ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1175 ฮวงจุ้ยเปลี่ยน / ตอนที่ 1176 ไร้วาสนากับครอบครัว
ตอนที่ 1175 ฮวงจุ้ยเปลี่ยน / ตอนที่ 1176 ไร้วาสนากับครอบครัว
ตอนที่ 1175 ฮวงจุ้ยเปลี่ยน
มีอยู่ปีหนึ่งที่จู่ๆ นางก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
นางมักจะเห็นวิญญาณแปลกๆ เป็นบางครั้งแวบผ่านไปมา มันทำให้นางตกใจกลัวมากจนต้องร้องเอะอะโวยวายออกมา ญาติๆ ต่างก็คิดว่านางเสียสติไปแล้ว และบอกว่านางเป็นตัวประหลาด ไม่ยอมเข้าใกล้นางอีก หลังจากที่บิดากลับมา เขาก็บอกว่านางเปิดดวงตาสวรรค์แล้ว
เป็นเวลาสามปีที่บิดาของนางพยายามทุ่มเทเพื่อปิดผนึกดวงตาสวรรค์ของนางไว้
และมันก็เป็นสามปีที่นางไม่กล้าพบเจอใครด้วย
เมื่อไม่มีดวงตาสวรรค์ บิดาของนางกลับบอกว่า วาสนาระหว่างพวกเขาพ่อลูกจบลงแล้ว กระทั่งทิ้งไว้แค่จดหมายฉบับเดียวเท่านั้นโดยไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลย นางถูกส่งไปพำนักอาศัยที่บ้านสหายของเขาด้วยสาเหตุใดก็ไม่รู้ แต่นางก็ได้เพียงทำตาม แต่หลังจากอยู่ในบ้านหลังนั้นได้ไม่นาน นางก็เข้าได้เข้าวังแทนบุตรสาวของบ้านนั้นและกลายเป็นนางกำนัล…
โชคชะตาหมุนไปเวียนมาแต่กลับไม่เคยตกมาถึงนางเลยสักครั้ง
วังหลังของฮ่องเต้องค์ก่อนค่อนข้างสงบ นางเองก็ไม่เคยคิดที่จะใฝ่สูงอะไร แต่กลับจับพลัดจับผู้กลายมาเป็นนางสนมโดยบังเอิญ สุขภาพร่างกายของนางไม่ดี นางคลอดยากและเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะลูกชั่วคนนั้น
ก่อนที่นางกำลังจะตาย มีเรื่องต่างๆ แวบผ่านในหัวของนางมากมาย
คนอื่นๆ ล้วนมีสายตาเย็นชา
นางนึกถึงตอนที่ตนเองอยู่นอกวังตัวคนเดียว ระหว่างทางนางได้พบกับนายน้อยตระกูลกู้ผู้หล่อเหลาและมีความสามารถผู้นั้น นางอายุยังน้อยและเพิ่งรู้จักความรักเป็นครั้งแล้ว แต่เขากลับมีท่าทางเย่อหยิ่งไม่เห็นใครในสายตาเหมือนบิดาของนาง
เมื่อนึกถึงตระกูลหลี่ของราชครูผู้นั้นซึ่งกำลังมีหน้ามีตา มีงานเลี้ยงในวังที่น่าตื่นตาตื่นใจ เวลานั้นนางเป็นนางกำนัลตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น และเพราะคุณหนูหลี่ทำจานคว่ำ นางกลับต้องคอยหมอบคลานกับพื้นคอยเก็บกวาดทำความสะอาด…แม้ว่าคนตระกูลหลี่คนอื่นๆ จะเห็นว่านางอายุยังน้อยน่าสงสาร และให้นางถอยออกไป แต่สายตาแห่งความเมตตาให้ทานนั้นก็ยังทิ่มแทงใจนางอยู่ดี
เดิมทีนางก็เป็นคนมีบิดามารดา
แต่กลับต้องกายเป็นเหมือนจอกแหนที่ไม่มีที่พึ่ง
หลังจากที่นางให้กำเนิดบุตรชายที่เกือบจะฆ่าตนเองแล้ว ก็มีคนมาแสดงความยินดีกับนาง หรือแม้แต่…ขัดขวางนาง
เมื่อฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรคต ทุกคนต่างก็บอกว่านางโชคไม่ดี เพิ่งจะได้รับความโปรดปราน และยังไม่ทันที่จะได้รับเกียรติจากลูกน้อยเลย นางก็กลายเป็นไท่เฟยไปเสียแล้ว คนตระกูลหลี่และคนตระกูลกู้ที่เข้าวังมาต่างก็พูดกับนางว่าอย่างไรนะ?
