรรค์นี้ออกมาได้!

หากอี๋หนิงเกิดความเสียหายใด ๆ เพราะเสิ่นอวี้

จริง…ไม่ ไม่ จนถึงบัดนี้อี๋หนิงก็ยังไม่ปรากฏกาย

เสิ่นอวี้จะต้องเข้าใกล้ตัวนางแล้วเป็นแน่…เช่นนั้น

เว่ยหลิงย่อมไม่มีทางปล่อยตนไป!

นางรู้สึกว่าขาแข้งตนอ่อนยวบ หัวใจเต้นระรัว

บังเกิดความรู้สึกคล้ายมีหายนะใหญ่หลวงตกลง

บนหัว นางพึมพำอธิบาย “ข้าเพียงชี้ทางให้เขา

เท่านั้น…เรื่องที่เขาก่อ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า”

ซูสี่ทอดถอนใจ “ท่านพูดสิ่งเหล่านี้กับบ่าวจะมี

ประโยชน์อันใด!นอกจากนี้ท่านคิดว่านายท่านกั๋ว

กงจะฟังถ้อยคำเหล่านี้หรือเจ้าคะ”

จ้าวหมิงจูเผยอปาก พลันอับจนคำพูด

เสียงประตูเปิดออก จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเดินใกล้

เข้ามา

จ้าวหมิงจูบีบมือซูสี่แน่นอย่างอดไม่ได้

มีบ่าวหญิงชราเดินอ้อมปั่าไผ่มาหยุดเบื้องหน้า

นาง ยอบกายลงแล้วกล่าว “คุณหนูหมิงจู ฮูหยิน

ผู้เฒ่าเชิญท่านเข้าไป กล่าวว่ามีเรื่องจะสอบถาม

เจ้าค่ะ”

ในห้องด้านข้างฝังประจิม อี๋หนิงซุกตัวอยู่ใน

อ้อมกอดของหลัวเซิ่นหย่วนยามนี้นางเวียน

ศีรษะจนอยากจะอาเจียน ทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง

เกรงว่าเป็นเพราะได้รับไอเย็นจากลมหนาวเมื่อ

คืน อาการถึงได้รุนแรงนัก แต่เมื่อได้กลิ่นอันเป็น

เอกลักษณ์บนร่างของพี่ชายสาม นางก็ค่อย ๆ

สงบลง

หลัวอี๋ฮุ่ยที่อยู่อีกด้านเฝั้ามองเงียบ ๆ หลัวเซิ่นหย่

วนเป็นขุนนางในราชสำนักแล้ว ส่วนอี๋หนิงเองก็

ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ แล้ว ทั้งสองคนใกล้ชิดกันเช่นนี้ดู

ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใด แต่เมื่อนึกถึงภาพเมื่อครู่

ที่เขาอุ้มนางกลับมาใบหน้ารูปไข่ซีดขาวไร้

ความรู้สึกใด หลัวอี๋ฮุ่ยก็ปวดใจ ตั้งแต่เล็กอี๋หนิงก็

พึ่งพาหลัวเซิ่นหย่วนมาตลอด เช่นนั้นก็ให้พี่ชาย

สามกอดนางต่อสักครู่เถิดคงไม่เป็นอะไร

นางลุกขึ้น ยอบกายกล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย

“แม้ข้าจะเป็นฮูหยินของท่านติ้งเปั่ยโหวซื่อจื่อ

ตามหลักแล้วไม่ควรยุ่งกับเรื่องของจวนอิงกั๋วกง

แต่อย่างไรข้าก็เป็นพี่สาวของเหมยเหมย มองดู

นางเติบใหญ่มาตั้งแต่เกิดหากฮูหยินผู้เฒ่าจะไต่

ถามคุณหนูหมิงจู เช่นนั้นข้าก็อยากฟังด้วยสักครั้ง

ไม่ทราบว่าฮูหยินผู้เฒ่ายินดีหรือไม่”

ครั้นฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยรู้ว่าจ้าวหมิงจูเป็นผู้ชี้ทางให้

เสิ่นอวี้จากปากของเฉิงหลาง ใจนางก็หนาวเหน็บ

เดิมนางคิดว่าหมิงจูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา คาดไม่ถึง

ว่าจะกล้ามีใจให้ร้ายอี๋หนิง…ที่สำคัญยังเป็น

ต้นเหตุให้เกิดหายนะร้ายแรงเยี่ยงนี้ เกรงว่าครานี้

คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นแล้ว! เมื่อมองหลานสาวแท้ ๆ

ของตนที่นอนอยู่บนตั่งไม้ด้วยสภาพอ่อนแอไร้

เรี่ยวแรง นางก็ทนมองต่อไปไม่ได้

คำพูดนี้ของหลัวอี๋ฮุ่ย ชัดเจนว่ากำลังปกปั้องอี๋ห

นิง

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยสูดลมหายใจเข้าลึก “เจ้าตามข้า

มาเถิด ข้าจะต้องจัดการเสิ่นอวี้เจ้าเดรัจฉานนี้

แน่นอน!”

หลัวเซิ่นหย่วนวางสาวน้อยลง แต่กลับพบว่านาง

จับแขนเสื้อของเขาไว้ไม่ยอมคลายมือ เขานึกถึง

ตอนที่นางยังเด็ก มีครั้งหนึ่งที่นางไข้ขึ้นสูงขณะ

เข้าเรียน นางก็จับแขนเสื้อเขาไว้เช่นนี้ไม่ยอมให้

เขาจากไป

คล้ายว่าสำหรับนาง นี่ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัย

ที่สุด

เขาทอดถอนใจ ปล่อยให้นางจับแขนเสื้อตาม

อำเภอใจ เขาเงยหน้าขึ้นเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย

“ฮูหยินผู้เฒ่า เรื่องราวไม่อาจตัดสินใจได้ง่าย

ๆ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับชื่อเสียงของอี๋หนิง ทางที่ดี

