ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1071 เผยไต๋ / ตอนที่ 1072 ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า
ตอนที่ 1071 เผยไต๋ / ตอนที่ 1072 ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า
ตอนที่ 1071 เผยไต๋
กว่าพวกเขาจะขนย้ายทองคำมากขนาดนี้ได้หมดก็เสียเวลาไปไม่น้อย
เดิมทีพวกเขาก็คิดจากไปทันที แต่เซี่ยเฉียวหันไปมองหลุมนั้นแล้วก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะลงแรงไปอีกรอบเพื่อยกหีบที่ว่างเปล่านั้นขึ้นมา พอมองดูอีกครั้งที่ก้นหลุมกลับพบว่ามีหีบอีกใบ…
ลาภลอยคราวนี้มาได้ยิ่งใหญ่ไปหน่อยนะ
เซี่ยซีที่คิดว่าตนเองทำงานเสร็จแล้วกลับนึกไม่ถึงว่าจะมีหีบอีกใบ เวลานี้นางจึงตกใจจนไม่กล้าขยับแล้ว
“พี่หญิงใหญ่ เงินมากเกินไปแล้ว ข้าไม่กล้าเอาไป…”
หากหีบข้างล่างนั่นก็เป็นทองคำอีก รถม้าพังไปจะทำอย่างไรเล่า!”
“เจ้าจะตื่นตระหนกอะไร มันก็แค่หีบพังๆ เท่านั้น…” เซี่ยเฉียวขบฟัน สีหน้าของนางลึกล้ำ “ขุด!”
เซี่ยเฉียวเป็นหลักยึดของนาง หากพี่หญิงใหญ่ไม่ตื่นตระนหก นางก็สามารถที่จะควบคุมความตื่นเต้นและความหวาดกลัวของตัวเองได้
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
หีบใบที่สองได้รับการทำความสะอาดเอาดินรอบๆ ออกไปอย่างดีแล้ว ซึ่งไม่นับว่ายุ่งยากมาก พอพวกเขาเปิดหีบออกดูครั้งนี้ก็พบว่ามันไม่ใช่ทองคำ แต่…ก็เป็นของมีค่าจำนวนหนึ่ง
ไข่มุก หินโมรา จี้หยก อัญมณี และเครื่องทองต่างๆ ที่ประณีตและซับซ้อน
หีบใบนี้ไม่ได้หนักเท่าใบก่อนแต่ก็ไม่ได้เบา
โชคดีที่ข้างล่างไม่ได้มีหีบใบอื่นอีกแล้ว
กว่าพวกเขาจะจัดการลำเลียงของดีในหีบทั้งสองใบขึ้นรถม้าจนหมดก็เป็นเวลาเย็นย่ำแล้ว
รถม้าบรรทุกของหนักมากเกินไปจนกลัวว่าคันรถจะรับน้ำหนักไม่ไหวและจะทำให้ม้าเหนื่อยเกินไป ดังนั้นเซี่ยเฉียวและเซี่ยซีจึงต้องลงจากรถม้าแล้วเดินไป
พวกนางจึงต้องเดินเข้าเมืองไปทีละก้าวๆ เช่นนี้
มือของเซี่ยซียังคงสั่นเทา
นางมองซ้ายมองขวาเหมือนพวกโจรที่กำลังร้อนตัว
“พี่หญิงใหญ่ ใครเป็นคนฝังของไว้ตั้งมากมายขนาดนี้กันน่ะ…พวกเรามาขุดเอาไปแบบนี้จะมีคนมาตามหาหรือเปล่า แล้วหากตามมาเจอพวกเราล่ะจะทำอย่างไร หรือว่าๆ…” เซี่ยซีไม่สบายใจเลย
ถึงอย่างไรมันก็เป็นลาภลอย เซี่ยซีจะตื่นตระหนกขนาดนี้ก็ไม่แปลก
เซี่ยเฉียวกลัวว่านางจะมัวแต่คิดเรื่องนี้จนส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจ นางจึงได้เอ่ยอย่างอดทน “ของพวกนี้เป็นรางวัลตอบแทน ก่อนหน้านี้ข้าทำอะไรบางอย่างให้คนอื่น ซึ่งนับได้ว่าเป็นการช่วยชีวิตคนไว้ไม่น้อย อีกฝ่ายจึงบอกชี้สถานที่นี้ให้ข้าเพื่อเป็นการตอบแทน เจ้าวางใจได้ เงินทองพวกนี้ไม่มีเจ้าของหรอก พวกเราเอาไปได้”
เงินทองพวกนี้ถูกฝังเอาไว้หลายปีแล้ว เซี่ยเฉียวเองก็คำนวณแล้วว่าของพวกนี้ไม่เป็นปัญหาอะไร
เซี่ยซียังคงเชื่อในตัวเซี่ยเฉียวพี่หญิงใหญ่ของนางมาก พอนางได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างระมัดระวัง
“ที่พี่หญิงใหญ่ไม่อยู่บ้านก่อนหน้านี้คือท่านไปช่วยทำงานให้คนอื่นหรือ แต่สุขภาพร่างกายของท่านไม่ดี ท่านพ่อและพี่ชายใหญ่ก็บอกแล้วว่าไม่ให้ท่านวุ่ยวายไปโน่นมานี่ จะต้องบำรุงร่างกายให้ดี” เซี่ยซีเอ่ยอีก
