ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1141 ลบหลู่วิชา / ตอนที่ 1142 ไม่มีคนปกติเลยสักคน
ตอนที่ 1141 ลบหลู่วิชา / ตอนที่ 1142 ไม่มีคนปกติเลยสักคน
ตอนที่ 1141 ลบหลู่วิชา
พอสะใภ้ไช่จากไป เคราะห์ภัยก่อนหน้านี้ของเมิ่งจี๋ฟังก็คลี่คลายไปด้วย แต่ทันทีที่พลังโชคร้ายนั้นสลายหายไป เคราะห์ภัยเล็กๆ น้อยๆ อื่นก็ปรากฏชัดขึ้นเช่นกัน
“เคราะห์ซ้อน หากข้ามีผู้หญิง นั่นจะไม่เรียกว่ามีบุญหรอกหรือ” เมิ่งจี๋ฟังไม่เชื่อ
แต่คำพูดของปรมาจารย์ค่อนข้างน่ากลัวอยู่ เขาจะอยู่ได้ไม่ถึงสามสิบปีอย่างนั้นหรือ นั่นมันก็สั้นเกินไปไหม
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วยิ้มๆ “เคราะห์รักของเจ้าดูเหมือนจะมากับพลังชั่วร้ายนะ”
“……” สีหน้าของเมิ่งจี๋ฟังซับซ้อน
เขาไม่น่าจะย่ำแย่ขนาดนั้นหรอกกระมัง
มีผู้หญิงมาคนหนึ่งและยังเป็นคราวเคราะห์ของเขา?
แต่ตอนนี้เขารีบไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากันดีกว่า เขารับไม่ได้จริงๆ ที่ต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงอย่างนี้ เพราะอย่างนั้นเขาก็เลยเอ่ย “หะ หากอย่างนั้นกลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ปรมาจารย์โม่ เชิญท่าน…”
“น่าฟัง” สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจัง
“……” เปลือกตาเมิ่งจี๋ฟังกระตุกทันที เขาบดกราม “ปรมาจารย์โม่ ท่านเป็นผู้วิเศษ อย่าได้….ถือสาหาความกับข้าถึงขนาดนี้เลย…”
เขาพูดแล้วว่าโม่ชูเซิงเป็นผู้วิเศษ
ไม่ใช่คนหลอกลวง
แค่นี้ก็พอแล้วไหม
เซี่ยเฉียวฉีกยิ้มและพยักหน้า “ข้าจะไม่ถือสาหาความเอากับเด็กอย่างเจ้าหรอกนะ”
แต่ว่าตอนที่นางทำนายดูดวงให้เมิ่งจี๋ฟังในช่วงสองวันมานี้ นางมองเห็นความลับสวรรค์บางอย่างได้รางๆ คนผู้นี้มีวาสนาจะได้เป็นศิษย์อาจารย์กับนางเล็กน้อย……
เซี่ยเฉียวรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย
เมิ่งจี๋ฟังไม่ใช่คนดีอะไร เขาเป็นคุณชายเสเพล ทั้งยังลบหลู่วิชา?
โชคดีที่วาสนานี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร และยังมีตัวแปรอีกมาก ไม่สามารถนับได้ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าโม่ชูเซิงมักจะดุเขาอยู่เสมอ เขากัดฟันพูดจาดีๆ ออกไปแล้ว นางจึงได้พาเขากลับออกไป แล้วเขาก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งหมดออกทันที
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพาเขากลับไปแล้ว ตนเองก็เดินเล่นไปทั่ว ช่วงเวลาตลอดบ่ายนางถือโอกาสเก็บวิญญาณกลับมาได้ไม่น้อยเลย
ตกเย็นนางและศิษย์น้องคนอื่นๆ ก็มารวมตัวกัน
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกได้ว่าบรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไป
สายตาที่เซียวอวี้หรงมองโม่ชูเซิงก่อนหน้านี้ให้ความเคารพนางเป็นพิเศษ แค่มองก็เห็นได้อย่างชัดเจนทันที แต่ตอนนี้…ดูเหมือนว่าเขากำลังหลบหน้าหลบตาโม่ชูเซิง หน้าก็ไม่ยอมเงย เขาดูไม่ค่อยมีความสุข และเขาเองก็ยังไม่เคยเห็นเขามีท่าทางอึมครึมอย่างนี้มาก่อน
อาจารย์เซียวได้ชื่อว่าเป็นปัญญาชนที่สุภาพอ่อนโยน คนทั้งสำนักศึกษาต่างก็รู้กันดีว่า เขาไม่ชอบโมโหโทโส ต่อให้เขาจะโกรธแค่ไหนก็จะต้องรักษามารยาท กิริยาน่ามอง ไหนเลยจะดูโทรมเหมือนอย่างนี้
จริงสิ ยังมีซังโหยวอีก
เขาเปลี่ยนไปแล้ว
“วิญญาณของอาจารย์ทั้งสองสลับกันหรือ”เขาแอบถามเจียงจิ้นลู่
ริมฝีปากเจียงจิ้นลู่กระตุกเล็กน้อย
“ข้าก็แค่ให้เขายืมร่างไปแค่คืนเดียวไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายขนาดนี้…แค่วันเดียวทำให้คนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ” เขาเอ่ยถามอีก
เจียงจิ้นลู่ถอนหายใจ
เขาไม่อยากจะพูด
สาเหตุที่เมิ่งจี๋ฟังพูดอย่างนั้นก็เพราะซังโหยวแสดงออกถึงความหลงใหลอย่างมาก ระหว่างที่สนทนาพูดคุยกันเขายังรินน้ำชาให้ปรมาจารย์โม่ด้วยตัวเองจนดูเหมือนเด็กรับใช้ที่ขยันขันแข็งคนหนึ่ง คนที่ไม่รู้ก็อาจจะมองได้ว่าเขาวางแผนอยากได้อะไรจากโม่ชูเซิง
“จริงสิ ทำไมไม่เห็นใต้เท้าเซี่ยแล้วล่ะ? แล้วก็…องครักษ์ก็เปลี่ยนไปหลายคนด้วย…” เมิ่งจี๋ฟังหวังว่าจะมีใครสักคนอธิบายอะไรให้เขาฟังบ้าง!
