ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1143 หดหู่ใจ / ตอนที่ 1144 เปลืองเงิน
ตอนที่ 1143 หดหู่ใจ / ตอนที่ 1144 เปลืองเงิน
ตอนที่ 1143 หดหู่ใจ
เดิมทีเมิ่งจี๋ฟังก็รู้สึกพะวักพะวงอยู่บ้าง แต่พอเข้าได้ยินพวกพี่น้องพูดแล้วก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที เขาเองก็รู้สึกว่าตนเองระมัดระวังมากเกินไปแล้ว โม่ชูเซิงจะเห็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงได้จริงหรือ
“ไป!” เขารับคำอย่างเป็นสุข
การไปครั้งนี้เป็นการเปิดหูเปิดตาอย่างยิ่ง
สาวงามที่สหายของเขาซื้อตัวมาคราวนี้ล้วนแต่มีท่าทางเหนือชั้นจริงๆ บางคนอวบอัดงดงาม บางคนเอวบางร่างน้อย แต่ละคนโดดเด่นกันทั้งนั้น และสาวงามสองคนที่มาจากหรงซานมีดวงตาสีเขียวน่าดึงดูดใจมากจริงๆ
พอเขาได้เห็นเขาก็ชอบพอทันที
สหายผู้นั้นก็รู้ตัวดีว่าผิดต่อเขา เขาจึงได้ยกสาวงามทั้งสองคนนั้นให้เมิ่งจี๋ฟังอย่างใจกว้างทันที
รสนิยมของบ้านตระกูลเมิ่งนั้นไม่เลวเลย ไม่เช่นนั้นก็คงเลี้ยงดูผู้หญิงอย่างเมิ่งกุ้ยเฟยออกมาไม่ได้ เพียงแต่เมิ่งจี๋ฟังนั้นต่างออกไปเล็กน้อย เขาเป็นลูกบ้านรองและยังมีพี่ชายที่เกิดก่อนเขาก็จริง แต่ร่างกายของพวกเขาไม่ดีและน่าจะอยู่ได้ไม่นาน อีกอย่างพี่ชายของเขาก็ไม่มีทายาทด้วย จึงอยู่อย่างไร้ตัวตนภายในบ้าน ดังนั้นตำแหน่งบรรดาศักดิ์ในอนาคตจึงแทบจะมั่นใจได้ว่าจะต้องตกมาถึงเขา
เมิ่งจี๋ฟังยังเป็นทายาทที่หน้าตาดีที่สุดในบรรดาทายาทตระกูลเมิ่งทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นนายหญิงชราจนกระทั่งเด็กสามขวบภายในบ้านก็ไม่มีใครที่ไม่ชอบเขา
เมิ่งกุ้ยเฟยเองก็รักใคร่เอ็นดูหลานชายคนนี้มาก องค์ชายสี่ที่ไม่ชอบคนต่ำช้าหยาบคายก็ยังรักใคร่ตัวลูกพี่ลูกน้องคนนี้
แม้แต่ตัวเมิ่งจี๋ฟังเองก็เคยเป็นแขกของในวังบ่อยๆ ฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มสาวพวกนี้มาก ตอนที่เขายังเด็กก็ยังได้รับคำชมอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ต่อมาคนที่บ้านเขาเห็นว่าเขาเอาแต่เที่ยวเล่นรักสนุกจึงไม่กล้าส่งเขาเข้าวังอีกด้วยกลัวว่าฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นเขาแล้วจะทรงผิดหวัง
วันนี้เขาออกจากบ้านและกลับไปพร้อมกับสาวงามสองคน ทั้งยังเป็นพวกต่างเผ่าพันธุ์ หากท่านโหวเมิ่งไม่โกรธสิจึงจะเป็นแปลก
เขาโดนตำหนิว่ากล่าวหลายคำ
แต่มันก็ไร้ประโยชน์
ท่านโหวเมิ่งผู้นี้มากแผนการ ยามที่คิดจะกล่าวหารัชทายาทแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใดเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไป แต่พอเป็นลูกของตนเอง เขากลับทำไม่ลง
จะให้เขาลงไม้ลงมือทุบตีก็ทำไม่ลง ถึงจะดุด่าว่ากล่าวก็แค่ไม่กี่คำเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วเขาก็คิดว่าพวกนางก็แค่นักร้องสองคนเท่านั้น ไม่ใช่นางข้างห้องหรืออนุภรรยาใดๆ ทั้งนั้นก็เลยปล่อยให้เขาทำตามใจ
ในเมื่อท่านโหวเมิ่งไม่พูดอะไร คนอื่นๆ ในบ้านก็ยิ่งไม่สนใจ
พอเมิ่งจี๋ฟังนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ตนเองถูกพวกรัชทายาทกดข่มมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เขาก็รู้สึกราวกับว่าในบ้านเป็นสวรรค์
วันๆ เขาเอาแต่เรียกเพื่อนกินเพื่อนเล่นพวกนั้นมาฟังดนตรีเต้นรำกันเพื่อแก้เบื่อ
แต่เขาเองก็ไม่ได้ทำตามอำเภอใจโดยสมบูรณ์เสียทีเดียว
