ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 149 ฟ้อง
บทที่ 149 ฟ้อง
โดยทั่วไปชาวบ้านมักสวมใส่เสื้อผ้าที่กระชับเวลาทำงาน แม้แต่ผู้หญิงก็สวมกางเกง เพราะการสวมกระโปรงนั้นไม่สะดวกเอาเสียเลย
อย่างไรก็ตาม เฉินเจียวเจียว เพื่อให้ผู้อื่นเห็นความงามของนาง ครั้งนี้นางสวมกระโปรงยาวออกจากบ้าน กระโปรงยาวถึงพื้นพลิ้วไหวตามสายลม ดูงดงามยิ่งนัก
แต่นั่นก็เป็นเพียงตอนที่ไม่ได้ทำงานเท่านั้น เมื่อเวลารดน้ำ เฉินเจียวเจียวต้องแบ่งสมาธิมาจับชายกระโปรงขึ้นจึงจะทำงานได้
อย่างไรก็ตาม นางไม่เคยแบกของหนักมาก่อน ท่าทางการแบกก็ไม่ถูกต้อง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการต้องใช้มือข้างหนึ่งจับกระโปรงไว้ เพียงแค่ถังเปล่าสองใบก็ทำให้นางเดินโซเซแล้ว
อวิ๋นเถียนเถียนมองดูอย่างเย็นชา นางสามารถจินตนาการได้ว่าเมื่อถังไม้เต็มไปด้วยน้ำ เฉินเจียวเจียวจะเผชิญกับสถานการณ์เช่นไร
เฉินเจียวเจียวพยายามอย่างยากลำบากที่จะตักน้ำเต็มถังจากลำธารเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก จากนั้นก็กัดฟันใช้แรงทั้งหมดเพื่อแบกน้ำสองถังขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
ไหล่สตรีที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนหรือทำงานมาก่อน ทำให้นางเจ็บปวดเมื่อคานหาบกดลงบนบ่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าคนที่นางหมายปอง เฉินเจียวเจียวจึงอดทนอย่างสุดความสามารถ ใช้มือขวาค่อย ๆ รองใต้คานหาบบนบ่า
แน่นอนว่านางรู้สึกสบายขึ้นมาก แต่นางไม่มีมือว่างที่จะจับชายกระโปรงแล้ว
กระโปรงที่เดิมทีเพียงแค่ยาวถึงพื้น เนื่องจากหลังของนางโค้งงอลง ด้านหน้าของกระโปรงจึงลากไปกับพื้น
เฉินเจียวเจียวมัวแต่สังเกตสีหน้าของอวิ๋นเคอ จนไม่ทันสังเกตว่ารองเท้าปักลายของตนเองได้เหยียบชายกระโปรงด้านหน้าเข้าแล้ว จากนั้นโศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้น
ถังไม้ที่ใส่น้ำเต็มสองใบพร้อมกับคานหาบ กดเฉินเจียวเจียวลงกับพื้นอย่างแรง
ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยชาดถูกกระแทกกับพื้นอย่างหนัก เปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นผง แม้กระทั่งมีรอยเลือดซึมออกมาเล็กน้อยจากการถูกก้อนหินบนพื้นขูด
น้ำในถังไม้หกลงพื้นกลายเป็นหลุมโคลน และในหลุมโคลนมีเฉินเจียวเจียวนอนอยู่
ตอนนี้อย่าว่าแต่ภาพลักษณ์ที่น่ารักงดงามเลย แทบจะเสียหน้าไปทั้งหมดแล้ว เฉินเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
อวิ๋นเถียนเถียนเห็นภาพนี้แล้วก็ไม่อาจกลั้นหัวเราะไว้ได้ นางกุมท้องหัวเราะลั่น หัวเราะจนน้ำตาไหล
อวิ๋นเคอที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเด็กสาวมีความสุขเช่นนั้น ตัวเองก็พลอยรู้สึกสดชื่นขึ้นมาด้วย เขายื่นนิ้วออกไปเช็ดน้ำตาของอวิ๋นเถียนเถียน
