ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 147 การปลูกผัก
บทที่ 147 การปลูกผัก
เมื่ออวิ๋นเถียนเถียนออกมาจากบ้านของสะใภ้จี้และเดินผ่านบ้านของผู้นำหมู่บ้าน นางนึกขึ้นได้ว่าเฉินเฉินยังต้องหาครอบครัวเพื่อรับเป็นบุตรบุญธรรม จึงเดินเข้าไปทันที
ผู้นำหมู่บ้านต้อนรับอวิ๋นเคอผู้มีอำนาจคนนี้ตั้งแต่เช้า บ่ายนี้เพิ่งกินข้าวกลางวันเสร็จ เด็กสาวที่ไม่ธรรมดาก็มาเยือนอีกแล้ว
เขายืนขึ้นด้วยความตื่นเต้น “เถียนเถียน เจ้ามาทำไมหรือ? มีธุระอันใด?”
ภรรยาของผู้นำหมู่บ้านเดินออกมาจากประตูในเวลานั้นพอดี พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นอวิ๋นเถียนเถียนผู้ทำให้นางได้เงินไม่น้อย ก็ยิ้มหวานกว่าปกติทันที
“เถียนเถียน เจ้ายังไม่ได้กินข้าวใช่หรือไม่? ไม่เป็นไร กินที่บ้านพวกเราเลยก็แล้วกัน”
อวิ๋นเถียนเถียนยิ้มพลางส่ายหน้า นางมองออกว่าภรรยาผู้นำหมู่บ้านเป็นคนอย่างไร เพียงแค่โลภผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ นิสัยแบบนี้ไม่ถือว่าเลวร้ายนัก อวิ๋นเถียนเถียนจึงไม่รังเกียจ
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ากินข้าวมาแล้ว ข้ามาเพื่อถามเรื่องหนึ่งกับผู้นำหมู่บ้าน”
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านพูดอย่างร่าเริง “งั้นพวกเจ้าก็นั่งคุยกันในลานบ้านเถอะ ข้าจะไปชงชามาให้”
ผู้นำหมู่บ้านยิ้มอย่างจนใจ ภรรยาของเขาแม้จะโลภผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไร
ลูกสะใภ้ก็เหมือนกัน มีนิสัยรังเกียจคนจนรักคนรวยอยู่บ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่ใช่คนเลว
“เถียนเถียน เจ้ามีธุระอันใดก็พูดมาเถิด”
อวิ๋นเถียนเถียนยิ้มน้อย ๆ “เป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ เฉินเฉินถูกข้าส่งเข้าสำนักศึกษาแล้ว แต่หากเขาจะเข้าร่วมการสอบจอหงวน ตระกูลสามชั่วอายุคนจะต้องสะอาดบริสุทธิ์ ท่านดูสิ หลินชุนฮวาก่อเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ เขาก็ไม่สะอาดบริสุทธิ์แล้วเจ้าค่ะ ดังนั้น ข้าจึงคิดจะให้ผู้นำหมู่บ้านช่วยหาครอบครัวที่สะอาดบริสุทธิ์สักครอบครัว เพื่อรับเขาเป็นบุตรบุญธรรม”
“การรับเป็นบุตรบุญธรรมก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่ขอใช้ชื่อเท่านั้น เพื่อว่าเมื่อถึงเวลาสอบจอหงวน จะได้ไม่มีปัญหายุ่งยาก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ข้าจัดการให้เองเจ้าค่ะ”
ผู้นำหมู่บ้านครุ่นคิดอย่างละเอียด ความกังวลของอวิ๋นเถียนเถียนมีเหตุผล แต่ครอบครัวส่วนใหญ่ในหมู่บ้านล้วนมีลูกชายของตัวเอง คงไม่มีใครเต็มใจรับเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรมหรอก
“เรื่องนี้…”
อวิ๋นเถียนเถียนรู้สึกกังวลขึ้นมา “เป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ? ผู้นำหมู่บ้าน ข้าทำท่านลำบากใจงั้นหรือ?”