ควรรอให้นายท่านกั๋วกงกลับมาก่อนแล้วค่อย

หารือ เพื่อเป็นการปั้องกันไม่ให้ทางจวนจงฉินปั๋อ

แพร่งพรายข่าวลวงออกไป ท่านส่งคนไปบอก

กล่าวที่จวนจงฉินปั๋อก่อนเถิดขอรับ” เขาหยุดไป

ชั่วครู่แล้วกล่าวต่อ “ทางที่ดีที่สุดให้เชิญท่านจง

ฉินปั๋อมาที่นี่ แต่ห้ามบอกเขาถึงจุดประสงค์ใน

การเชิญขอรับ”

เรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้ มิใช่เรื่องที่สตรีจะสามารถ

จัดการได้ เดิมฮูหยินจงฉินปั๋อก็หมายมั่นจะสู่ขอ

อี๋หนิง หากนางรู้ว่าบุตรชายก่อเรื่องพรรค์นี้ขึ้น

ต้องอาศัยจังหวะนี้สู่ขออี๋หนิง ปลุกปันให้เรื่องราว

ใหญ่โตแน่นอน ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยมีนิสัยโอนอ่อน

อ่อนโยน เกรงว่าคงรับมือไม่ไหว ทว่ากับท่านจง

ฉินปั๋อต่างไป เว่ยหลิงสามารถสยบเขาได้

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยได้ยินก็ชะงักงัน จากนั้นจึงรีบส่ง

คนไปเชิญท่านจงฉินปั๋อ

บรรยากาศที่จวนอิงกั๋วกงด้านนี้กำลังตึงเครียด

บรรดาบ่าวไพร่ไม่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนไหวโดย

พลการ นอกจากเสิ่นอวี้ที่ถูกเฉิงหลางคุมตัวไว้

เหล่าสาวใช้บ่าวหญิงชราที่เกี่ยวข้องล้วนถูกกักตัว

สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้จนเกือบพลบคํ่า พอ

เว่ยหลิงได้รับรายงานก็รีบรุดกลับมาทันที

รถม้าหยุดลงหน้าประตูเรือนจิ้งอัน สีหน้าเขา

ถมึงทึง เดินนำทหารหลายนายก้าวอาด ๆ เข้าไป

ในเรือนจิ้งอัน เมื่อถามจนรู้ว่าอี๋หนิงอยู่ที่ใดก็รีบ

เข้าไปในห้องด้านข้างฝังประจิมอย่างรวดเร็ว

เว่ยหลิงทราบเรื่องราวจากผู้ส่งสารแล้ว บัดนี้

หัวใจเขาสุมไปด้วยเพลิงโทสะ

ในจวนอิงกั๋วกงอันยิ่งใหญ่ บุตรสาวของเขากลับ

เกือบถูกคนทำมิดีมิร้าย! เสิ่นอวี้ เจ้าเดรัจฉานสาร

เลว! ยังคิดจะขึ้นเป็นซื่อจื่ออีกรึ เขาจะทำให้เจ้า

เด็กนั่นมิอาจได้แม้แต่ฝันไปทั้งชาติ!

เทียนในห้องด้านข้างฝังประจิมเพิ่งถูกจุด อี๋หนิง

ยังไม่ฟืนสู่สภาวะปกติดีนัก

เมื่อเว่ยหลิงเดินเข้ามาแหวกผ้าม่านออกก็พบ

บุตรสาวนอนอยู่บนเตียงใบหน้าเล็กบอบบาง

งดงามอยู่เป็นนิจคล้ายไร้คลื่นโทสะใด ๆ ทว่าริม

ฝีปากเนียนนุ่มกลับซีดขาวไร้สีเลือด เขาข่มกลั้น

อารมณ์ เปิดผ้านวมที่คลุมบริเวณคอนางออกก็

เห็นรอยแดงชัดเจนบนลำคอของสาวน้อย…มือ

ของเว่ยหลิงที่จับผ้านวมกำหมัดแน่น

เจินจูคุกเข่าอยู่ข้างตั่งนอนของอี๋หนิง รํ่าไห้จน

แทบสิ้นสติ นางออกไปยังไม่ถึงครึ่งเค่อก็เกิดเรื่อง

เช่นนี้ นับว่าละเลยต่อหน้าที่แล้วจริง ๆ เกิดเรื่อง

พรรค์นี้ในขอบเขตความรับผิดชอบของนาง ต่อ

ให้ถูกเว่ยหลิงโบยจนตายนางก็ไร้คำกล่าว! ยาม

นั้นนางเพียงคิดว่าอี๋หนิงคงไม่ตื่นเร็วนัก ที่สำคัญ

อยู่ในจวนคงไม่เกิดเรื่องอะไร…นางกลัวว่าบ่าว

หญิงชราเหล่านั้นจะไม่ละเอียดรอบคอบ ไม่รู้ว่า

ควรเลือกใบบัวอย่างไร…

ริมฝีปากของนางสั่นระริก ครวญสะอื้นเสียงแผ่ว

เบา “นายท่านกั๋วกงท่านขับไล่บ่าวเถิดเจ้าค่ะ

บ่าวไม่มีหน้าจะอยู่ปรนนิบัติข้างกายคุณหนูอีก

ต่อไปแล้ว…”

เว่ยหลิงหลับตาลง นํ้าเสียงเย็นสะท้าน “ยามนี้ข้า

จะยังไม่ถามเจ้าว่าเหตุใดจึงบกพร่องต่อหน้าที่

เจ้าถอยออกไปก่อน ไปคุกเข่าด้านนอกซะ”

เจินจูโขกศีรษะ ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปคุกเข่าที่

นอกประตู นางเป็นสาวใช้ใหญ่คอยปรนนิบัติอี๋ห

นิง แต่ไหนแต่ไรมาถือว่ามีหน้ามีตาในจวนมาโดย

ตลอด ยามนี้ถูกสั่งให้คุกเข่า แต่นางกลับไม่รู้สึก

อับอายแม้เพียงน้อย ทั้งร่างนางเปียมไปด้วย

ความหวาดกลัวระคนละอายใจ บรรดาสาวใช้

บ่าวหญิงชราจะมองนางอย่างไร นางก็ไม่สนใจ

ในขณะนี้เอง เมื่ออี๋หนิงได้ยินเสียงพูดคุยก็ลืมตา

ขึ้นช้า ๆ นางยังปวดศีรษะจนแทบแตกเป็นเสี่ยง

ๆ ปวดจนอยากอาเจียน นางมองเว่ยหลิงที่นั่งอยู่

ข้างกายไม่เอื้อนเอ่ยอะไรก็จับมือใหญ่ของเขา

ขึ้นมา เรียกเสียงแผ่วเบาประดุจเสียงยุง “ท่าน

พ่อ…”