เฉินเจียวเจียวร้องไห้หนักขึ้นไปอีก นางตั้งใจแสดงตัวต่อหน้าอวิ๋นเคอ แต่บัดนี้ล้มลงอย่างน่าอนาถ อวิ๋นเคอกลับไม่สนใจไยดีนางเลย
หญิงผู้นั้นนั่งอยู่ในบ้านหัวเราะเยาะอย่างสะใจถึงเพียงนี้ กลับได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยนจากอวิ๋นเคอ
เฉินเจียวเจียวยิ่งคิดยิ่งรู้สึกน้อยใจ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นจ้องมองอวิ๋นเคออย่างดุดัน แล้วหมุนตัววิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าหัวเราะจนแทบตาย อวิ๋นเคอ ท่านแย่แล้วล่ะ ทำให้คุณหนูจอมเอาแต่ใจประจำหมู่บ้านร้องไห้ ดูซิว่าบิดามารดาของนางจะปล่อยท่านไปง่าย ๆ หรือไม่”
อวิ๋นเคอรู้สึกทั้งอยากหัวเราะทั้งอยากร้องไห้ เด็กสาวผู้นี้ช่างไร้น้ำใจจริง ๆ ที่แท้การทิ้งหญิงน่ารังเกียจคนนั้นไว้ตรงนั้นก็เพื่อให้นางหัวเราะ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่านางผลักความผิดที่ทำให้คุณหนูจอมเอาแต่ใจร้องไห้มาให้เขาเสียอย่างนั้น
“ไม่มีทาง”
อวิ๋นเถียนเถียนเอียงหน้าอย่างประหลาดใจ ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ไม่มีทาง’ ที่หลุดออกมาจากปากของอวิ๋นเคอ
“ท่านหมายความว่าพวกเขาจะไม่มาหาเรื่องใช่หรือไม่? ก็จริงอยู่ ครั้งที่แล้วท่านแขวนบิดาของนางไว้บนต้นไม้ ทำให้พวกเขาตกใจมาก คิดดูแล้วถ้ามีสมองสักนิด ก็คงไม่กล้ามาหาเรื่องท่านอีก แต่ข้าสิแย่แล้ว ดูเหมือนคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้นั้นจะเกลียดข้าเข้าให้แล้ว”
‘นางเกลียดเจ้าแล้วจะทำอันใดได้ หรือว่านางจะกล้าทำร้ายเจ้า? อย่างไรเสียตราบใดที่ข้ายังอยู่ ไม่มีใครแตะต้องเจ้าได้ทั้งนั้น!’
อวิ๋นเคอไม่ได้พูดความคิดในใจออกมา เพียงแต่มองใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของอวิ๋นเถียนเถียน
มองจนลืมละสายตา จนกระทั่งอวิ๋นเถียนเถียนสังเกตเห็นความผิดปกติ
รอยยิ้มหยุดชะงัก อวิ๋นเถียนเถียนใช้มือลูบใบหน้าของตัวเอง ดูเหมือนจะไม่มีอะไรบนใบหน้านะ ทำไมอวิ๋นเคอถึงจ้องนางด้วยสายตาแบบนั้น?
“ท่านเป็นอะไรหรือ?”
อวิ๋นเถียนเถียนยื่นมือออกไปโบกไปมาตรงหน้าอวิ๋นเคอ เขาจึงได้สติกลับมา
อวิ๋นเคอรีบหันหน้าไปทางอื่นอย่างลนลาน อวิ๋นเถียนเถียนเห็นเพียงใบหูที่แดงระเรื่อเล็กน้อยของเขาเท่านั้น…
……
กล่าวถึงอีกด้านหนึ่ง เฉินเจียวเจียวที่ถูกทำให้เสียใจวิ่งร้องไห้กลับบ้าน
เฉินชู่เกินปกติเป็นคนดุดัน แต่กลับอ่อนโยนและใจดีกับบุตรสาวของตนเองมาก
เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักวิ่งร้องไห้กลับมาบ้าน นางก็รีบเข้าไปถามทันที “ลูกรักของแม่… ใครรังแกเจ้างั้นหรือ? รีบบอกแม่มา!”
