ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1151 คฑาสังหารมังกร / ตอนที่ 1152 ของล้ำค่า
ตอนที่ 1151 คฑาสังหารมังกร / ตอนที่ 1152 ของล้ำค่า
ตอนที่ 1151 คฑาสังหารมังกร
อันที่จริงโม่หลิงจื่อยังมองเห็นอะไรบางอย่างอีก
โหงวเฮ้งของรัชทายาทดูไม่เหมือนกับคนพิการ และพลังปราณของมังกรของเขาก็ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่…มันรั่วไหลออกมาเล็กน้อย
แต่มีการรั่วไหลไม่มากนัก แล้วทำไมเขาจึงได้รับผลกระทบได้
โม่หลิงจื่อย่อมไม่รู้ว่าปราณมังกรของรัชทายาทก่อนหน้านี้ไม่ได้แข็งแกร่งเช่นนี้ และเป็นเพราะเซี่ยเฉียวดีพอ หลังจากที่นางอยู่กับรัชทายาทแล้ว นางจึงมักจะช่วยสั่งสมบุญกุศลให้เขา แม้ว่านางจะเป็นคนถวายธูปเทียนให้เทพเซียนเอง แต่ก็ไม่ลืมที่จะเพิ่มเงินทำบุญในนามของจ้าวเสวียนจิ่งเข้าไปด้วย
หลังจากเวลาผ่านไปนานเข้า พลังปราณมังกรก็ย่อมชดเชยกลับมา
นอกจากนี้ เซี่ยเฉียวยังให้ยันต์แก่เขามากมายเพื่อยับยั้งอาการ ‘รั่วไหล’
“รัชทายาทเคยสัมผัสกับบางอย่างที่มีพลังชั่วร้ายแข็งแกร่งมาก่อนบ้างหรือไม่ ก่อนหน้านี้ข้าเคยเห็นของอย่างหนึ่งที่มีพลังชั่วร้ายค่อนข้างรุนแรง…” โม่หลิงจื่อครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเพิ่มเติม “หากไม่เคยแตะต้องมาก่อนก็ไม่เป็นไร ข้าก็แค่ถามด้วยความสงสัยเท่านั้น”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็หูผึ่งขึ้นมาทันที นางรู้สึกสนใจ “อาจารย์ ของแบบไหนหรือที่สามารถข่มพลังปราณมังกรได้ รัชทายาททรงเป็นพระราชโอรสสายตรง ทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ สิบสองปีก่อนทุกอย่างก็ยังราบรื่นดี หากว่ากันตามหลักแล้วปราณมังกรนี้ก็ควรที่จะแกร่งกล้าสิ…”
“ของที่จะข่มปราณมังกรได้มีไม่มาก แต่ปราณมังกรนี้ค่อนข้างง่ายหน่อย อย่างเช่นตอนที่ข้ามาเมืองหลวงเมื่อสิบสองปีก่อนก็เคยเห็นของอย่างหนึ่งซึ่งเรียกว่าคฑาเชือดมังกร”
“คฑาเชือดมังกร?” แค่ชื่อก็ฟังดูชั่วร้ายไม่เบาแล้ว?
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็สนใจเช่นกัน เขานั่งลงฟังอย่างตั้งใจ
อย่างไรก็ตาม กลิ่นที่ลอยออกมาจากร่างของโม่หลิงจือเป็นระลอกๆ ทำให้เขาอดกลั้นหายใจไม่ได้ มันรับได้ยากจริงๆ
“ก็แค่ชื่อน่ากลัวเท่านั้น ความจริงแล้วมันทำมาจากกระดูกสันหลังของฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อน กระดูกแต่ละข้อถูกขัดเกลาก่อนจะนำมาร้อยต่อกันจนมีรูปร่างคล้ายไม้เท้าก็ไม่ใช่คฑาก็ไม่เชิง กลิ่นอายของทั้งสองราชวงศ์ขัดแย้งกันและเป็นศัตรูโดยธรรมชาติ หากนำของสิ่งนั้นมาปรุงแต่งสักหน่อยก็สามารถที่จะทำของเชือดมังกรออกมาได้จริงๆ แต่การจะทำขึ้นมาก็ไม่ใช่ง่ายๆ ผลกรรมที่ต้องแบกรับหนักหนาเอาการ” โม่หลิงจื่อเอ่ย
ตอนนั้นเขาเคยได้พิจารณาสิ่งนั้นอย่างละเอียด
ในงานชุมนุมเต๋า นอกจากจะมีการนำยันต์คาถาคัมภีร์ออกมาแสดงกันแล้ว ทุกคนยังนำอาวุธที่ร้ายกาจออกมาแข่งกันด้วย และสิ่งที่คนผู้นั้นนำออกมาก็คือคฑาสังหารมังกรนี้เอง แม้ว่าชื่อของมันจะเป็นอย่างนั้น แต่คฑาสังหารมังกรนี้ก็ยังไม่ได้มีพลังน่าเกรงขามทั้งที่มันมีพลังชั่วร้ายมากพอ เพราะมันยังไม่เคยได้ใช้งานจริงๆ
ด้วยเพราะมันไม่เคยได้เปื้อนเลือดก็เลยสามารถเอาออกมาให้ทุกคนดูได้
