ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1149 โทษข้าได้หรือ / ตอนที่ 1150 พิการถาวร
ตอนที่ 1149 โทษข้าได้หรือ / ตอนที่ 1150 พิการถาวร
ตอนที่ 1149 โทษข้าได้หรือ
เซี่ยเฉียวอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ นางทั้งสงสารทั้งเหนื่อยใจก่อนจะรีบให้คนไปเตรียมน้ำร้อนและเสื้อผ้าไว้ให้อาจารย์ของตนอาบน้ำ
เสื้อผ้าของอาจารย์ดูเหมือนกับว่าเขาไปกลิ้งในบ่อโคลนมารอบหนึ่ง มันส่งกลิ่นเหม็นออกมาไม่หยุด เมื่อมองดูให้ดีภายในดินสีดำทั่วตัวนั้นดูเหมือนจะมีซากแมลงตัวเล็กๆ ปะปนอยู่ด้วย…
ผมเผ้ายุ่งเหยิง รองเท้าขาดเป็นรู แข้งขาสั่นเทา เล็บสกปรกเปื้อนฝุ่น…
น่าปวดหัว
“เดี๋ยวก่อน ข้ายังพาเจ้าโง่คนหนึ่งมาด้วย แต่ข้าคิดว่าจะเข้ามาในที่นี้คงจะยาก หากเผื่อเกิดการลงไม้ลงมือกันขึ้นมา ข้าคงจะหนีไม่รอดเมื่อพาเขามาด้วย ก็เลยจัดที่ให้เขารออยู่ข้างนอก…” โม่หลิงจือรีบเอ่ย
เซี่ยเฉียวร้องไห้ไม่ออก “อาจารย์ ท่านยังเป็นถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะพาคนอื่นมาอีกหรือ ท่านแน่ใจนะว่าท่านไม่ได้เป็นคนทำให้เขาโง่?!”
“……” โม่หลิงจื่อรู้สึกว่ามีลูกธนูพุ่งเข้าที่หน้าอกของเขา น้ำเสียงขลาดๆ อยู่บ้าง “ข้าทำแหละ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ…ใครใช้ให้เด็กโง่นี่ยืนกรานที่จะติดตามข้ามาตลอดทางด้วยเล่า…”
“เพราะท่านจริงๆ ด้วย!?” เซี่ยเฉียวถอนใจอย่างแรง
อาจารย์ของนางกลายเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นความสามารถของเขาแล้ว!
ตอนที่นางออกจากวัดสุ่ยเย่ว์มา นางทิ้งศิษย์น้องเอาไว้ในวัดไม่น้อย และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ใช่ศิษย์ที่สืบทอดมาโดนตรง พวกเขาเป็นเพียงคนทั่วไปที่เข้าสำนักมาเพื่อฝึกตน ทั้งหมดเป็นคนดีและมีความรับผิดชอบรู้หน้าที่ ขอแค่อาจารย์ไม่ทำอะไรโง่ๆ วัดสุ่ยเย่ว์ก็จะอยู่ต่อไปได้ไม่ยาก
นอกจากคนแล้ว นางยังทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ด้วย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานางได้เก็บกระดาษยันต์และอาวุธวิเศษไว้มากมายยัดไว้ในคลัง และมีเงินทองหลายหมื่นตำลึงเงินที่ได้มาโดยใช้ชื่อเสียงของอวิ๋นเวยในช่วงปีแรกๆ นางก็ให้เขาไว้เกือบทั้งหมด
นอกจากนี้ คนในพื้นที่แถบวัดสุ่ยเย่ว์ก็ให้ความเคารพเขามาก ถ้าหากเขาอยากที่จะเข้าเมืองหลวงก็แค่ลงจากเขามาเช่าขบวนรถม้า การเดินทางก็จะราบรื่นไร้อุปสรรค
แต่สุดท้ายเขาก็โดนปล้น…
เซี่ยเฉียวแน่ใจว่าเขาไม่ได้ใช้เส้นทางปกติเลย!
บนถนนทั่วไปไม่มีโจรใจกล้าอย่างนั้น!
เซี่ยเฉียวมองออกในปราดเดียว โม่หลิงจื่อจึงไม่กล้าสบตานาง เขาหันหน้าหนีด้วยท่าทางขลาดๆ พลางบ่นพึมพำ “อาจารย์ปู่บอกไว้แล้วว่าข้าเก็บเงินไม่ได้…”
“อาจารย์ ท่านละเมิดศีลอีกแล้วหรือ” เซี่ยเฉียวพูดอย่างใจเย็น
หัวใจของโม่หลิงจื่อเต้นไม่เป็นจังหวะ
เขาไม่อยากพูดความจริง
เขาเห็นเซี่ยเฉียวจับหน้าอกและไออย่างรุนแรงในทันใด “ท่าน…ท่านทำให้ข้าโมโหตายไปเลยดีกว่า…”
ใบหน้าขาวเนียนของนางซีดขาว ท่าทางพูดอะไรไม่ออกนั้นทำให้หัวใจของโม่หลิงจื่อแทบจะหลุดออกมา ถ้าเซี่ยเฉียว ไม่บีบฝ่ามือของจ้าวเสวียนจิ่งไว้ก่อนแสดง แม้แต่จ้าวเสวียนจิ่งเองก็คงจะตกใจหวาดกลัวไปด้วยแล้วในตอนนี้!