พวกเขาบอกว่าฮองเฮาเป็นคนดีมีเมตตา ให้นางไม่ต้องกังวลใจ ตราบใดที่นางทำตัวดีๆ ยามอยู่ในวัง ฮองเฮาจะต้องคุ้มครองนางไปตลอดแน่…
เฮอะ…
ฮุ่ยไท่เฟยนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
ฮวงจุ้ยเปลี่ยน หากไม่อยากเปลี่ยนตามก็ทำลายมันเสียเลย!
“หลบซ่อนหรือ เช่นนั้นก็ซ่อนเถอะ…” ฮุ่ยไท่เฟยเองก็ไม่สนใจ นางสัมผัสใบหน้าซึ่งแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยพลางยิ้ม “ต่อให้ข้าจะแพ้ก็ไม่เป็นไร แค่ได้ทำสิ่งที่ข้าไม่เคยได้ทำก่อนตายก็พอ”
“ศิษย์น้อง?” นักพรตขมวดคิ้ว
“เผิงเทียนมิ่ง? เขากลับเปลี่ยนไปใช่ชื่อดีๆ และยังได้เป็นถึงราชครู” ฮุ่ยไท่เฟยลุกขึ้นยืน รูปร่างของนางผอมบาง “ให้บิดาของข้าตามศิษย์น้องทั้งสองไปเลยดีไหม”
นักพรตตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
หลังจากที่อาจารย์รับศิษย์น้องสามคนเข้ามาและปิดผนึกดวงตาสวรรค์ของศิษย์น้อง อาจารย์ก็ทิ้งหนังสือไว้ให้พวกเขามากมาย แล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ต่อมาพวกเขาทั้งหมดได้พบบุตรสาวของอาจารย์ซึ่งเป็นไท่เฟยแล้วในขณะนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงคอยอยู่ข้างๆ เพื่อดูแลนาง
หลายสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ไม่สามารถสัมผัสได้
ในงานชุมนุมเต๋าเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ศิษย์น้องทั้งสองคนต้องตายก่อนวัยอันควรเมื่อถูกพบว่าใช้ชีวิตคนแสดงวิชาอาคม
เขากังวลว่าไฟจะลามมาถึงตัว จึงได้ร่วมกับศิษย์น้องทำชัยภูมิ พาหรงอ๋องไปพื้นที่ศักดินาและหลบอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน
“ตอนนี้เขาเป็นราชครู เกรงว่าจะลงมือไม่ได้ง่ายๆ” นักพรตครุ่นคิดเล็กน้อย
“ข้าเป็นบุตรสาวของเขา ใช้ข้าเป็นเครื่องสังเวยจะสะดวกมาก” ฮุ่ยไท่เฟยน้ำเสียงเย็นชา
ตอนที่ 1176 ไร้วาสนากับครอบครัว
สีหน้าฮุ่ยไท่เฟยสบายๆ นางส่งเสียงฮัมเบาๆ ราวกับเสียงของสายลมที่พัดผ่านหมู่เมฆแล้วหายวับไป
นักพรตเฝ้ามองนางอย่างเงียบๆ หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็ถามว่า “หรงอ๋องเล่า…ถึงอย่างไรเขาเป็นลูกของศิษย์น้อง…”
มือของฮุยไท่เฟยชะงักค้างไปทันทีพลางเงยหน้ามองเขา
“เจ้าคนใช้การไม่ได้นั่น ให้ทำเรื่องเล็กน้อยก็ยังทำไม่สำเร็จ นิสัยไม่เหมือนกับข้าเลยสักนิด ตอนนั้นข้าให้เขาแสร้งทำตัวเหลวไหลเสเพลกับตาเฒ่านั่นเพื่อหาเหตุผลให้ถูกขับออกจากเมืองหลวง แต่แล้วอย่างไรเล่า เขากลายเป็นคนโง่ที่ขุดอย่างไรก็ไม่ขึ้น อาศัยแค่ความสามารถแค่นั้นยังอยากที่จะปีนขึ้นที่สูงเป็นฮ่องเต้อีก?” ฮุ่ยไท่เฟยหัวเราะออกมาทันที นางถูสร้อยประคำที่ถือไว้ในมือเบาๆ “เขาคิดว่าได้โชคชะตาแค่นั้นมาแล้วจะทำสำเร็จหรือ น่าขันจริงๆ ปล่อยเขาไปเถอะ”
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งและยอมรับโดยปริยาย
แม้ว่าหรงอ๋องจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของนาง แต่ศิษย์น้องมีชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องไร้วาสนากับครอบครัว