พอเขาเห็นรัชทายาทก็เลยนึกถึงมันขึ้นมาได้
เขาสงสัยว่าของสิ่งนั้นได้รับการหล่อเลี้ยงพลังเพิ่มขึ้นและบังเอิญถูกนำมาใช้หรือไม่
“อาจารย์ คฑาสังหารมังกรนี้เป็นของใครหรือ นิสัยของเขาเป็นอย่างไร ฝ่าบาทกับข้ากำลังตรวจสอบสาเหตุที่พลังปราณมังกรของเขารั่วไหลอยู่พอดี…” เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ของที่สามารถสามารถทำลายปราณมังกรได้มีน้อยมากจริงๆ
โดยเฉพาะเมื่อก่อนที่ปราณมังกรของรัชทายาทแข็งแกร่งขนาดนั้น จะพูดว่าเขาเป็นฮ่องเต้คนต่อไปก็ไม่เกินจริง การบังคับเอาพลังปราณมังกรไปเช่นนี้ สิ่งแลกเปลี่ยนคงไม่น้อยเลย
ยากนักที่พวกเขาจะได้ยินเรื่องคฑาสังหารมังกรเช่นนี้ เซี่ยเฉียวจึงอยากที่จะรู้เรื่องให้ละเอียด
“คนผู้นั้น?” โม่หลิงจื่อครุ่นคิดเล็กน้อย “ข้าจำชื่อนักพรตคนนั้นไม่ได้แล้ว เรื่องมันนานมากแล้วน่ะ และคนๆ นั้นก็แค่โผล่หน้ามาครั้งเดียว แม้ว่าเขาจะนำของแปลกประหลาดมาด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำเรื่องอะไรที่พิเศษพิสดาร”
เขาทำให้หลายคนขุ่นเคืองในเวลานั้น แต่กับคนนี้เขาไม่ได้ทำอะไร
เพราะถึงอย่างไรกระดูกของฮ่องเต้ก็เป็นของที่หายาก เขาคงจะไม่ปากร้ายพูดไม่ดีในเรื่องแบบนั้นแน่
เซี่ยเฉียวรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่อาจารย์คงไม่โกหกนาง จะสืบสาวราวเรื่องตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์
ตอนที่ 1152 ของล้ำค่า
คนทั้งสามสนทนาพูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป แน่นอนว่าคนที่พูดเป็นหลักก็คือเซี่ยเฉียว
นางเล่าเรื่องหลังจากที่นางออกจากวัดสุ่ยเย่ว์มาแล้วให้อาจารย์ฟังคร่าวๆ โม่หลิงจื่อได้ฟังเรื่องราวของนางแล้วก็ยิ่งรู้สึกสบายใจ
“ข้าเห็นเจ้าคราวนี้ก็รู้แล้วว่าปกติเจ้าคงไม่ได้อยู่เฉยหรอก สีหน้าของเจ้าดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก หากข้ารู้อย่างนี้ก็คงไล่เจ้าออกมาก่อนนานแล้ว ปล่อยให้เจ้าออกไปอยู่ด้วยตัวเอง ไม่แน่ตอนนี้เจ้าอาจจะสามารถฝึกยุทธ์ได้แล้วก็ได้” โม่หลิงจื่อเอ่ย
แต่เขาก็แค่พูดไปเท่านั้น
หลายปีก่อนเซี่ยเฉียวเป็นลมหมดสติบ่อยมาก นางออกไปไหนไกลไม่ได้เลย ได้แต่ต้องเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองใกล้ๆ วัดสุ่ยเย่ว์เท่านั้น
ตอนที่เซี่ยหนิวซานส่งคนไปรับนาง โม่หลิงจื่อก็รู้สึกว่าเซี่ยเฉียวเป็นลมน้อยลงมาก เขาจึงได้ยอมปล่อยให้นางจากมา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้นางเดินทางมาสถานที่ที่คึกคักอย่างเมืองหลวงที่ห่างไกลขนาดนี้
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็มองออก
อย่าได้มองว่าโม่หลิงจื่อพูดจาไม่น่าฟังไม่เข้าหูคน แต่เขามีความสามารถจริงๆ
นอกจากนี้ เขาก็น่าจะรักและเอ็นดูเซี่ยเฉียวมากกว่าเซี่ยหนิวซานบิดาแท้ๆ ของนางเสียอีก
จู่ๆ เขาก็ล้วงของอย่างหนึ่งออกมาจากบริเวณข้อมืออย่างหน้าตาเฉย ของสิ่งนั้นนั้นสกปรกเปื้อนฝุ่นมากมาย และมองไม่เห็นว่ามันคืออะไร แต่เขาก็ส่งมันให้เซี่ยเฉียวอย่างยินดี
“นี่เป็นของดีที่ข้าได้มาระหว่างทาง เจ้าเก็บมันไว้ให้ดี” สายตาเจ้าเล่ห์ของโม่หลิงจื่อเป็นประกายสดใส
เซี่ยเฉียวรับของมาด้วยความประหลาดใจ นางเช็ดถูกมันสักพักแล้วก็พูดขึ้นด้วยความตกใจว่า “อาจารย์ นี่มัน…พระบรมสารีริกธาตุ?”