“ไม่ ไม่เอาไม่โมโห! ข้าผิดศีลเล็กน้อย! ตอนข้าลงจากเขา ข้าได้พบกับ…หญิงม่ายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ข้าก็เลยเดินตามนางไปทางนั้น ข้าก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนผู้นี้ถึงไม่ได้เดินทางใหญ่จะไปทางเล็กทำไม ก็เลยตามนางไป ใครจะไปรู้ว่านางจะตั้งใจมาล่อข้าไป”
“……” เซี่ยเฉียวอึ้งไปแล้ว
อาจารย์ของนางก้าวหน้าแล้ว?
โม่หลิงจื่อหน้าแดง “ข้าไม่ได้ทำอะไรนะ…ก็แค่พูดคุยกับนางเล็กน้อย และดูดวง…ให้นาง…”
ที่สำคัญก็คือเป็นการดูลายมือ
ในเมื่อเป็นการดูเส้นลายมือ มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขาต้องจับมือนางมาเพื่อดูใกล้ๆ หลังจากที่ดูแล้ว เขาพบว่าชะตาชีวิตของผู้หญิงคนนั้นไม่ดีนัก และเขาก็พูดจาค่อนข้างไม่น่าฟัง
ชะตากรรมของโสเภณีบ้าง ลูกหลานไม่กตัญญูบ้าง คนเลวอย่างนี้ชาติหน้าต้องเกิดเป็นหมูเป็นหมาบ้าง…
เอาเป็นว่าตอนนั้นมีอะไรเขาก็พูดออกไปหมด
“ผู้หญิงคนนั้นเห็นว่าข้าเป็นนักพรตชราคนหนึ่ง เดิมทีก็ไม่อยากจะปล้นข้าหรอก…” โม่หลิงจื่อเองก็ยอมรับ “แต่ดวงชะตาของนางไม่ดี แล้วก็ยังยืนกรานที่จะให้ข้าทำนายให้ได้ พอข้าทำนายให้แล้วก็โมโห จะมาโทษข้าได้หรือ”
ตอนที่ 1150 พิการถาวร
โม่หลิงจื่อพูดถึงผู้หญิงคนนั้นแล้วยังไม่ลืมที่จะฟ้องเซี่ยเฉียวด้วย “ดูดวงแล้วไม่ให้เงินก็ทำให้ข้าสูญเสียบุญกุศลแล้ว! เดิมทีข้าคิดว่าโหงวเฮ้งของนางไม่เลว แต่ใครจะไปรู้ว่าลายมือของนางจะแย่ขนาดนั้น เส้นโสเภณี และเส้นมัจจุราชก็มี แล้วนางก็แปลกด้วย ข้ายังไม่ได้รังเกียจที่นางทำให้ดวงตานักพรตของข้าต้องแปดเปื้อนเลย นางกลับปล้นเงินของข้าเสียก่อน…”
เซี่ยเฉียวรู้สึกจนใจจนอยากที่จะปิดปากอาจารย์ของนางไว้
“อาจารย์ อย่าได้ว่าคนอื่น” เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ “ตอนนี้ท่านก็อยู่ไกลออกมาตั้งมากขนาดนี้แล้ว หากท่านอยากที่จะพาคนกลับไปแก้แค้นก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ในเมื่อเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงอีก มันจะเป็นการทำลายบุญกุศลของตัวท่านเอง”
เซี่ยเฉียวหมายถึงสภาพจิตใจของอาจารย์เอง
หากเขายิ่งหงุดหงิดอารมณ์เสียก็จะยิ่งเกิดเรื่องได้ง่าย
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่า ยามที่เซี่ยเฉียวอยู่กับชายชราผู้นี้ไม่เหมือนนางเป็นศิษย์ แต่เหมือนนางจะเป็นอาจารย์มากกว่า
“อาจารย์รู้แล้ว ก็แค่บ่นกับเจ้านิดหน่อยเท่านั้น ประเดี๋ยวข้าก็ลืมเรื่องฮูหยินคนนั้นหมดสิ้นแล้ว เจ้ารีบส่งคนไปรับเจ้าเด็กโง่นั้นก่อนดีกว่า ทิ้งไว้นานอย่างนี้ ข้ากลัวว่าเขาจะหายไปเสียก่อน…ไม่รู้ว่าจะทำตัวดีๆ หรือเปล่า” โม่หลิงจื่อเอ่ย
ยามสั่งลูกศิษย์ของตนเองเขาก็ยังสั่งได้สะดวกปาก
เซี่ยเฉียวเองก็เคยชินเสียแล้ว หลังจากยืนยันที่อยู่ให้แน่ใจแล้วนางก็ใช้ให้คนไปจัดการ
