ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1137 ทำให้ตัวเองดูสกปรก / ตอนที่ 1138 ศิษย์พี่ใหญ่ยุ่งมาก
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 1137 ทำให้ตัวเองดูสกปรก / ตอนที่ 1138 ศิษย์พี่ใหญ่ยุ่งมาก
ตอนที่ 1137 ทำให้ตัวเองดูสกปรก / ตอนที่ 1138 ศิษย์พี่ใหญ่ยุ่งมาก
ตอนที่ 1137 ทำให้ตัวเองดูสกปรก
จ้าวเสวียนจิ่งนึกไม่ถึงว่าเซี่ยเฉียวจะปฏิเสธทันทีแบบนี้
สำหรับเขาแล้วความสามารถที่เซี่ยเฉียวมีนั้นเพียงพอแล้ว
“ราชครูคนปัจจุบันยังน่าจะอยู่ไปได้อีกสักสองสามปี ถ้าหากเจ้าคิดว่าตนเองไม่เหมาะสม อย่างนั้นต่อไปก็ลองเชิญคนอื่นขึ้นมาลองดู” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ไม่ได้บังคับฝืนใจนาง เซี่ยเฉียวไม่ใช่คนที่จะถ่อมตัว หากนางรู้สึกว่าตนเองใช้ได้ นางจะต้องไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน
ที่วัดอวี้ซวีก็ยังมีผู้วิเศษอยู่
เพียงแต่พวกเขาไม่ชอบลงจากเขา นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ที่มีความสามารถอยู่ในวัดอื่นๆ อีก แต่คนที่จะเหมือนเผิงเทียนมิ่งและเซี่ยเฉียวนั้นมีน้อยจริงๆ
ที่น่าเสียดายก็คือ เซี่ยเฉียวอายุน้อยเกินไป ความลับสวรรค์ยากที่จะขัดคืน นางอายุเท่านี้จะให้มารับผิดชอบหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่นั้นก็ออกจะเป็นการบังคับฝืนใจกันเกินไปอยู่บ้าง
แต่เมื่อรุ่นถัดไปไม่ได้ ก็รอรุ่นถัดๆ ไปก็แล้วกัน
จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อย แต่ในนั้นเขาก็นึกถึงอาจารย์ของเซี่ยเฉียว
“แล้วอาจารย์ของเจ้า โม่หลิงจื่อล่ะเป็นอย่างไร เชี่ยวชาญด้านนี้หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“คุณสมบัติของอาจารย์น่าจะเหมาะสม แต่อาจารย์ของข้ามีข้อเสียใหญ่อยู่ข้อหนึ่ง” เซี่ยเฉียวพูดตามความจริง “อาจารย์ของข้าเป็นพวกพูดจาขวานผ่าซาก ท่านไม่รู้จักอ้อมค้อม ถ้าหากท่านมองเห็นว่าใครมีเคราะห์ ท่านก็จะพูดมันออกมาอย่างละเอียดทันที จะพูดจนคนผู้นั้นอึดอัดไม่สบายใจ จิตใจว้าวุ่นกระวนกระวาย บางทีเคราะห์ภัยก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นไปอีก ถ้าหากท่านทำงานให้ฮ่องเต้ แล้วฮ่องเต้ไม่มีความอดทนพอ…ไม่พระองค์กริ้วมาก อาจารย์ของข้าก็คงจะรักษาหัวเอาไว้ไม่ได้”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว?” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกเหลื่อเชื่อ
“วัดสุ่ยเย่ว์ที่ตกทอดมาจากคนรุ่นก่อนเป็นเป็นที่นิยมมีชื่อเสียงไม่น้อย แต่พอมาอยู่ในมือของอาจารย์ข้าก็เกือบจบสิ้นไปแล้ว นั่นเป็นเพราะท่านมักจะล่วงเกินคนอื่นอยู่เสมอ และมักจะถูกชกต่อยบ่อยๆ หากท่านไม่เชื่อ ท่านถามพี่ชายใหญ่ของข้าดูได้ เขาน่าจะเคยได้ยินบิดาของข้าพูดถึงอาจารย์มาบ้าง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
