ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1153 ไม่มีใครกังวลใจเลยสักคน / ตอนที่ 1154 หน้าด้าน
ตอนที่ 1153 ไม่มีใครกังวลใจเลยสักคน / ตอนที่ 1154 หน้าด้าน
ตอนที่ 1153 ไม่มีใครกังวลใจเลยสักคน
เซี่ยเฉียวเองก็ซาบซึ้งใจเป็นที่สุด แม้ว่าตั้งแต่เด็กชายชราจะตำหนิติเตียนนางมาไม่น้อย แต่คนที่ห่วงใยนางที่สุดก็คือเขาเช่นกัน
นางยังจำได้ว่า ตอนที่ยังเป็นเด็กนางมักจะเป็นลมอยู่เสมอ พอฟื้นขึ้นมา บางครั้งนางก็จะเห็นชายชราตาแดง ดูเศร้าโศกมากกว่านางเสียอีก ทั้งน่าสงสารและน่าตลกในเวลาเดียวกัน
สร้อยข้อมือนั้นสกปรกมากและส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง แต่เซี่ยเฉียวก็มิได้รังเกียจและสวมมันต่อหน้าเขาแต่โดยดี
หลังจากนั้นไม่นาน ‘คนโง่’ คนนั้นก็ถูกนำตัวมา
“…” เซี่ยเฉียวยากที่จะเอ่ยอะไรได้
อืม…ดูน่าอนาถกว่าตาเฒ่าของนางเสียอีก
ใบหน้าของเปื้อนฝุ่นกระดำกระด่าง มันสกปรกจริงๆ และเสื้อผ้าบนร่างกายของเขายังพอจะมองออกว่าเป็นผ้าปักลายสวยงาม แต่…มันขาดวิ่นไปมากแล้ว และยังส่งกลิ่นแรงด้วย
เซี่ยเฉียวมองออกว่าเจ้าเด็กโง่อายุยังไม่มาก อย่างมากเขาก็อายุประมาณยี่สิบปีเท่านั้น ดูจากรูปกระดูกของเขาแล้วดูเหมือนเขาจะเป็นคนร่ำรวยมีเกียรติ แต่ไม่รู้ด้วยสาเหตุใดเขาจึงได้อยู่ในสภาพที่น่าสังเวชและน่าสงสารขนาดนี้
“อาจารย์ ท่านเก็บคนผู้นี้มาจากไหนกันแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่าคนผู้นี้…คุ้นๆ
เขาเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อครุ่นคิด
“เขาหรือ…ข้าบังเอิญเจอเข้าตอนที่พักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งพอดี เขาไม่ธรรมดานะ มีบ่าวรับใช้ล้อมหน้าล้อมหลังมากมาย ท่าทางน่าเกรงขามทีเดียว แต่ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเขามีเคราะห์ ก็เลยเอ่ยเตือนเขาไปเล็กน้อย สมองของคนผู้นี้มีปัญหา พอเขาได้ฟังที่ข้าพูดก็เชื่อจริงๆ หลังจากนั้นเขาก็ยืนกรานที่จะติดตามข้าไปด้วย บอกว่าข้าเป็นผู้วิเศษ เขาตื๊อข้าหนักมาก กว่าจะหนีมาได้ไม่ง่ายเลย แต่กลับต้องมาพบเจอกันอีก หลังจากที่พบเขาอีกครั้ง ขบวนรถม้าของเขาก็พบกับภัยอันตราย คนที่มากับเขาโดนหินถล่มใส่กันหมด…”
มีแต่เขาคนเดียวที่รอดมาได้
นอกจากของที่เขาให้ไว้เพื่อแก้ไขคราวเคราะห์ของเขาแล้ว คนผู้นี้ก็ยังพกของอย่างอื่นติดตัวด้วยจึงรอดเคราะห์ใหญ่ทั้งสองนั้นมาได้
เขาแค่ถูกหินกระแทกศีรษะจนโง่ๆ ไปบ้าง
จะให้เขามองดูเด็กคนนี้เร่ร่อนอยู่บนถนนโดยไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ เขาก็เลยพามาด้วย เขาคิดว่าเด็กคนนี้มีสำเนียงแบบคนเมืองหลวง หากพาเขามาด้วยจะได้ช่วยตามหาครอบครัวให้เขาได้
ใบหน้าของเด็กโง่สกปรกมอมแมม มองไม่ออกว่าหน้าตาอย่างไรกันแน่ เวลานี้โม่หลิงจื่อเองก็ยอมไปอาบน้าอาบท่าแล้ว เขาให้คนนำทางไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อน
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ชายชราและชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งต่อหน้าพวกเขา
แล้วจ้าวเสวียนจิ่งก็แทบสำลักเมื่อเห็นผู้ที่มา
มือที่ถือจอกชาสั่นไหว ท่าทางเขาดูประหลาดมาก
“ทำไมหรือ” เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย
จ้าวเสวียนจิ่งชี้ไปที่เจ้าโง่คนนั้น “เจ้ารู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”
“ข้าไม่รู้?” สีหน้าเซี่ยเฉียวสับสน
เจ้าโง่วิ่งเข้าหาอย่างอารมณ์ดี จากนั้นเขาก็คว้าแขนเสื้อเซี่ยเฉียว “น้องสาว น้องสาว ข้าสะอาดแล้ว หอมๆ…”