เว่ยหลิงพลิกมือกุมมือนางไว้ “เหมยเหมย เจ้าดี

ขึ้นบ้างแล้วหรือยัง”

“เมื่อครู่ข้ากลัวมาก…” อี๋หนิงพึมพำ เมื่อครู่นาง

ปวดหัวเจียนระเบิดทั้งยังถูกเสิ่นอวี้ทำเรื่องให้ต้อง

อับอายพรรค์นั้น นางทั้งโกรธทั้งหวาดกลัว หาก

นางต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ด้วยเหตุนี้ เกรงว่า

นางคงต้องแต่งงานกับเขา!ทว่าคนที่ใช้วิธีการ

เยี่ยงนี้มาวางกับดักหญิงสาวจะถือเป็นคนดีได้

อย่างไร!หากมิใช่เพราะพี่ชายสามของนางมาได้

ทันกาล นางคงเรียกฟั้าฟั้าไม่ตอบเรียกดินดินไม่

ขานแล้ว…

“อย่าได้กลัวไป เจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว” เว่ยหลิงก้ม

หน้าจุมพิตลงบนหน้าผากของบุตรสาวแล้วดึงนาง

เข้าสู่อ้อมกอด เขามีบุตรสาวเพียงคนเดียวจะวาง

ไว้ในปากยังกลัวละลาย จะวางไว้ในมือก็ยังกลัว

ว่าลมจะพัดปลิว ทันทีที่คิดว่าเกิดเรื่องเยี่ยงนี้ เขา

ก็แทบอดรนทนไม่ไหว อยากจะสับเสิ่นอวี้ให้เป็น

หมื่นชิ้น

บัดนี้เขากลับมาแล้ว เขาต้องปกปั้องอี๋หนิง ผู้ใด

กล้าแตะต้องนางแม้เพียงเศษเสี้ยว เขาจะไม่

ปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว!

ในจวนอิงกั๋วกงแห่งนี้ ทุกคนต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

ของเขา!

อี๋หนิงสูดลมหายใจเข้าลึก เงยหน้ามองใบหน้าคม

เข้มหล่อเหลาของบิดา แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มี

ใบหน้าดุร้าย บัดนี้ยิ่งดูแข็งกร้าวจนทำให้ผู้คนตื่น

ตระหนก นางเอ่ยเนิบช้า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้อง

กับเจินจู…เป็นข้าที่สั่งให้นางไปเก็บใบบัว…” เจิน

จูเป็นสาวใช้ใหญ่ของนาง ไม่ควรจะต้องมา

สิ้นชีวิตเพราะละเลยหน้าที่เพียงชั่วประเดี๋ยว

อันที่จริงเว่ยหลิงตั้งใจจะไม่เก็บเจินจูไว้แล้ว เขา

จุมพิตลงบนขมับของอี๋หนิงเพื่อปลอบประโลมอีก

ครั้ง นํ้าเสียงอ่อนโยนลงเล็กน้อย “อืม พ่อเข้าใจ

แล้ว เจ้าวางใจพักผ่อนเถิด มีพ่ออยู่ ไม่มีทางเกิด

เรื่องอะไรขึ้น”

ทหารของเขาคอยอารักขาอยู่หน้าประตูแล้ว ด้าน

ในยังมีพวกชิงชวี่

อี๋หนิงยังคงไม่วางใจเล็กน้อย นางอยากลุกขึ้นมา

ดู ทว่าเว่ยหลิงกดบ่าของนางไว้ “ไม่ต้องลุก”

ก่อนจะสั่งให้ชิงชวี่ยกยาที่ต้มเสร็จเข้ามาให้นาง

ดื่ม

อี๋หนิงรู้สึกว่าแขนขาอ่อนแรง ศีรษะหนักอึ้ง ยังไม่

ต้องกล่าวถึงอาการได้รับไอเย็นจากลมหนาวที่

กำเริบรุนแรงขึ้นทุกขณะ ทันทีที่นางขยับ

ความรู้สึกอยากอาเจียนวิงเวียนศีรษะก็ประดัง

ประเด นางจึงทำได้เพียงนอนลง

จากนั้นเว่ยหลิงก็ออกจากห้อง

หลัวเซิ่นหย่วนยืนอยู่ด้านนอก ทอดสายตามอง

จวนอิงกั๋วกง ราตรีมืดสนิท โคมไฟใต้ชายคาส่อง

ให้เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของเขาเท่านั้นดูพร่า

มัวทำให้มองอารมณ์ไม่ชัดเจน เมื่อเขาเห็นเว่ยหลิ

งออกมาก็ก้าวเข้าไปกล่าว “…อีกสักครู่ท่านจงฉิน

ปั๋อจะมาที่นี่ขอรับ”

เว่ยหลิงเงยหน้าขึ้น หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวต่อ “ยัง

ไม่ได้บอกเขาถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยเกรงว่าเขา

จะมาบีบบังคับอี๋หนิง อีกครู่ท่านยกกองกำลัง

ทหารมาข่มเขาโดยตรงก็ได้แล้วขอรับ”

