ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 39 ผู้อาวุโส
ตอนพิเศษ ตอนที่ 39 ผู้อาวุโส
……………
ถวนจื่อเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยๆ ของนางเต้นไม่เป็นจังหวะ
จื่อเฉิน?
กำลังจะฟื้นแล้วหรือ?
ชายหญิงหลายสิบคนที่อยู่โดยรอบเห็นดังนั้นก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดัน พวกเขาทยอยกันเดินถอยหลัง พร้อมมองไปทางลูกบอลแสงด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว
จากนั้นลำแสงสีม่วงทองภายในลูกบอลก็แผ่กระจายออกมา!
พลังสวรรค์และโลกที่อยู่รอบข้างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่อย่างบ้าคลั่ง!
ระลอกคลื่นรวมตัว กลุ่มเมฆจางหาย
วินาทีถัดมาลูกบอลแสงนั้นก็แตกกระจาย ก่อนมีลำแสงสายหนึ่งพุ่งตัวออกมา!
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเงาร่างสูงใหญ่ปรากฏต่อหน้าทุกคน!
ในตอนแรกก็เป็นเพียงแค่ภาพมายา แต่คาดไม่ถึงว่าลำแสงจากลูกบอลจะแตกกระจายเป็นประกายแสงเล็กๆ แล้วรวมเข้ากับภาพมายานั้น
แรงกดดันอันแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวคืบคลานเข้ามา!
ลายเส้นแปลกประหลาดปรากฏขึ้นที่ระหว่างคิ้วของคนผู้นั้น จากนั้นมันก็ค่อยๆ รวมตัวกัน
เหมือนสัญลักษณ์บางอย่าง แต่ก็เหมือนรูม่านตาที่เป็นแนวตั้ง จากนั้นมันก็ประกายแสงสีม่วงเข้ม มันทั้งสวยงาม หรูหรา ตระการตา
ร่างกายของเขาค่อยๆ เสมือนจริงขึ้นมา
ดวงตากลมเหมือนลูกองุ่นของถวนจื่อจ้องที่ภาพนั้นตาไม่กะพริบ
บนลูกบอลแสงนั้นมีพลังของอาเยว่แฝงอยู่
หากวิญญาณของจื่อเฉินฟื้นขึ้นมาแล้ว พลังเหล่านั้นก็สามารถช่วยให้เขาหลอมกายเนื้อได้ใหม่อีกครั้ง
นางคิดว่าจะต้องรอนานกว่านี้เสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะสำเร็จแล้ว!
คนผู้นั้นดูเหมือนชายหนุ่มอายุยี่สิบแปดยี่สิบเก้า ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา มีความงดงามตามธรรมชาติ
เขาสวมเสื้อผ้าสีดำ รูปร่างสูงเพรียว สายตาเย็นชา ท่าทางล้ำเลิศ
สาวน้อยหลายสิบคนที่ยืนอยู่รอบข้างต่างมองจนตาค้าง
พวกเขารู้อยู่แล้วว่า สิ่งที่อยู่ภายในลูกบอลแสงนั้นคือวิญญาณของอินทรีสามตา อีกทั้งนายน้อยยังคอยปกป้องทะนุถนอมอย่างอดทนทุกเมื่อเชื่อวัน
ซึ่งอินทรีสามตานั้นก็เป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาอีกตัวของเทพเยว่
คนที่สามารถทำให้เทพเยว่สนใจได้นั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน โดยเฉพาะพวกเขาได้ยินมาว่า อินทรีสามตาตัวนั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโหมวเจินประมุขเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลง
ฐานะระดับนี้ ต่อให้เป็นไท่ซวีเฟิ่งหลงที่เคยรังเกียจมาโดยตลอดก็ยังไม่กล้าส่งสายตาดูถูกมา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่นายน้อยของเผ่าเราให้ความสำคัญกับเขามากที่สุด ต่อให้นางจะต้องรอเป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปีก็คงจะปกป้องวิญญาณนี้เอาไว้แน่นอน
แต่ไม่ได้นานขนาดนั้น
คาดไม่ถึงว่าวันนี้เขาจะฟื้นขึ้นมาแล้ว!
