ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1101 ดวงตาสวรรค์ / ตอนที่ 1102 ขมขื่นจริงๆ
ตอนที่ 1101 ดวงตาสวรรค์ / ตอนที่ 1102 ขมขื่นจริงๆ
ตอนที่ 1101 ดวงตาสวรรค์
และในเวลานี้เมิ่งจี๋ฟังที่ออกจากหอส่องชะตาไปแล้วก็กำลังรู้สึกโชคร้ายถึงขีดสุด
แม้แต่ตอนที่เขานั่งอยู่บนรถม้าก็รู้สึกว่าบนร่างกายตัวเองตรงไหนสักแห่งมีอะไรผิดปกติ
เดิมทีเขายังนึกว่าตนเองอาจจะคิดมากไปเอง ใครจะรู้ว่าตอนนี้แม้แต่นักพรตปีศาจนั่นก็ยังบอกว่ามีสิ่งสกปรกจริงๆ แม้ว่าเขาไม่อยากจะเชื่อนาง แต่ในใจของเขาก็ไม่สบายใจเลย…
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่ามีคนพูดไว้ว่าการดื่มสุราจะทำให้ใจกล้าขึ้น เขาก็เลยไปที่ร้านอาหาร หลังจากที่กินดื่มจนมากพอแล้วจึงได้ออกมา
แต่การดื่มมากๆ กลับทำให้ประสาทสัมผัสการรับรู้ของเขายิ่งไวขึ้น
ความรู้สึกเหมือนเงาติดตามตัวนั้นยิ่งยากจะรับได้
เขากินไม่ได้นอนไม่หลับจริงๆ
หลังจากผ่านไปสองวัน สภาพจิตของเขาก็ยิ่งแย่ลงไปอีก มันไม่ได้ดีขึ้นเลย ไม่เพียงเท่านั้น ใบหน้าของเขาก็ยิ่งดูย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ มันหมองคล้ำจนบิดามารดาของเมิ่งจี๋ฟังเองก็รู้สึกได้ถึงความอ่อนแอของเขา เพียงแต่ลูกชายพวกเขาเอาแต่เที่ยวเล่นมาตลอด พอเห็นท่าทางเขาอย่างนั้นก็นึกว่าเขาเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้ข้างนอก จึงได้สั่งสอนว่าการดื่มและมักมากเกินไปนั้นไม่ดี
เมิ่งจี๋ฟังเองก็พูดอะไรไม่ออก
เขาไม่คิดที่จะบอกบิดามารดาว่าตนเองโดนของเข้าให้แล้ว
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาก็จะต้องเสียหน้าอย่างแน่นอน
หลังจากทนอยู่สองวัน ไปๆ มาๆ เขาก็ไปที่หอส่องชะตาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เคยคิดที่จะไปวัดอวี้ซวีอยู่เหมือนกัน แต่ก็คิดว่าแม้เขาจะไม่ชอบโม่ชูเซิง แต่ความสามารถของนางก็เป็นของจริง หลังจากที่เขาคำนวณสถานการณ์ของตนเองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็พบว่า ถ้าหากให้นางเป็นคนจัดการของสกปรกนี้ออกไปก็น่าจะราบรื่นกว่า!
เซี่ยเฉียวเห็นเมิ่งจี๋ฟังกลับมาก็อดรู้สึกชอบใจไม่ได้
ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานเอง แต่คนผู้นี้กลับผ่ายผอมลงมาก หนังตาก็ตกห้อยดูเหมือนคนเพิ่งดื่มเหล้ามา ผิวของเขาก็คล้ำลงมากเช่นกัน เขาก็ดูไม่เหมือนคุณชายที่ร่าเริงอีกต่อไป
“ท่านขำข้าหรือ” เมิ่งจี๋ฟังมักจะรู้สึกว่าสายตาของนักพรตปีศาจผู้นี้ขัดตานัก
แล้วนางยิ้มอะไร
ทำหน้าตาสูงส่ง แสร้งทำเป็นใจดีมีเมตตาและลึกลับ แต่กลับเห็นได้ชัดว่ามีกลิ่นไม่ดี!
“เจ้าแน่ใจหรือว่าข้ายิ้มให้เจ้า” เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม น้ำเสียงลึกลับเล็กน้อย
“ก็ที่นี่ไม่มีคนอื่น…” เมิ่งจี๋ฟังเพิ่งพูดขึ้นมาก็นึกได้ว่ายังมีของสกปรกตามเขาอยู่ เขาจึงต้องกลืนคำกลับนั้นลงไป และอดตัวสั่นเทาไม่ได้ “หรือว่าพวกท่านรู้จักกัน? หากรู้จักกันก็ดีเลย ท่านให้เขาไปเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมาตามข้าแล้ว!”