กล่าวจบเขาก็ถอยออกไป เว่ยหลิงเงียบอยู่ชั่วครู่

ก่อนจะเข้าใจว่าหลัวเซิ่นหย่วนหมายถึงสิ่งใด

หลัวเซิ่นหย่วนผู้นี้…อายุยังน้อย ทว่าจิตใจ

สลับซับซ้อนยิ่งนัก

เขาเดินมุ่งหน้าไปยังห้องโถงกลาง

เสิ่นอวี้คุกเข่าอยู่ในห้องโถงกลาง

เขาถูกหลัวเซิ่นหย่วนต่อยไปยกหนึ่งจนมีสติขึ้นไม่

น้อย อันที่จริงเมื่อครู่เขาหลงมัวเมาถูกผีร้าย

ครอบงำจิตใจ เดิมเขาก็รักใคร่ในตัวอี๋หนิงเมื่อได้

อยู่ในห้องเดียวกันจึงไม่อาจสะกดกลั้น หลังจาก

อารมณ์วู่วามผ่านไปเขาก็รู้สึกเสียใจ ยามนี้เขาถูก

คุมตัวอยู่ในห้องโถงกลาง ทั้งร่างมีสภาพ

อเนจอนาถ หน้าผากที่โดนต่อยจนเขียวคลํ้าเจ็บ

ระบมเป็นระลอก ๆ

เขามองหลัวเซิ่นหย่วนเดินเข้ามา เขารู้ว่าคนผู้นี้

คือจ้วงหยวนคนใหม่บัดนี้ดูสงบนิ่งขึ้นเล็กน้อย

ทว่าเมื่อครู่อีกฝั่ายลงมือกับเขาหนักหน่วงยิ่งนัก

ด้วยกำลังหมัด เกรงว่าคนธรรมดาคงทานรับไม่

ไหว แล้วคนเช่นเขาที่เป็นคุณชายซึ่งถูกเลี้ยงดูมา

อย่างสูงศักดิ์จะทนรับได้อย่างไร

ผู้ที่เดินเข้ามาหลังจากนั้นคือเว่ยหลิง พอเสิ่นอวี้

เห็นเว่ยหลิงเดินเข้ามารูม่านตาก็หดเล็กลง

เว่ยหลิงก้าวเท้ายาว ๆ เข้ามาในห้องโถงกลาง

สายตาที่มองเสิ่นอวี้ฉายประกายคมกร้าวเย็น

เยียบ ยังไม่ทันกล่าวอะไรก็ชักดาบคู่กายจาก

องครักษ์ที่อยู่ด้านข้างออกมา หมายฟันลงบนร่าง

ของเสิ่นอวี้ทันที!

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยร้องตกใจ รีบปรี่เข้าไปรั้งตัว

บุตรชายไว้ “เจ้าจะฆ่าเขาไม่ได้!” หากดาบนี้ทำ

ให้คนตายจะทำอย่างไร

เสิ่นอวี้ตกใจขวัญผวา รีบหลบไปด้านข้างทันควัน

เว่ยหลิงฝึกฝนฝีมือมาจากสนามรบ หากต้องการ

สังหารเขาจริง เขาไม่มีทางต่อต้านได้แน่!

ดาบนั้นของเว่ยหลิงแฉลบไป แต่ก็ทำลายกวาน

เกล้าศีรษะของเสิ่นอวี้เสียหาย ผมของเขาสยาย

ลงโดยพลัน ดาบแหลมคมเล่มนั้นหยุดลงบน

ลำคอของเขา เสิ่นอวี้มองดาบด้วยร่างสั่นสะท้าน

รู้สึกประหนึ่งเพิ่งก้าวผ่านประตูผีเหงื่อเย็นผุดซึม

ไม่หยุดจนชุ่มอาภรณ์ เขาได้ยินเสียงเว่ยหลิงก

ล่าวขึ้น “หากข้าต้องการ บัดนี้ก็สามารถสังหาร

เจ้าได้! ข้าสังหารคนมาแม้ไม่ถึงพันก็ถึงแปดร้อย

แล้ว ถ้าจะเพิ่มเจ้าอีกคนคงไม่ถือว่ามากไป”

เสิ่นอวี้ยังไม่ทันกล่าวอะไรก็ถูกเว่ยหลิงหิ้วตัว

ขึ้นมา เอ่ยถามเสียงตํ่า“เจ้าเอาความกล้ามาจาก

พยัคฆ์กี่ตัว ถึงได้กล้ามาแตะต้องอี๋หนิง”

“ข้าชอบนาง…” เสิ่นอวี้กลืนนํ้าลาย วางท่าสงบ

ลงเล็กน้อย “ข้าชอบนางจริง ๆ ท่านกั๋วกง มิสู้…มิ

สู้ยกนางให้ข้าเถิดขอรับ…”

หากมิใช่กลัวว่าเมื่อเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจะ

กระทบกับชื่อเสียงของอี๋หนิง บัดนี้เขาคงสังหาร

เจ้าสารเลวตัวนี้ไปแล้ว!

“ยกให้เจ้าหรือ” เว่ยหลิงกล่าวเสียงเย็นเยียบ

“เจ้านับเป็นตัวอะไร”

แรงกดดันของเว่ยหลิงสั่งสมมาจากสนามรบ

เสิ่นอวี้ไร้หนทางแบกรับเขามองเฉิงหลางกับ

หลัวเซิ่นหย่วนที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังเว่ยหลิงมา

โดยตลอด

เขาตามพวกพี่น้องลูกหลานตระกูลขุนนางออกไป

เที่ยวเตร่ คนเหล่านั้นล้วนเป็นพวกเผาพิณต้ม

กระเรียน[1] พวกนั้นกล่าวกับเขาว่า หากเขาชอบ

นางจริง แต่นางไม่ยินยอม เช่นนั้นมิสู้ได้ร่างกาย

นางมาก่อนแล้วค่อยว่ากันอย่างไรนับจากนั้นนาง

ก็ถือเป็นคนของเขา ต่อให้ไม่ชมชอบอย่างไร เมื่อ

กาลเวลาผ่านไป นางย่อมรู้สึกชอบขึ้นมาเอง เขา

พึมพำ “ข้า…ข้าจะดีต่อนางได้โปรดเถิดขอรับ

เป็นข้าที่ทำผิดต่อนาง แต่ข้าชอบนางด้วยใจจริง!

