ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 236 การต่อสู้
“แม่นางอวิ๋น ข้าสอนสาวรับใช้ไม่ดี ทำให้เด็กคนนั้นมาสร้างปัญหาให้แม่นางอวิ๋น ข้ารู้สึกละอายใจยิ่งนัก ขอแม่นางอวิ๋นโปรดดื่มน้ำชาถ้วยนี้ และให้อภัยข้าด้วยเถิด”
พูดจบ ฮูหยินหลี่ก็ก้มหน้าลงอย่างนอบน้อมพร้อมยื่นถ้วยชาในมือออกไปข้างหน้า
หากไม่นับรวมแววตาอาฆาตและไม่ยอมแพ้ในดวงตาของนาง อวิ๋นเถียนเถียนอาจจะซาบซึ้งกับความจริงใจของนางจริง ๆ
แม้ว่าอวิ๋นเถียนเถียนจะจับสังเกตแววตาเช่นนั้นได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้จะมองออก อย่างน้อยท่านหลี่ก็ถูกความจริงใจที่แสดงออกมาภายนอกหลอกเข้าให้แล้ว
อวิ๋นเถียนเถียนมองดูรอยยิ้มพอใจบนใบหน้าของหลี่จิน ในใจรู้ดีว่าตนเองไม่ควรได้ใจแล้วไม่ปล่อย
ดังนั้นแม้ในใจจะยังระแวง แต่ภายนอกก็ยิ้มอย่างใจกว้างแล้วรับถ้วยชามา
ในชั่วขณะที่โน้มตัวไปรับถ้วยชา อวิ๋นเถียนเถียนแทบจะได้ยินเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของฮูหยินหลี่ผู้นี้
หลี่ซื่อหัวตั้งใจเชิญครอบครัวของอวิ๋นเถียนเถียนมาพักอยู่ในจวนนี้สักสองสามวัน ตอนแรกเพื่อให้เฉินเฉินได้เห็นโลกกว้าง อวิ๋นเถียนเถียนก็ตกลงรับปาก
แต่ชัดเจนว่าสองสามวันนี้คงไม่ราบรื่นนัก เพราะยังมีฮูหยินหลี่ผู้ชอบหาเรื่องอยู่ที่นี่
อวิ๋นเถียนเถียนอดรู้สึกตื่นเต้นกับวันข้างหน้าไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีอะไรทำในจวนนี้แล้ว
หลี่ซื่อหัวกระตุกยิ้มมุมปาก มองดูท่าทางฮึกเหิมของเด็กสาวคนนี้ เด็กคนนี้ช่างทำให้คนพูดไม่ออกมากขึ้นทุกที เรื่องที่ยุ่งยากมากแท้ ๆ การต่อกรกับหญิงที่น่าปวดหัวคนนั้น นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องสนุกสนานได้
อย่างไรเสียตนเองก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว เบื่อหน่ายเต็มทีแล้ว และหญิงคนนั้นก็ไม่ใช่คนดีอะไร ตลอดหลายปีมานี้เขาเสียเปรียบนางไม่น้อย แต่หากมีคนสามารถกดหญิงที่น่ารังเกียจคนนั้นได้ หลี่ซื่อหัวก็ยินดีอย่างยิ่ง
อวิ๋นเคอส่ายหน้าอย่างจนใจ ไม่ค่อยเข้าใจรสนิยมแปลก ๆ ของเด็กสาวคนนี้นัก
แม้ฮูหยินหลี่จะแต่งงานกับชายอายุมากแล้ว แต่นางก็อายุเพียง 25-26 ปีเท่านั้น ย่อมมีจิตใจที่อยากเอาชนะอยู่บ้าง
เห็นอวิ๋นเถียนเถียนมีท่าทางร่าเริงเบิกบาน ฮูหยินหลี่ย่อมรู้สึกไม่สบายใจนัก
