ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 37 แต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง
ตอนพิเศษ ตอนที่ 37 แต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง
……………
แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายกับเสินสื่อลำดับที่แปดครองคู่กันแล้ว
แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายเป็นฝ่ายขอแต่งงาน โดยแต่งงานมีกำหนดจัดขึ้นสามเดือนหลังจากนี้
ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปทั่วพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว
ทุกคนตกใจจนตาแทบจะถลนออกจากเบ้า
“ไหนบอกว่าทั้งสองคนไม่มีความเกี่ยวข้องกันมิใช่หรือ แล้วเหตุใดชั่วพริบตาเดียวถึงจะแต่งงานกันแล้ว”
“จุ๊ๆ ดูเหมือนว่าข่าวเลยจะเชื่อถือไม่ได้จริงๆ ตอนแรกที่อยู่ในช่วงความเป็นความตาย แม่ทัพสวรรค์ก็เป็นฝ่ายลงมือช่วยคนผู้นั้นด้วยตัวเอง น่าจะมีความรู้สึกดีๆ ต่อนางมาตั้งนานแล้ว!”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ตอนที่ฐานะของแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายยังไม่ชัดเจน เขาค่อยเดินทางไปยอดเขาโอสถกับเสินสื่อลำดับที่แปด ในตอนนั้นพวกเขาทั้งสองคนจับมือกันตลอดเวลาเลย ท่าทางสนิทสนมอย่างมาก! หากไม่ได้เป็นอันใดกันจริงๆ ด้วยนิสัยของพวกเขาทั้งสอง พวกเขาคงไม่มีทางทำแบบนี้แน่นอน”
“เฮ้อ! เสินสื่อลำดับที่แปดรูปร่างหน้าตางดงาม แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายทำบุญมาจากที่ใดกัน”
“จะพูดแบบนั้นไม่ได้นะ แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายก็เป็นมือซ้ายของท่านเทพ ไม่ว่าด้านไหนเขาก็โดดเด่น อีกทั้งได้ยินมาว่าการแต่งงานครั้งนี้แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายเป็นฝ่ายแต่งเข้าด้วย”
…
“แต่งเข้า?”
อวี๋มั่วตกตะลึงมาก
“หมายความว่าอย่างใด”
เยี่ยนชิงนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านข้าง ตอนนั้นเขากำลังเช็ดกระบี่
เมื่อได้ยินคำถามของเขา เขาก็พูดขึ้นเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
“ก็ไม่มีอันใด แค่เปลี่ยนที่อยู่เท่านั้น”
อวี๋มั่วเข้าใจได้ในทันที เขาพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า
แม้จะอยู่ในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน แต่ระยะขอบเขตก็ยังคงชัดเจน
อวี๋มั่วพูดขึ้นอย่างปวดใจ
“เจ้าจะทิ้งข้าไว้ตามลำพังเช่นนี้หรือ”
เยี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือก
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ทำให้เขาอยากจะชักกระบี่ออกมาจริงๆ
แต่สุดท้ายเขาก็ยังสามารถอดทนเอาไว้ได้ ก่อนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ว่า
“จากนี้อีกไม่นานถังเคอก็น่าจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่ยังมีเหยียนเก๋อที่อยู่กับเจ้า”
หนังตาของอวี๋มั่วกระตุก เขาปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
“อยู่กับข้าอันใดเล่า!”
แค่คิดก็รู้สึกหวาดกลัวมากแล้ว!
“ถังเคอเองก็ไม่น่าเชื่อถือเช่นเดียวกัน”
อวี๋มั่วหัวเราะเสียงเย็น
“แต่คนเราร้ายดีอย่างใดก็อยู่กับท่านซูมานานหลายหมื่นปี ในที่สุดตอนนี้ท่านซูก็เต็มใจที่จะพยักหน้าตอบตกลง ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยาก ส่วนเจ้า…”
อวี๋มั่วกวาดสายตามองขึ้นลง แล้วหัวเราะออกมาหนึ่งเสียง
เขาขยับเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเต็มไปด้วยความสงสัย จากนั้นก็ถามเสียงทุ้มต่ำว่า
“เฮ้อ เจ้าพูดมาเถอะ เหตุใดเสินสื่อลำดับที่แปดถึงยอมตอบตกลงโดยใช้เวลาเพียงคืนเดียว เจ้าทำมันได้อย่างใด”
เยี่ยนชิงเหลือบสายตามองเขา
ความจริงแล้วไม่ใช่เวลาเพียงแค่คืนเดียว
แต่เป็นเพราะเขาสะสมมาเป็นระยะเวลานาน รอมานานมาก ทนทุกข์ทรมานมาก็ไม่น้อย
เรื่องระหว่างพวกเขาจึงมีเพียงแค่หน้าต่างกระดาษบานสุดท้ายที่ขวางกั้นเท่านั้น
อวี๋มั่ว “…”
เหมือนเขากำลังโดนดูถูก!