จ้าวเสวียนจิ่งหันไปมองเซี่ยผิงกั่ง
เซี่ยผิงกั่งนิ่งคิดเล็กน้อย…
“โม่หลิงจื่อนักพรตเฒ่านั่นหรือ…” เซี่ยผิงกั่งกระดกลิ้น “กระหม่อมเคยได้ยินบิดาพูดถึง ท่านบอกว่าคนผู้นี้น่าโดนอัด ท่านแทบอยากจะเอาดาบบั่นคอเขาให้รู้แล้วรู้รอดไป ตอนนั้นที่บิดาลักพาตัวเขาขึ้นไปบนเขา ท่านแทบจะทนไม่ไหวจนอยากจะฆ่าเขาแล้วโยนให้หมาป่ากิน แต่โชคดีที่เขายืนกรานว่าท่านแม่ของข้ามีเคราะห์และเดิมพันกับท่านพ่อของข้า และได้ราชครูเอ่ยปากขอร้องแทนเขาไว้ เขาจึงรักษาชีวิตน้อยๆ ไว้ได้”
เซี่ยเฉียวกางสองมือของนางออก
เห็นหรือยังว่าอาจารย์ของนางไม่เหมือนคนอื่นเขา
ขนาดอยู่ในรังโจรท่านยังกล้าขัด
ก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วท่านผู้นั้นทำบุญอะไรไว้มากมายขนาดไหนถึงได้มีลูกศิษย์ที่รู้ความและเอาใจใส่ท่านมากขนาดนั้น ไม่เพียงแต่หาเงินรักษาวัดเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ยังเลี้ยงดูท่านยามชราและสอนท่านให้หลอกคนอื่นเป็น
พอจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินอย่างนั้นก็ไม่กล้าที่จะแนะนำคนผู้นี้ให้รับตำแหน่งในตอนที่เสด็จพ่อของเขายังครองราชย์อยู่จริงๆ
เผลอๆ เขายังไม่ทันจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ โม่หลิงจือก็หัวขาดไปก่อนแล้ว
“ในเมื่อเป็นอย่างนั้นเรื่องนี้ก็เอาไว้พูดกันทีหลังเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวรักใครเขาก็ควรที่จะรักไปด้วย
ต่อให้โม่หลิงจื่อผู้นั้นจะน่าโมโห แต่พอนึกถึงว่าเขาเลี้ยงดูลูกศิษย์ออกมาได้ดีขนาดนี้ ตนเองก็ไม่อยากที่จะถือสาหาความเขาแล้ว
ดังนั้นรอให้เขาขึ้นครองราชย์ก่อนแล้วค่อยพิจารณาเรื่องนี้อีกทีดีกว่า
ในขณะนี้มีเพียงจ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยผิงกั่งเท่านั้นที่มีอาการตอบโต้อย่างปกติและสามารถพูดคุยกับเซี่ยเฉียวได้อย่างสงบ แต่ศิษย์น้องอีกสามคนกลับแผ่รังสีอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมาอยู่ตลอดเวลา
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่ามันค่อนข้างรับได้ยาก จึงให้เวลาพวกเขาได้คิดพิจารณา…
แน่นอนว่า หากจะพูดให้ถูกคือนางเป็นศิษย์พี่ใหญ่ ตอนนี้นางจะก้มหน้ายอมรับผิดไม่ได้อย่างเด็ดขาด นางจะต้องใช้ความมั่นใจในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ของตนเองเชิดหน้าขึ้นมา ให้เด็กทั้งสามคนนี้แสดงความเคารพต่อนางให้ได้โดยดี!
นี่เป็นขั้นตอนแรกในการเปิดเผยตัวตนและนางจะต้องไม่พลาด!
