ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1097 เขาชนะแล้ว / ตอนที่ 1098 โลภ
ตอนที่ 1097 เขาชนะแล้ว / ตอนที่ 1098 โลภ
ตอนที่ 1097 เขาชนะแล้ว
แม้ว่าเซี่ยหนิวซานจะถูกเซี่ยผิงกั่งเตะเอาก็ตาม แต่มันก็ไม่ทำให้เขาหยุดพูดได้
เขาดื่มเอง แต่ก็ไม่ลืมที่จะคะยั้นคะยอให้คนอื่นดื่มด้วย หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยผิงไหวก็ล้มพับลงไปก่อน เวินหลันเฉิงไม่กล้าฟังจริงๆ เขาจึงกัดฟันจิบเหล้าไปอึกหนึ่งจนตนเองเมาหมดสติไป ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาแล้ว
เหลือเซี่ยผิงกั่งและจ้าวเสวียนจิ่งอยู่สองคนที่เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว
พวกเขาดื่มจนลิ้นเปลี้ยไปหมดแล้วแต่ก็ยังนั่งอยู่ได้
แน่นอนว่าท่านั่งของพวกเขาไม่เหมือนกัน เซี่ยหนิวซานนั้นทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ไปแล้ว แต่ก็ยังส่งเสียงเอะอะโวยวายให้รัชทายาทเล่นเกมทายหมัดกับเขาอยู่ ส่วนเซี่ยผิงกั่งยังนับว่านั่งหลังตรงอยู่ได้ แต่คางของเขาหดลง ตาเหลือกขึ้นข้างบน ไหล่ยกเพราะพยายามหายใจเข้า ท่าทางน่ากลัวยิ่งนัก
นัยน์ตาหงส์ของจ้าวเสวียนจิ่งหรี่ลงเล็กน้อย เขาพิงเก้าอี้เบาๆ คอแดงและได้กลิ่นเหล้าจางๆ แต่เขาก็ยังมองแล้วเจริญหูเจริญตา
เซี่ยหนิวซานดื่มเข้าไปมากก็ยิ่งพูดมากขึ้นเรื่อยๆ
โชคดีที่เขาไม่ค่อยรู้เรื่องเซี่ยเฉียวมากนัก พูดไปพูดมาก็ได้ยินแค่ว่าลูกสาวของเขาหน้าตางดงาม ทำไมถึงมีชะตาชีวิตที่ขมขื่นเช่นนี้ สุขภาพร่างกายก็เป็นอย่างนั้นอย่างนี้…
พอหลังๆ เข้าเขาบอกว่าเขาผิดต่อภรรยาของเขา และเกือบจะคุกเข่าลงร้องไห้ลงตรงนั้นแล้ว
หลังจากที่เซี่ยเฉียวดูว่าเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว พวกนางก็เข้าไปในห้อง หากพวกเขาไม่ได้นอนคว่ำก็นอนตะแคง สรุปก็คือไม่ต่างอะไรกับฉากฆาตรกรรม ทำเอาพวกเฝิงหยิงหยิงและคนอื่นๆ ตกใจจนขวัญแทบบิน!