นางถูกข้าเห็น…เห็นร่างกายแล้ว ควรจะแต่งกับ

…”

เขายังกล่าวไม่ทันจบ เว่ยหลิงก็ปล่อยหมัดใส่เขา

เสิ่นอวี้ไม่ทันตั้งรับเพียงหมัดเดียวก็ล้มไปกระแทก

กับโต๊ะเล็ก เจ็บปวดจนต้องขดตัวงอ ลุกไม่ขึ้นเขา

เจ็บบริเวณท้องน้อยมากจนสีหน้าซีดขาว

เว่ยหลิงสะบัดกำปัน เอ่ยถามองครักษ์ข้างกาย

“ท่านจงฉินปั๋อมาหรือยัง”

องครักษ์รีบตอบ “มาแล้วขอรับ รอท่านอยู่ที่ห้อง

หนังสือฝังบูรพาขอรับ”

“ให้เขาเข้ามา บอกเขาว่าข้าช่วยสั่งสอนบุตรชาย

ของเขาแล้ว” เว่ยหลิงจิบนํ้าชาอึกหนึ่ง “จะรักษา

ได้หรือไม่ได้ก็ต้องดูที่ผลลัพธ์การกระทำของเขา

ต่อจากนี้”

เว่ยหลิงยังกล่าวต่อไป “บอกเขาด้วยว่า หากกล้า

แพร่งพรายเรื่องในวันนี้ออกไป ข้ากล้ารับประกัน

ได้ว่าต่อไปพวกเขาตระกูลจงฉินปั๋อจะไม่มีผู้ใดได้

เข้าร่วมกองทัพอีกแม้แต่คนเดียว และจะไม่มีผู้ใด

ได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์จงฉินปั๋ออีกตลอดกาล”

องครักษ์สูดลมเย็นทันใด

เว่ยหลิงมองไปทางฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย “ท่านเรียก

จ้าวหมิงจูมาเถิด ในเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะนาง

…วันนี้ก็ถึงเวลาที่ควรจะจัดการให้เด็ดขาดได้

แล้ว”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยมองสีหน้าเย็นยะเยือกของ

บุตรชาย ครานี้นางไม่ได้พูดอะไรอีก ให้คนไป

เรียกจ้าวหมิงจูเข้ามา

จ้าวหมิงจูคุกเข่าอยู่ในห้องหนังสือ หลัวอี๋ฮุ่ยกำลัง

จับจ้องนาง เมื่อนางได้ยินว่าเว่ยหลิงกลับมาแล้ว

และเรียกนางให้ไปพบ นางก็สั่นสะท้านเพราะ

ความหวาดกลัว เมื่อครู่ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยแทบไม่ได้

เอ่ยถามนางสักคำเป็นพี่หญิงใหญ่ของอี๋หนิงที่อยู่

เบื้องหน้าผู้นี้ที่คอยไต่สวนนางตลอดเวลาทุก

คำถามรังสีความกดดันก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น ราว

กับทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความผิดของนาง

นางจะไปไม่ได้! เว่ยหลิงต้องไม่ยอมให้นางอยู่ใน

จวนอิงกั๋วกงต่อไปแน่นอน เขาจะต้องส่งนาง

กลับไป ส่งกลับไปยังบ้านทรุดโทรมตกอับหลังนั้น

ในทงโจว นางต้องเห็นบิดาผีพนัน มารดาที่

อ่อนแอเปราะบางผู้นั้นทั้งวัน ยังมีบรรดาพี่ชายที่

ไม่ได้เรื่องเหล่านั้น…เมื่อคิดถึงตรงนี้ นํ้าตาของ

นางก็หลั่งรินไม่หยุด พลันมีเรี่ยวแรงมากขึ้น นาง

สะบัดหลุดออกจากการจับกุมของบ่าวหญิงชรา

วิ่งตรงไปยังห้องด้านข้างฝังประจิมอย่างรวดเร็ว

นางต้องไปบอกเรื่องราวที่แท้จริงกับอี๋หนิง! นาง

ไม่อยากกลับไป!

บ่าวหญิงชรารีบวิ่งไล่ตาม แต่ถูกจ้าวหมิงจูสะบัด

ออก ประตูห้องด้านข้างฝังประจิมมีองครักษ์ของ

เว่ยหลิงคอยอารักขาอยู่ จ้าวหมิงจูไม่สามารถเข้า

ไปได้ นางจึงร้องไห้ครํ่าครวญอยู่ตรงประตู “อี๋ห

นิง เจ้าออกมานะ! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า

ล้วนเป็นการกระทำของเสิ่นอวี้ทั้งสิ้น!”

อี๋หนิงเพิ่งตื่น ขณะที่นางลืมตาขึ้นก็มีแสงจาง ๆ

วาบผ่าน

นางได้ฟังเรื่องราวจากหลัวเซิ่นหย่วนแล้ว นางรู้

ว่าจ้าวหมิงจูเป็นผู้ชี้ทางให้เสิ่นอวี้ และรู้กระทั่งว่า

เฉิงหลางตั้งใจจะไม่สนใจไยดีนาง

นางรู้ว่าเว่ยหลิงไม่มีทางปล่อยจ้าวหมิงจูไป

แน่นอน บางทีอาจเป็นเพราะนางได้ฟังสองเรื่องนี้

ความคิดของนางจึงแปรเปลี่ยนไป ดังนั้นนางถึง

ได้พูดกับเว่ยหลิงว่านางหวาดกลัวเพื่อทำให้เว่ย

หลิงทวีความโกรธเคือง เดิมทีนางไม่คิดจะจัดการ

จ้าวหมิงจู ประการแรกเพราะไม่มีความจำเป็น

ประการที่สองเพราะจ้าวหมิงจูมีความน่าสงสาร

อยู่หลายส่วน ทว่านี่ไม่ใช่เหตุผลที่นางจะปล่อย

จ้าวหมิงจูไปแล้ว นางอดนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

ไม่ได้ ทันทีที่นึกถึงร่างกายก็สั่นสะท้าน

หากเสิ่นอวี้สมปรารถนา เกรงว่าหากนางไม่

แต่งงานกับเขา…นางคงเหลือเพียงเส้นทางสู่ความ

ตายเท่านั้น!