“เรื่องนี้ข้าต้องปรึกษากับผู้อาวุโสก่อน หากมีลูกหลานได้เรียนหนังสือและสอบจอหงวน พวกเขาต้องเห็นด้วยแน่นอน แต่เรื่องการเลือกคนต้องเลือกให้ดี เพื่อไม่ให้พวกเจ้าต้องกังวลใจในภายหลัง เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”
ผู้นำหมู่บ้านรู้สึกกระวนกระวายใจ กลัวว่าเด็กสาวจะคิดว่าเขาไม่เต็มใจช่วยเหลือ
อวิ๋นเถียนเถียนย่อมไม่คิดเช่นนั้น เรื่องการรับบุตรบุญธรรมจะง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร ภายในนั้นไม่ได้เกี่ยวพันเพียงแค่ผลประโยชน์เท่านั้น แต่ยังมีปัญหายุ่งยากนานัปการอีกด้วย
แม้จะเป็นเพียงการแขวนชื่อไว้เท่านั้น แต่หากเกี่ยวพันกับเรื่องยุ่งยาก ก็จะลามไปถึงเฉินเฉินด้วย
“เรื่องนี้แน่นอนว่าต้องรอบคอบ มิเช่นนั้นอุตส่าห์ส่งบัณฑิตออกมาได้คนหนึ่ง กลับต้องมาพัวพันกับเรื่องวุ่นวายสารพัดก็จะไม่ดีเลย ขอให้ท่านผู้นำหมู่บ้านเชิญผู้อาวุโสมาด้วย เมื่อถึงเวลาหากมีเรื่องอะไรพวกเราก็จะได้ปรึกษาหารือกันเจ้าค่ะ”
ผู้นำหมู้บ้านพยักหน้า สีหน้ายังคงเคร่งเครียดอยู่บ้าง
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้กับท่านผู้นำหมู่บ้านด้วย ที่บ้านยังมีธุระอยู่ ข้าขอตัวกลับก่อนเจ้าค่ะ”
เมื่อภรรยาผู้นำหมู่บ้านถือชาเดินออกมา ก็ไม่เห็นเงาของอวิ๋นเถียนเถียนแล้ว
“เด็กนี่ไปเร็วจริง”
นี่เป็นเพียงธุระเล็กน้อยที่แวะทำระหว่างทางกลับเท่านั้น อวิ๋นเถียนเถียนก็ไม่ได้คิดจริงจังว่าจะจัดการเรื่องให้เรียบร้อยในครั้งนี้
กลับมาถึงลานบ้าน อวิ๋นเคอกำลังสอนเฉินเฉินเขียนหนังสืออยู่
เห็นอวิ๋นเถียนเถียนเดินเข้ามา อวิ๋นเคอรู้สึกว่าถูกดึงดูดด้วยใบหน้าของเด็กสาวนี่
ได้ยินว่าเด็กสาวนี่อีกไม่นานก็จะอายุครบสิบห้าปีแล้ว ไม่รู้ว่าพอถึงวัยอันควร เด็กสาวจะเติบโตเป็นอย่างไร
“อวิ๋นเคอ ข้าเอาเมล็ดพันธุ์กลับมาแล้ว บ่ายนี้พวกเราไปปลูกผักกันเถิด”
เฉินเฉินได้ยินดังนั้น รีบวางพู่กันลง พับแขนเสื้อเตรียมไปช่วย
อวิ๋นเคอไม่พอใจ ดุว่า “มีข้ากับพี่สาวเจ้าสองคนทำงานก็พอแล้ว เจ้ามายุ่งอะไรด้วย?”
เฉินเฉินงุนงงไปชั่วขณะ พี่สาวเคยสอนเขาว่า อย่าเป็นบัณฑิตที่ไม่สนใจเรื่องภายนอก แต่ทำไมพี่เขยกลับไม่ให้เขาทำงานล่ะ?
“เฉินเอ๋อร์ ทบทวนสิ่งที่เรียนมาก่อนหน้านี้ให้ดี ๆ พรุ่งนี้เป็นวันแรกที่เจ้าเข้าสำนักศึกษา เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม อีกอย่าง นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเข้าเรียน เจ้าข้ามขั้นถงเซิงมาเลย เข้าขั้นซิ่วไฉ่เลย ไปแล้วต้องตามให้ทันล่ะ”
เฉินเฉินพยักหน้าเงียบ ๆ ทุกอย่างที่พี่สาวพูดล้วนถูกต้อง
อวิ๋นเคอเห็นเฉินเฉินนั่งลงอีกครั้ง จึงตามอวิ๋นเถียนเถียนไปที่แปลงผักหลังบ้าน
อวิ๋นเคอมองเมล็ดพันธุ์ที่ห่อด้วยกระดาษที่อวิ๋นเถียนเถียนหยิบออกมา รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง ของสิ่งนี้รู้ว่ากินอย่างไร แต่จะปลูกอย่างไรล่ะ?