“…” พอนางเผลอก็เผยไต๋ไปเสียแล้ว
เซี่ยซีห่วงใยนางขนาดนี้ สายตาที่ใช้มองนางก็ใสสะอาดเสียจนนางใจร้ายไม่ลง
“เจ้าจะบอกเรื่องนี้ให้พี่ชายใหญ่รู้ไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นเงินของพวกเราจะถูกเขาแย่งไปหมดได้” เซี่ยเฉียวกำกับนาง
ตอนนี้สุขภาพร่างกายของนางดีขึ้นมา อันที่จริงหากนางบอกพี่ชายใหญ่ว่านางคือโม่ชูเซิงก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรแล้ว
ต่อให้พี่ชายใหญ่ของนางจะดุแค่ไหน แต่เขาก็หวังว่านางจะอยู่ดีมีสุข ตอนนี้นางพิสูจน์ได้แล้วว่าการออกไปจับวิญญาณสามารถช่วยนางบำรุงร่างกายได้ เขาจะต้องไม่คัดค้านแน่นอน แต่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้ก็คือ…
นางโกหกพี่ชายใหญ่มานานเกินไป
อีกอย่างตอนที่พี่ชายใหญ่อยู่ต่อหน้านางในตัวตนของโม่ชูเซิงเขาก็สุภาพและให้ความเคารพมากเป็นพิเศษ ถ้าหากเขารู้ว่านางจงใจหลอกเขา เขาจะไม่เด็ดหัวนางออกหรือ
เซี่ยเฉียวแอบกลัวเล็กน้อย
ถ้าหากพี่ชายใหญ่ไม่รู้จักโม่ชูเซิงก็ดีสิ!
“พี่หญิงใหญ่ สุขภาพร่างกายของท่านไม่เป็นไรแล้วจริงๆ หรือ” เซี่ยซียังไม่ลดละ
“แน่นอน เจ้าดูสิ วันนี้ข้าออกมากับเจ้า ทั้งขุดหลุมทั้งขนย้ายทองคำ พวกเราเดินทางเป็นระยะทางไกลกันขนาดนี้ แต่สีหน้าข้าแทบไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ดูแข็งแรงดีใช่ไหมเล่า” อันที่จริงเซี่ยเฉียวก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย แต่เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเองนางจึงพยายามยืดหลังตรงขึ้นมาทันที
ตอนที่ 1072 ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า
เซี่ยซีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อนางคิดว่าท่าทางของพี่หญิงใหญ่ก็ไม่เลวจริงๆ ก็น่าจะไม่เป็นอะไร
หากเทียบกับพี่ชายใหญ่แล้วนางเชื่อพี่หญิงใหญ่มากกว่า ดังนั้นตอนนี้นางจึงยอมเชื่อฟังแต่โดยดี และจะไม่พูดเรื่องของพี่หญิงใหญ่กับใครแน่นอน
ย่ำค่ำทั้งสองก็กลับมาถึงเมืองหลวง
การที่พวกนางเดินเท้าเข้าเมืองโดยไม่นั่งรถม้าก็ออกจะแปลกเล็กน้อย
เนื่องจากนางสองคนแต่งตัวเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ ทหารยามที่เฝ้าอยู่ที่ประตูเมืองจึงไม่ได้ตรวจสอบอะไรมาก เพียงถามอะไรสองสามคำเท่านั้น
และหลังจากที่พวกนางเดินเข้าเมืองไปแล้วไม่นานนักก็มีใครคนหนึ่งมาขวางทางไว้
“แม่นางเซี่ย” เมิ่งจี๋ฟังเองก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะเจอว่าที่พระชายารัชทายาทที่ตรงนี้
เซี่ยเฉียวมีความจำดี นางนึกออกว่าเขาเป็นหลานชายของพระสนมเมิ่ง ตอนที่อยู่ที่สำนักศึกษาหลวงเขายังสร้างเรื่องไม่น้อย เป็นผู้ชายเสเพลคนหนึ่ง
“คุณชายเมิ่งมีเรื่องอะไรหรือ” เซี่ยเฉียวถามตรงๆ ใบหน้าของนางก็ไม่ได้แสดงอารมรณ์อะไรออกไป
เมิงจี้ฟังสะอึกไปทันที
จะมีเรื่องอะไร
เขาก็แค่ไม่เห็นหญิงสาวผู้นี้นานแล้ว ตอนนี้บังเอิญได้พบก็รู้สึกโหยหาจึงเข้ามาทักทายเท่านั้น เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะยิ้มแย้มให้เขาบ้าง แต่ไม่คิดว่าเซียวเฉียวจะเย็นชาและทำตัวเหมือนกับว่าเขาติดหนี้นางอย่างนั้น
