ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1169 ผู้หญิง / ตอนที่ 1170 เก็บกวาด
ตอนที่ 1169 ผู้หญิง / ตอนที่ 1170 เก็บกวาด
ตอนที่ 1169 ผู้หญิง
หากอยู่ไม่ได้ ก็ได้แต่ต้องคิดเรื่องชีวิตหลังความตายว่าจะอยู่อย่างไรให้ดีหน่อยดีกว่า
“เบื้องล่าง? ก็คงจะไม่ต่างจากเรื่องเล่าที่เจ้าเคยได้ยินมาเท่าไรหรอกกระมัง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าขอบอกอะไรเจ้าหน่อย คนเราเกิดมาชีวิตหนึ่ง แม้ว่าจะทำความชั่วมามากมายแค่ไหน แต่ยามใกล้ตาย คำพูดดีๆ ไม่กี่คำก็อาจจะช่วยให้บาปกรรมเบาบางลงได้บ้างเมื่อลงไปถึงเบื้องล่าง คิดว่าเจ้าเองก็คงไม่ยินดีหากเจ้าตายไปแล้ว แต่ยังมีคนในครอบครัวถูกนายของเจ้าควบคุมเอาไว้ ตอนนี้ข้าเองก็รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้แล้ว ในสายตาของนายเจ้า พวกเจ้าก็กลายเป็นคนทรยศไปแล้ว เช่นนั้นแล้วเจ้าจะปกป้องคนในครอบครัวไว้ได้อย่างไร”
“เจ้าพูดออกมาเสียตอนนี้จะไม่ดีกว่าหรือ ถ้าหากเจ้าถูกบีบบังคับจริงๆ เจ้าก็ยังสามารถที่จะชดเชยความผิดได้บ้าง หรือไม่ก็ยังพอจะช่วยครอบครัวของเจ้าได้ทัน” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ช่วยได้ทัน…มันเป็นไปไม่ได้หรอก
ที่ที่หรงอ๋องครองศักดินาอยู่นั้นห่างไกลเกินไป
แต่สิ่งที่เซี่ยเฉียวมั่นใจได้ก็คือ หากเขาสารภาพมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็นหรือตายเขาก็จะเจ็บปวดน้อยลง
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเฉียวก็นิ่งงันไปด้วยรู้สึกว่าตนเองคิดผิดไปแล้ว
นางยิ้มอย่างเย็นชาก่อนจะเอ่ย “ผิดแล้ว ข้าลืมไปว่าที่นี่เป็นที่แบบไหน”
“หากเจ้าโชคดี เจ้าก็จะได้ลงไปเบื้องล่างในทันทีหลังจากที่ตาย แม้จะต้องเจ็บปวดมากมาย แต่ก็ยังมีวันที่จะผ่านพ้นไปได้เสมอ ชาติหน้าจะเป็นวัวหรือสุนัข ท้ายที่สุดก็ยังมีตัวตน แต่ถ้าหากเจ้าโชคร้าย หลังจากที่เจ้าตายไปแล้วยังอยู่ต่อบนโลกใบนี้ และก็อาจจะถูกกักขังอยู่ในศาลตัดสินคดี ถูกวิญญาณตนอื่นกัดกิน เจ็บปวดรุนแรงกว่ามีดนับพันเล่มทิ่มแทงร่างกาย” เซี่ยเฉียวขู่คนเก่งจริงๆ
หลังจากที่นางพูดจบ ใบหน้าของชายชุดดำก็เปลี่ยนไป
นักพรตที่อยู่ตรงหน้านี้ดูไม่เหมือนกำลังโกหกเลย
ยิ่งกว่านั้นเขาก็ยังรู้ด้วยว่านักพรตผู้นี้ค่อนข้างมีความสามารถ คนที่ฝึกตนบำเพ็ญเพียรเช่นนี้มักจะไม่พูดจาเหลวไหล
“ข้า…” ชายชุดดำลังเลเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นเซี่ยเฉียวลุกออกไป เขาก็รีบเปิดปากทันที “พวกเราเป็นหน่วยกล้าตายของหรงอ๋อง”
“หลังจากที่ฮุ่ยไท่เฟยมาถึงพื้นที่ศักดินาแล้ว นางก็ส่งคนไปคัดเลือกและเลี้ยงดูเด็กไปทั่วทุกสารทิศ ตอนที่ข้าถูกคัดเลือกมา ข้าอายุสิบกว่าปี ซึ่งค่อนข้างโตแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่ค่อยถูกใช้มากนัก ส่วนใหญ่ข้าจะถูกส่งไปเพื่อรวบรวมสาวงามหรือไม่ก็ทรัพย์สมบัติมากกว่า”
“โชคดี โชคดีที่ข้าได้พบกับฮุ่ยไท่เฟยอยู่สองสามครั้ง ฮุ่ยไท่เฟยยังอ่อนเยาว์มาก นางดูเหมือนคนอายุสามสิบปี…ข้าได้ยินจากคนที่ขายชีวิตมาด้วยกันว่า ข้างกายฮุ่ยไท่เฟยมีที่ปรึกษามากมาย คนเหล่านี้จะติดต่อกับคนในราชสำนักแทนฮุ่ยไท่เฟย แล้วก็…”
“ฮุ่ยไท่เฟยเข้าเมืองหลวงมาคราวนี้ก็นำสาวงามมาด้วยมากมาย ซึ่งต่างก็ถูกส่งเข้าไปยังตระกูลสูงศักดิ์ต่างๆ ด้วยวิธีต่างๆ…”
