ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1145 มันเป็นความลับ / ตอนที่ 1146 แต่งตัวหล่อเหลา
ตอนที่ 1145 มันเป็นความลับ / ตอนที่ 1146 แต่งตัวหล่อเหลา
ตอนที่ 1145 มันเป็นความลับ
วันที่เซี่ยเฉียวแต่งงาน ขบวนสินเดิมของเจ้าสาวยาวเป็นสิบลี้จริงๆ
แม้ว่าในวังจะจัดเตรียมสิ่งของมากมายให้โดยที่เซี่ยหนิวซานพ่อลูกไม่ต้องกังวลใจเลย แต่เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าน้องสาวของเขาสุขภาพร่างกายไม่ดี ถ้าหากแม้แต่สินเดิมก็ยังต้องให้คนอื่นจัดเตรียมให้ ต่อไปความมั่นใจของนางก็คงจะน้อยลงตามไปด้วย
ดังนั้นเขาจึงทุ่มหมดตัวด้วยกลัวว่าตนเองจะดีไม่พอ
แน่นอนว่าที่เขาทำลงไปนี้ เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไร เขากระทั่งรู้สึกว่าบิดาของเขาไร้ประโยชน์ ไม่สามารถทำให้นางดูดีได้
แต่ตอนนี้พอเขาถูกความเป็นจริงตบหน้า และคิดถึงหีบสมบัติสองใบที่เซี่ยเฉียวมี เขาก็ยิ่งรู้สึกแย่
เซี่ยผิงกั่งทำหน้าตาจริงจัง เซี่ยผิงไหวถูกเขาทุบตีมาเป็นเวลานานจนสามารถเข้าใจอารมณ์ของเขาได้ เขารู้ว่าตอนนี้ไม่ควรยั่วโมโหพี่ชายใหญ่ แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องเลือกที่จะพยักหน้ารับคำไว้ก่อน
หลายวันต่อมาสองพี่น้องยุ่งมาก
เซี่ยหนิวซานเป็นคนหยาบคาย ไหนเลยจะต้องการการปรนนิบัติ?
แต่ตอนนี้เขาถูกลูกชายคนโตจ้องเขม็ง จึงได้แต่ต้องตื่นเช้ามารับน้ำใจจากลูกๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง
บรรยากาศที่บ้านแปลกๆ
อวี๋เซียนคิดว่า ถึงอย่างไรตนเองก็เป็นคนนอก เมื่อสองพี่น้องมาคอยปรนนิบัติเช่นนี้นางก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม
“เรื่องของข้าช่างเถอะ? ข้ามันคนหยาบคาย ไม่ชอบมากพิธีรีตรอง พี่ใหญ่เซี่ย ท่านดูสิว่าพวกเขาทั้งสองคนน่าสงสารมากแค่ไหน ร่างกายอยู่ในวัยเติบโต ยังไม่ตื่นดีเลยก็ต้องมาทรมานแบบนี้แล้ว?” อวี๋เซียนส่ายหน้า
“ข้าทำเพื่อพวกเขาทั้งนั้นแหละ!” เซี่ยผิงกั่งตอบอย่างจริงจัง
อวี๋เซียนแค่ดูก็รู้แล้วว่าเขาโกหก
“เมื่อก่อนน้องชายของท่านไม่ค่อยจะรู้ความนัก แต่ช่วงนี้เขาทำตัวดีมาก นิ่งขึ้นเยอะ ทั้งยังไม่ชอบพูดเล่นและสร้างปัญหาแล้ว ทำไมท่านยังต้องทำแบบนี้กับเขา” อวี๋เซียนนิ่วหน้า ท่าทางโมโหไม่เบาเหมือนกัน
พวกเขาคนหนึ่งเป็นลูกศิษย์ของนางจริงๆ ส่วนอีกคนก็ได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนของนาง
นางต้องปกป้องพวกเขาบ้างใช่ไหม
นางสามารถเข้าใจเรื่องการจัดงานเลี้ยงได้ แต่การปรนนิบัติรับใช้คนอื่นนี้….กฎบ้าๆ นี้มีไว้ทำไม
“จะมีใจกตัญญูหรือไม่ ไม่ได้ดูกันแค่ภายนอกนี้” อวี๋เซียนเอ่ยอีก
เซี่ยผิงไหวอดยกนิ้วโป้งให้อาจารย์ของตนไม่ได้
เขาไม่กล้าพูดอะไรทั้งนั้น อาจารย์มองออกหรือว่าพี่ชายใหญ่ของเขากำลังโมโหอยู่
“พระชายารัชทายาทไม่มาบ้านเราเลยช่วงนี้ หากนางไม่มา ข้าก็จะจัดการน้องสาวน้องชายของนาง ดูสิว่านางจะทนได้ถึงเมื่อไร!” เซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมามาก เขาไม่ได้ปิดบังอะไรน้องสาวน้องชายอีก
อวี๋เซียนใจเต้นแรง
“เหตุใดพี่ชายใหญ่ถึงต้องโมโหรุนแรงอย่างนี้ด้วย” เขาคงไม่ได้รู้อะไรแล้วใช่ไหม
“นาง……” เซี่ยผิงกั่งเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็หยุดชะงักไป “แม้ว่าเราสองคนจะเหมือนพี่น้องกัน แต่ก็มีบางเรื่องที่ข้าไม่สะดวกจะพูดกับเจ้า มันเป็นความลับ”
“……” หากอย่างนั้นท่านก็ไม่ต้องบอกว่าเป็นความลับสิ!