เฉินเจียวเจียวนึกถึงเรื่องที่ทำให้อับอายต่อหน้าอวิ๋นเคอ ใบหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าร้องไห้
ทำไมกันนะ? หรือว่านางทำให้ตัวเองดูแย่ขนาดนี้เพื่อผู้ชายคนหนึ่ง?
เฉินชู่เกินรู้สึกร้อนใจ ทำไมลูกสาวของนางถึงตัวเปื้อนโคลนในวันที่แดดร้อนแบบนี้ นี่มันผิดปกติชัด ๆ
“ลูกรัก… ดวงใจของแม่ ใครกันที่รังแกเจ้า? เจ้าบอกความจริงกับแม่มา ใครมันกล้ารังแกเจ้า แม่จะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่!”
จู่ ๆ เฉินเจียวเจียวก็นึกขึ้นได้ว่ามารดาของนางมีพลังต่อสู้สูง บางทีอาจจะสามารถสั่งสอนอวิ๋นเถียนเถียนได้ ตอนนี้นางเหมือนจะลืมเรื่องที่มารดาของนางเคยไปหาเรื่องอวิ๋นเถียนเถียนแต่กลับถูกขู่จนต้องหนีกลับมา
“ท่านแม่…ฮือ ๆ…เป็นอวิ๋นเถียนเถียน นังหญิงต่ำช้าคนนั้นเจ้าค่ะ…”
เฉินชู่เกินก็ไม่ใช่คนโง่ เมื่อได้ยินชื่ออวิ๋นเถียนเถียน นางก็นึกถึงอวิ๋นเคอที่น่ากลัวคนนั้น ในใจนางรู้สึกหวั่น ๆ
“นังเด็กนั่นรังแกเจ้ายังไงกัน? เจ้าบอกมา”
เฉินเจียวเจียวสะอื้นพลางกล่าวว่า “ข้าทำงานให้นางจนเป็นแบบนี้ แต่นางกลับหัวเราะเยาะข้า”
เฉินชู่เกินยิ่งแปลกใจ ลูกสาวคนนี้ปกติถ้านั่งได้ก็จะไม่ยอมยืน เมื่อใดกันที่นางไปทำงานให้อวิ๋นเถียนเถียน?
เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของมารดา เฉินเจียวเจียวรู้สึกใจไม่ดี แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ จึงเอ่ยเสียงดังว่า “ท่านแม่ ท่านไม่เชื่อข้าหรือ? ข้าจะทำให้ตัวเองเป็นแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลได้อย่างไร ข้าไม่สนแล้ว ท่านต้องไปสั่งสอนนางให้ได้!”
“ได้ ๆ ลูกรักอย่าโกรธเลย บอกแม่ก่อน อวิ๋นเคอรังแกเจ้าด้วยหรือไม่?”
อวิ๋นเคอ? เฉินเจียวเจียวส่ายหัว
เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะต้องได้ชายผู้นี้มาให้ได้ นางก็ไม่อาจทำลายแผนในตอนนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทางเย็นชาของอวิ๋นเคอ ไม่เพียงแต่นางเองที่กลัว นางยังกลัวว่ามารดาจะเสียท่าต่อหน้าเขาด้วย
เมื่อเห็นลูกสาวส่ายหัว เฉินชู่เกินก็มั่นใจขึ้น ขอเพียงไม่เกี่ยวข้องกับชายผู้นั้น ทุกอย่างก็จัดการได้