“ใช่แล้ว ของภิกษุชราคนหนึ่งน่ะ ตอนที่เดินทางมาข้าเห็นวัดแห่งหนึ่งเข้าพอดี ข้าก็เลยเข้าไปสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้เสียหน่อย แล้วก็บังเอิญเอาชนะเขาได้ เจ้าดูสิร้อยไข่มุกไว้เรียบร้อยทีเดียว ข้าบรรจงขัดเงาและวางไว้ใต้ฐานองค์เทพเพื่อสะสมพลัง ข้าใช้มันท่องคัมภีร์วันละหลายๆ ครั้งจนมันเรียบลื่นขนาดนี้ และพอดูได้หน่อย เจ้าจะพกไว้เองก็ดี หรือจะให้คนในครอบครัวพกไว้ก็ได้” โม่หลิงจื่ออธิบายอย่างตื่นเต้น
“……” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่ามันเป็นของร้อนขึ้นมาในทันใด
เดิมพันได้มาก็แปดเปื้อนแล้ว
เซี่ยเฉียวปวดหัวทันที
จ้าวเสวียนจิ่งตกใจยิ่งกว่า เขาเหลือบมองสร้อยข้อมือนั้นอย่างเนียนๆ และอดถอนหายใจออกมาไม่ได้
ไม่รู้ว่าเป็นของวัดไหนที่โชคร้ายอย่างนี้…
พระบรมสารีริกธาตุที่สามารถทำให้โม่หลิงจื่อถูกใจได้ขนาดนี้จะต้องไม่ใช่ของที่พระภิกษุธรรมดาทำขึ้นมาแน่ๆ บางที่อาจจะเป็นของพระภิกษุที่มีชื่อเสียงบางรูป…
ถึงอย่างไรเขาก็ชนะเดิมพันได้มันมาแล้ว เซี่ยเฉียวจะไม่รับก็กลัวว่าจะทำให้อาจารย์เสียใจ นางจึงได้แต่พยักหน้ายอมรับไว้ “อาจารย์ ต่อไปจะไม่เชื่อคำพูดไร้สาระของท่านอีกแล้ว ละเว้นสุรา ละเว้นผู้หญิง ละเว้นความหุนหันพลันแล่น และการพนัน ท่านทำไม่ได้สักอย่าง…”
“ก็ตอนนั้นข้าคำนวณแล้วว่าเรื่องมงคลของเจ้าใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ก็เลยอยากจะมอบของขวัญให้เจ้าบ้าง…” โม่หลิงจื่อไม่ใส่ใจสักนิด “ข้าอายุอานามตั้งมากขนาดนี้แล้ว ทำผิดนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ชีวิตนี้ของข้าเก็บเงินไว้ไม่ได้ และยังถูกทุบตีอยู่บ่อยๆ เวรกรรมทำมาก็ชดใช้ไปหมดแล้ว สร้อยข้อมือเส้นนี้ก็เป็นของที่ผู้อื่นมอบให้ด้วยความเต็มใจ พวกเขาไม่เก่งเท่าข้าเอง จะมาโทษข้าได้หรือ หากบรรพบุรุษของพวกเขาจะตำหนิ ก็ต้องตำหนิที่ลูกหลานของตัวเองไม่เอาไหนสิ”
“…” เซี่ยเฉียวหมดคำพูด
นางได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า
“นี่เป็นของดีนะ เจ้าเกิดมาพร้อมโชคชะตาเช่นนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากมีสิ่งนี้ไว้ก็จะต่างออกไปแล้ว” โม่หลิงจื่อเอ่ย
ชะตาพิฆาตคนในครอบครัวของนางสามารถใช้ของดีอย่างนี้กดข่มไว้ได้
ของสิ่งนี้ก็นับว่าของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง
เซี่ยหนิวซานก็อายุไม่น้อยแล้ว ต่อให้นางพิฆาตเขาตายไปโดยบังเอิญก็ไม่เป็นไรหรอก ของนี่ไม่ได้มีให้เขาใช้
อีกอย่าง หากมียันต์คาถาคุ้มกันอยู่แล้ว ขอให้พวกเขาไม่ใกล้ชิดกันเกินไปก็จะไม่เป็นปัญหาใหญ่อะไรหรอก
หลังจากที่เขาเข้าเมืองหลวงมาแล้วก็สืบได้ความว่านังหนูนี่แต่งงานแล้ว เขาก็รู้สึกว่าของสิ่งนี้น่าจะใช้ได้พอดี ถ้าหากนางบังเอิญมีลูกก็จะได้รักษาเด็กไว้ได้