เซี่ยเฉียวนั่งนิ่งไม่ขยับ
เมิ่งจี๋ฟังโกรธจนควันออกหู เขานำตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงออกมาวางลงตรงหน้าเซี่ยเฉียว “นี่น่าจะพอแล้วนะ?”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าน้อยๆ “พอแล้ว”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็จุดธูป
วิญญาณเงานี้ซ่อนตัวเก่ง พอมันไปอยู่ในเงาแล้วก็จะจับได้ยากเหมือนกับวิญญาณน้ำที่อยู่ในน้ำ หากนางใช้กำลังบังคับเก็บวิญญาณมาก็จะส่งผลต่อร่างกายของเมิ่งจี๋ฟัง
เมิ่งจี๋ฟังสูดหายใจสองสามที กลิ่นธูปนั้นแปลกมาก ไม่ใช่มันเหม็น แต่มันแตกต่างจากที่เขาเคยได้กลิ่นมาก่อน มันแปลกๆ
เซี่ยเฉียวปิดม่านที่อยู่รอบๆ ลง แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง
เงาของเมิ่งจี๋ฟังยิ่งเห็นได้ชัดขึ้น
เซี่ยเฉียวก็มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นางจับจ้องที่วิญญาณพลางเอ่ย “คุณชายผู้โง่เขลาผู้นี้ทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจหรือ เจ้าบอกข้ามา หากว่าเขาติดค้างอะไรเจ้า ข้าจะต้องให้เขาใช้คืนให้แน่”
“ท่าน…” เมิ่งจี๋ฟังใจสั่นทันที นางไม่ได้พูดกับเขา…
นางสามารถพูดกับวิญญาณได้โดยตรงหรือนี่
นี่มันดวงตาสวรรค์ในตำนานใช่ไหม
เมิ่งจี๋ฟังมองนางตาไม่กระพริบด้วยความสงสัยและไม่อยากจะเชื่อ
ในขณะที่เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่นั้น เขาก็หันศีรษะไปมองและพบว่าเงาของตนเอง…ผิดปกติ!
ทั้งๆ ที่เขากำลังนั่งอยู่อย่างเรียบร้อย แต่เงาของเขาที่ทอดลงบนผนังกลับยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง!?
ตอนที่ 1102 ขมขื่นจริงๆ
เมิ่งจี๋ฟังตัวสั่นไปหมดทั้งร่างอย่างช่วยไม่ได้ แผ่นหลังของเขาเย็นเยียบ
ตอนที่เขาคิดจินตนาการ เขายังสามารถโกหกตัวเองได้ว่าของพวกนี้ก็แค่อากาศไม่มีตัวตนแต่ตอนนี้ดวงตาธรรมดาๆ ของเขากลับสามารถมองเห็นมือที่เพิ่มขึ้นมาในเงาได้!
มือนั้นราวกับกำลังจะหยิบอะไรบางอย่างออกมา ค่อยๆ บีบตัวออกมาจากเงาของเขาทีละนิด
ในที่สุดก็มีเงาก่อตัวขึ้นอีกหนึ่งเงาข้างๆ โดยมีเท้าของเขาเป็นศูนย์กลาง
แต่เงานั้น…ไม่มีหัว!
เงาที่ไร้ศีรษะ!
เขาตัวสั่นทันที
เซี่ยเฉียวมองไปที่เมิ่งจี๋ฟังด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ วิญญาณเงานี้เป็นเช่นนี้ มันชอบทำให้ผู้คนหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ตอนนี้มันถูกดึงดูดด้วยกลิ่นธูปของนาง แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะยั่วแหย่เมิ่งจี๋ฟัง
สิ่งที่เซี่ยเฉียวเห็นไม่เหมือนกับสิ่งที่เมิ่งจี๋ฟังเห็น
สิ่งที่นางเห็นคือวิญญาณ แต่สิ่งที่เมิ่งจี๋ฟังเห็นคือเงาประหลาด
วิญญาณตนนี้มืดๆ สลัวๆ มันไม่มีศีรษะ ศีรษะนั้นกลับมาอยู่อ้อมแขนของเขาตรงหน้าอกแทน และมันกำลังมองมาที่นาง
ศีรษะของนางไม่ได้เปื้อนเลือดเท่าใดนัก ดูแล้วนางน่าจะไม่ได้ตายเพราะถูกตัดศีรษะ แต่เหตุผลที่นางถอดศีรษะออกมาก็เป็นเพราะต้องการที่จะทำให้คนหวาดกลัวเท่านั้น
เป็นวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนที่นางตายน่าจะมีอายุประมาณสามสี่สิบปี