หลังบ้านเขามีผู้หญิงไม่มาก เขามีนางข้างห้องแค่สองสามคน ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่ว่านอนสอนง่ายกริยาเรียบร้อย และไม่ค่อยเข้าห้องเท่าไรนัก ส่วนผู้หญิงข้างนอกพวกนั้น เขาก็แค่ดูคนอื่นร้องรำทำเพลง ตระกูลเมิ่งมีข้อกำหนดให้เขาเพียงอย่างเดียวก็คืออย่ามักมากเกินไปจนทำร้ายร่างกาย
หลายวันก่อนเขาถูกสะใภ้ไช่ตามพัวพันจนดูเหมือนเกินเลยไปหน่อย คนในบ้านยังโกรธเขามาก แต่พอสะใภ้ไช่จากไปแล้ว เขาจึงดูกระปรี้กระเปร่าขึ้น คนในบ้านก็ไม่พูดอะไรมากอีก
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับมาแล้ว นางก็ไม่ได้ไปบ้านตระกูลเซี่ย เอาแต่หลบซ่อนตัวอยู่ในจวนรัชทายาท
เซี่ยผิงกั่งรู้ตัวช้า หลังจากที่เขาจากไปก่อนในวันนั้นแล้ว เขาจึงเพิ่งนึกถึงเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
เรื่องนั้นก็คือปรมาจารย์ผู้นี้เป็นพวกหาเงินเข้ากระเป๋าเก่ง!
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าปรมาจารย์ก็คือน้องสาวของตนเอง นั่นก็หมายความว่า ในมือน้องสาวของเขาไม่รู้มีเงินซ่อนอยู่มากมายแค่ไหน กระทั่งหีบสมบัติก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นของนางคนเดียว?!
พอคิดได้อย่างนั้นอารมณ์โกรธที่ถูกหลอกของเซี่ยผิ่งกั่งก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีก
ต่อมาเขาสืบจากซีเอ๋อร์จนรู้ว่ามีหีบสมบัติตั้งสองใบ!
เขาได้ส่วนแบ่งในฐานะพี่ชายมาห้าร้อยตำลึง!
ต่อมาเมื่อนางแต่งงาน เขาก็เอาสมบัติส่วนตัวควักให้นางไปจนหมดเกลี้ยง! นังหนูที่ไร้มโนธรรมนี่ มีเงินแล้วก็ไม่รู้จักแสดงความกตัญญูต่อเขาเลย มันน่าหดหู่ใจเหลือเกิน?!
ตอนที่ 1144 เปลืองเงิน
เซี่ยผิงกั่งยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจึงได้รับดาบรอนางอยู่ที่บ้าน
แต่เขารออยู่นานหลายวันก็ยังไม่เห็นเซี่ยเฉียว
ไฟโทสะยิ่งลุกโชน
แต่ตอนนี้เซี่ยเฉียวกลับเป็นถึงพระชายารัชทายาท เขาเป็นขุนนางจึงไม่อาจไปเคาะประตูเรียกเพื่อหาเรื่องนางได้ ได้แต่พกพาไฟโทสะนั้นไปที่ศาลตัดสินคดีด้วย ใบหน้าดุดันเหี้ยมเกรียมจนทำให้พวกคนชุดดำตกใจกลัวแทบร้องไห้
ตอนที่สืบสวนเขายิ่งลงมืออย่างไร้ความปรานี
คนชุดดำพวกนี้เป็นหน่วยกล้าตาย ปากแข็งยิ่งนัก เซี่ยผิงกั่งทรมานพวกเขาจนเกือบตาย แต่ก็ยังไม่ได้อะไรออกมา ปวดหัวจนผมแทบจะร่วงหมดแล้ว
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ได้จัดการง่าย เขาจึงไม่ได้สร้างความลำบากใจให้เซี่ยผิงกั่ง เพียงแต่เซี่ยผิงกั่งเองที่ไม่สบายใจ เขาคิดไปคิดมาก็เลยนึกถึงเซี่ยเฉียว
น้องสาวเป็นถึงปรมาจารย์ หากเขาไม่ใช้นางก็โง่สิ
แต่ตอนนี้เขาไม่พบหน้านาง ปัญหาจึงยุ่งยากเล็กน้อย…
รัชทายาทเองก็ยังหวงน้องสาวของเขา คงจะไม่ช่วยเขาแน่…
เซี่ยผิงกั่งกลับมาบ้านแล้วก็เรียกตัวน้องสาวน้องชายทั้งคู่มาหาโดยไม่เกรงใจเลยสักนิด
สายตาที่เซี่ยผิงไหวมองเขาก็ไม่ได้มีความเป็นปริปักษ์อย่างก่อนหน้านี้แล้ว เขาเก็บสีหน้าอาการเป็นอย่างดี แต่เซี่ยผิงกั่งรู้ว่า เด็กคนนี้กำลังอดทนอดกลั้นอยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่สนใจและเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “พี่หญิงใหญ่ของพวกเจ้าแต่งงานไปตั้งนานขนาดนี้แล้ว นอกจากวันที่ต้องกลับบ้านมาครั้งนั้นแล้วก็ไม่เห็นกลับมาอีก พวกเขาจะต้องคิดถึงนางมากสิใช่ไหม”
“ไม่นะ” เซี่ยผิงไหวดูนิ่งขึ้นมาก
เซี่ยซีเองก็ส่ายศีรษะ
พี่หญิงใหญ่เพิ่งจะแต่งงานไม่นานนี่เอง!