แต่ที่คิดไม่ถึงเลยก็คือ ไม่ว่าจะ…ความแข็งแกร่งหรือรูปร่างหน้าตาของคนผู้นี้ก็โดดเด่นถึงขนาดนี้เชียว
เมื่อสัมผัสได้ถึงลมปราณอันน่าตกใจ ทุกคนก็ให้ความเคารพและความเกรงใจขึ้นมาทันที
สาวน้อยหลายคนต่างหน้าแดงซ่าน
“จื่อเฉิน!”
ถวนจื่อที่จดจ้องและรอคอยมาโดยตลอด เมื่อเห็นว่ากายเนื้อของจื่อเฉินถูกสร้างขึ้นมาใหม่แล้ว ความสุขภายในใจของนางก็ยากที่จะควบคุม
นางดีใจจนตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
จื่อเฉินมองไปทางผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้า
เขาโน้มตัวลง จากนั้นก็ยื่นมือเข้าไปหาแม่นางน้อยคนนั้น
“ถวนจื่อ มานี่หน่อย”
ถวนจื่อกรีดร้องเสียงแหลม แล้ววิ่งเข้าไปหาด้วยความรวดเร็ว ก่อนกระโจนเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
นางซบใบหน้าลงที่ไหล่ของเขา ท่าทางดีใจมากจนไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างใด ใบหน้าขาวน่ารักเต็มไปด้วยสีแดงจางๆ เหมือนกับลูกท้อที่อ่อนนุ่ม
“จื่อเฉินๆ ! ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารอเจ้านานขนาดไหน!”
ถวนจื่อพูดไปพลาง พร้อมยื่นมือออกมาบีบไหล่ สัมผัสกระดูกไหปลาร้า และตบแขนของเขา
ฝ่ามือของนางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เป็นของจริง อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อน
แตกต่างจากลูกบอลแสงเย็นยะเยือกที่นางสัมผัสอยู่ทุกวัน
นี่คือจื่อเฉิน!
นี่คือจื่อเฉินตัวเป็นๆ !
จื่อเฉินเองก็จนปัญญากับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของนาง
เมื่อมือเล็กๆ ที่อ่อนนุ่มสัมผัสกับร่างกาย ทำให้เขารู้สึกคันยุบยิบ
เขาจับมือที่ปัดป่ายไปทั่วของนางเอาไว้ ในตอนที่เขากำลังจะพูดอันใดสักอย่าง เขาก็เห็นว่าแม่นางน้อยในอ้อมกอดของตัวเองนั้นมีดวงตาแดงก่ำขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ
จื่อเฉินหยุดชะงักไป คำพูดของเขาติดค้างอยู่ที่ลำคอ ทันใดนั้นก็พูดอันใดไม่ออก
ดวงตาที่แดงก่ำของถวนจื่อ ปากเล็กๆ เบะขึ้น เหมือนนางพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
จื่อเฉินปล่อยมือ แล้วตบแผ่นหลังของนาง
“วางใจเถอะ ข้าไม่เป็นไร”
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจริงๆ และวิญญาณเกือบจะแหลกสลาย แต่ท้ายที่สุดแล้ว…เขาก็อยู่รอดปลอดภัย
“ฮือออ…แง!”
