ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1181 คาดไว้อยู่แล้ว / ตอนที่ 1182 ปรมาจารย์ทำนายดวงชะตา
ตอนที่ 1181 คาดไว้อยู่แล้ว / ตอนที่ 1182 ปรมาจารย์ทำนายดวงชะตา
ตอนที่ 1181 คาดไว้อยู่แล้ว
ท่านเมิ่งโหวเองก็ต้องยอมรับว่าเขาไม่เคยเอาอกเอาใจรัชทายาท
“ฝ่าบาทปกป้องรัชทายาทอย่างยิ่ง องค์ชายสี่เองก็ไม่คิดจะหาพวกและไม่สนใจบัลลังก์ มีแต่ข้าที่วางแผนเพื่อพวกเขาสองแม่ลูก แต่กลับไม่ได้ดีเท่าใดนัก จะบอกว่าพ่อใจไม่เย็นพอก็ไม่ได้ แต่เป็นเพราะลูกธนูขึ้นคันศรแล้ว จึงไม่อาจถอยได้เท่านั้น” ท่านเมิ่งโหวพูดกับบุตรชายตามตรง
ต่อสู้มานานขนาดนี้ แล้วจู่ๆ จะมาบอกว่าไม่สู้แล้ว เขาจะสู้หน้าใครได้
ขุนนางในราชสำนักที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเขาก็มีไม่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการต่อสู้แล้ว เขาก็ทำได้เพียงต้องเดินหน้าต่อไปด้วยใจที่หดหู่
“ท่านพ่อหมายความว่า ท่านคิดว่าเราไม่สามารถที่จะสั่นคลอนบัลลังก์ของรัชทายาทได้อย่างนั้นหรือ” เมิ่งจี๋ฟังนิ่วหน้า
ท่านเมิ่งโหวสั่งให้บ่าวรับใช้ถอยออกไป
“คืออย่างนี้ หากเป็นการต่อสู้ในที่แจ้ง องค์ชายสี่แทบไม่มีโอกาสที่จะชนะได้เลย ถ้าหากอยากจะชนะก็ต้องให้รัชทายาทไม่มีชีวิตเสียก่อน หลายปีก่อนใช่ว่าข้าไม่เคยส่งคนไปลอบสังหารเขา แต่มันแค่ไม่สำเร็จเท่านั้น ตอนนี้รัชทายาทยิ่งรับมือได้ยากกว่าตอนนั้นเสียอีก องครักษ์ที่อยู่ข้างกายเขาก็ไม่ใช่ธรรมดาเลย ข้ายังจะลงมือโดยไม่ไตรตรองให้ดีก่อนได้หรือ” ท่านเมิ่งโหวถอนหายใจ “อีกอย่าง ข้าก็พอจากมองออกว่า ถ้าหากรัชทายาทเป็นอะไรไปจริงๆ คนแรกที่ฮ่องเต้จะกล่าวโทษก็คือข้า ข้าลำบากขนาดนี้เพื่ออะไร หากไม่ใช่เพื่อตระกูลเมิ่ง ไม่ใช่เพื่อลูกหลานรุ่นหลัง?”