“แม่นางอวิ๋น ตามธรรมเนียมเจ้าก็หมั้นหมายแล้ว เรื่องการค้าเหล่านี้เจ้าควรมอบให้คู่หมั้นของเจ้าจัดการ ข้าเห็นว่าเจ้าก็โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ทำไมไม่รีบเตรียมสินสอดทองหมั้นเสียล่ะ”
อวิ๋นเถียนเถียนยิ้มหวานบนใบหน้า แต่คำพูดที่เอ่ยออกมากลับทำให้คนโมโหตายได้
“ฮูหยินหลี่ดูอายุยังน้อย แต่ทำไมพูดจาเหมือนคนแก่เจ็ดสิบปีเช่นนี้ ท่านอวิ๋นของข้าไม่สนใจหรอก อีกอย่างใครบอกว่าข้าออกมาทำการค้าไม่ใช่เพื่อเตรียมสินสอดของตัวเองล่ะ”
ฮูหยินหลี่โกรธจนกัดฟันกรอด รอยยิ้มบนใบหน้าเกือบจะบิดเบี้ยว ผ้าเช็ดหน้าในมือก็เกือบจะถูกนางฉีกขาด
“แม่นางอวิ๋น แม้ข้าอายุยังน้อย แต่ก็แต่งงานแล้ว ในฐานะผู้อาวุโสข้าต้องพูดกับเจ้าสักหน่อย การออกไปต่อสู้ดิ้นรนข้างนอกนั้นมีพวกผู้ชายก็พอแล้ว ผู้หญิงควรเรียนรู้วิธีดูแลสามีและสั่งสอนลูก!”
อวิ๋นเถียนเถียนยิ้มน้อย ๆ “ฮูหยินพูดถูกแล้ว พวกเราผู้หญิงควรเรียนรู้วิธีดูแลสามีและสั่งสอนลูก เมื่อฮูหยินสามารถสั่งสอนข้าได้ก่อน นั่นแสดงว่าฮูหยินต้องทำได้ดีมากแน่นอนสินะ ไม่ทราบว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนใครกันที่จะใช้เงินห้าร้อยตำลึงเพื่อซื้อสูตรเนื้อรมควันจากมือข้า”
เมื่ออวิ๋นเถียนเถียนพูดจบ สายตาของหลี่จินก็หันไปมองภรรยาของเขาทันที ภรรยาทำเรื่องเช่นนี้โดยพลการ หวังจะปิดบังเขาเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตระกูลเดิมของนางหรือ
ฮูหยินหลี่รู้ว่าเรื่องจะแย่ รีบก้มหน้าลงอย่างน่าสงสาร “ข้าแค่คิดถึงท่านเท่านั้นเจ้าค่ะ สูตรแบบนั้นอยู่ในมือพวกเรา กำไรที่ได้ก็จะมากขึ้น อีกอย่างห้าร้อยตำลึงก็ไม่น้อยนะเจ้าคะ พอดีให้แม่นางอวิ๋นเตรียมสินสอดได้ดี ๆ”
หลี่จินรู้สึกดีขึ้นในใจ เมื่อหญิงผู้นี้ทำเพื่อเขา การกระทำทั้งหมดของนางก็สามารถให้อภัยได้
“เจ้าอาจจะไม่ทราบ ห้าร้อยตำลึงนี้เป็นเพียงค่าเนื้อรมควันหนึ่งเดือนเท่านั้น เจ้าเอาของพวกนี้มาวางต่อหน้าแม่นางอวิ๋น ก็เป็นเพียงการเพิ่มเรื่องน่าขันเท่านั้น อีกอย่างไม่ใช่ว่าผลิตเนื้อรมควันมากขึ้นจะยิ่งได้กำไรมากขึ้น บางสิ่งนั้น ของหายากย่อมมีค่า”
อวิ๋นเถียนเถียนมองหลี่จินตรงหน้าด้วยความชื่นชม สมแล้วที่เป็นคนทำการค้า เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้โง่เขลาปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งหลอกได้
ฮูหยินหลี่แม้จะไม่พอใจแต่ก็ต้องยอมแพ้ ใครจะรู้ว่าเด็กสาวคนนั้นจะพูดอะไรที่น่าตกใจออกมาอีก เพิ่งถูกหลี่จินเมินเฉยไป แถมในเรือนหลังยังมีอนุคนใหม่เพิ่มมา ตอนนี้นางต้องฉลาดขึ้นหน่อย