เฝิงหยิงหยิงเป็นห่วงสามีของนางจึงได้รีบเข้าไปช้อนตัวเขาขึ้นมา
คนผู้นี้ดื่มน้อยที่สุดก็จริง แต่เขากลับเมามากที่สุด หากไม่ใช่ว่าเขายังมีลมหายใจ เขาก็ดูไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว
เซี่ยเฉียวขยับเข้าไปใกล้จ้าวเสวียนจิ่ง แล้วยื่นมือไปสะกิดไหล่ของเขา
ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนและก้มลงมองนาง สายตางุนงงจับจ้องหน้านาง ในขณะที่ริมฝีปากแฝงแววยิ้ม “ข้าชนะแล้ว”
“อะไรนะ” เซี่ยเฉียวชะงักไปทันที
ชนะอะไร หรือว่าชนะเกมทายหมัดกับท่านพ่อของนาง น่าดีใจยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเขาชนะได้เงินมาด้วยหรือไม่
“พวกเรากลับกันเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ตอนนั้นเป็นเวลาไม่น้อยแล้ว ต่อไปนี้นางจะต้องอยู่ในวังหรือไม่ก็ที่จวนรัชทายาทข้างนอกวัง จะอยู่บ้านตระกูลเซี่ยอีกไม่ได้แล้ว วันนี้นางยังต้องออกไปทำความคุ้นเคยกับจวนรัชทายาทด้วยจึงได้เรียกให้พ่อบ้านเข้ามาจัดการดูแลบิดาและพี่ชายใหญ่ แล้วตนเองก็พยุงจ้าวเสวียนจิ่งจากไป
“ข้าเดินได้” เขายังดื้อเอาการ ขนาดเดินไปสองก้าวแล้วหันมามองนางสองที และยังอารมณ์เสียขึ้นมาอีก ทันใดนั้นเขาก็หันมาอุ้มนางยัดเข้าไปบนรถม้าด้วยฝีเท้าที่ไม่มั่นคง
เฝิงหยิงหยิงที่ตามมาด้านหลังหันมองสามีของตนเอง…
ช่างเถอะ นางคงไม่กล้าเปรียบเทียบ
จ้าวเสวียนจิ่งเบียดตัวเองเข้าไปในรถม้า ในที่แคบๆ อย่างนั้นกลิ่นเหล้าจึงรุนแรงขึ้น
เซี่ยเฉียวหายใจถี่ขึ้น “ต่อไปไม่อนุญาตให้ดื่มเหล้ากับพ่อข้าแล้วนะ”
“ตกลง ต่อไปไม่อนุญาตให้พ่อเจ้าดื่มเหล้าแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้าอย่างจริงจัง
“???” เซี่ยเฉียวเอียงคอมองเขา นี่เขาจริงใจใช่ไหม
“ท่านชนะอะไร” เซี่ยเฉียวถามขึ้นมาอีก
“คอแข็ง นิสัยตอนเมา” สมองของจ้าวเสวียนจิ่งยังคงชัดเจนแจ่มใส เขาตอบเซี่ยเฉียวด้วยท่าทางจริงจัง เพียงแต่หลังจากนั้นเขาก็เปิดม่านหน้าต่างเพื่อรับลม และปิดตาลงเบาๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเมาหรือไม่เมากันแน่
หากเป็นชาวบ้านทั่วไปแล้ว การดื่มเหล้ากับพ่อตานี้เป็นด่านที่ผ่านได้ยากนัก
โจวเว่ยจงบอกอย่างนั้น
เขาก็พูดถูกนะ ถ้าหากนิสัยตอนเมาไม่ดีก็จะเหมือนกับเซี่ยหนิวซานนั่นแหละที่เสียทรัพย์ในบ้านจนหมด โชคดีที่เขามีสติปัญญามากหน่อย มิฉะนั้นเขาคงไม่สามารรักษาความลับของภรรยาที่รักไว้ได้แล้ว
เมื่อเขาเปิดหน้าต่างออกแล้ว เซี่ยเฉียวก็หายใจได้โล่งสะดวกมากขึ้น
พอนางหันหน้าไปมองเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
ผู้ชายคนนี้ดูดีขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงจวนรัชทายาท
จวนรัชทายาทหลังนี้เป็นคฤหาสน์ที่เลือกขึ้นมาใหม่ ระยะทางระหว่างจวนกับบ้านตระกูลเซี่ยและหอส่องชะตาต่างก็ไม่ไกล ซึ่งเป็นที่พึงพอใจมากสำหรับนาง ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์พอที่จะให้คนทั้งสองสามารถที่จะอยู่อาศัยลงหลักปักฐานได้ทันที
พวกเขาส่งจ้าวเสวียนจิ่งไปพักผ่อนก่อน จากนั้นพ่อบ้านก็มารายงานรายการแบ่งสรรปันส่วนต่างๆ ภายในจวนให้เซี่ยเฉียวรับทราบ
“สำหรับเรือนรับรองที่ใหญ่ที่สุดทางทิศตะวันตก รัชทายาทรับสั่งไว้ว่าให้สงวนไว้สำหรับพระชายาเพื่อรับรองแขก ภายในมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้เพิ่มเติมเข้าไป ถ้าหากพระชายาต้องการสิ่งใดก็ขอให้สั่งพวกข้ามาก็พอ”
ตอนที่ 1098 โลภ
พอเซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของพ่อบ้าน นางก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเรือนหลังนั้นมีไว้ทำอะไร
แขกของนางมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
แขกที่จำเป็นจะต้องใช้เรือนรับรองที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโม่หลิงจื่อ
ต่อไปนางจะต้องเลี้ยงดูโม่หลิงจื่อในยามชรา
หรือไม่ก็อาจจะต้องรอจนถึงเวลาที่โม่หลิงจื่อไม่สามารถดูแลกิจการวัดสุ่ยเย่ว์ได้อีกต่อไปและรีบร้อนมาหานาง พอถึงตอนนั้นนางก็ต้องมีที่ทางให้เขา
เซี่ยเฉียวสั่งให้พ่อบ้านออกไป แล้วให้คนนำน้ำเข้ามาอ่างหนึ่งก่อนจะไปดูแลรัชทายาทสามีของนาง
เพียงแต่…
นางไม่ควรแตะต้องผู้ชายที่เพิ่งจะเริ่มหัดกินเนื้อขณะกำลังเมามายอย่างนี้เลย
…….
การใช้ชีวิตของเซี่ยเฉียวในจวนหลังนี้เป็นที่น่าพอใจ เพียงแต่จ้าวเสวียนจิ่งยุ่งมาก หลังจากที่พวกเขากลับบ้านตระกูลเซี่ยได้ไม่ถึงสองวัน เขาก็ต้องออกจากบ้านแต่เช้าและกลับมาดึก ทั้งยังต้องร่วมประชุมในท้องพระโรงและจัดการงานต่างๆ ด้วย
เซี่ยเฉียวยังพบว่าบางครั้งก็มีฎีกาอยู่ในห้องหนังสือของเขา
เสด็จพ่อของรัชทายาทเป็นบิดาอย่างแท้จริง พระองค์คงคาดหวังว่าจะให้บุตรชายของตนเองขึ้นครองราชย์โดยเร็ว
ด้วยความรักความโปรดปรานที่ฮ่องเต้ทรงมีให้แก่รัชทายาทในระดับนี้ เซี่ยเฉียวยังสงสัยว่าตำแหน่งพระชายารัชทายาทของนางก็คงจะเป็นอยู่ไม่ได้นาน ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งฮ่องเต้อาจจะสละราชสมบัติให้อย่างปัจจุบันทันด่วนก็ได้!
บางที…นางน่าจะหาเวลาสังเกตปรากฏการณ์ดวงดาวบนท้องฟ้าบ้าง
พอรัชทายาทยุ่งอย่างนี้ เซี่ยเฉียวที่เฝ้าอยู่แต่ในจวนก็เบื่อหน่าย นางจึงเริ่มที่จะไปหอส่องชะตาบ้าง
ที่หอส่องชะตามีลูกค้าคนหนึ่ง
เขาคือเมิ่งจี๋ฟัง
เซี่ยเฉียวเปลี่ยนโฉมเป็นโม่ชูเซิงออกไปพบเขา นางเห็นว่าเขามาด้วยใต้ตาดำคล้ำ ซึ่งน่าจะเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาดูไร้ชีวิตชีวาและออกมาเพียงคนเดียวไม่มีเพื่อนฝูงคอยติดตามห้อมล้อมเหมือนอย่างเคย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ
เมิ่งจี๋ฟังเห็นโม่ชูเซิงแล้วก็มีท่าทีอึดอัดใจเล็กน้อย
โม่ชูเซิงเป็นศิษย์พี่ของรัชทายาท หากจะให้พูดก็คือเป็นคนละฝ่ายกับเขา จะเรียกว่าเป็นศัตรูก็ว่าได้
แต่เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อเร็วๆ นี้ เมิ่งจี๋ฟังยังคงกัดฟันและเอ่ยถามว่า “ข้าได้ยินมาว่าท่านสามารถจับวิญญาณได้ ครั้งหนึ่งราคาเท่าไร”
“เจ้าพบเจอเรื่องอะไรเข้าแล้วหรือ” เซี่ยเฉียวถามย้ำ
เมิ่งจี๋ฟังพยักหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็แค่มีอะไรแปลกๆ นิดหน่อย ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอก ข้าแค่จะแวะมาดูว่าปรมาจารย์ที่เขาล่ำลือกันจะแม่นหรือไม่เท่านั้น”
เขาไม่ชอบโม่ชูเซิง นางเป็นนักพรตปีศาจที่ล่อลวงรัชทายาท ป้าแก่ๆ เช่นนั้นเทียบอะไรกับเซี่ยเฉียวไม่ได้หรอก
รัชทายาทนั่นแหละที่ตาบอด เขายังจะดูแลใส่ใจคนแบบนี้อีก
คนอื่นต่างก็บอกว่ารัชทายาทให้ความเคารพศิษย์พี่ของเขา แต่เขากลับคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี รัชทายาทยังมีศิษย์พี่อีกนี่ แต่กับเซียวอวี้หรงก็เห็นเขายังทำตัวปกติ ไม่ได้เย็นชาและก็ไม่ได้กระตือรือร้นอะไร!
ทำไมพอเป็นศิษย์พี่ใหญ่ เขาจึงได้ทำตัวแตกต่างอย่างนี้
กระทั่งเขายังเคยเห็นท่าทีที่รัชทายาทมีต่ออาจารย์หลีว่าเป็นแค่การให้ความเคารพมากเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้ความสนินทสนมแต่อย่างใด!
เดิมทีเขาคิดที่จะไปที่วัดอวี้ซวีนอกเมืองต่างหาก แต่ก็นึกอยากลองดูเสียหน่อยว่านักพรตปีศาจคนนี้มีความสามารถอะไรกันแน่ เขาจึงเปลี่ยนความคิดแล้วมาที่นี่แทน
“สถานการณ์ของเจ้า…” เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ย “หนึ่งร้อยตำลึงสำหรับคำทำนาย ห้าร้อยตำลึงสำหรับการแก้ไขเคราะห์ภัย ถ้าหากมีเรื่องอื่นก็เพิ่มอีก”
“โลภอยู่นะ” เมิ่งจี๋ฟังยิ้มเสียดสีนาง
อ้าปากมาก็ขอร้อยตำลึงแล้ว นางรู้หรือไม่ว่าสำหรับชาวบ้านธรรมดา เงินแค่สามตำลึงห้าตำลึงก็อยู่ไปได้เป็นปีแล้ว?
“เจ้าจะจ่ายเงินจำนวนนี้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง แต่ข้าแนะนำว่าอย่างกจะดีกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยเมื่อเห็นว่าเขาเต็มไปด้วยพลังแห่งความโชคร้าย
เมิ่งจี้ฟังหยิบตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมาแล้ววางไว้ตรงหน้าเซี่ยเฉียว “ลองทำนายดูก่อน ดูว่าท่านแม่นหรือไม่ ถ้าหากไม่แม่น ข้าจะให้คนมาพังร้านท่าน ท่านก็อย่ามาโวยวายเรียกร้องความยุติธรรมก็แล้วกัน!”
เซี่ยเฉียวรับเงินมาอย่างมีความสุข
นางหยิบเหรียญทองแดงออกมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็โยน หลังจากผ่านไปสองครั้งนางก็นับนิ้วก่อนจะเอ่ยถาม “เมื่อเร็วๆ นี้เจ้าได้ไปสถานที่พวกภูเขาแห้งแล้งป่ารกทึบอะไรมาใช่หรือไม่ ที่สำคัญก็คือ…เจ้าหลงทาง?”