สองปีมานี้รัชทายาทดวงชะตาดีขึ้นมาก
ในช่วงระยะเวลาที่เขาอยู่ที่ศาลตัดสินคดี เขาก็ไขคดีได้ไม่น้อย
เมื่อมีฎีกาจำนวนหนึ่งจากราชสำนักถูกส่งมาถึงมือเขา เขาก็ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง กระทั่งให้คำแนะนำมากมาย และสร้างผลงานครั้งแล้วครั้งเล่า
เขามีชื่อเสียงมากในหมู่ประชาชนและมีผู้สนับสนุนมากมายในราชสำนัก นานมากแล้วที่ไม่มีใครพูดเรื่องที่รัชทายาทมือพิการ ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งฮ่องเต้อีก
เมิ่งจี๋ฟังอ้าปากค้างพลางครุ่นคิด เขาเองก็ต้องยอมรับว่า รัชทายาทสามารถเป็นราชาได้…โดยไม่มีปัญหาจริงๆ
แต่เป็นเพราะความเป็นญาติใกล้ชิดจึงทำให้เขาคิดอยากให้องค์ชายสี่ครองบัลลังก์
“รัชทายาทเองก็ไม่ได้เป็นคนโหดร้าย ข้าว่า แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัชทายาทกับองค์ชายสี่จะไม่สามารถเรียกได้ว่าสนิทสนมใกล้ชิด แต่ก็ไม่ได้เกลียดกัน ต่อไปหากเขาขึ้นครองราชย์ องค์ชายสี่ก็จะเป็นท่านอ๋องที่มีความสุขเช่นกัน คงจะไม่ทุกข์ยากลำบาก อาหญิงของเจ้าก็เคยเกลี้ยกล่อมข้าหลายครั้ง แม้ว่าข้าจะดูเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก แต่ในความเป็นจริงแผนการต่างๆ ที่วางไว้ก่อนหน้านี้ก็ล้มเลิกไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว”
ในอนาคตเมื่อรัชทายาทขึ้นครองราชย์ เขาก็จะให้ตระกูลเมิ่งสงวนท่าทีหน่อย และคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเมิ่งพวกนั้น เขาก็เตรียมการไว้แล้วเพื่อให้เกิดความเสียหายและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ที่โชคดีก็คือหลายปีมานี้ แม้ว่าเขาจะถวายฎีกาฟ้องรัชทายาทไม่น้อยก็จริง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีมากนัก และไม่ได้ทำให้ใครถึงตาย
มิฉะนั้นเขาคงไม่มีทางถอยแล้วจริงๆ
ก่อนหน้านี้เขาไม่ยินดีที่จะพูดเรื่องพวกนี้กับบุตรชายตนเอง เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังอยากที่จะรักษาหน้าตาไว้
แต่ตอนนี้…เขาต้องทำให้บุตรชายเข้าใจให้ได้
เมิ่งจี๋ฟังคิดว่าตนเองอาจจะทนรับเรื่องนี้ไม่ได้ แต่พอได้ยินเรื่องเหล่านี้แล้วเขากลับสงบนิ่งราวกับว่า…มันเป็นสิ่งที่เขาคาดไว้อยู่แล้ว
“ท่านพ่อ ข้าเข้าใจแล้ว ต่อไปหากพบเห็นรัชทายาท ข้าให้เกียรติเขาหน่อยก็พอแล้ว” เมิ่งจี๋ฟังยังรู้จักคิด
“เจ้าจะต้องไปหาปรมาจารย์โม่กับข้าก่อน ให้ปรมาจารย์ดูดวงให้เจ้าอย่างละเอียด แน่นอนว่าจะเชื่อคำพูดของปรมาจารย์โม่แต่ฝ่ายเดียวไม่ได้ ข้าจะให้อาหญิงของเจ้าเชิญปรมาจารย์ฮุ่ยชิงจากวัดหลวงมาถามเรื่องนี้ให้เจ้าด้วย คำทำนายนี้เกี่ยวกับชีวิต เจ้าจะต้องให้ความสำคัญกับมันด้วย” ท่านเมิ่งโหวรีบเอ่ย
ยามอยู่ต่อหน้าบิดามารดาเมิ่งจี๋ฟังถือว่าค่อนข้างว่าง่าย เขาไม่ได้คัดค้านอะไร
วันถัดมา ท่านเมิ่งโหวเข้าวังไปกราบทูลเรื่องที่บุตรชายทำความผิดก่อน
ฮ่องเต้และรัชทายามต่างก็อยู่ด้วยกันทั้งคู่ เขาไม่สบายใจนักด้วยกลัวว่ารัชทายาทจะไม่พอใจครอบครัวของเขา และถือโอกาสนี้ปรามเขา
ตอนที่ 1182 ปรมาจารย์ทำนายดวงชะตา
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองไปยังหนังสือหนี้เล็กน้อย แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่งเย็นชาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งนั้น
