ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1059 ยิ่งดูก็ยิ่งอาภัพ / ตอนที่ 1060 ลูกสาวที่น่าสงสาร
ตอนที่ 1059 ยิ่งดูก็ยิ่งอาภัพ / ตอนที่ 1060 ลูกสาวที่น่าสงสาร
ตอนที่ 1059 ยิ่งดูก็ยิ่งอาภัพ
เหยียนเค่อเป่ามีอายุประมาณยี่สิบปีแล้ว
หลังจากที่เขาอายุสิบหกปีแล้วต้องดูช่วงหน้าผากเป็นหลัก เหยียนเป่าเคอในช่วงอายุนี้ต้องดูที่ตำแหน่งผูเจี่ยว[1]
ตำแหน่งผูเจี่ยวที่ว่าจริงๆ แล้วเป็นตำแหน่งที่เบี่ยงเบนเล็กน้อยจากกึ่งกลางหน้าผากทั้งสองด้าน
ตำแหน่งนั้นของเขามีลักษณะของการล้มละลาย
ในช่วงสองปีที่ผ่านมาเขาน่าจะต้องพบเจอกับเรื่องต่างๆ มากมาย เช่น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหัวใจของเขา ตำแหน่งสือชางเว่ยเหนือริมฝีปากปรากฏไอเขียว เขาจะต้องติดคุก ฝันสลาย เป็นผู้ร้าย ตำแหน่งเทียนจงกลางหน้าผากใต้ไรผมซีดขาว หมายถึงการไว้ทุกข์ บิดามารดาเดินทางสู่ปรโลก
เซี่ยเฉียวดูเสร็จแล้วก็ต้องรู้สึกตกใจเล็กน้อยเหมือนกัน
คนผู้นี้ดูแวบแรกก็ไม่มีอะไร แต่หากดูให้ดีดูให้ละเอียด…ก็ยิ่งอาภัพ?
การล้มละลาย งานศพ ความฝันอันโหดร้าย คดีความติดคุก ภายในสามหรือสองปีอยู่ในเกณฑ์นี้ทั้งหมด
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“เป็นเขา” เซี่ยเฉียวมั่นใจอย่างสมบูรณ์ในขณะนี้ นางพยักหน้าและเอ่ยกับเซี่ยผิงกั่ง
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นแล้วก็มองเหยียนเค่อเป่าด้วยสายตาเย็นเยียบลงไปอีก ขาดแค่เอาดาบพาดคอเขาเท่านั้นแล้ว
“พูดมา ทำไมต้องผลักฟู่ฮั่นเหวินลงน้ำด้วย?!” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถามอย่างดุเดือด
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเซี่ยผิงกั่ง คนในครอบครัวตระกูลฟู่และตระกูลพานก็มองหน้าด้วยความตกใจ สีหน้าพวกเขาแสดงความไม่อยากจะเชื่อ ส่วนพานเจียวนั้นยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ “ทำ ทำไมเป็นพี่ชาย…”
บิดาของฟู่ฮั่นเหวินดูเหมือนจะได้รับความสะเทือนใจอย่างมากเช่นกัน “เป็น…เป็นไปไม่ได้ เขาเป็นลูกชายของสหายรักข้า หลังจากที่เพื่อนรักของข้าเสียชีวิต ข้าก็ปฏิบัติกับเขาไม่ต่างกับเป็นลูกของตนเอง เขาจะฆ่าลูกชายข้าได้อย่างไร!”
คำพูดนั้นไม่รู้ว่าเขากำลังถามคนอื่นหรือถามตัวเองกันแน่
ส่วนเหยียนเค่อเป่าหน้าซีดไปแล้ว “ใต้เท้ามีหลักฐานหรือไม่”
เขาพูดจบก็หันไปมองเซี่ยเฉียว
“ปรมาจารย์โม่ ข้าเคารพท่านในฐานะผู้อาวุโส แต่ท่านจะมาพูดเหลวไหลเรื่องโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงไม่ได้ นี่เป็นคดีที่เกี่ยวพันถึงชีวิตคน ข้ากับฟู่ฮั่นเหวินเป็นพี่น้องที่เห็นอกเห็นใจกัน ข้าจะทำร้ายเขาได้อย่างไร!” เหยียนเค่อเป่าเอ่ยอย่างไม่เลื่อมใสศรัทธา
“ดูโหงวเฮ้งของเจ้า…คุณชายเหยี่ยน สองสามปีที่ผ่านมาเจ้าต้องพบเจอเรื่องราวมากมาย จิตใจจึงบิดเบี้ยว จึงได้ทำเรื่องผิดพลาดลงไป” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“โหงวเฮ้ง…” เหยี่ยนเค่อเป่าเยาะออกมาเล็กน้อย “ปรมาจารย์ การตัดสินคดีจะใช้การดูโหงวเฮ้งได้หรือ”
“ไม่ได้อย่างแน่นอน” เซี่ยเฉียวยอมรับ แต่วินาทีถัดมาแววตาของนางก็ลุกโชน นางจ้องหน้าเหยียนเค่อเป่าก่อนจะเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน “ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ หากอย่างนั้นข้าก็พูดอะไรก็ได้สิใช่ไหม คุณชายเหยียน ครอบครัวของเจ้าเคยทำกิจการเกี่ยวกับทางน้ำ ถูกต้องหรือไม่”