หากนางใกล้ชิดกับหรงอ๋องมากเกินไป จะไม่เป็นการดีต่อพวกเขาทั้งสอง และนั่นก็เป็นเหตุผลที่หรงอ๋องโตมากับคนอื่นด้วย
แม้ว่าต่อมาพวกเขาจะไปอยู่ที่พื้นที่ศักดินาด้วยกันแล้ว แต่ในปีหนึ่งๆ พวกเขาแม่ลูกได้พบหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ทั้งๆ ที่ฮุ่ยไท่เฟยรู้แล้วว่าจะมีปัญหา แต่นางกลับไม่ตื่นตระหนก และเตรียมตัวอย่างใจเย็น
หรงอ๋องกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย
เขากำลังฝันหวาน
ตอนนี้ฮ่องแต้มีทายาทน้อยมาก คนหนึ่งก็แขนพิการ คนหนึ่งอ่อนแอและขี้ขลาด อีกคนอายุยังน้อยเกินไป ล้วนแต่ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น ขอแค่เขาฉวยโอกาสตอนที่อยู่ในเมืองหลวงใช้วิธีการต่างๆ ทำให้ฮ่องเต้ไม่มีทายาทสืบทอด เขาที่เป็นน้องชายจะไม่ปล่อยมันไปแน่
“ท่านอ๋อง คุณชายไต้เชิญท่านออกไปสักครู่ แจ้งว่ามีเรื่องสำคัญจะคพูดกับท่าน” มีคนเข้ามารายงานหรงอ๋องที่กำลังดูระบำอย่างมีความสุข
เขาไม่มีความสงสัยใดๆ เลยแม้แต่น้อย
“ตระกูลไต้คงจะร้อนรนแล้วกระมังที่จะต้องแต่งงานกับองค์หญิงที่ไร้โชคชะตาวาสนา ในใจเขาคงรู้สึกไม่สบายใจ ข้าจะต้องวาดฝันให้เขาสักหน่อย มิฉะนั้นคนผู้นี้จะต้องทำอะไรชักช้าอืดอาดใช้การไม่ได้แน่” เขาเสียดสีออกมาทันที
ตระกูลไต้ทำความผิดใหญ่หลวง เขาจึงไม่เชื่อว่าไต้ปั๋วเหิงจะกล้าทรยศหักหลังเขา
คนที่ใช้ได้ดีที่สุดบนโลกใบนี้ไม่ใช่คนสนิทหรือที่ปรึกษา แต่เป็นคนเหล่านี้ที่เขากุมจุดอ่อนเอาไว้
จะให้พวกเขารอดก็รอด จะให้พวกเขาตายก็ไม่มีทางรอดใดๆ ให้เลยเหมือนกับมดปลวกอย่างไรอย่างนั้น
เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่ไต้ปั๋วเหิงไม่ได้มาหาเขาด้วยตัวเอง เขาเพียงคิดว่าคนผู้นี้ใกล้จะแต่งงานแล้ว คาดว่าที่บ้านคงมีหลายอย่างต้องทำ ก็เลยเปลี่ยนชุดแล้วนำคนออกไปที่บ้านตระกูลไต้
หลังจากที่ไต้ปั๋วเหิงออกจากเรือนขององค์หญิงมาแล้วก็กลับบ้านทันที จากนั้นเขาก็อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เปลี่ยนชุดใหม่ ท่าทางเหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานจริงๆ พอตกเย็นหรงอ๋องก็มาจริงๆ
เขาเตรียมสุราชั้นดีไว้กาหนึ่งและอุ่นมันในสวนของเขา
หลังจากที่หรงอ๋องมาถึงแล้ว เขาก็มีท่าทางเคารพนบนอบ ไม่มีตรงไหนที่ดูไม่ให้เกียรติแม้แต่น้อย
“ทำไมวันนี้ราชบุตรเขยไต้ท่าทางเกรงใจนัก จนทำให้ข้ารู้สึกละอายใจแล้ว” หรงอ๋องเอ่ยด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม
“ข้าจะไม่ให้ความเคารพท่านอ๋องได้อย่างไร ถ้าหากข้าแต่งงานกับองค์หญิงแล้ว ข้าก็ต้องเรียกท่านว่าท่านอา” ไต้ปั๋วเหิงหยุดไปเล็กน้อย “อีกอย่าง ท่านอ๋องมีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ ข้าปั๋วเหิงรู้ดี ตอนนี้ถือว่าข้าแสดงความยินดีกับท่านล่วงหน้า ข้าจึงได้เตรียมสุรานี้ไว้ ข้าเกรงว่าหลังจากที่ข้าแต่งงานไปแล้ว องค์หญิงจะจับตาดูอย่างเคร่งครัด ถึงตอนนั้นก็คงทำเช่นนี้ไม่ได้แล้ว”
หรงอ๋องได้ยินที่เขาพูดก็ถูกอกถูกใจ “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเราสองคนอาหลานก็มาดื่มกันสักจอกเถอะ!”
หรงอ๋องพูดจบก็ยกสุราดื่มหมดจอกในคราวเดียว