ไม่นานนักเซี่ยเฉียวก็แต่งหน้าใหม่อีกครั้ง
หลังจากที่ซังโหยวได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงและได้เห็นใบหน้าโม่ชูเซิงตอนนี้แล้ว เขาก็รู้สึกเหมือนเลือดลมติดขัดอยู่ที่ลำคอ เขาแทบจะตาบอดแล้ว “ทำไมศิษย์พี่ใหญ่จะต้องทำให้ตัวเองดูสกปรกอย่างนี้ด้วย…ข้าไม่เข้าใจจริงๆ…”
ตอนที่ 1138 ศิษย์พี่ใหญ่ยุ่งมาก
หญิงสาวที่หน้าตางดงามคนหนึ่งกลับแต่งหน้าแต่งตัวให้ตัวเองดูแก่ชราและเชยอย่างนี้ อย่าว่าแต่ซังโหยวจะไม่เข้าใจเลย แม้แต่เจียงจิ้นลู่เองก็อดรังเกียจใบหน้านี้ไม่ได้
เพียงแต่ตอนนี้พวกเขาเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไร
ได้แต่ต้องทนดูเซี่ยเฉียวติดอาวุธให้ตัวเองอย่างทำอะไรไม่ได้
หลังจากที่ใบหน้าของนางได้สัมผัสอากาศแล้วเซี่ยเฉียวรู้สึกสบายขึ้นมาก
“ต่อไปพวกเจ้าก็อย่าได้เรียกข้าผิด” เซี่ยเฉียวไม่ลืมที่จะกำชับศิษย์น้องทั้งหลาย
ศิษย์น้องของนางมองหน้ากันเองด้วยสีหน้าที่ไม่ติดจะให้ความร่วมมือ เซี่ยเฉียวเห็นอย่างนั้นก็คิดว่า ‘เด็กบ้า’ พวกนี้ช่างไม่รู้ความจริงๆ พวกเขาเป็นผู้ชายสามารถใช้ชีวิตแต่ละวันได้อย่างมีความสุขเหลือเกิน คนอิ่มไม่รู้หรอกว่าคนหิวรู้สึกอย่างไร พวกเขาไม่รู้หรอกว่าการที่นางจะใช้ตัวตนเซี่ยเฉียวไปไหนมาไหนนั้นยากเย็นเพียงใด!
บางทีพวกเขาอาจจะลืมไปแล้ว เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “อาจารย์เองก็รู้เรื่องนี้ ถ้าหากใครพลังปากไป อาจารย์…ก็คงจะโมโหได้นะ”
“……” ซังโหยวมีสีหน้าลำบากใจ
อีกสองคนก็พยักหน้าอย่างจนใจ
พวกเขายังจะทำอะไรได้ นังหนูนี่อายุน้อย แต่กลับมีความอาวุโสมากกว่า พวกเขาเข้าสำนักมานานขนาดนี้แล้ว ทุกปียังต้องทำความเคารพแสดงความกตัญญูต่ออาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่ คำพูดที่พูดออกไปแล้วเอาคืนไม่ได้ ตอนนี้พวกเขาจะไม่ให้ความเคารพนางก็ไม่ได้…
แต่เมื่อพวกเขาคิดถึงรูปลักษณ์ที่ยังเด็กของนางก็รู้สึกว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับเด็กคนหนึ่ง!