“ถูกต้อง…” นายท่านผู้เฒ่าฟู่อดพยักหน้าไม่ได้ “ข้ากับบิดาของเขาเคยออกจากบ้านไปทำการค้าโดยอาศัยทางน้ำด้วยกัน เพียงแต่สองปีก่อนตอนที่เดินทางทางน้ำด้วยกัน ก็ไม่รู้มีโจรสลัดที่ไหนโผล่มา ด้วยความตื่นตระหนกบิดาของเขา…ก็จมน้ำตาย…”
นายท่านผู้เฒ่าฟู่พูดถึงตรงนั้น เซี่ยเฉียวสังเกตว่าเหยียนเค่อเป่าเบ้ปากเล็กน้อย
“ใต้เท้า เด็กคนนี้…ก็ลำบาก เดิมทีมารดาของเขาก็มีสุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว หลังจากที่บิดาของเขาตายไป มารดารู้ข่าวเข้าก็ป่วยหนักขึ้น ที่บ้านพวกเขาก็มีหนี้ พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องขายทรัพย์สินเพื่อใช้หนี้ แต่หลังจากการทำงานหนัก มารดาของเขาก็จากไปภายในเวลาไม่กี่เดือน
เหยียนเค่อเป่าไว้ทุกข์มาก็เกือบจะสองปีแล้ว เขามาที่นี่ก็ไม่ได้ดื่มสุรา จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ตอนที่นายท่านผู้เฒ่าฟู่พูดถึงเหตุการณ์ในอดีตนี้ เขาก็แสดงสีหน้าค่อนข้างเศร้าออกมา
“ลูกชายของข้า…ลูกชายของข้าตายอย่างไม่เป็นธรรม แต่เด็กคนนี้…ก็ไม่มีความแค้นอะไรกับครอบครัวข้า เขาไม่น่าจะทำเรื่องแบบนี้แน่…” นายท่านผู้เฒ่าฟู่เอ่ยพลางประคับประคองภรรยาที่ร้องไห้จนเกือบจะเป็นลมไปด้วย
เหยียนเค่อเป่ายืนอยู่ที่เดิม “แค่คำพูดเรื่องโหงวเฮ้งแค่ไม่กี่คำ หากมันตัดสินคดีได้ โลกนี้จะยังมีความยุติธรรมอยู่ไหม”
เซี่ยเฉียวได้ยินที่เขาพูดแล้วก็ไม่ได้รู้สึกร้อนใจอะไร
ตอนที่ 1060 ลูกสาวที่น่าสงสาร
สายตาของนางมองไปที่เหยียนเค่อเป่าแล้วเอ่ย “คุณชายเหยียน ข้าว่าเจ้าคงทำใจโยนปิ่นลูกปัดอันนั้นทิ้งไปไม่ได้สินะ”
ทันทีที่เหยียนเค่อเป่าได้ยินเช่นนั้น แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“ค้น!” เซี่ยผิงกั่งสั่งให้คนลงมือทันที
เหยียนเค่อเป่าก็แค่เป็นบัณฑิตคนหนึ่งเท่านั้น เขาจะสู้เจ้าหน้าที่ทางการพวกนี้ได้อย่างไร
หลังจากนั้นมาไม่นานพวกเขาก็ค้นเอาปิ่นลูกปัดดอกไม้ออกมาได้
พานเจียวเห็นเช่นนั้นก็ประหลาดใจทันที “พี่ชาย? มันเป็นของของข้า…”
พี่ฮั่นเหวินเป็นคนซื้อปิ่นปักผมอันนี้ให้นาง มันไม่ได้เป็นของหายากอะไร แต่พี่ฮั่นเหวินเสียบไข่มุกสีชมพูไว้ให้นางเม็ดหนึ่งด้วย มันไม่ได้ใหญ่มาก แต่นางชอบมันมากจริงๆ นางเพิ่งจะได้ปักแค่สองครั้งก็ทำมันหายไป และนางก็ไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับพี่ฮั่นเหวิน…
“ข้าเก็บได้โดยบังเอิญ ไม่เคยคิดเลยว่ามันเป็นของน้องหญิง” สีหน้าเหยียนเค่อเป่าไม่เปลี่ยนแปลง
พอเขาพูดจบก็ยื่นมันไปให้พานเจียว
มือของพานเจียวที่ถือปิ่นลูกปักดอกไม้นั้นสั่นเทา นางดูเศร้ามาก
เซี่ยเฉียวหยิบกระดาษยันต์ออกมาจากอกเสื้อของนางแล้วโยนมันขึ้นไปในอากาศ นางร่ายคาถาเล็กน้อยแล้วซัดมันใส่ทะเลสาบ
วิญญาณของฟู่ฮั่นเหวินถูกบังคับลากขึ้นมาในชั่วพริบตา ท่าทางเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่และตื่นตระหนกเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรเขาก็เพิ่งจะกลายเป็นวิญญาณจึงยังมีความงุนงงลนลานอยู่บ้าง
เซี่ยเฉียวแค่จับเขามัดไว้ และไม่ได้พูดกับเขาทันที
แต่กลับหันไปพูดกับเหยียนเค่อเป่า “เจ้าเคยพูดว่าเจ้าและแม่นางพานเคยมีความสัมพันธ์ทางกายต่อกัน เรื่องนั้นเป็นความจริงหรือไม่”
พานเจียวได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงทันที นางเอ่ยด้วยความโกรธ “ไม่มีเรื่องอย่างนั้น! ปรมาจารย์ ท่านพูดเหลวไหลอะไรน่ะ!”