ใบหน้าของนางโศกเศร้าและระทมทุกข์เล็กน้อย ตรงหว่างคิ้วของนางมีริ้วรอยสามขีดอย่างเห็นได้ชัด ตอนที่นางยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่รู้ว่านางต้องทอดถอนใจมามากน้อยแค่ไหน
การแต่งตัวของนางยิ่งเรียบง่ายมาก นางสวมเสื้อผ้าลินินเนื้อหยาบ และแม้ว่านางจะเป็นวิญญาณก็ยังสามารถมองเห็นผิวที่หยาบกร้านดำคล้ำ มือที่แตกระแหง และหลังที่ค่อมเล็กน้อยของนางได้
“เจ้ามีชีวิตขมขื่นมามาก” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากขณะที่มองนางก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ขมขื่น?” น้ำเสียงของวิญญาณแหบแห้ง สองมือนั้นลูบศีรษะสัมผัสเส้นผมที่เหลืองแห้งกรอบของตนเอง “บางทีมันอาจจะเรียกว่าขมขื่นกระมัง…”
ทั้งชีวิตของนางอาจเคยลิ้มลองรสชาติแบบนี้มาเท่านั้น เมื่อสัมผัสมันนานเข้าก็แยกไม่ออกเสียแล้วว่ามันคือรสชาติแบบไหนกันแน่
“ตามติดคนผู้นี้ไปนานๆ มันไม่เป็นผลดีกับชาติหน้าของเจ้า” เซี่ยเฉียวมองนางและไม่พูดอะไรมากอีก แต่น้ำเสียงของนางอ่อนโยน เนิบช้า และน่าฟัง
เมิ่งจี๋ฟังได้ยินแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองนางด้วยความประหลาดใจ
เขารู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยในเวลานี้
นักพรตปีศาจผู้นี้ก็มีน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้ด้วย
“ข้าไม่ขอเกิดใหม่ ข้าแค่อยากพักสักหน่อยเท่านั้น” เงานั้นเอ่ย
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็อดรู้สึกเหนื่อยล้าไม่ได้ “บอกข้ามาเถอะว่าตอนที่เจ้ามีชีวิตอยู่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ระบายออกมาหน่อยก็เป็นเรื่องที่ดี อีกอย่างข้ายังสามารถทำความปรารถนาของเจ้าให้สำเร็จได้ ขอแค่ไม่เป็นการทำร้ายคนก็สามารถทำให้ได้ทั้งนั้น ข้าจะพยายามทำให้สำเร็จ”
บางทีอาจเป็นเพราะวิญญาณเงานี้ล่องลอยมานานเกินไปแล้ว
หรือไม่บางทีตอนที่นางมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีใครฟังนางเลย เวลานี้เมื่อนางได้ยินคำขอของเซี่ยเฉียว นางจึงพยักหน้าอย่างจริงจังโดยไม่ต่อต้าน
นางประคองศีรษะไว้แล้วนั่งลง
ร่างกายของนางผ่ายผอมมาก เมื่อเทียบกับนางแล้ว ใบหน้าของเมิ่งจี๋ฟังที่อยู่ข้างๆ กลับดูสะอาดและมีชีวิตชีวาอย่างมากขึ้นมาทันที
“คนอื่นต่างก็เรียกข้าว่าเอ้อเหนียง ข้าไม่มีชื่อ…” ปากที่อยู่บนศีรษะนางเอ่ยขึ้นช้าๆ โดยไม่ได้ติดต่อกับคอของนางแต่อย่างใด แต่มันกลับยังพูดได้ น้ำเสียงของนางล่องลอยเหมือนดังมาจากที่ไกลๆ
“ทั้งชีวิตข้าไม่มีอะไรพิเศษเลย…แค่ก่อนแต่งงานข้าทำงาน หลังแต่งงานแล้วก็ทำงาน มีลูก…” นางดูสับสนเล็กน้อย
“ไม่สิ มันจะต้องมีบางอย่างที่ทำให้เจ้ารู้สึกแตกต่าง และทำให้เจ้ารู้สึกไม่พอใจอยู่เสมอ” เซี่ยเฉียวค้าน
ไอแค้นของวิญญาณตนนี้รุนแรงมาก
นางดูเหมือนจะคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทันใดนั้นปากนั้นก็ยิ้มออกมา “โอ้ ใช่ มีจริงๆ…”
“หมู่บ้านที่ข้าอยู่…คือหมู่บ้านวันหยา มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มันเล็กและสวยมาก หลังจากที่ข้าแต่งงาน มีลูกหลายคน ข้ามีแม่สามี มีสามี…พวกเขาทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ แต่ข้าตายแล้ว”
“ทำไมเจ้าถึงได้ตาย” เซี่ยเฉียวถาม
“เพราะข้าถูกลืมน่ะ…”