หลังจากที่หยิบยกอาจารย์ขึ้นมาอ้าง เซี่ยเฉียวก็นับว่าสามารถปิดปากพวกเขาได้สำเร็จแล้ว
นางใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อไม่มีคนนอกเห็นก็นับเป็นความปลอดภัยสบายใจอย่างมาก
เซี่ยผิงกั่งยังมีอีกหลายเรื่องที่จะพูด แต่ตอนนี้เรื่องของชายชุดดำนั้นสำคัญกว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพาตัวพวกเขาไป ก่อนจากไปเขาก็ไม่ลืมที่จะขึงตาใส่เซี่ยเฉียวเพื่อเป็นการเตือนนาง และอยากจะบอกให้นางกลับไปรายงานตัวที่บ้านตระกูลเซี่ยหลังจากที่กลับไปแล้ว เพื่อให้เขาสั่งสอนเสียแต่โดยดี
แต่เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก
เซี่ยเฉียวคิดดีแล้วว่าหลังจากกลับไปแล้ว นางจะเป็นพระชายารัชทายาทที่ทำตัวเรียบร้อยอยู่นิ่งๆ สักเดือน
ทำไมนางยั่วโมโหเขาได้แล้วจะหลบซ่อนไปก่อนไม่ได้
หลังจากที่นางซ่อนตัวสักพัก เซี่ยผิงกั่งคนที่ไม่ค่อยใส่ใจอะไรก็คงจะลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ไปแล้ว
พอเซี่ยผิงกั่งจากไป เซี่ยเฉียวก็เหมือนยกภูเขาออกไปจากอกได้ แล้วก็ทำสีหน้าท่าทางสูงส่งลึกลับอย่างปรมาจารย์นำกลุ่มคนออกจากสถานที่รกร้างแห่งนี้ไปยังเมืองใกล้เคียง
จ้าวเสวียนจิ่งนำองครักษ์ติดตามมาเบื้องหลังไม่น้อย ท่าทางสง่างามมากบารมี ในเมืองเล็กๆ มีโรงเตี๊ยมแต่งหนึ่งให้พวกเขาพักอาศัยได้
เซี่ยเฉียวยังคงใส่ใจความคิดเห็นของวิญญาณ นางพาสะใภ้ไช่เดินเล่นไปรอบๆ
ที่นางเปลี่ยนเสื้อผ้าแปลงโฉมก่อนหน้านี้สะใภ้ไช่ได้เห็นหมดแล้ว
พอจ้าวเสวียนจิ่งและคนอื่นๆ ไม่อยู่แล้ว สะใภ้ไช่ก็มองนางและถามด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้าเป็นผู้หญิงเหมือนกันทำไมถึงสามารถทำเรื่องที่ตัวเองอยากทำได้ด้วย? ต่อให้ที่บ้านเจ้าจะร่ำรวย แต่ข้าก็เห็นว่านายหญิงบ้านตระกูลเมิ่งเองก็วุ่นวายด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยู่ทั้งวันเหมือนกัน”
“ข้าเองก็ยุ่ง” เซี่ยเฉียวนั่งหลังตรง
“ไม่เหมือน” สะใภ้ไช่ส่ายหน้า
พอได้เห็นปรมาจารย์ท่านนี้แล้ว นางจึงได้รู้ว่าชีวิตของนางน่าขันเพียงใด
“พวกเขาต่างก็เห็นเจ้าในสายตา ต่อให้เจ้าหลอกลวงพวกเขา แต่พวกเขาก็แค่แปลกใจและไม่ได้ตำหนิติเตียนเจ้าเลย พวกเขาปกป้องเจ้าช่วยเหลือเจ้า สามีของเจ้าก็ตามใจเจ้า ไม่เหมือนกับข้า ตอนที่ข้าอยู่บ้านบิดามารดาตนเองข้าก็เหมือนกับสาวใช้ที่ทำงานหนักคนหนึ่ง พอแต่งมาอยู่บ้านสามีก็ไม่ต่างกัน
“เมื่อก่อนข้าคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ข้าควรทำ แต่ตอนนี้จู่ๆ ข้าก็รู้สึกว่า ตอนที่ข้ามีชีวิตอยู่ข้าก็ไม่ต่างอะไรกับเดรัจฉานตัวหนึ่งเลย” สะใภ้ไช่เอ่ยอย่างสับสน
คุณค่าของนางอยู่ที่การทำงานหนักไม่หยุด
เช่นเดียวกับเดรัจฉานตัวหนึ่ง
แต่ถ้าเดรัจฉานนั้นตายไปแล้ว ก็สามารถซื้อตัวใหม่มาได้ไม่เป็นไร
ตอนที่นางยังมีชีวิตอยู่นางทำผิดไปแล้วใช่หรือไม่