“ไม่ได้ หอมไม่ได้!” โม่หลิงจื่อรีบคว้าตัวเขาไว้ทันที จากนั้นก็ยิ้มอย่างละอายใจให้รัชทายาท “ตลอดทางเวลาเขานอนไม่หลับกลางคืนก็มักจะเรียกร้องหาท่านแม่ ข้าบอกว่าไม่มีท่านแม่ มีแต่น้องสาว…”
จากนั้นเจ้าโง่นี่ก็เอาแต่เรียกหาน้องสาว จะจูบจะหอมให้ได้…
เขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพื่อที่จะกล่อมให้เจ้าเด็กโง่คนนี้นอนหลับจึงได้แต่ต้องเออออตามไป…
“ใครก็ได้ไปที่บ้านเหมิงกั๋วกงเชิญเขามารับตัวลูกชายกลับไปหน่อย” พอจ้าวเสวียนจิ่งที่เห็นว่าศิษย์น้องที่โง่ไปแล้วคนนี้อยากจะจูบภรรยาของเขา เขาก็ไม่รู้ว่าจะโมโหหรือสงสารที่เขากลายเป็นคนโง่ไปแล้วกันแน่ดี
“เหมิงกั๋วกง!?” เซี่ยเฉียวอุทานด้วยความตกใจก่อนจะยืนขึ้น “ท่านหมายความว่า เขาคือศิษย์น้องเหมิงเยี่ยน??”
“ถูกต้อง เขานั่นแหละ เขาออกไปเที่ยวกับอาจารย์ แต่เกิดเบื่อกลางคันก็เลยหนีออกมาก่อน” จ้าวเสวียนจิ่งลูบหน้าผากตนเองเงียบๆ
ไม่มีใครกังวลใจเลยสักคน
ตอนที่ 1154 หน้าด้าน
เซี่ยเฉียวมองเจ้าโง่ที่อยู่ตรงหน้านั้นแล้วก็นึกถึงศิษย์น้องเหมิงเยี่ยนที่อาจารย์ของนางเคยบรรยายให้ฟัง…
มันต่างกันราวฟ้ากับเหว!
เหมิงกั๋วกงผู้นี้ถือเป็นกั๋วกงที่น่านับถือและมีเกียรติที่สุดในเมืองหลวงแล้ว บรรพบุรุษของเขาร่วมต่อสู้กับองค์ปฐมฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งประเทศ ฮ่องเต้ของทุกราชวงศ์ยังให้ความสำคัญกับตระกูลเหมิงอย่างยิ่ง ตำแหน่งบรรดาศักดิ์จึงตกทอดในตระกูลมาไม่เคยขาด
เนื่องจากศิษย์น้องของนางเป็นคนตระกูลเหมิง ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงพอจะรู้จักตระกูลเหมิงอยู่บ้าง
ตระกูลเหมิงบริสุทธิ์สูงส่ง ผู้ชายในบ้านจะต้องอายุเกินสี่สิบปีไปแล้วจึงสามารถมีอนุภรรยาได้ ดังนั้นในบ้านของพวกเขาจึงมีเด็กไม่มาก เหมิงเยี่ยนเป็นหลานชายสายตรงของตระกูลเหมิง เขาได้รับการโอบอุ้มอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น นอกจากรัชทายาทแล้ว ในบรรดาศิษย์น้องทั้งหมดเขาก็คือคนที่อาจารย์ควบคุมไม่ได้มากที่สุด
ว่ากันว่าตอนที่เขากราบเป็นศิษย์อาจารย์ เหมิงเยี่ยนยืนกรานที่จะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกับรัชทายาทให้ได้ เขาจึงเฝ้าตามตื๊ออาจารย์รออยู่ที่หน้าประตูทุกวัน หรือไม่ก็บุกเข้าไปที่สำนักศึกษาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นของดีของอร่อยอะไร เขาก็พยายามหามาส่งเข้าไปให้อาจารย์ให้ได้ ยุ่งวุ่นวายจนอาจารย์กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีทางออกจริงๆ…
อาจารย์ยังคิดว่าเขาก็เป็นคนฉลาดคนหนึ่ง นิสัยก็ไม่เลว จึงได้ยอมรับเขาเป็นศิษย์
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ แต่พรสวรรค์ของเขานั้นใช้ไม่ได้ที่สุด
ไม่มีความก้าวหน้า
ความสามารถในการเที่ยวเล่นสนุกสนานและเที่ยวหอนางโลมถือเป็นอันดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่เรื่องการเรียน
หากไม่เกิดเรื่องขึ้นกับเขาเสียก่อน ต่อไปเขาก็จะได้สืบทอดบรรดาศักดิ์โดยไม่จำเป็นต้องรับราชการเลย บวกกับที่ตระกูลเหมิงไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเขา ดังนั้นคนผู้นี้จึงยิ่งเอาแต่ใจตัวเอง ในบรรดาคุณชายเสเพลในเมืองหลวง เมิ่งจี๋ฟังกับเขามีชื่อเสียงในอันดับต้นๆ แน่นอน
เซี่ยเฉียวได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว แต่กลับเพิ่งเคยได้พบเขาเป็นครั้งแรก
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์น้องที่ยังไม่เคยได้พบเจอ พอเจอหน้ากันครั้งแรกก็หลายเป็นคนโง่ไปแล้ว!