นางยื่นมือไปหาชิงชวี่ “ประคองข้าขึ้น ข้าจะไป

พบนาง”

ชิงชวี่ขมวดคิ้ว บ่นรำพึงรำพัน “นางทำร้ายท่าน

จนเป็นเช่นนี้แล้ว…”ทว่าก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของอี๋ห

นิง ปรี่เข้าไปประคองนางขึ้น

จ้าวหมิงจูเห็นบานประตูตรงหน้าเปิดออก อี๋หนิง

ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าซีดขาวดุจหิมะ แสงไฟ

ตะเกียงส่องกระทบร่างนาง ลำคอเรียวบางระหง

ราวกับเพียงออกแรงก็อาจหักได้โดยง่าย อาจเป็น

เพราะผลกระทบจากเรื่องเสิ่นอวี้ดวงตาของนาง

จึงฉายแววตื่นตระหนกไม่จาง แต่ถึงอย่างนั้น

ตลอดทั้งร่างกลับยิ่งงามเฉิดฉายน่าทะนุถนอม

อันที่จริงนี่นับเป็นสิ่งอันตรายอย่างยิ่งยวดเพราะ

ความงามนี้ทำให้ผู้อื่นอยากจะทำลายหรือกดนาง

ไว้ใต้ร่างเพื่อครอบครองหากไม่มีคนปกปั้องนางก็

ไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใดสี

หน้านางดูเย็นชากว่ายามปกติมาก อี๋หนิงก้าวไป

หาจ้าวหมิงจูที่อยู่เบื้องหน้าช้า ๆ ย่อตัวลงพูด

เสียงแผ่วเบา “เจ้ารู้สึกว่าตนถูกปรักปรำหรือ”

จ้าวหมิงจูสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยเสียงตํ่า “ข้าชี้

ทางให้เขา…แต่ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาจะกระทำ

เรื่องพรรค์นั้นออกมา!”

นางยังพูดไม่ทันจบ อี๋หนิงก็ยิ้มหยันพลางเอ่ยถาม

“หรือเจ้าไม่มีเจตนาให้ข้าแต่งงานกับเสิ่นอวี้ หาก

ข้าแต่งงานกับเขาจะดีเพียงใด หากข้าแต่งไปยัง

จวนจงฉินปั๋อ เจ้าจะสามารถอยู่ที่จวนอิงกั๋วกง

ต่อไปได้” ม้าดีมักถูกคนขี่คนดีมักถูกผู้อื่นรังแก

จะอย่างไรนางก็ถูกผู้อื่นลอบทำร้าย กระทั่งได้

กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง แล้วนางจะไม่เข้าใจ

ความคิดของจ้าวหมิงจูเด็กสาวคนนี้ได้อย่างไร

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเกือบถูกผู้อื่นฝืนใจนั้นมี

รสชาติอย่างไร”

ปลายหางตาของจ้าวหมิงจูรื้นด้วยหยาดนํ้าตา ริม

ฝีปากสั่นระริก“ข้า…ข้าไม่ชอบเจ้าจริง ๆ แต่ข้า

ไม่ได้มีเจตนา…”

ทันใดนั้นอี๋หนิงก็ไออย่างรุนแรง ชิงชวี่เข้ามา

ประคองนางไว้ อาการปวดศีรษะของอี๋หนิง

กำเริบ ปวดขึ้นมาเป็นระลอก ๆ จนนางรู้สึก

วิงเวียนตาลาย

เว่ยหลิงเดินนำคนกลุ่มหนึ่งเข้ามา เมื่อเห็นอี๋หนิง

ที่แทบยืนทรงตัวไม่อยู่ตรงประตูก็ปรี่เข้ามาอุ้ม

นางขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปวางนางลงบนตั่งไม้

จากนั้นจ้าวหมิงจูก็ถูกเรียกตัวเข้ามา

นางคุกเข่าลงกับพื้น เมื่อเห็นสีหน้าเย็นยะเยือก

ของเว่ยหลิง นํ้าตาก็ไหลรินอย่างไม่อาจสะกด

กลั้น “ท่านลุงเว่ยหลิง ข้ามิได้มีเจตนา…ข้าจะ

กล้าทำเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร!”

“ฮูหยินผู้เฒ่าเลี้ยงดูเจ้ามา” เว่ยหลิงมองรอยแดง

อันน่าตกใจบนข้อมือเรียวบางของบุตรสาวก็ปวด

ใจ เขากล่าวต่อ “ข้าเองก็จะไม่ทำให้เจ้าต้อง

ลำบากใจ พรุ่งนี้เก็บข้าวของแล้วกลับไปเถิด จวน

อิงกั๋วกงไม่อาจปล่อยเจ้าไว้ได้แล้ว”

เมื่อจ้าวหมิงจูได้ยินเรื่องที่น่าหวาดหวั่นที่สุดใน

ชีวิตก็ร้องไห้เข้าไปดึงแขนเสื้อของเว่ยหลิง “ท่าน

ลุงเว่ยหลิง! น้องสาวอี๋หนิงถูกคนทำร้าย ข้าเองก็

เสียใจ…ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ต่อไปน้องสาวอี๋หนิงว่า

อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น!”นางร้องไห้ราวกับเด็ก

น้อยคนหนึ่ง ท่าทีหยิ่งทะนงในยามปกติ

อันตรธานหายไป “ได้โปรดอย่าให้ข้ากลับไปเลย

เจ้าค่ะ ข้าไม่อยากกลับไป!”

เว่ยหลิงอยู่ในสนามรบ พบเห็นความเป็นความ

ตายจนเคยชิน จนจิตใจเย็นชาอย่างที่สุด ฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยหลับตาลง ผินหน้าไปทางอื่นจ้าวหมิงจู

ปาดนํ้าตาพลางกล่าว “ท่านยาย ข้ารู้ว่าข้าไม่ใช่

เด็กโดยสายเลือดของจวนอิงกั๋วกง แต่ข้าก็เติบโต

อยู่ข้างกายท่าน! ครั้นข้ายังเล็ก เพิ่งมาได้ไม่นาน

ข้าไม่กล้าหยิบผลไม้บนโต๊ะกิน ท่านกล่าวกับข้า

ว่า…ของในจวนนี้ข้าล้วนหยิบจับต้องได้ ไม่มีผู้ใด

กล้าถือโทษข้า” นางพูดไปรํ่าไห้ไป “ตอนที่ท่าน

ตาเพิ่งจากไป ท่านร้องไห้อยู่ทั้งคืนวัน ข้ากลัวว่า

ท่านจะร้องไห้จนเป็นเหตุให้ดวงตาบาดเจ็บ จึงได้

มุดตัวเข้าไปนอนในอ้อมกอดของท่าน หยอกล้อ

ท่านให้มีความสุข…”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยไม่เอื้อนเอ่ยอะไร ทว่ามือกลับสั่น

