ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1147 ออกอุบาย / ตอนที่ 1148 อาจารย์ขอทาน
ตอนที่ 1147 ออกอุบาย / ตอนที่ 1148 อาจารย์ขอทาน
ตอนที่ 1147 ออกอุบาย
อันที่จริงตอนนี้ตระกูลโจวมีข่าวลือค่อนข้างมาก
ถึงอย่างไรตระกูลโจวก็เป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียง เมื่อภรรยาเอกของบ้านใหญ่ต้องการหย่าร้างทั้งที ไหนเลยจะห้ามไม่ให้มีข่าวลือเกิดขึ้นได้?
ใครๆ ต่างก็สงสัยกันว่าตระกูลโจวทำอะไรจนทำให้ฮูหยินคนนี้ยอมที่จะออกไปอยู่ด้วยตัวเองข้างนอก
พอพวกเขาสอบถามก็ได้เรื่องมาไม่น้อยเลย
ตัวอย่างเช่นฮูหยินบ้านใหญ่จะต้องอยู่ในกฎระเบียบมากมายมานานหลายปี ลูกชายที่ติดสามีอีกสองคนก็ไม่ให้ความเคารพนาง และตัวอย่างเช่นในบ้านใหญ่มีอนุภรรยาอยู่ด้วยตั้งหลายคน การแข่งขันชิงดีชิงเด่นก็รุนแรงมาก…
แน่นอนว่ายังมีคนที่มีความสามารถมากหน่อยที่สืบรู้มาว่านายหยิงผู้เฒ่าของบ้านหลังนี้คิดจะยกหลานสาวนอกตระกูลให้รัชทายาท…
ว่ากันว่าเพราะเรื่องนี้ญาติยังสาวถึงกับเตะหญิงชรารับใช้หลายคนในบ้านของนายหญิงผู้เฒ่าจนใบหน้าของพวกนางบวมฉึ่งล้มหงายลงกับพื้น แต่เพราะพวกเขาต้องการรักษาชื่อเสียงไว้จึงไม่กล้าพูดออกไป…
จริงหรือไม่คนอื่นก็ไม่รู้
แต่พวกเขารู้สึกสงสัยใคร่รู้เรื่องหลานสาวนอกตระกูลผู้นี้จริงๆ
และหลังจากที่สอบถามมาแล้วก็ยิ่งน่าประหลาดใจ หลานสาวคนนั้นกลับกลายเป็นอาจารย์ของบ้านตระกูลเซี่ย!
ความสัมพันธ์นี้…ทำให้พวกเขาสับสนจริงๆ!
เซี่ยผิงกั่งพูดเรื่องตระกูลโจวแค่ไม่กี่คำ อวี๋เซียนก็ลืมเรื่องที่นางไล่เขากลับไปก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว ไม่นานนักทั้งสองก็ดื่มเหล้าด้วยกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งคู่ต่างก็มีความลับอยู่ในใจ เวลาดื่มเหล้าพวกเขาจึงต้องระแวดระวังตัวมาก จะดื่มก็ต่อเมื่อทายหมัดแพ้เท่านั้น ดังนั้นบรรยากาศของการเล่นเกมทายหมัดนี้จึงดูเหมือนการลงสนามรบก็ไม่ปาน ต่างฝ่ายต่างก็อยากให้อีกฝ่ายดื่มให้มากๆ หน่อย ตนเองจะได้ไม่ต้องดื่มมากไปและพลั้งปากถูกล้วงความลับเอาได้
เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่าทางของทั้งสองจึงทำให้สาวรับใช้หวาดกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้…
……
ไม่กี่วันต่อมา เซี่ยเฉียวซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ในจวนรัชทายาทก็ได้ยินข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตระกูลเซี่ย
ชุนเอ๋อร์ต้องออกไปซื้อของทุกวัน และเมื่อนางกลับมาก็จะต้องเล่าเรื่องตระกูลเซี่ยให้นางฟังอย่างละเอียด
“ตอนนี้ข้างนอกต่างก็พูดกันว่าคุณชายน้อยและคุณหนูรองกตัญญูมาก ทุกวันจะต้องไปคอยปรนนิบัตินายท่านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ยังพูดกันอีกว่านายท่านซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล และบอกว่าลูกสาวลูกชายทั้งสองรู้ความแล้ว…ทั้งสองคนก็ได้รับคำชมจากพวกอาจารย์ว่าเป็นเด็กกตัญญูตอนอยู่ที่สำนักศึกษา…” ชุนเอ๋อร์รู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติ
หากบอกว่าคุณหนูรองกตัญญู บางที…อาจเป็นเพราะเงินมากพอก็เป็นไปได้
แต่คุณชายรอง…กลายเป็นเด็กกตัญญู?
