ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1103 ที่อัปมงคล / ตอนที่ 1104 ล่วงเกิน
ตอนที่ 1103 ที่อัปมงคล / ตอนที่ 1104 ล่วงเกิน
ตอนที่ 1103 ที่อัปมงคล
แววตาของเซี่ยเฉียวอ่อนแสงลง นางอดที่จะรู้สึกเศร้าใจไม่ได้เมื่อได้ยินที่วิญญาณตนนี้พูด
“เจ้าถูกคนอื่น…ลืมได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามเบาๆ
“หากลองคิดดูดีๆ ก็น่าจะตลอดเวลา ไม่เคยจำข้าได้เลย” น้ำเสียงของวิญญาณนั้นเย็นชาและแผ่วเบา และตกกระทบใจคนราวกับหิมะที่ร่วงหล่นลงมากระนั้น
“ข้ากวาดเล้าไก่ทุกวัน ดูแลลูก และยุ่งอยู่หน้าเตา เวลาทำนาก็ยุ่งเหมือนกับวัว ต้องก้มหน้าจนแทบจะมุดลงดิน เหน็ดเหนื่อยจนลุกไม่ขึ้นทุกวัน พอฤดูใบไม้ผลิมาถึง สามี แม่สามี และลูกๆ ก็ได้สวมเสื้อผ้าใหม่ๆ ส่วนเสื้อผ้าของข้าก็มีแต่ของเก่าสกปรก พอเก็บเกี่ยวได้ดี ที่บ้านก็ทำไก่ตุ๋นที่รสชาติเป็นอย่างไร ข้าก็ไม่เคยได้ชิม…พากันบอกว่าข้าชอบกินปลา ไม่ชอบกินเนื้อ…”
“ชาวบ้านบอกว่าข้าเป็นคนอยู่ว่างไม่ได้ เพื่อนบ้านต่างก็ยกย่องว่าข้าเป็นภรรยาและแม่ที่ดี…”
“พวกเขามีชีวิตที่ดี ข้าก็ไม่เป็นไร แต่…พวกเขาลืมข้าได้อย่างไรกัน”
“ในฤดูหนาว มีหินอุกกาบาตร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าตกกระทบใกล้ๆ กับหมู่บ้าน มีคนบางส่วนประสบภัย ตอนนั้นข้าอยู่ข้างนอก จึงรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อตามหาพวกเขา แล้วข้าก็ลื่นล้มลงตายไปอย่างไรก็ไม่รู้”
ข้าตายไปแล้วแต่ก็ยังคิดถึงครอบครัวจึงได้อยู่บนโลกนี้ต่อไป
หมู่บ้านของข้าเล็กมาก มีกันอยู่เพียงยี่สิบสามสิบครัวเรือนเท่านั้น ครอบครัวของนางเคราะห์ร้าย มีลูกไฟลูกเล็กตกลงมาทำให้บ้านพังไปครึ่งหนึ่ง
ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ไก่และเป็ดที่เลี้ยงไว้ตายหมด
วิญญาณของนางเฝ้าดูอย่างช่วยไรไม่ได้ คนทั้งบ้านร้องหาเป็ดไก่ ร้องหาบ้าน ร้องโวยวายว่าชีวิตขมขื่น
ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความโกลาหล พวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่อหารือว่าจะทำอย่างไรดี
ผ่านไปคืนหนึ่งสองคืนแล้วก็ยังไม่มีใครมาตามหานาง
บุตรชาย บุตรสาว สามี แม่สามี ล้วนแต่มีเรื่องที่ตนเองต้องกังวล ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ที่นา เป็ดไก่ แต่กลับไม่เคยคิดว่า นางไม่กลับมานานขนาดนี้ จะเกิดเหตุอะไรขึ้นหรือไม่
สามวันเชียวนะ ร่างของนางต้องอยู่ข้างนอกถึงสามวันกว่าจะมีคนในหมู่บ้านมาพบและส่งกลับไป พวกเขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่ามีคนอย่างนางอยู่ด้วย
พวกเขาร้องไห้อยู่สองสามที แล้วก็รายงานการตายของนางต่อเจ้าหน้าที่ทางการ และได้เงินมาจำนวนหนึ่ง
ทั้งๆ ที่นางตายเพราะล้มลง แต่กลับกลายเป็นว่านางตายเพราะภัยพิบัติ
หลังจากที่เงินปลอบขวัญลงมาแล้ว นางก็ถูกฝังอยู่ที่นั่น แต่คนทั้งครอบครัวต่างพากันย้ายออกไปกันหมด
หมู่บ้านเล็กมากและเต็มไปด้วยหลุมมากมายเพราะอุกกาบาตจนกลายเป็นที่อัปมงคล และไม่มีใครสามารถอยู่อาศัยต่อไปได้
เดิมทีพวกเขาก็จะเอาป้ายวิญญาณไปด้วย แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง พวกเขามีของที่ต้องขนย้ายมากเกินไปจนลืมนางอีกครั้ง
นางไม่เข้าใจ นางใช้ชีวิตอย่างลำบากและอุทิศทั้งชีวิตให้กับครอบครัวขนาดนี้ เหตุใดจึงไม่มีใครใส่ใจนางอย่างจริงจังเลยสักคน
วิญญาณเล่าจบอย่างเฉยชา แต่ความโศกเศร้านั้นรุนแรงจนคนที่ได้ยินตาแดงอย่างช่วยไม่ได้
ไอแค้นของนางรุนแรง ภายใต้อิทธิพลของนาง เซี่ยเฉียวยังต้องระงับอารมณ์ของตัวเอง ส่วนเมิ่งจี๋ฟังเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เดิมทีเขาก็ยังดีๆ อยู่ แต่จู่ๆ เขาก็เริ่มอยากจะร้องไห้ออกมาเสียอย่างนั้น
ทันใดนั้นเขาก็หดหู่ลง และนึกถึงภาพเหตุการณ์ในอดีตมากมายที่ทำให้เขาไม่มีความสุขขึ้นมา!