เทา

จ้าวหมิงจูคล้ายไม่เห็น ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ยาม

นี้ท่านไม่ต้องการข้าแล้วก็จะให้ข้ากลับไป! พ่อข้า

เป็นเช่นนั้น ครอบครัวก็เป็นเช่นนั้น…ข้ากลับไป

แล้วจะทำอย่างไร ท่านโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้เลย

หรือเจ้าคะ ในเมื่อเดิมก็ไม่ต้องการข้า เหตุใดจึง

อุ้มข้ามา…”

“เดิมทีนั่นก็ควรเป็นบ้านของเจ้า” เว่ยหลิงกล่าว

เสียงราบเรียบ “ไม่ใช่จวนอิงกั๋วกง”

“เว่ยหลิง เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว” ในที่สุดฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยก็ไม่อาจทานทนนํ้าตาไหลรินอาบใบหน้า

ราวกับว่านางแก่ชราลงไม่น้อย ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย

สูดลมหายใจเข้าลึก “หมิงจูไปไม่ได้”

หัวคิ้วของเว่ยหลิงพลันขมวดมุ่น ลุกพรวดขึ้นมา

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยโบกมือ “เจ้าอย่าเพิ่งตำหนิแม่ ฟัง

แม่ให้ชัดเจนเสียก่อน” นางนั่งลงแล้วกล่าวต่อ

“หมิงจูถูกแม่เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ต่อให้จะมี

อุปนิสัยอย่างไรก็เป็นแม่ที่บ่มเพาะออกมา ตอนที่

นางมายังเด็กนัก ร้องไห้งอแงอยากกลับไปพบ

มารดา…แต่เพราะแม่ไม่ให้นางกลับไปจึงเลี้ยงดู

ตามใจนางมาโดยตลอด บัดนี้นางเติบใหญ่แล้ว

นางเองก็ไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวที่กล่าวว่าจะทิ้งก็ทิ้ง

ได้! บ้านหลังนั้น หากนางกลับไป ทุกสิ่งอย่างต้อง

จบสิ้นเป็นแน่ นางจะกลับไปไม่ได้

“ที่สำคัญ เรื่องนี้นางเองก็ไม่ได้ตั้งใจ” ฮูหยินผู้

เฒ่ากล่าว “หมิงจูคาดไม่ถึงว่าเสิ่นอวี้จะกระทำ

เรื่องพรรค์นี้ออกมาได้”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยมองไปทางอี๋หนิง “อี๋หนิง หากย่า

กล่าวเช่นนี้ อยากให้หมิงจูอยู่ต่อ…เจ้าจะตำหนิย่า

หรือไม่”

อี๋หนิงหลับตาลงไม่เอ่ยอันใด นางรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่า

เว่ยกำลังคิดอะไรฮูหยินผู้เฒ่าเงียบเหงามานานปี

มีเพียงจ้าวหมิงจูที่อยู่ข้างกาย ถ้อยคำเมื่อครู่ของ

จ้าวหมิงจู ไม่ว่าจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยละอายใจ

ก็ดี หรือสงสารเวทนาก็ดี ทว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็น

ความรู้สึกที่แท้จริง อันที่จริงนางสามารถเข้าใจฮู

หยินผู้เฒ่าเว่ยได้ ทว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดกับตัวนาง

…นางไร้หนทางบังเกิดความรู้สึกเห็นใจต่อจ้าวห

มิงจู

จ้าวหมิงจูได้ยินดังนั้นก็เข้าไปกอดขาของฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ย ร้องไห้สะอึก-สะอื้น นางกลัวมากจริง ๆ

ตัวสั่นสะท้านไม่หยุด

“ท่านแม่ อี๋หนิงเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของท่าน”

เว่ยหลิงเพียงกล่าวประโยคนี้ออกมาด้วยนํ้าเสียง

ราบเรียบ

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยรู้ว่าหากจะให้เว่ยหลิงปล่อยจ้าวห

มิงจูไปคงเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นนางจึงกล่าวต่อ “เกิดเรื่องเช่นนี้กับอี๋หนิง

หมิงจูย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ แม่เองก็

ไม่ได้เข้าข้างนาง” ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยพูดต่อ“เมื่อครู่

แม่ได้หารือกับอี๋ฮุ่ยแล้ว ต่อไปจวนนี้จะมีอี๋หนิง

เป็นคุณหนูเพียงคนเดียวเท่านั้น หมิงจูเป็นเพียง

ญาติผู้พี่ เป็นเพียงผู้ที่ขออาศัยอยู่ในจวนอิงกั๋วกง

เท่านั้น ค่าใช้จ่ายของหมิงจูก็คำนวณตามสถานะ

นี้ นางจะย้ายจากห้องภูผามาอยู่ที่เรือนด้านข้าง

ของแม่ แม่จะคอยดูแลนางเอง นางจะไม่มีเรือน

ของตนอีกต่อไป หากนางทำอะไรผิดอีก ไม่ต้อง

ให้เจ้าพูด แม่จะเป็นคนไล่นางออกจากจวนเอง”

นางปรายตามองจ้าวหมิงจูคราหนึ่งแล้วกล่าวต่อ

“หมิงจู เห็นแก่ที่เจ้าอยู่เป็นเพื่อนยายตั้งแต่วัย

เยาว์ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้า อย่างไรอี๋หนิงก็

เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของยาย…หากเจ้ากล้าไม่

เคารพนางแม้เพียงเล็กน้อยวาสนาของพวกเราถือ

ว่าเป็นอันสิ้นสุด เจ้าเข้าใจหรือไม่”

เพียงนางสามารถอยู่ต่อได้ จะให้นางทำอย่างไร

นางก็ยินดี!

จ้าวหมิงจูมองเว่ยหลิง สีหน้าของเว่ยหลิงยังคง

แข็งกร้าว เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ “เจ้าถามอี๋หนิง

เองเถิด”

จ้าวหมิงจูเดินไปข้างเตียงอี๋หนิง จับมือนางไว้แล้ว

กล่าว “น้องสาวอี๋หนิง…โปรดให้ข้าอยู่ต่อด้วยเถิด

ข้าไม่อยากกลับไป…ข้ารู้ตัวว่าผิดไปแล้วข้ารู้แล้ว

จริง ๆ!”