ลูกสาวลูกชายตระกูลเซี่ยต่างก็เป็นลูกเสือลูกจระเข้กันทั้งนั้น ต่อให้เป็นหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านางนี้ก็ยังนับไม่ได้ว่าเป็นลูกที่กตัญญู
“มันเป็นอุบายของพี่ใหญ่ข้า….” เซี่ยเฉียวเลียริมฝีปาก นางกำลังลังเลว่าจะโผล่หน้าไปดีหรือไม่
“ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
หากพี่ชายใหญ่คิดจะบีบให้นางกลับไป เขาคงจะไม่ใช้ลูกไม้แค่นี้แน่ เขาจะต้องทำให้น้องสาวน้องชายของนางลำบากตรากตรำจึงจะได้ผล
“ก็ไม่มีอะไรพิเศษแล้วเจ้าค่ะ แค่ข้ารู้มาว่าเร็วๆ นี้นายน้อยทั้งสองจะจัดงานเลี้ยง ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งแรก ได้ยินว่าเชิญคนไปไม่น้อยเลย” ชุนเอ๋อร์เอ่ย
เซี่ยเฉียวเข้าใจได้ในทันที
น้องสาวน้องชายของนางไม่ได้มีนิสัยชอบจัดงานเลี้ยงอะไรพวกนี้เสียหน่อย จะต้องเป็นพี่ชายใหญ่ของนางที่บงการแน่ๆ
“ก็ดีเหมือนกัน จะได้ฝึกนิสัยของพวกเขาบ้าง” เซี่ยเฉียวไม่ใจอ่อน
ก็แค่เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร
น้องชายน้องสาวของนางไม่ใช่กระต่ายขาวตัวน้อยที่โง่เขลา
อย่างไรก็ตาม การที่พี่ชายใหญ่ยั่วยุนางอย่างนี้ นิสัยดื้อรั้นของนางก็กลับมาเช่นกัน
ตกเย็นจ้าวเสวียนจิ่งกลับมา
เซี่ยเฉียวก็ถามอย่างตรงไปตรงมา “พี่ชายใหญ่ของข้าทำงานได้ไม่ดีด้วยใช่ไหม”
“ถามอะไรจากพวกพวกหน่วยกล้าตายได้ยากจริงๆ ไม่ว่าวิธีอะไรก็ขุดมาใช้จนหมดแล้ว ก็ไม่ถือว่าทำงานได้ไม่ดีหรอก” จ้าวเสวียนจิ่งถอดเสื้อคลุมออกเอง และถือโอกาสลากเซี่ยเฉียวเข้าไปกอด “สามีของเจ้าเพิ่งจะกลับมาบ้าน ถามถึงคนอื่นทำไม”
ตอนที่ 1148 อาจารย์ขอทาน
ใบหน้าของเซี่ยเฉียวแดงเล็กน้อย
“ข้าคำนวณได้ว่าช่วงนี้เขาทำงานได้ไม่ราบรื่น คิดไปคิดมาก็คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับคนพวกนั้น พี่ชายใหญ่ยังอยากให้ข้ากลับบ้านไปฟังเขาสั่งสอน…ข้าไม่อาจทำตามใจเขาได้ ดังนั้นข้าจึงคิดว่าจะไปที่ศาลตัดสินคดีและช่วยเขาคลี่คลายเรื่องงานต่อหน้าท่าน เขายังจะต้องขอบคุณข้า และยิ่งไม่สามารถระบายโทสะออกมาได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มอย่างจนใจ “พูดไปแล้วเจ้าก็ยังสงสารที่เขาทำงานไม่ราบรื่น”
มีการยั่วโมโหคนแบบนี้ด้วยหรือ
“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก คนที่ชุดดำพวกนั้นลอบสังหารก็คือท่าน” เซี่ยเฉียวยกยิ้ม “พวกเราสามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกัน ข้าก็ถือว่าทำงานให้ตัวเองด้วย”
“บรรยากาศที่ศาลตัดสินค่อนข้างรุนแรง” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็รู้ว่าเซี่ยเฉียวไม่ชอบที่นั่น
“นานๆ ไปทีไม่เป็นไรหรอก สุขภาพร่างกายของข้าดีขึ้นมากแล้ว ไม่เปราะบางเหมือนแต่ก่อน ที่สำคัญก็คือวิญญาณส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั่นน่าเกลียดน่ากลัว เห็นแล้วอยากจะอาเจียน พอถึงตอนนั้นข้าจะพยายามไม่มองก็แล้วกัน” หากเป็นคดีอื่น เซี่ยเฉียวก็คงไม่เป็นฝ่ายเริ่มเข้าไปแทรกแซงก่อนอย่างนี้ แต่คนชุดดำพวกนั้นก็เกือบจะเอาชีวิตนางก่อนหน้านี้ด้วย นางจึงย่อมอยากรู้ว่าใครเป็นคนส่งพวกเขามา