จื่อเฉินขมวดคิ้วขึ้น และทำได้เพียงกอดนางให้แน่นขึ้น แล้วลูบหลังนางเบาๆ เพื่อช่วยทำให้นางสงบ
สองมือของถวนจื่อจับเสื้อของเขาเอาไว้จนแน่น แล้วร้องไห้เสียงดังลั่น
แม้ภายนอกจะเห็นว่า นางยังคงร่าเริงสดใสเหมือนแต่ก่อน ไม่มีอันใดแตกต่างไป
แต่มีนางคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นนางใช้ชีวิตอย่างลำบากมากแค่ไหน
เพื่อช่วยเหลือนาง จื่อเฉินเกือบจะต้องสละชีวิตของตัวเองแล้ว
ก่อนหน้านี้ จื่อเฉินช่วยเหลือนางจากอันตรายมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน นางยังคงโคตรคิดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด
หลังจากนางเปิดเส้นชีพจรสายที่เก้าอย่างยากลำบาก แต่นางก็ยังไม่สามารถปกป้องเขาได้อยู่ดี
ถ้าจื่อเฉินต้องตายไปจริงๆ นางก็คงรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต
ดังนั้นนางจึงรอวันแล้ววันเล่า เฝ้ารอขอให้จื่อเฉินฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว
ยังดี…ยังดีที่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!
ในที่สุดก้อนหินที่คอยถ่วงอยู่ในใจของนางก็ถูกปลดปล่อย
นางเอนตัวพิงอยู่ในอ้อมกอดของจื่อเฉิน เมื่อสัมผัสได้ถึงลมปราณของเขา เมื่อได้ยินเสียงของเขา ในที่สุดนางก็มั่นใจว่า…เขากลับมาแล้ว!
ความรู้สึกเหล่านี้ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย
สำหรับถวนจื่อแล้ว นอกจากอาเยว่ คนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับนางมากที่สุดก็คือจื่อเฉิน
แม้ก่อนหน้านี้นางจะไม่ยอมรับเขา อีกทั้งยังท้าประลองกับเขาหลายต่อหลายครั้ง แต่ความเป็นจริงแล้ว พวกเขาคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเป็นตายร่วมกัน
ความจริงแล้วภายในใจของนางล้วนพึ่งพาจื่อเฉินมาโดยตลอด
ในที่สุดตอนนี้ทุกอย่างก็ดีขึ้น!
อี้หมิงและคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างก็มองภาพเหตุการณ์นี้จนชะงักค้างไป
ใครจะคิดเล่าว่า นายน้อยที่เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน เปิดเส้นชีพจรสายที่เก้าได้ ช่วยเหลือเทพเยว่แย่งชิงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมา เป็นความภาคภูมิใจของเผ่าหงส์ทองคำ แต่คาดไม่ถึงว่า…เขาจะร้องไห้เป็นเด็กแบบนี้?
ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่านางสดใสร่าเริง เป็นคนน่ารัก ดึงดูดผู้คนรอบข้าง แต่ไม่มีใครเคยเห็นตอนที่นางร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของผู้อื่นอย่างน่าสงสารแบบนี้
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่า คนผู้นี้จะต้องเป็นคนที่นางเชื่อใจและใส่ใจมากแน่นอน
จื่อเฉินถอนหายใจออกมาเสียงเบา แต่ก็ไม่ได้พูดอันใดมาก เขากอดนางเอาไว้ แล้วปล่อยให้นางร้องไห้ออกมา
หลังจากผ่านไปสักพัก เสียงสะอื้นของนางก็ค่อยๆ เบาลง
ความรู้สึกขัดข้องใจและปวดใจได้ระบายออกมาแล้ว ถวนจื่อจึงค่อยๆ ได้สติขึ้นมา
นางสัมผัสได้ว่า ตอนนี้นางอยู่ในสภาพที่น่าอายมาก ใบหน้าแดงก่ำขึ้น
“ร้องไห้เสร็จแล้วหรือ?”
จื่อเฉินมองนางแล้วถามขึ้น
ถวนจื่อสัมผัสเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่เพราะการร้องไห้ของนาง ก่อนพูดเสียงเบาว่า “…เสร็จแล้ว”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ผู้อาวุโสจื่อเฉิน ท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว ยอดเยี่ยมจริงๆ ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ถวนจื่อเอาแต่เฝ้าท่านตลอดเวลาเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้นจื่อเฉินก็เลิกคิ้วขึ้น
……………