โม่หลิงจื่อไม่รีบร้อนไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เขาจะรอให้เห็นว่าเจ้าเด็กโง่นั้นถูกรับตัวมาก่อนจึงยอมไป เซี่ยเฉียวก็ตามใจเขา
หลังจากผ่านไปสักพัก โม่หลิงจื่อจึงดูเหมือนจะสังเกตเห็นจ้าวเสวียนจิ่งที่อยู่ข้างๆ
จากนั้นเขาก็มองอย่างประหลาดใจ “จุ๊ๆ…นังหนู เจ้านี่ตาแหลมจริงๆ รัชทายาทคนนี้หน้าตาดีอย่างหาได้ยากยิ่ง ใบหน้าก็เป็นโหงวเฮ้งของจักรพรรดิ รูปกระดูกก็ดีมาก บนภูเขามีหยก ในทะเลมีมุก สูงส่งบุญ ไม่เลวๆ…”
โม่หลิงจื่อเดินวนรอบตัวจ้าวเสวียนจิ่ง “ในชีวิตของคนๆ หนึ่ง นี้ เกียรติยศ ความร่ำรวย ความยากจน ความโง่เขลา อายุยืนยาว สุขและทุกข์ ดีและชั่วล้วนอยู่ในกายนี้ นังหนู สามีของเจ้านี้น่าทึ่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ เส้นผม กระดูก สง่าราศี และน้ำเสียงล้วนแต่ดีเลิศ แม้ว่าบิดาของเจ้าจะไม่ค่อยได้เรื่องนัก แต่ความสามารถในการหาสามีให้เจ้าก็ถือว่าไม่เลวเลย หากจะให้พูดถึงข้อบกพร่องของเขาจริงๆ…”
“พ่อหนุ่ม เจ้ามีรูปร่างที่ดี แต่มือของเจ้ากลับพิการ น่าจะเป็นความพิการอย่างถาวรใช่ไหม” โม่หยิงจื่อพูดออกมาโดยไม่รอให้เซี่ยเฉียวห้าม
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจออกมาทันทีก่อนจะหันไม่มองจ้าวเสวียนจิ่งด้วยท่าทางอยากจะร้องไห้
หากเป็นคนอื่น จ้าวเสวียนจิ่งก็คงจะโกรธไปแล้ว
มือข้างขวาของเขานี้เป็นข้อห้ามแต่ไหนแต่ไรมา และไม่มีใครกล้าพูดถึง
ตอนนี้โม่หลิงจื่อเพิ่งจะพบหน้าเขาเป็นครั้งแรก แต่กลับพูดถึงข้อบกพร่องของเขาขึ้นมาตรงๆ ทันที อาจารย์คงจะเบื่อชีวิตจริงๆ นั้นแหละ
“อาจารย์” เซี่ยเฉียวแค่นเสียงออกมาหนึ่งที และมองเขาเงียบๆ โม่หลิงจื่อจึงรู้ได้ในทันทีว่าตนเองพูดผิดไปแล้ว เขามองจ้าวเสวียนจิ่งอย่างเขินอายก่อนจะกลับไปยืนที่เดิมโดยไม่พูดอะไรอีก
เขาตัวสั่นเล็กน้อย สองมือกุมประสานไว้ด้านหน้า แสร้งทำท่าทางราวกับผู้วิเศษสูงส่ง
เขาไม่ได้พบศิษย์รักมากนานมากแล้ว จึงคิดถึงนางมาก พอตื่นเต้นขึ้นมาก็เลยพูดมากไปหน่อย
แน่นอนว่าชั่วชีวิตนี้…เขามักไม่สามารถปิดปากได้
เพราะปากนี้แหละที่ทำให้เขาล่วงเกินคนอื่นมาไม่รู้ตั้งเท่าไรแล้ว
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเปลี่ยน แต่…มันเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ!
“อาจารย์ มือของฝ่าบาทใช้การได้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพียงแต่ไม่ควรใช้ฝึกยุทธ์เท่านั้น และใช่ว่าทุกคนบนโลกใบนี้จะต้องมีวรยุทธ์เสียหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากอธิบาย
โม่หลิงจื่อพยักหน้าแต่โดยดี
“ไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้เจ้าเคยบอกแล้วว่าอาจารย์เป็นคนตรงๆ ไม่อ้อมค้อม หากทุกคนเป็นเหมือนโจวเว่ยจงที่ระมัดระวังตัวแจเหมือนกันหมดก็คงหมดสนุก” จ้าวเสวียนจิ่งยกมือขวาขึ้นมาและหัวเราะเบาๆ