เซี่ยเฉียวอดมองอย่างพินิจพิจารณาไม่ได้
เหมิงเยี่ยนผู้นี้…มีต้นทุนให้ทำตัวเสเพลได้จริงๆ
เขาเกิดมาพร้อมกับดวงตาเจ้าชู้ เกิดมาพร้อมกับท่าทางกรุ้มกริ่ม เขาดูดีก็จริง แต่ท่าทางเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าทำให้คนช้ำใจมามากแค่ไหนแล้ว
“เขากลายเป็นคนโง่ไปแล้ว แต่บนร่างเขาไม่มีพลังชั่วร้าย ก็น่าจะเป็นเพราะเขาประสบภัยมากกว่า ในเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วก็ควรจะให้ท่านหมอมาตรวจดูให้เขาหน่อย น่าจะไม่เป็นอะไรมากหรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ใช่ ข้าเห็นว่าจิตวิญญาณก็ยังมั่นคงดี” โม่หลิงจื่อเอ่ยทันที
เหมิงเยี่ยนดูเหมือนจะชอบเซี่ยเฉียวมาก หากจ้าวเสวียนจิ่งไม่ห้ามไว้ เขาคงจะพุ่งเข้าหานางอีกแล้ว
“น้องสาว” เขาเรียกนางอีกแล้ว
“น้องสาวอะไร นี่คือศิษย์พี่ของเจ้า ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่” จ้าวเสวียนจิ่งแค่นเสียงออกมาทันที ที่นี่ไม่มีคนนอก ตัวตนของเซี่ยเฉียวก็ไม่ใช่ความลับอะไรแล้ว พอเขานึกถึงว่ามีศิษย์น้องเพิ่มมาอีกคนและยังสนอกสนใจเซี่ยเฉียวขนาดนี้แล้ว เขายิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “เรียกนางว่าพระชายารัชทายาท หากเจ้ากล้าล่วงเกินนาง ข้าจะโยนเจ้าลงทะเลสาบไปเลย”
“……” เหมิงเยี่ยนเบ้ปากและหันไปมองโม่หลิงจื่อด้วยท่าทางน้อยอกน้อยใจ “เขาไม่ดี!”
“……” โม่หลิงจื่อเองก็รู้สึกสงสาร “ไม่ร้องนะ คนนี้เป็นรัชทายาท หัวของพวกเราไม่มีค่าสำหรับเขา เจ้าทำตัวดีๆ หน่อย รอให้เขาไปแล้วเจ้าค่อยเรียกนางว่าน้องสาว”
จ้าวเสวียนจิ่งมองโม่หลิงจื่อเงียบๆ
เขาตัดสินใจแล้วว่าช่วงนี้เขาจำเป็นต้องทำตัวติดกับเซี่ยเฉียวหน่อย โม่หลิงจื่อจะได้ไม่พาเจ้าเด็กนี่มาอยู่กับเซี่ยเฉียวตามลำพัง
แต่ในขณะที่จ้าวเสวียนจิ่งกำลังรู้สึกรังเกียจอยู่นั้น ก็อดเลิกคิ้วและชื่นชมเหมิงเยี่ยนไม่ได้
“นิสัยของเด็กคนนี้ตอนนี้น่ารักกว่าตอนที่เขาปกติอีก ไม่แปลกใจเลยที่แม้แต่อาจารย์ที่เป็นนักพรตผู้วิเศษก็ยังอ่อนโยนกับเขาขนาดนี้” จ้าวเสวียนจิ่งอดพูดขึ้นมาไม่ได้
โม่หลิงจื่อก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ
ใครเป็นอาจารย์ของเจ้ากันน่ะ…รัชทายาทนี่ก็หน้าด้านเหมือนกันนะ…