“……”
ชายชุดดำพูดจบก็ยิ่งทรุดลง
ในใจเขาแบกรับความกดดันใหญ่หลวง
เขาถูกสอนให้จงรักภักดีมาหลายปี จู่ๆ ต้องมาทรยศหักหลังแบบนี้ เขาย่อมทนไม่ได้อย่างแน่นอน
จ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยผิงกั่งคิ้วขมวดมุ่น
“สาวงาม? หลายวันก่อนบิดาของข้าออกไปดื่มสุรา พอกลับมาก็มีกลิ่นหอมแปลกๆ ติดมาด้วย ข้าจึงได้ถามบิดา บิดาของข้าบอกว่า เป็นหญิงในหอคณิกาที่ขายฝีมือศิลปะแต่ไม่ขายตัว นางเอาใจใส่เขามาก และคิดว่าจะขอให้เขาช่วยไถ่ตัวนาง แต่บิดาของข้าไม่มีเงินติดตัว ประกอบกับที่หญิงผู้นั้นหน้าตาดีเกินไป บิดาของข้าจึงไม่ได้ตอบตกลง ต่อมาหญิงผู้นั้นก็ถูกเพื่อนร่วมงานของบิดาซื้อตัวไป” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นทันที
เวลาเซี่ยหนิวซานออกจากบ้าน อย่างมากเขาก็พกเงินไปด้วยสามสิบถึงห้าสิบตำลึงเท่านั้น
เงินจำนวนนี้สำหรับคนทั่วไปถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อย แต่สำหรับคนที่ออกไปดื่มสุราที่หอคณิกาแล้วมันไม่พอจริงๆ เขาเองก็เรียนรู้วิธีที่จะทำให้คนเลี้ยงแล้ว เพราะถึงอย่างไรเขาเป็นพ่อตาของรัชทายาท คนอื่นๆ ก็เคารพให้เกียรติเขา และพากันแย่งจ่ายแทนเขา
ตอนที่ 1170 เก็บกวาด
เซี่ยหนิวซานที่สามารถไต่เต้าจากการเป็นโจรมาถึงตอนนี้ได้ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลา
เมื่อเพื่อนร่วมงานเชิญเขาไปเป็นแขก เขาก็จะไปเป็นครั้งคราวเท่านั้น อาหารที่กินก็เป็นของธรรมดาทั่วไปเหมือนอย่างเคย ไม่กล้าที่จะรับของขวัญมีค่าใดๆ ด้วยกลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อในแผนของคนอื่น
ส่วนเรื่องผู้หญิง เขาก็เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่หลังจากที่เซี่ยเฉียวได้เป็นพระชายารัชทายาทแล้ว เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปทันที
เขาไม่สามารถหาแม่ภรรยาคนใหม่ให้รัชทายาทได้
มีแต่แม่เสือสะใภ้เผิงเท่านั้นที่จะเป็นแม่ยายของรัชทายาทได้ แม้ว่านางจะไม่อยู่แล้ว ก็ยังเป็นเกียรติที่นางควรได้รับ ไม่ควรให้คนอื่นแย่งไป
ดังนั้นเมื่อเขาเห็นผู้หญิงที่ถูกส่งมาถึงที่พวกนั้น อย่างมากก็แต่จับไม้จับมือ กอดเอว หอมแก้มนิดหน่อยพอเป็นพิธีเท่านั้น ไม่มีเกินเลยไปมากกว่านี้เด็ดขาด
แม้ภายในใจจะรู้สึกหดหู่ แต่เขาก็ได้แต่ต้องยอมรับชะตากรรม
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาปฏิบัติตัวตามหลักการ ในวันแต่งงานของเซี่ยเฉียว แม้แต่ตระกูลหลินเองก็ยังมองเขาอย่างให้เกียรติและสุภาพ
เซี่ยหนิวซานในวันนี้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นแล้ว
ชายชุดดำผู้นี้ไม่ได้รู้อะไรมากนัก อะไรที่เขาบอกได้ตอนนี้ก็บอกไปหมดแล้ว
หลังจากออกมาจากศาลตัดสินคดีแล้วจ้าวเสวียนจิ่งเองก็รู้สึกปวดศีรษะ
หรงอ๋องอายุมากกว่าเขาสิบกว่าปีเท่านั้น แต่เขาก็เป็นท่านลุงของเขาด้วย แค่คำสารภาพของชายชุดดำคนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าคดีนี้จะถูกส่งไปถึงเสด็จพ่อของเขา และต่อให้เสด็จพ่อจะเชื่อใจเขามากแค่ไหน พระองค์ก็คงไม่อาจที่จะลงมือจับกุมหรงอ๋องได้ทันที
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้รบกวนอะไรเขา