มาทำให้นางอยากรู้ ยิ่งอึดอัดเข้าไปอีก!
“แม่นางเซี่ยสุขภาพร่างกายไม่ดีอย่างนั้น ท่านก็อย่าได้โกรธนางไปเลย นางน่ารักจะตายไป? หากข้ามีน้องสาวอย่างนาง คงแทบจะยกนางไว้บนหิ้งเลยล่ะ” อวี๋เซียนส่ายศีรษะ
“น้องสาวบ้าๆ ยกให้เจ้าก็แล้วกัน!”
น้องสาวไสตัวไปเลย เอาหีบสมบัติไว้ก็พอ!
คนที่ชอบหลอกลวงอย่างนางไม่ต้องมีก็ได้!
รัชทายาทยังรู้เรื่องนี้ก่อนเขาอีก! มันหมายความอย่างไรกัน หรือนางคิดว่ารัชทายาทใกล้ชิดสนิทสนมกว่าเขา?!
เขาเกิดออกมาจากท้องแม่เดียวกันนะ รัชทายาทจะนับเป็นอะไรได้…
เซี่ยผิงกั่งเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
พออวี๋เซียนเห็นท่าทางของเขาแล้วก็อดไม่ได้ “เพราะท่านดุเกินไปนั่นแหละ แม่นางเซี่ยถึงได้ไม่กล้ากลับมา แม่นางเซี่ยไม่ใช่คนหยาบคายไม่มีเหตุผลแบบพวกเรา นางเป็นคนมีการศึกษา จะทำอะไรก็คงมีเหตุผลของนาง พี่ใหญ่เซี่ย ต่อให้ท่านจะโมโหแค่ไหน แต่หากพบแม่นางเซี่ยแล้ว ท่านก็ไม่ควรลงไม้ลงมือนะ? หากท่านทำอะไรนาง…ความเป็นพี่น้องของเราก็จบสิ้นกัน”
เซี่ยเฉียวเป็นปรมาจารย์ ซึ่งใกล้ชิดสนิทสนมกับนางเหมือนกัน!
อีกอย่างก่อนหน้านี้นางก็รับปากเซี่ยเฉียวไว้แล้วว่าจะช่วยนาง!
ตอนที่ 1146 แต่งตัวหล่อเหลา
พอเซี่ยผิงกั่งเห็นอวี้เซียนพูดจาปกป้องเซี่ยเฉียวอย่างนี้แล้ว เขาก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย
“นั่นมันน้องสาวข้าหรือน้องสาวเจ้ากันแน่? ทำไมเจ้าปกป้องนางยิ่งกว่าข้าเสียอีก อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ไม่ได้ตื้นเขิน ที่ข้าโกรธนังหนูนั่นก็ต้องเพราะนางทำผิด เจ้าควรที่จะร่วมด่านางเป็นเพื่อนข้าเพื่อความสนุกสักหน่อยสิถึงจะเรียกว่ารักกันจริง!”
“……” อวี๋เซียนต่อยเขาหมัดหนึ่งด้วยสีหน้าไร้คำพูด “ท่านพูดเหลวไหลอะไรอย่างนั้น หรือว่าหากข้าต่อยน้องสาวของท่านจริงๆ แล้วท่านจะดีใจ”
พูดบ่นอยู่ได้
พูดเหตุผลกับเขาก็ไม่ฟัง ช่างน่า…
หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นนายจ้าง และแค่อาศัยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา สิ่งที่นางพูดออกไปก็คงจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้แน่นอน
เซี่ยผิงกั่งท่าทางโกรธมาก
“แม่นางเซี่ยเองก็ลำบากนะ ท่านดูสิว่าตระกูลโจวมีแม่นางอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่นางเซี่ยตั้งกี่คน แต่ละนางแข็งแรงอย่างกับอะไรดี แล้วพอหันมาดูแม่นางเซี่ย ลมพัดมาทีเดียวก็ล้มลงได้แล้ว บุคลิกดีมีเหตุผล ด้วยสุขภาพร่างกายอย่างนั้น นางก็ยังหน้าเป็นตาให้กับตระกูลเซี่ยครั้งแล้วครั้งเล่า พี่ใหญ่เซี่ย ไม่ใช่ข้าว่าท่านไม่ดีนะ แต่ความจริงก็คือ หากพวกท่านสองพ่อลูกปกป้องนางได้จริงๆ นางจะต้องลำบากอย่างนั้นไปทำไม!” อวี๋เซียนพูดจาจริงจัง
หลังจากที่นางรู้แล้วว่าเซี่ยเฉียวก็คือปรมาจารย์โม่ นางก็อดสงสารเซี่ยเฉียวไม่ได้เลยจริงๆ
การเป็นปรมาจารย์ยุ่งมากนะ?