เซี่ยเฉียวนิ่งเฉยไม่ไหวติง แต่ในใจเหยียนเค่อเป่ากลับตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินที่นางพูด
เขาพูดเรื่องนี้กับฟู่ฮั่นเหวินตอนที่ผลักเขาลงน้ำ โม่ชูเซิงรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
หรือว่า…ตอนนั้นนางอยู่ใกล้ๆ และเห็นเหตุการณ์
เป็นไปไม่ได้ ตอนนั้นเขามองซ้ายมองขวาแล้วว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ จุดที่ฟู่ฮั่นเหวินตกลงไปในน้ำนั้นอยู่ห่างจากต้นไม้ที่พวกเขาอยู่ในตอนแรกเล็กน้อย มองจากศาลาไม่เห็นแน่นอน!
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ปรมาจารย์ จะทำลายชื่อเสียงของผู้หญิงง่ายๆ ได้อย่างไร ข้ากับน้องหญิงบริสุทธิ์ใจไม่มีอะไรทั้งนั้น” เหยียนเค่อเป่าแสร้างทำเป็นหนักแน่น
“เจ้าทั้งสองมีใจเดียวกันหรือไม่ ต่อไปหลังจากออกทุกข์แล้ว พวกเจ้าจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันหรือไม่” เซี่ยเฉียวพูดไม่เลิก
พานเจียวโกรธจนร้องไห้ออกมาแล้ว
สีหน้าของคนตระกูลพานที่เหลือก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก คนตระกูลฟู่ก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม
“ทำไมปรมาจารย์พูดแบบนี้ ข้ากับพี่ฮั่นเหวินต่างหากที่เป็น ที่เป็นคู่รักกัน! พี่ฮั่นเหวินเคยบอกว่าจะแต่งกับข้า…พวกเรายังตกลงกันแล้วว่า พอถึงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า จะให้ท่านแม่กำหนดเรื่องการแต่งงานของพวกเรา พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน อยู่ใกล้กัน หากท่านพ่อท่านแม่ของข้าทำใจให้ข้าจากไปไม่ได้ก็ให้ข้าอยู่บ้านไปก่อนสักสองปีก็ไม่เป็นไร…”
ทั้งสองครอบครัวไม่ได้ยากจน แต่ก็ไม่ใช่ตระกูลใหญ่เหมือนกัน หนุ่มสาวก็ตั้งใจจะแต่งงานกันอยู่แล้ว พวกเขาไปมาหาสู่กันก็ไม่เป็นปัญหาอะไร
“ลูกสาวที่น่าสงสารของข้า!” มารดาตระกูลพานร้องไห้ขณะที่กอดลูกสาวด้วยความโศกเศร้า
พวกเขาเองก็เด็กหนุ่มตระกูลฟู่นั่นเห็นมาตั้งแต่เด็ก เขาก็เหมือนลูกชายคนหนึ่ง!
จู่ๆ เขาก็มาตายไปอย่างกะทันหันแบบนี้…
ภายในสองสามปีนี้พวกเขาจะยังมีใจให้ลูกสาวไปแต่งงานกับคนอื่นได้หรือ แม้ว่าพวกเขาจะอยากเห็นลูกสาวมีความสุขและแต่งงานออกเรือนเร็วหน่อย แต่พวกเขาก็นิสัยอารมณ์ของลูกสาวตนเองดี จะให้นางละทิ้งความรักที่ผ่านมาไม่ง่ายเลย!
“ท่านแม่…ข้าไม่อยากแต่งงานกับพี่เหยียน…ปรมาจารย์กำลังพูดจาเหลวไหล…นางพูดเหลวไหล…” พานเจียวร้องไห้อย่างควบคุมไม่ได้
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าคำพูดของนางเกินเลยไป แต่มีบางสิ่งที่ต้องถามให้ชัดเจน
เซี่ยเฉียวมองไปยังฟู่ฮั่นเหวินที่ลอยอยู่ไม่ไกล และเห็นว่าอารมณ์บนใบหน้าของเขามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ดูเศร้าแต่ก็น่าสงสาร
“แม่นางพาน มือของคุณชายฟู่มีอะไรผิดปกติหรือไม่” เซี่ยเฉียวถามต่อไปอีก
[1] ตำแหน่งผูเจี่ยว ตำแหน่งที่เบี่ยงเบนเล็กน้อยจากกึ่งกลางหน้าผากทั้งสองด้านไล่มาจนถึงปลายด้านบนของคิ้วทั้งสองข้าง