ตระกูลเมิ่งของเขาเป็นตระกูลขุนนาง และท่านอาของเขาก็เป็นถึงกุ้ยเฟยในวัง
แม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่ตั้งแต่เล็กจนโตเขาก็ไม่เคยได้รับความลำบากอยุติธรรมเท่าไรนัก
มีเหตุการณ์ในอดีตไม่กี่เรื่องที่ทำให้เขารู้สึกไม่เป็นธรรมจริงๆ หนึ่งในนั้นคือตอนที่เขายังเด็ก เขาเคยล่วงเกินรัชทายาท และถูกรัชทายาทสั่งให้ทุบตีเขาจนแทบสิ้นลมหายใจ
มันนานจนเขาเกือบลืมไปแล้ว
แต่จู่ๆ เขาก็จำมันขึ้นมาได้โดยไม่มีเหตุผล!
ดวงตาของเขาแดงก่ำท่าทางเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้ว ทันใดนั้นเขาก็เอ่ย “ท่านพ่อท่านแม่ข้ายังไม่เคยตีข้าเลย แต่เขาเกือบจะเอาชีวิตข้าแล้ว! แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังเข้าข้างเขา ข้าถูกตีแล้วยังต้องคุกเข่าขอโทษอีก!”
พออารมณ์ของเขาปะทุขึ้นมา เขาก็ตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เซี่ยเฉียวตกใจและมองเขาด้วยสายตางุนงง
ตอนที่ 1104 ล่วงเกิน
เมิ่งจี๋ฟังความอดทนต่ำขนาดนี้เลยหรือ!
จู่ๆ เขาก็ตะโกนออกมาอย่างนั้นทำให้นางตกใจจนแทบสะดุ้ง!
เมิ่งจี๋ฟังเองก็อึ้งไปครู่หนึ่ง และตบหน้าผากตัวเอง “นี่ข้าเป็นอะไรไป ข้าอารมณ์ไม่ดีมาก ท่านได้ยินที่ข้าพูดเมื่อครู่นี้แล้วใช่หรือไม่ อย่าได้ไปพูดกับใครนะ!”
“……” เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยสายตาแสดงความหมาย
ด้วยสถานะของตระกูลเมิ่ง คนที่สามารถทำให้เขาคุกเข่าขอโทษได้ก็น่าจะเป็นแค่พระญาติของฮ่องเต้แล้ว
เมื่อพิจารณาถึงความจริงที่ว่าเมิ่งจี๋ฟังมีอคติกับรัชทายาทมาก นางจึงสงสัยว่าคนที่ทุบตีเขาก็น่าจะเป็นรัชทายาท
“เจ้าคุยกับวิญญาณนี้เสร็จแล้วหรือยัง ให้นางไปเร็วๆ หน่อยสิ!” เมิ่งจี๋ฟังรีบเอ่ย
มันจะต้องเป็นเพราะวิญญาณตนนี้ส่งผลกระทบต่อเขาทำให้เขาต้องเสียหน้าครั้งใหญ่แน่ๆ!