อวิ๋นเถียนเถียนเห็นอีกฝ่ายเสียหน้า ยิ่งยิ้มอย่างมีความสุข ถึงขนาดส่งยิ้มเย้ยหยันไปให้หญิงผู้นั้น
บางทีในสายตาของอวิ๋นเคอ เด็กสาวคนนี้อาจจะดูซุกซนไปหน่อย แต่หลี่ซื่อหัวกลับรู้สึกชื่นชมอย่างมาก ทำไมเขาถึงเรียนรู้เทคนิคการพูดแบบนี้ไม่ได้นะ สามารถทำให้ผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นโกรธจัด
“แม่นางอวิ๋น วันนี้ฟ้ามืดแล้ว อีกอย่างน้องชายของเจ้าก็เตรียมจะไปดูเมืองหลวงให้มากขึ้น อยากจะเห็นโลกกว้าง ไม่สู้พักที่จวนข้าสักคืน ด้านหลังยังมีสวนดอกไม้เล็ก ๆ แยกต่างหาก คงไม่มีใครไปรบกวนพวกเจ้าหรอก”
อวิ๋นเถียนเถียนมองฮูหยินหลี่อย่างมีนัยยะ ยิ้มตอบ “ท่านหลี่มีน้ำใจเช่นนี้ หากข้าไม่อยู่ต่อก็คงจะเป็นคนไม่รู้จักบุญคุณเสียแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็ขอรบกวนด้วยเจ้าค่ะ”
หลี่จินได้ยินดังนั้นก็พูดอย่างกระตือรือร้น “ฮูหยิน ต้องรบกวนเจ้าไปที่สวนดอกไม้เล็กนั้นสักหน่อย สั่งสาวใช้ไปคอยรับใช้ด้วย”
ฮูหยินหลี่เห็นดังนั้น มีประกายวาบผ่านหางตา แล้วก้าวไปข้างหน้าคำนับ “เจ้าค่ะ”
งานเลี้ยงเลิกรา หลี่ซื่อหัวพาทั้งสามคนไปที่สวนดอกไม้เล็ก
แม้สวนจะเล็กแต่ก็มีครบครัน ข้างในยังมีครัวแยกต่างหากด้วย อวิ๋นเถียนเถียนรู้สึกถึงความใส่ใจอย่างยิ่ง
“คุณชายหลี่ ดูท่าทางบิดาของท่านก็ไม่เหมือนคนโง่เขลานัก แต่ทำไมต่อหน้าฮูหยินหลี่กลับถูกหลอกได้ง่ายเช่นนี้”
หลี่ซื่อหัวหัวเราะ “หญิงผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดา ปกติแล้วนางเก่งในการแสร้งทำมาก ครั้งนี้ก็เพราะเจ้าทำให้นางโกรธมากเกินไป จึงเผยธาตุแท้ออกมาเท่านั้น บางทีอาจเป็นเพราะนางแสร้งทำได้เหมือนจริงมากเกินไปในยามปกติ ท่านพ่อข้าจึงแทบไม่เคยคิดว่านางจะทำร้ายข้า”
“เจ้าไม่รู้หรอกว่าหญิงผู้นี้ช่างน่ารังเกียจเพียงใด เมื่อวานข้าเพิ่งกลับจวน นางก็จัดการส่งสาวใช้ปีนขึ้นเตียงข้าเสียแล้ว บัดนี้ข้าเพิ่งกลับมาได้อย่างยากเย็น หญิงผู้นั้นก็ไม่อาจควบคุมข้าได้อีกต่อไป นางจึงใช้กลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้มารังควานข้า หากท่านพ่อจับได้อีกว่าข้าคลุกคลีกับพวกสาวใช้เหล่านั้น คราวนี้ข้าคงถูกส่งไปอยู่เมืองนั้นโดยไม่มีวันได้กลับมาอีกเป็นแน่”
อวิ๋นเถียนเถียนยิ้มน้อย ๆ “ดูท่าแม้แต่คนมีเงินก็ใช่ว่าจะมีชีวิตที่สุขสบายเสมอไปนะ”