หลังจากที่นางจัดการกับคนพวกนั้นในวันนั้นแล้ว ร่างกายของนางก็อ่อนแอลงเล็กน้อย นางจึงยังไม่ทันจะได้ถามอะไร นางมาจัดการตอนนี้ก็ยังไม่สาย
“ในเมื่อเจ้าอยากจะไป พรุ่งนี้เช้าก็ลองไปดูกัน” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้ห้ามนางอีก
เพราะถึงห้ามก็ห้ามไม่ได้
พอเขาเห็นว่าเซี่ยเฉียวดีกับเซี่ยผิงกั่งแทบจะเล่ากับเขาแล้ว ในใจจ้าวเสวียนจิ่งก็รู้สึกอิจฉามาก เขาอดอยากทำอะไรสักหน่อยไม่ได้ แต่น่าเสียดายขณะที่เขากำลังจะทำธุระสำคัญ ก็มีเสียงรายงานดังมาจากข้างนอกเสียก่อน
“รัชทายาท พระชายา ข้างนอกมีขอทานคนหนึ่งมา เขายืนกรานว่าเป็นอาจารย์ของพระชายา…เดิมทีพวกกระหม่อมคิดจะไล่เขาไป แต่คนผู้นั้นพูดถึงวัดสุ่ยเย่ว์ พวกกระหม่อม…ไม่กล้าตัดสินใจ ก็เลยมาถามพระชายาดูก่อน…” คนที่อยู่ด้านนอกเอ่ยรายงาน
“ขอทาน?” เปลือกตาเซี่ยเฉียวกระตุกทันทีด้วยลางสังหรณ์ไม่ดี
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็รีบจัดการเสื้อผ้าของตนเองทันที เขาจูงมือเซี่ยเฉียวไว้ “ออกไปดูกัน”
คงไม่ใช่อาจารย์ผู้ลึกลับสูงส่งของเซี่ยเฉียวจริงๆ หรอกนะ?
ถึงอย่างไรท่านก็เป็นถึงปรมาจารย์ จะถูกคนบรรยายว่าเป็นขอทานได้อย่างไร
จ้าวเสวียนจิ่งนึกถึงท่าทางสง่างงามลึกลับสูงส่งของเซี่ยเฉียวแล้ว เขาก็คิดว่าโม่หลิงจื่อนั้นก็คงเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน นอกเสียจากว่าท่านจะไปเจอความยากลำบากอะไรมาระหว่างทาง แต่หากท่านประสบเหตุขึ้นมาจริงๆ เซี่ยเฉียวก็จะต้องเป็นกังวล ดังนั้นเขาจึงจะต้องออกไปดูด้วย
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตลอดทาง พวกเขาให้คนเชิญ ‘ขอทาน’ เข้ามาก่อนเช่นกัน
พอพวกเขามาถึงที่ห้องโถง เซี่ยเฉียวก็ตกตะลึงไปทันที
“……” เซี่ยเฉียวแทบนอยากจะหันหลังกลับและเดินจากไปทันที
แต่ขอทานรีบพุ่งเข้าไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงและคว้าแขนเสื้อของเซี่ยเฉียวไว้ “ศิษย์รักของข้า ข้าคิดถึงเจ้ามากจริงๆ!”
จ้าวเสวียนจิ่งเกือบจะเตะคนผู้นี้ออกไปแล้ว
จะพูดก็พูดไปสิ ทำไมต้องจับแขนเสื้อด้วย!
“…..” เซี่ยเฉียวทำหน้าเหนื่อยหน่าย “วัดของเรามีเงินค่าธูปเทียนเก็บไว้ตั้งมากไม่ใช่หรือ อาจารย์ไม่เอามันมาด้วยหรือ”
“ก็เอามาแล้วนี่?” โม่หลิงจื่อปาดหน้าตาด้วยความลำบากใจ “ต้องโทษพวกโจรชั่วพวกนั้น ข้าออกเดินทางมาได้ไม่กี่ลี้ก็ถูกพวกมันปล้นแล้ว…ข้าถูกปล้นเงินไปยังไม่พอ ข้ายังถูกจับไปใช้แรงงานหนักด้วย ข้าทำอยู่สองเดือนก็หนีออกมา พอคิดจะกลับไปที่วัด แต่คิดไปคิดมาข้าก็ไม่มีเงิน นิสัยอย่างข้าไม่พ้นต้องล่วงเกินคนอื่นอีก คงจะเอาชีวิตไม่รอด ข้าก็เลยกัดฟันเดินทางมาเมืองหลวง…”
“ศิษย์รัก ตลอดทางมานี้ข้าลำบากมากจริงๆ…” โม่หลิงจื่อร้องไห้จริงๆ
ไม่จำเป็นต้องพูดเซี่ยเฉียวก็รู้ว่าเขาต้องแย่แน่นอนอยู่แล้ว
ทั้งเนื้อทั้งตัวของเขา…
nanon
โม่หลินจื่อ ชื่อนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่เรียกปากรั่วปากกระโถนก็ไม่รู้จะเรียกอะไรดีแล้ว บุญมาวาสนาส่งแต่กรรมขวางจริงๆ