“ไหนเลยจะบอกว่าให้ไปก็ไปได้ ข้ายังต้องถามนางก่อนว่าทำไมนางต้องมาติดตามเจ้าด้วยนี่” เซี่ยเฉียวกลอกตามองเขา จากนั้นหันไปมองวิญญาณ “เจ้าถูกลืมทิ้งไว้ในหมู่บ้าน แล้วหลังจากนั้นเล่า”
วิญญาณยังมาเอาศีรษะของตนเองกลับไปตั้งไว้บนคอ
“ตอนแรกก็ยังมีคนมามากมาย ทุกคนอยากเห็นว่าอุกกาบาตหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ต่อมาทางการก็ย้ายมันออกไป จำนวนคนในหมู่บ้านก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไปกันหมด ยังมีวิญญาณอีกจำนวนหนึ่ง พวกเขาก็รวมตัวอยู่ด้วยกัน…”
วิญญาณพวกนั้นต่างก็ดูถูกนาง และไม่เคยคบค้าสมาคมกับนางเลย
พวกเขาจะรวมตัวกันและพูดว่านางเป็นคนโง่ ทำงานงกๆ รับใช้สามีและลูกเหมือนวัวควาย สุดท้ายแม้แต่ตอนที่นางตายไปแล้วก็ไม่มีใครรู้ ทุกคนล้อเลียนนาง บางทีอารมณ์ของนางอาจจะย่ำแย่ลงหลังจากที่ตายไปแล้วก็ได้ มีอยู่วันหนึ่งที่นางทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงได้กลืนกินวิญญาณพวกนั้นไปเสียทั้งหมด
“เจ้ามาติดตามคุณชายท่านนี้เพราะอะไรกันแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอีก
นางรู้สึกว่าวิญญาณเงานี้มีพลังมากกว่าวิญญาณปกติทั่วไป นางถึงขนาดทำให้คนเห็นเป็นเงาที่น่ากลัวของนางได้ก็น่าที่จะมีความสามารถไม่น้อย
ศีรษะนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย จู่ๆ นางก็ยิ้มแปลกๆ ออกมา
และไม่พูดอะไรอีก
เพราะวิญญาณครึ่งหนึ่งของนางยังคงซ่อนอยู่ในเงา เซี่ยเฉียวจึงทำอะไรนางไม่ได้เลยจริงๆ
เซี่ยเฉียวถอนหายใจก่อนจะดับธูปแล้วมองไปที่เมิ่งจี๋ฟังอย่างจนปัญญา “ตอนอยู่ที่หมู่บ้านนั้นเจ้าทำอะไรกันแน่ วิญญาณเงาโดยทั่วไปแล้วไม่ได้ใจกล้าอะไรมาก ถ้าหากคนเป็นรู้ตัวแล้วก็มักจะจากไปเอง แต่วิญญาณที่อยู่กับเจ้านี้กลับแตกต่างออกไป ข้าว่าดูเหมือนนางจะไม่พอใจเจ้ามาก เจ้าเคยล่วงเกินอะไรนางหรือไม่”
“ไม่เคย!” เมิ่งจี๋ฟังยังรู้สึกอยากจะร้องไห้อยู่เลย “คืนนั้นข้า…”
เขายืนขึ้นพยายามสะกดข่มอารมณ์ก่อนจะมองซ้ายมองขวา ในที่สุดเขาก็กลั้นโทสะไว้ได้ แล้วเอ่ยเสียงเบา “คืนนั้นข้ากลัวมาก หลังจากที่ข้าฝังหนูตัวนั้นแล้ว ข้าก็อยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหนอีก ข้านั่งอยู่บนพื้นจนผ่านคืนนั้นไป พอเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นข้าก็รีบออกไปทันที!”
“อีกอย่าง ในหมู่บ้านที่ทรุดโทรมแบบนั้นจะมีอะไรให้ข้าถูกใจได้หรือ มีแต่ไม้ที่ผุๆ พังๆ ในบ้านก็เต็มไปด้วยฝุ่น มี แมงมุม หนูตัวใหญ่ๆ นอกบ้านก็มีแค่วัชพืช ก้อนหิน กับบ่อน้ำแห้ง ที่อย่างนั้นให้ข้ามอง ข้ายังไม่อยากจะมองเลย แล้วข้าจะไปล่วงเกินใครได้”
มันไม่เป็นธรรมกับเขาเลย!
นางจะไปติดตามใครก็ไม่ตาม ต้องมาตามเขาด้วย!
คิดไปคิดมาก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เมิ่งจี๋ฟังเป็นคุณชายผู้รักความสะอาด พอเขาไปอยู่ในที่อย่างนั้นก็คงไม่อยากจะแตะพื้นด้วยซ้ำ
“ในเมื่อเจ้าจำไม่ได้ก็กลับไปกับข้าสักครั้ง ไปตรวจดูให้ดีเพื่อหาสาเหตุ แล้วขอโทษนาง จะได้หาทางให้นางยกโทษให้เจ้า แต่ถ้าหากให้ข้าบังคับเก็บวิญญาณของนาง ไอแค้นของวิญญาณนี้ก็จะยิ่งรุนแรง และไม่เป็นผลดีต่อบุญกุศลของเจ้าเองด้วย” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“ยังต้องกลับไปอีก?!” เมิ่งจี๋ฟังนึกถึงที่แห่งนั้นแล้วก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งร่าง
หมู่บ้านนั้นน่ากลัวจริงๆ
โดยเฉพาะในตอนกลางคืน แค่เสียงลมก็ทำให้ขนหัวลุกได้แล้ว!