เมื่อเห็นว่าเยี่ยนชิงกำลังเดินจากไป อวี๋มั่วก็ถามขึ้นมาทันทีว่า
“เจ้าจะที่ใด”
เยี่ยนชิงไม่ชะงักฝีเท้า
“ข้าจะไปเปลี่ยนยา”
อ๋อ จะไปหาภรรยานั่นเอง
อวี๋มั่วแน่ใจแล้วว่าเขากำลังโดนดูถูก!
เขาพูดขึ้นอย่างขมขื่นว่า
“ผู้ชายที่แต่งงานออกไปก็เหมือนกับน้ำที่สาดออกนอกบ้าน ยังไม่ทันได้แต่งงานเลย แต่กลับไปอยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืน”
เยี่ยนชิงชะงักฝีเท้า
หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็พูดว่า
“เจ้าคิดว่าตอนนี้ท่านเทพอยู่ที่ใดหรือ”
อวี๋มั่ว “…”
ถูกต้อง ตอนนี้ท่านเทพก็อยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์กับเทพเยว่ตั้งนานแล้ว
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาไม่กลับตำหนักชิงหยวนเลยด้วยซ้ำ!
หากต้องบอกว่าแต่งงานเข้า…ถ้าอย่างนั้นท่านเทพก็เป็นแบบอย่างที่ดีเลยทีเดียว
อวี๋มั่วขบฟันแน่น
“ดูเหมือนว่าภารกิจการเป็นช้างเท้าหน้า มีเพียงแค่ข้าคนเดียวเท่านั้น!”
เพราะทั้งสองคนนั้นหนีตามภรรยากันหมด!
เมื่อทั้งสองคนเงยหน้าขึ้น ทันใดนั้นเขาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีเขียว กำลังยืนอยู่ที่หน้าประตู
ผู้หญิงคนนั้นก็คือแม่นางสิบสอง
นางมองทั้งสองคนด้วยท่าทีมึนงงเล็กน้อย
“พวกเจ้ากำลังคุยเรื่องอันใดกันอยู่หรือ”
“อะแฮ่ม!”
อวี๋มั่วกะแอมไอออกมาหนึ่งเสียง
“ไม่มีอันใด เยี่ยนชิงกำลังจะไปหาเสินสื่อลำดับที่แปดอยู่พอดี”
เมื่อพูดจบเขาก็สาวเท้าเดินออกมา ก่อนไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแม่นางสิบสอง น้ำเสียงเบาลงหลายส่วน
“วันนี้ก็มาที่นี่ได้อย่างใด”
แม่นางสิบสองยิ้มให้ จากนั้นนางก็หยิบขวดหยกขวดเล็กสองขวดออกมาจากกระเป๋าด้วยความเขินอาย
“พี่สาวของข้าบอกว่ายาหลอมวิญญาณสองขวดนี้มีมูลค่ามาก ไม่สามารถรับเอาไว้ได้ ดังนั้นข้าจึงขอคืนให้กับท่าน”
อวี๋มั่วเกาศีรษะเล็กน้อย
“ไม่ ไม่เป็นอันใด ไม่ว่าอย่างใดข้าก็ไม่สามารถใช้มันได้อยู่แล้ว มอบให้กับพวกเจ้าจะได้เป็นขนมทานเล่น! แล้วอีกอย่าง ข้ามอบให้ไปแล้วจะรับกลับคืนมาได้อย่างใด”
“นี่มัน…”
แม่นางสิบสองลังเลเล็กน้อย
เยี่ยนชิงหันหน้ามามอง สายตาก็หยุดอยู่ที่โอสถทั้งสองนั้น
มุมปากของเขายกขึ้น
“แม่นางสิบสอง ยาหลอมวิญญาณทั้งสองขวดนี้ เป็นยาที่อวี๋มั่วได้รับมันมาจากท่านเทพ หลังจากการเสี่ยงตาย ทั่วทั้งพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มีเพียงแค่ไม่กี่ขวดเท่านั้น ในเมื่อเขามีน้ำใจมอบให้ เจ้าก็รับไว้เถอะ”
เส้นเลือดบนหน้าผากของอวี๋มั่วกระตุกขึ้น เมื่อหันหน้ากลับมาก็มาขายเขาทันทีเลยนะ
ทำแบบนี้อีกฝ่ายจะรับมันไปอย่างนั้นหรือ