นางเห็นวิญญาณได้ก็ไม่เป็นไร นี่นางยังต้องจับวิญญาณด้วย วิญญาณพวกนั้นยังไม่ใช่เงินทองที่น่าพึงพอใจเสียหน่อย หญิงสาวคนหนึ่งไม่รู้ว่าจะหวาดกลัวขนาดไหน…
เรื่องนั้นก็ช่างมันเถอะ นางยังต้องมานั่งกังวลว่าพี่ชายใหญ่นางจะรู้ ต้องคอยระแวดระวังอยู่ทุกวัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เซี่ยผิงกั่งเป็นผู้ชายสามศอกจะมามัวคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ทำไม
ตอนนี้อวี๋เซียนก็รู้แล้วว่าชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยในอดีตนั้นเลวร้ายเพียงใด แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังชื่นชมกันว่าตระกูลเซี่ยมีอนาคตสดใส
ที่พวกเขามีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้ก็เพราะเซี่ยเฉียวทั้งนั้น
เซี่ยผิงกั่งฟังที่นางพูดจนปวดหัว “น้องสาวของข้าดีหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าดุหรือไม่ดุนาง!”
“ไม่มีเหตุผล” อวี๋เซียนกลอกตาใส่เขา “ท่านไปเถอะ วันนี้ข้าขี้เกียจดื่มกับท่านแล้ว”
“……” เซี่ยผิงกั่งอ้าปากค้าง
อย่านะ เขาอยากดื่มเหล้ากับอวี๋เซียนจริงๆ ไม่ใช่อะไรหรอก ก็เซี่ยเฉียวมอบเหล้าชั้นดีที่นางซ่อนเอาไว้พวกนั้นให้อวี๋เซียนหมดแล้ว! อีกอย่าง การพูดคุยกับอวี๋เซียนก็ทำให้เขามีความสุขจริงๆ ไม่เหมือนคนอื่นที่มักจะคิดว่าเขาดุ มีอะไรก็ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ
“บ้านตระกูลโจวเป็นอย่างไรบ้างแล้ว” เซี่ยผิงกั่งยิ้มเอาอกเอาใจอย่างที่หาได้ยากยิ่ง จากนั้นเขาก็พูดเรื่องอื่น
ตอนนี้อวี๋เซียนอารมณ์ไม่ดี ถึงอย่างไรก็ต้องให้คนอื่นมารับโทสะของนางไปใช่ไหม
แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ พอเซี่ยผิงกั่งพูดถึงตระกูลโจว สายตาอวี๋เซียนก็วาบประกายขึ้นมาทันทีก่อนจะตบโต๊ะไปทีหนึ่ง “ตอนนี้พี่ชายของเข้าพาท่านป้าย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว ต้องออกไปจากหลุมกินคนนั่น แม้แต่สินเดิมนางก็ไม่เอาแล้ว!”
อย่างไรเสียสินเดิมก็ไม่ได้มากมายอะไร
แค่พอพูดได้ว่าพอจะมีบ้างเท่านั้น!
โชคยังดีที่บ้านเกิดที่ตงอันไม่ใช่ครอบครัวที่ยากจนอะไร มิฉะนั้นตอนที่ท่านป้าแต่งงานออกเรือนมาก็คงจะมีแต่ที่นอนให้เท่านั้น แม้แต่ผ้าห่มก็ไม่มีให้!
“ตอนนี้พี่ชายของข้ามีอนาคตแล้ว พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะยั่วยุอะไรเขาอีก และเพื่อจะรั้งท่านป้าไว้ หลายวันก่อนหน้านี้ลุงเขยของข้าถึงกับต้องใช้แผนชายงาม แต่งตัวหล่อเหลามาอยู่ใกล้ๆ ท่านป้าของข้าทั้งวัน คงจะเพิ่งคิดได้ตอนนี้เองว่า หลายปีมานี้ท่านป้าก็เป็นคนดีมีคุณธรรมเหมือนกัน จึงไม่ยอมปล่อยไป!”
หรือไม่ก็ไม่ยอมปล่อยพี่ชายที่มีความสามารถโดดเด่นของนางไป
แต่น่าเสียดายที่หลังจากหัวใจของพวกเขาเย็นชามาหลายปี จะให้เปลี่ยนใจในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร อีกอย่าง ลุงเขยผู้หล่อเหลาของนางยิ่งดูก็ยิ่งน่าเกลียด!