“หากไม่มีเรื่องอะไรก็ไม่สามารถที่จะพูดคุยกับแม่นางเซี่ยได้หรือ” เมิ่งจี๋ฟังพูดพลางมองสำรวจเซี่ยเฉียว
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ไม่พบกันนานเซี่ยเฉียวยิ่งดูดีขึ้นไปอีก
ต้องบอกว่าเซี่ยเฉียวเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยพบเห็นมาทั้งหมด
นอกจากนี้นางก็ยังเรียนเก่งด้วย
เพียงแต่น่าเสียดายที่คนอย่างนี้ถูกรัชทายาทจับจองไปเสียแล้ว
“อย่างนั้น…ก็อาจจะไม่ได้” เซี่ยเฉียวไม่ได้มีความประทับใจที่ดีกับเมิ่งจี๋ฟังเท่าไรนัก
คนผู้นี้เกิดมามีอันจะกิน ดื้อรั้นเล็กน้อย ไม่ใช่คนประเภทเดียวกันกับนาง
ผู้คนที่นางชื่นชมไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนแต่เป็นพวกติดดินและจิตใจมั่นคง ต่อให้เป็นเหมือนพี่ชายใหญ่ของนางก็ตาม แม้ว่าเขาจะดุร้ายไม่มีเหตุผล แต่เขาก็ไม่ได้เหลวไหลไร้สาระในเรื่องที่สำคัญๆ
เมิงจี๋ฟังเป็นพวกที่เหลวไหลไร้สาระแม้แต่กับเรื่องสำคัญ
เห็นได้ชัดว่าองค์ชายสี่ไม่มีความทะเยอทะยาน และพระสนมเมิ่งกุ้ยเฟยเองก็เป็นคนใจกว้าง แต่ตระกูลเมิ่งก็ยังคงฝันถึงบางสิ่งที่ไม่ควรฝัน เมิ่งจี๋ฟังผู้นี้ก็ไม่ค่อยจะให้ความเคารพต่อรัชทายาทเท่าใดนัก
นางไม่ชอบคนที่มีใจคดเคี้ยวและสนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง
พอเมิ่งจี๋ฟังได้ยินที่เซียเฉียวพูด ความนับถือตนเองของเขาก็ได้รับความกระทบกระเทือนเล็กน้อย
หลายเดือนมานี้เขาเองก็ถามไถ่เรื่องของตระกูลเซี่ยอยู่ตลอดทั้งออกหน้าและไม่ออกหน้า และได้รู้ว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้ดูเหมือนว่าจะสุขภาพไม่ค่อยดีนัก จะต้องไปพักผ่อนบำรุงร่างกายที่หมู่บ้านในชนบท ไม่โผล่หน้าโผล่ตามาเลย
เขาอดเป็นห่วงนางไม่ได้ พอนึกว่าหากหญิงสาวผู้นี้อาจจะตายไปทั้งอย่างนั้นก็ช่างน่าเสียดายจริงๆ
วันนี้เขาเห็นนางแต่ไกลก็รู้สึกดีใจ รีบเข้ามาหานาง แต่กลับได้รับการปฏิบัติตอบอย่างเย็นชาโดยไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย…
เขาไม่สบอารมณ์และเอ่ยขึ้นโดนสัญชาตญาณทันที “แม่นางมีรถม้าไม่นั่ง แต่กลับเดินเท้าเข้าเมืองอย่างนี้ หรือว่าบนรถม้าซ่อนอะไรที่ให้คนอื่นรู้เห็นไม่ได้เอาไว้”
เขาพูดจบแล้วก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย
แต่เขาก็พูดมันออกไปแล้ว สายเกินไปที่จะเก็บกลับมา และเพราะศักดิ์ศรีหน้าตาของตนเองเขาจึงยังรักษาท่าทางเย่อหยิ่งนั้นไว้และมองนางอย่างเย็นชา
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย “เกี่ยวอะไรกับเจ้า”
“จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร” น้ำเสียงของเมิ่งจี๋ฟังดูรีบร้อนอยู่บ้าง “หรือว่าแม่นางเซี่ยถูกบีบบังคับคุกคามที่นอกเมือง บนรถม้ามีคนร้ายอะไรอยู่หรือเปล่า ข้าดูๆ แล้วม้าตัวนี้เดินเงอะๆ งะๆ ข้างในดูไม่เหมือนรถม้าว่างเปล่า”
เขาพูดจบก็หันไปมองเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ตรงประตูเมือง “พวกเจ้าทำงานกันหรือเปล่า มีคนน่าสงสัยก็ไม่รู้จักตรวจสอบสักหน่อย หากมีคนร้ายแฝงตัวเข้ามาในเมืองทำร้ายชาวบ้าน ข้าจะดูสิว่าพวกเจ้าจะอธิบายตนเองอย่างไร!”
เซี่ยซีขึงตาใส่เมิ่งจี๋ฟังราวกับว่าคนผู้นี้แย่งทองคำของนางไปกระนั้น