“เสียงดัง!” ซังโหยวกลอกตาใส่เขา “อย่าได้ทำเสียงดังรบกวนศิษย์พี่ใหญ่”
เมิ่งจี๋ฟังแทบจะกลายเป็นดอกไม้ดอกหนึ่งอยู่แล้ว
“อาจารย์ซัง ท่านเองก็อยากให้ปรมาจารย์โม่ดูดวงให้หรือ หรือว่าท่านเผยจุดอ่อนอะไรให้ปรมาจารย์โม่จับได้?” เมิ่งจี๋ฟังหาเหตุผลอื่นมาอธิบายไม่ได้จริงๆ
“เหลวไหล! ศิษย์พี่ใหญ่ท่าทางราวกับเทพเซียน คนธรรมดาอย่างข้าก็ต้องชื่นชมสิ การปรนนิบัติรับใช้ก็สมควรแล้ว” ซังโหยวยิ้มพลางชื่นชมไปพลาง
ตอนนี้เขาพยายามมองทะลุภายนอกเข้าไปดูถึงลักษณะกระดูกโครงร่างของนางอยู่
ตอนที่ 1142 ไม่มีคนปกติเลยสักคน
ซังโหยวประจบประแจงอย่างโจ่งแจ้งจนทำให้เมิ่งจี๋ฟังตกใจจนตาแทบถลนออกมาจากเบ้า
เหลือเชื่อจริงๆ อาจารย์ทั้งสองคนนี้น่าจะเป็นโรคร้ายแรงอะไรจึงได้มีนิสัยเปลี่ยนไปอย่างนี้!
เมิ่งจี๋ฟังคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่นึกไม่ถึงว่าเวลาต่อมา พวกเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม อาจารย์เซียวไม่ยอมมองหน้านาง ส่วนอาจารย์ซังก็พูดจาเป็นบทกลอนบทกวีไม่หยุดราวกับว่าช่วงนี้เขากินบทกวีเข้าไปไม่น้อย ช่างน่าตกใจจริงๆ
ส่วนคุณชายเจียง…
ตอนนี้เขาเห็นวิญญาณได้จึงมักจะตกอกตกใจอยู่เสมอ บางครั้งก็อาเจียนออกมา น่าสงสารไม่น้อย
แต่คนที่น่าสงสารที่สุดในสายตาเขาก็หนีไม่พ้นอาจารย์หลีผู้เฒ่านั่นแหละ
ชาติที่แล้วไม่รู้เขาทำอะไรไว้จึงได้มีลูกศิษย์แบบนี้?
ไม่มีใครปกติเลยสักคน
เมิ่งจี๋ฟังพยายามอดทนให้พ้นคืนนี้ไป เช้าตรู่วันถัดมาเขาก็กลับถึงเมืองหลวงและโล่งอกได้ในที่สุด เขาอยู่มานานขนาดนี้ยังไม่เคยรู้สึกไร้ประโยชน์อย่างนี้มาก่อนเลย การอยู่กับอาจารย์พวกนี้ทำให้เขารู้สึก….แค่หายใจก็ผิดไปหมด
โดยเฉพาะโม่ชูเซิง
ซึ่งเข้มงวดกับเขามาก แม้แต่ตอนที่กินข้าว ต่อหน้านางเขายังต้องค่อยๆ เคี้ยวข้าวให้ละเอียด และตอบคำถามเรื่องคำพูดที่โด่งดังของลัทธิเต๋าบางครั้ง!