อวิ๋นเถียนเถียนเห็นหน้าของอวิ๋นเคองุนงง ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เสียงหัวเราะนี้ทำให้ใบหน้าของอวิ๋นเคอกลายเป็นสีแดงในทันที
“เอาล่ะ ท่านมาขุดดินเป็นหลุมเล็ก ๆ ข้าจะหว่านเมล็ดพันธุ์”
อวิ๋นเคอใช้เท้าเกี่ยวด้ามจอบที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ในมือ
แม้ท่าทางจะดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง แต่เขาก็ขุดหลุมเล็ก ๆ ได้สำเร็จ
อวิ๋นเถียนเถียนเดินตามหลังมา หย่อนเมล็ดพันธุ์ลงในหลุมทีละเม็ดสองเม็ด จากนั้นก็ใช้เท้าเขี่ยดินข้าง ๆ กลบเมล็ดพันธุ์ไว้
อวิ๋นเคอทำงานไปพลางใช้หางตาคอยสังเกตอวิ๋นเถียนเถียนไปพลาง เห็นเด็กสาวทำหน้าจริงจัง ก็อดยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจไม่ได้
ภาพเช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่สามีภรรยาตามชนบท…
ทุกวันในทุ่งนาจะมีคู่ที่มีลักษณะเช่นนี้นับไม่ถ้วน
อวิ๋นเคอไม่รู้ว่านี่คือความรู้สึกแบบไหน รู้แต่เพียงว่ามันหวานยิ่งกว่าลูกกวาดที่เขาเคยกินในเมืองหลวงตั้งแต่เด็ก
หว่านเมล็ดพันธุ์หมดแล้ว พลิกดินกลับมาก็ยังเหลืออีกครึ่งใหญ่
อวิ๋นเถียนเถียนขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าควรจัดการอย่างไรดี
อวิ๋นเคอจัดการพื้นที่เสร็จแล้ว หากทำลายความกระตือรือร้นของเขา ก็คงไม่ดีนัก
“ที่เหลือข้าจะปลูกดอกไม้ ท่านคิดว่าอย่างไร?”
อวิ๋นเคอพยักหน้า
ไม่ใช่ว่าเขายินดีที่จะเห็นดอกไม้ใบหญ้าอะไร แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในหมู่บ้านยังไม่มีใครมีแปลงผักใหญ่ขนาดนี้
หว่านเมล็ดพันธุ์เสร็จแล้ว เขายิ่งรู้ว่าสิ่งที่ตนทำในช่วงเช้านั้นช่างมากมายเพียงใด
แต่ลงแรงไปแล้ว ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ก็น่าเสียดาย
โชคดีที่เด็กสาวคนนี้มีความคิด หรือว่าเด็กผู้หญิงทุกคนชอบดอกไม้ใบหญ้าแบบนี้ ก็ปล่อยให้นางทำตามใจเถอะ
อย่างไรเสีย ช่วงเช้านี้ก็ไม่ได้ทำเพื่อให้นางมีความสุขหรอกหรือ
อวิ๋นเคอเริ่มเข้าใจบ้างแล้ว หรือว่าตนเองพยายามเอาอกเอาใจเด็กสาวคนนี้เพราะชอบนาง?
แม้ว่าสถานะของตนเองจะไม่ชัดเจน หรือการอยู่ข้างกายเด็กสาวคนนี้อาจนำภัยมาสู่นาง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ของทั้งสองคน หากบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลย คงไม่มีใครเชื่อหรอก
“แต่การปลูกผักไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นนั้น อวิ๋นเคอ ท่านมีพละกำลังมาก ไปตักน้ำจากลำธารในหมู่บ้านมาให้หน่อยสิ”