เมื่อก่อนพวกเขาก็ไม่ได้พบนางบ่อยๆ อยู่แล้วจนชิน ก็เลยไม่ได้คิดถึงอะไรมากมาย
“พวกเจ้าอยู่กันสบายเกินไปแล้ว ใช้ชีวิตอย่างไร้หัวใจ จากนี้ไปข้าจะตั้งกฎเกณฑ์บางอย่างให้พวกเจ้า” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยหน้าด้านๆ “ต่อไปให้ทุกวันตื่นนอนเวลายามเหม่าสามเค่อไปคอยดูแลท่านพ่ออาบน้ำ แล้วค่อยไปคารวะอาจารย์อวี๋ ดูแลให้อาจารย์ของพวกเจ้ากินข้าว ทำเสร็จแล้วก็ไปเรียน ถ้าหากมีเวลาว่างพวกเราก็จะมาจัดชุมนุมน้ำชาสนทนากันเพื่อความสนุกครึกครื้น”
“ชุมนุมน้ำชา!” เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้วมุ่น เขาแทบจะทนไม่ไหวระเบิดออกมาแล้ว แต่โชคดีที่ช่วงนี้เขาปรับตัวได้ไม่เลวจึงยังทนไหว เขาปรับลมหายใจแล้วเอ่ยช้าๆ “ทำอย่างนั้นเพื่ออะไร…เล่า”
เซี่ยซีเองก็รู้สึกต่อต้าน
“พวกเจ้าอายุไม่น้อยกันแล้ว ก็น่าจะเอาอย่างเด็กตระกูลเมิ่งนั่นบ้าง คบสหายมากมาย ต่อไปเรื่องแต่งงานจะได้ง่ายขึ้นหน่อย” เซี่ยผิงกั่งค่อนข้างมีเหตุผล “ในเดือนหนึ่งก็จัดงานเลี้ยงให้หลายครั้งหน่อย แต่ละครั้งก็เชิญคนมาให้พอสมควร ถ้าหากเชิญใครไม่ได้ ข้าจะลงโทษพวกเจ้าอย่างหนัก”
“……” เซี่ยผิงไหวแอบกลอกตา
อยากจะลงโทษพวกเขาก็บอกมาตรงๆ จะต้องอ้อมค้อมวกไปวนมาหาข้ออ้างไปทำไม
แม้ว่าตระกูลเซี่ยของพวกเขาอาศัยใบบุญของรัชทายาทได้บ้างแล้ว แต่คนที่ยินดีจะเล่นกับพวกเขามีไม่มากเลยจริงๆ!
“จะต้องจัดงานเลี้ยงใหญ่…เปลืองเงินนะ…” เซี่ยซียังใจเต้นแรงอยู่เลย
“เงินอะไร! พี่หญิงใหญ่ของพวกเจ้ามีถมถืด!” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเยาะ “ใช้ไปเลย หากหมด ข้าจะไปปล้นหอส่องชะตา!”
“……” เซี่ยซีตกใจจนใบหน้าน้อยๆ ซีดไปหมด
เซี่ยผิงไหวงุนงงเล็กน้อย “ท่านเคารพยกย่องปรมาจารย์โม่ผู้นั้นไม่ใช่หรือ”
“เหลวไหล! ข้าเคยเคารพยกย่องนางตอนไหน ไม่เคยมี!” เซี่ยผิงกั่งไม่ยอมรับเสียดื้อๆ “เอาเป็นว่า จะต้องจัดงานเลี้ยงอย่างเหมาะสม ไม่ต้องกลัวเรื่องเงิน!”
เซี่ยผิงกั่งไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าตนเองหน้าหนา ต่อให้น้องสาวเขาแต่งงานออกเรือนไปแล้ว แต่นางก็ยังเป็นน้องสาวของเขา!
ตอนที่นางแต่งงาน เขายังเอาอินทรีทองคำของที่บ้านนั้นไปขายแลกเป็นเงิน แล้วยังเอาเงินเก็บที่เขาสะสมมาหลายปีเติมลงไป ทั้งยังไม่ลืมที่จะขอยืมเงินเพื่อนมานิดหน่อยด้วย แล้วผลสุดท้ายเล่า?!