เขาจะรู้ได้อย่างไรเล่า เขาโตมาขนาดนี้ก็ยังไม่เคยอ่านคัมภีร์อะไรเลย เขาไม่ได้อายุมากเหมือนท่านแม่เสียหน่อยที่จะต้องสนใจเรื่องพวกนี้!
หากเขาไม่เห็นแก่ที่ว่าตนเองอาจจะต้องพึ่งพาให้นางช่วยแก้ไขเคราะห์ภัยให้อีก เขาคงไม่ทำตัวเรียบร้อยว่าง่ายอย่างนั้นหรอก!
หลังจากที่ทำตัวเป็นหลานชายอยู่ได้สองวัน พอกลับถึงเมืองหลวงเมิ่งจี๋ฟังก็เป็นอิสระโบยบินได้แล้ว
เขารีบไปหาเพื่อนฝูงมิตรสหายของเขาทันที
พี่น้องเหล่านี้เติบโตมากับเขาและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หาไม่เช่นนั้นแล้วตอนที่พวกเขาทิ้งตนเองไว้แล้วเอาตัวรอดไปก่อน เขาก็คงจะต้องเลิกคบกับคนพวกนี้ไปแล้ว
“ลูกพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมาอย่างครบสามสิบสอง เป็นอย่างไรบ้าง รัชทายาทไม่ได้ทุบตีท่านใช่ไหม” พวกเขาทั้งหลายพยายามมองสำรวจเขา
พวกเขาพบว่าสีหน้าของเมิ่งจี๋ฟังไม่เลวเลย เพียงแต่…ดูอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่านั้น
“พวกเจ้ายังกล้าพูดอีก! ตกลงกันแล้วว่าจะไปกับข้า แล้วอย่างไรเล่า!” เมิ่งจี๋ฟังกลอกตาใส่พวกเขา “พอเห็นรัชทายาท พวกเจ้าก็เผ่นแน่บกันไปหมด! มีอะไรน่ากลัวกัน!”
“……” พวกเขาได้ยินแล้วก็มองเขาอย่างจนใจ “ลูกพี่ ท่านว่า หากรัชทายาทไม่น่ากลัว พวกข้าก็คงไม่หนีหรอก? อีกอย่างตอนนั้นก็ยังมีอาจารย์อีกสองคน พวกเราจะออกไปเที่ยวชมทิวทัศน์ ยังจะต้องมาฟังเทศน์จากอาจารย์อีกหรือ”
“ใช่ๆ พวกเราเป็นคนโง่ พูดจาโผงผางไม่คิด ล่วงเกินคนอื่นเอาได้ง่ายๆ ถ้าหากรัชทายาททรงกริ้วขึ้นมา พวกเราคงจบไม่สวยแน่”
“แต่ลูกพี่ไม่เหมือนพวกเรา ต่อให้ท่านไม่ให้เกียรติรัชทายาท อย่างมากก็แค่ถูกตำหนิไม่กี่คำ ท่านมีองค์ชายสี่คอยคุ้มครอง ถึงอย่างไรหัวก็คงไม่หลุดจากบ่า”
“……”
พวกเขาแต่ละคนพูดปาวๆ เมิ่งจี๋ฟังได้แต่แค่นเสียงออกมา
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้แล้ว ข้าจะฝืนใจยอมรับคำขอโทษของพวกเจ้าก็แล้วกัน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องแสดงออกอะไรสักหน่อยไหม” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยหน้าด้านๆ
พวกเขาต่างก็บ่นพึมพำอยู่ในใจ ก็พวกเขายังไม่ได้แสดงความขอโทษอะไรเลย…
แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องไว้หน้าเมิ่งจี๋ฟังอยู่ดี
“มีสิ! ที่บ้านข้าเลี้ยงดูนักร้องนักแสดงเอาไว้หลายคนเลย ในบรรดาพวกนางมีอยู่สองคนหน้าตางดงามอย่างกับนางเซียนเลยนะ! ดวงตาทั้งคู่ของนางเหมือนกับอัญมณีวิบวับ เอวองค์ก็เล็กบาง ลูกพี่อยากไปดูไหม” หนึ่งในพวกเขาเอ่ยถามทันที
เมิ่งจี๋ฟังอยากไป
แต่จู่ๆ เขาก็นึกถึงที่โม่ชูเซิงพูดขึ้นมาได้
นางบอกว่าหลังจากที่เขากลับมาเมืองหลวงแล้วจะมีเคราะห์ภัยสองอย่าง หนึ่งคือสาวงาม สองคือบ่อนการพนัน…
“ทำไมหรือลูกพี่ ท่านออกไปกับอาจารย์ทีเดียวกลับมาทำตัวดีเลยหรือ” คนใกล้ชิดเยาะเขาเล็กน้อย