แต่แม่นางสิบสองกลับพูดคำว่า ‘อ่า’ ออกมาหนึ่งคำ จากนั้นก็ยัดของสิ่งนั้นลงไปในมือเขาอย่างแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม
“ถะ…ถ้าเช่นนั้นยิ่งรับไม่ได้เลย”
เยี่ยนชิงเมินเฉยต่อสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของอวี๋มั่ว จากนั้นเขาก็ถือกระบี่แล้วเดินออกไปด้านนอกทันที
แต่งเข้ามีอะไรไม่ดีกัน ร้ายดีอย่างไรก็สามารถเดินเข้าไปในห้องนอนได้
แต่บางคนเกรงว่าธรณีประตูยังไม่สามารถสัมผัสได้เลยด้วยซ้ำ
ตอนที่เขาเดินผ่านอวี๋มั่ว มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้น
เป็นการเยาะเย้ยอย่างเงียบเชียบ
มุมปากของอวี๋มั่วกระตุก ตอนนี้เขายังอยู่ต่อหน้าแม่นางสิบสอง ดังนั้นจึงไม่สามารถลงมือได้
เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันอธิบายต่อไป
“ข้า… ข้ายังมีอีกมาก…”
“แต่ก็รับไว้ไม่ได้เช่นเดียวกัน”
“ข้าเก็บเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์”
“แต่มันเป็นของท่าน ไม่ว่าช้าหรือเร็วจะต้องได้ใช้แน่นอน”
“เจ้า…”
อวี๋มั่วกุมหน้าผากตัวเองด้วยความปวดหัว
…
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง
หลังจากที่อี้เจากลับมา เขาก็รีบปลดผนึกอย่างรวดเร็ว และปล่อยคนในเผ่าออกมา
ส่วนเผ่าของไท่ซวีเฟิ่งหลงก็ได้รับการป้องกันสูงสุด
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงที่เงียบสงบมานาน ในที่สุดก็มีความครึกครื้นขึ้นอีกครั้งแล้ว
ทุกวันนางใช้ชีวิตได้อย่างสมความปรารถนา
นางฝึกซ้อมไปพลาง ดูแลจื่อเฉินไปพลาง และรอจนกว่าเขาจะตื่นขึ้นมา
นางนั่งอยู่บนม้าหินตัวหนึ่ง แกว่งเท้าเล็กๆ สองข้างไปมา บนโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าของนางมีลูกบอลแสงลูกหนึ่งที่ลอยอยู่อย่างเงียบเชียบ
เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว ลมปราณกระจายออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก
ถวนจื่อเอามือทั้งสองข้างจับปลายคาง
“อื้ม…น่าจะใกล้ฟื้นแล้วละมั้ง…”
“นายน้อย!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมา
เมื่อถวนจื่อหันหน้ากลับไป รอยยิ้มของนางก็ปรากฏขึ้นทันที
“อี้หมิง เจ้ามาที่นี่ได้อย่างใด”
คนที่มาใหม่คือเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดปี ร่างกายสูงเพรียว ใบหน้าหล่อเหลา
“ข้าบอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าเรียกถวนจื่อก็พอ!”
อี้หมิงยิ้ม รอยยิ้มของเขานั้นแฝงความสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของเด็กหนุ่ม
เขาเดินไปที่ด้านข้างของถวนจื่อ
“ถวนจื่อ”
……………