นางมีเรื่องต้องทำเยอะแยะมากมาย อย่างน้อยก็ต้องตรวจสอบให้ได้ว่าผู้หญิงพวกนั้นไปอยู่ที่บ้านไหนบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น หรงอ๋องลอบติดต่อกับเจ้าหน้าที่ขุนนางบางคนอย่างลับๆ มานานแค่ไหนแล้ว คบหากันไปถึงขั้นไหน เรื่องนี้ก็ต้องตรวจสอบให้รู้แน่ชัด รัชทายาทใช่ว่าจะไม่มีที่ปรึกษา เพียงแต่ในยามปกติธรรมดาไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้พวกเขา จึงว่างมาก ตอนนี้จึงเป็นเวลาอันสมควรที่จะให้พวกเขาได้ออกหน้าวางแผนให้รัชทายาทบ้างแล้ว
เซี่ยเฉียวไม่จำเป็นจะต้องยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้
ก่อนที่จะจากไปเซี่ยเฉียวก็นึกถึงเมิงจี๋ฟังขึ้นมาได้ “ก่อนหน้านี้ข้าทำนายออกมาได้ว่าเมิ่งจี๋ฟังจะมีเคราะห์รัก ช่วงนี้ข้าได้ยินคนข้างนอกพูดกันว่าเขาได้สาวงามต่างชาติมาสองคน หรือว่าจะเป็นหนึ่งในผู้หญิงพวกนั้นด้วย?”
“หญิงงามที่จู่ๆ ก็โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยอย่างนี้มีความเป็นไปได้มากที่จะมีที่มาไม่ถูกต้อง แถมยังเป็นชาวต่างชาติอีก…” จ้าวเสวียนจิ่งนึกถึงคำทำนายที่เซี่ยเฉียวและราชครูอ่านได้จากปรากฏการณ์ดวงดาวบนท้องฟ้า เขาเองก็พอจะรู้อะไรบ้างแล้ว “ในเมื่อฮุ่ยไท่เฟยรู้จักติดต่อกับขุนนางในราชสำนัก นางก็จะต้องดำเนินการอะไรทางหรงซานด้วยอย่างแน่นอน”
ไม่รู้ว่านางลอบส่งผลประโยชน์ต่างๆ ให้ทางหรงซานไปมากน้อยเพียงใดแล้ว
พวกเขายังนับว่ารู้เรื่องนี้เร็ว
ในราชวงศ์ นอกจากเขาแล้วก็ยังมีองค์ชายอีกสองคน แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเสด็จพ่อของเขา หรงอ๋องก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะได้นั่งบัลลังก์ ดังนั้น…น้องชายทั้งสองของเขาก็ควรจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
จ้าวเสวียนจิ่งรีบเข้าวังก่อน
เขารู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับองค์หญิงใหญ่แล้ว ถ้าหากเรื่องของนางก็เป็นฝีมือของหรงอ๋องเช่นกัน หากอย่างนั้นก็นับได้ว่าพวกเขายื่นมือเข้ามาถึงวังหลวงแล้ว
เขาจะต้องให้เสด็จแม่เก็บกวาดวังหลังโดยไม่มีพิรุธเสียหน่อย
เซี่ยเฉียวยังคงจัดการเรื่องของนางไปตามเรื่องตามราว
พอถึงวันองค์หญิงใหญ่ก็ออกมาอีก ครั้งนี้นางได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้ออกมา และยังเชิญคุณชายไต้ให้ไปพบที่เรือนด้านข้างด้วย
ครั้งนี้สีหน้าขององค์หญิงใหญ่ดีกว่าครั้งที่แล้วมาก ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการดื่มน้ำยันต์มีประโยชน์ นอกจากนี้นางยังมีแผลที่หางตา ทำให้สีแดงของไฝนั้นไม่ได้สะดุดตาเท่าไรแล้ว
พอคุณชายได้เห็นองค์หญิงใหญ่ ตอนแรกเขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ทำไมหรือ ปั๋วเหิงเห็นข้าแล้วไม่รู้สึกดีใจหรือ” องค์หญิงใหญ่เอ่ยปากอย่างสบายๆ
ไต้ปั๋วเหิงตะลึงงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้ม “จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรเล่า อีกสองวันก็จะเป็นวันแต่งงานของเราสองคนแล้ว ตามหลักแล้ววันนี้เราทั้งสองไม่ควรพบกัน ข้าเกรงว่ามันจะไม่ดีกับองค์หญิง…”
“จะมีอะไรไม่ดี ก็แค่กฎเกณฑ์โง่ๆ เท่านั้น ข้าไม่สนใจหรอก ใครจะทำอะไรได้ ว่าแต่เจ้าเถอะ เห็นแผลบนหน้าข้ายังไม่ดีขึ้นอย่างนี้ เจ้าไม่รู้จักแสดงความเป็นห่วงบ้างหรือ”