อี๋หนิงลืมตาขึ้นมองจ้าวหมิงจู พลันนึกถึงครั้งแรก

ที่พบนางที่เมืองเปั่าติ้ง จ้าวหมิงจูหยิ่งทะนงจนไม่

เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา บัดนี้นางผมเผ้ายุ่งเหยิง

กระบอกตาแดงกํ่า จับมือของตนไว้ราวกับกำลัง

จับฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย อี๋หนิงทอดถอนใจ

เบา ๆ อันที่จริงไข่มุก[2] เม็ดนี้…ต่อให้อยู่ในจวน

อิงกั๋วกงต่อไปก็มิใช่ไข่มุกแล้ว หากนางปฏิเสธ

ถึงฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยจะไม่กล่าวอะไร ทว่าในใจคง

ปล่อยวางจ้าวหมิงจูไม่ได้…

นางมองหลัวเซิ่นหย่วนที่ยืนอยู่ด้านข้างกลุ่มคน

มองใบหน้าเลือนรางของเฉิงหลาง กระทั่ง

มองเห็นแววตาวิงวอนของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย…อี๋ห

นิงผงกศีรษะอย่างเนิบช้า

จ้าวหมิงจูเห็นนางผงกศีรษะ ทั้งร่างก็พลันอ่อน

ยวบ เกือบจะยั้งตัวไว้ไม่อยู่

แสงตะเกียงค่อย ๆ หรี่ลง

เสิ่นอวี้เกือบโดนเว่ยหลิงสังหารแล้ว จงฉินปั๋อเห็น

สภาพน่าอนาถของบุตรชาย แต่กลับไม่กล้าเอ่ย

อะไรสักคำ เพียงพาบุตรชายไปจากจวนอิงกั๋วกง

หลัวอี๋ฮุ่ยปวดใจแทนน้องสาว ทว่าเรื่องของจวน

อิงกั๋วกง นางไม่อาจยื่นมือเข้ายุ่งจนเกินงาม

อย่างไรนี่ก็คือครอบครัวของอี๋หนิงมิใช่ของนางแต่

เมื่อเห็นอี๋หนิงตอบตกลง นางก็รู้สึกโล่งใจ แม้

เรื่องนี้จ้าวหมิงจูจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่อาจ

กล่าวโทษจ้าวหมิงจูทั้งหมด หากจะร่ายเรียงกัน

จริง ๆสาวใช้ข้างกายอี๋หนิงและเสิ่นอวี้ต่างหากจึง

จะเป็นผู้ที่ต้องรับโทษมากที่สุดหากให้จ้าวหมิงจู

ต้องมาแบกรับโทษจริง ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยย่อม

ปล่อยวางจ้าวหมิงจูไม่ลง อี๋หนิงยอมให้อภัยจ้าวห

มิงจู ส่วนจ้าวหมิงจูก็ต้องอาศัยอยู่ในจวนอิงกั๋วกง

ด้วยฐานะญาติผู้พี่ แม้จะต่างกันเพียงตัวอักษร

เดียว ทว่าความหมายต่างไปจากเดิมแล้ว

นางปลอบประโลมอี๋หนิงอีกสองสามประโยค

ก่อนจะขอตัวลาจากไปกลางคืนยวี่เกอร์ไม่อาจ

ห่างนางได้

อี๋หนิงเองก็เหน็ดเหนื่อยแล้ว กอปรกับเดิมทีก็มี

อาการปั่วยหนัก นางไร้เรี่ยวแรงต้อนรับผู้ใดอีก

จึงปล่อยให้เว่ยหลิงอุ้มกลับไปพักผ่อนที่ฝังบูรพา

เว่ยหลิงอยู่ดูแลนางจนดึกถึงได้กลับไป

จ้าวหมิงจูตามฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกลับไปยังเรือนจิ้ง

อัน

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยเร่งฝีเท้า เดินนำจ้าวหมิงจูไป

ระยะหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงประตู จ้าวหมิงจูก็ฝืนยิ้มออกมา

กล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย “ท่านยาย วันนี้ดีที่มี

ท่าน…”

นางยังกล่าวไม่ทันจบ ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยก็หมุนกาย

กลับมา เงื้อมือตบนางฉาดหนึ่ง

จ้าวหมิงจูโตมาจนถึงบัดนี้ยังไม่เคยถูกฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยตีมาก่อนฝั่ามือนี้ช่างรุนแรงนัก! นางกุม

แก้ม ริมฝีปากสั่นระริก กล่าวอันใดไม่ออก

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยเอ่ย “ฝั่ามือนี้เพื่ออี๋หนิง” จากนั้น

ก็พูดต่อ “มีใจมุ่งร้ายหรือไม่ เจ้ารู้ตัวดี หากต่อไป

ยังทำผิดอีกจะไม่ใช่เพียงฝั่ามือนี้แล้ว ครานี้ยาย

ยังปกปั้องเจ้าได้…เจ้าไปใคร่ครวญให้ดีเสียเถอะ”

จ้าวหมิงจูยืนอยู่ด้านล่างบันได ร่างกายสั่นสะท้าน

เล็กน้อย นํ้าตาดุจไข่มุกรินไหลไม่หยุด

สุดท้ายทุกสิ่งก็ต่างไปจากเดิมแล้ว

——————–

[1] เผาพิณต้มกระเรียน หมายถึง ทุบทำลายพิณ

เพื่อนำไปเป็นฟืนก่อเตาไฟต้มนกกระเรียนกิน

พิณเป็นเครื่องดนตรีมีคุณค่าชนิดหนึ่ง กระเรียน

เป็นสัตว์มงคล การทำลายสิ่งของทั้งสองอย่างทิ้ง

ไปจึงไม่ควร เปรียบเปรยถึงกลุ่มคนที่ไม่รู้ความ

[2] หมิงจู (明珠) แปลว่า ไข่มุก

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 98"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023
novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
18/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.