เมิ่งโหวยิ่งกระวนกระวายใจ
รัชทายาทยังไม่ทันได้ขึ้นครองราชย์เลย แต่เขาก็ยังอ่านใจไม่ออกแล้ว…
ไม่เหมือนองค์ชายสี่ เด็กคนนั้นคิดอะไร พูดอะไร เขามองแวบเดียวก็เข้าใจได้ทันที
“ฝ่าบาท บุตรชายของกระหม่อมไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาเพียงแต่เห็นว่าหญิงสาวทั้งสองหน้าตางดงาม จึงได้รับเข้ามาอยู่ในบ้าน ต้องโทษกระหม่อมที่ปกติแล้วมักจะตามใจเขามากเกินไป…เป็นกระหม่อมที่สั่งสอนลูกไม่ดี หลังจากที่กระหม่อมกลับไปแล้วจะต้องตำหนิเขาให้หนักอย่างแน่นอน เพียงแต่…บุตรชายของกระหม่อมไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย เขาหลงกลติดกับแผนการของคนอื่นจึงได้ถูกมอมเหล้าและเป็นหนี้อย่างนี้ กระหม่อมรับผิดชอบแทนบุตรชายแล้ว แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่เป็นธรรมอยู่ดี ขอให้ฝ่าบาททรงออกหน้าทวงความยุติธรรมให้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ…”
ความหมายของเขาเป็นการสร้างปัญหาให้กับหรงอ๋องแล้ว
“เรื่องของหรงอ๋องข้าให้รัชทายาทเป็นคนตรวจสอบแล้ว รัชทายาท เจ้าเห็นว่าอย่างไร” ฮ่องเต้ทรงผ่อนคลาย
การมีบุตรชายที่มีความสามารถทำให้เขาเบาใจไปได้มาก
หลังจากที่ปีนี้เขาดูแลงานราชกิจน้อยลง เขาก็ดูอ่อนวัยลงกว่าเมื่อก่อนแล้ว
เมิ่งโหวรู้สึกกระวนกระวายใจมากขึ้น เขารู้สึกว่าคราวนี้บุตรชายของเขาอาจจะหนีไม่พ้น อย่างน้อยก็ต้องถูกโบยบ้าง แต่ร่างกายของลูกชายเขาบอบบางอย่างนั้น โบยเสร็จแล้ว เขาไม่ต้องนอนอยู่บนเตียงลุกไปไหนไม่ได้สักครึ่งปีเลยหรือ
แย่จริงๆ…ถ้าหากองค์ชายสี่ทะเยอะทะยานหน่อยก็คงดี
เป็นองค์ชายเหมือนกัน ทำไมถึงได้ต่างกันมากขนาดนี้หนอ
“สเด็จพ่อ กระหม่อมได้สอบสวนสายลับสองคนนี้แล้ว บุตรชายของเมิ่งโหวไม่มีความผิด เพียงแต่เขาเป็นคนรักสนุกไปหน่อยเท่านั้น ไม่ใช่ความผิดใหญ่โตอะไร แน่นอนว่าความผิดเล็กน้อยนั้นยังมีอยู่ ในฐานะที่เขาเป็นบุตรชายสายตรงของตระกูลโหว แต่กลับหลงใหลในความงาม ไม่รู้จักแยะแยะคนดีคนชั่ว เป็นการไม่เหมาะสม เมิ่งโหวกลับไปแล้วจะต้องดูแลเขาให้เข้มงวดหน่อย เพื่อที่เขาจะได้ก้าวหน้าและแยกแยะถูกผิดได้ จะได้ไม่ทำความผิดมหันต์ในอนาคต” น้ำเสียงรัชทายาทสงบราบเรียบ ท่าทีที่เขามองเมิ่งโหวก็ไม่มีอะไรพิเศษ
เมิ่งโหวฟังจบแล้วก็นิ่งงันไป
แค่นี้หรือ
แค่…ให้เขากลับไปสั่งสอน พิจารณาตัวเอง?
หรือว่า…รัชทายาทคิดจะตามใจลูกเขาจนเสียคนเอง?
ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น อยู่ห่างไกลกันขนาดนี้รัชทายาทจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร
หินก้อนใหญ่ในใจเมิ่งโหวถูกยกออกจากอกแล้ว เขารีบเอ่ยขอบพระทัยทันที “กระหม่อมจะต้องกลับไปสั่งสอนเขาอย่างเข้มงวดแน่นอน สั่งสอน…ให้ดี!”
ฮ่องเต้ทรงมีความรู้สึกที่ดีต่อตระกูลเมิ่ง เมิ่งโหวผู้นี้เป็นคนใช้การได้ แม้เขาจะเจ้าแผนการไปบ้าง แต่ก็มีความจงรักภักดี ในวังหลัง แม้ว่าฮองเฮาจะมีคุณธรรม แต่สุขภาพร่างกายของนางไม่ค่อยดี งานครึ่งหนึ่งจึงเป็นหน้าที่ของเมิ่งกุ้ยเฟยที่คอยดูแลจัดการ และนางเองยังเป็นสตรีที่ฉลาดมีคุณธรรมและไม่แก่งแย่งชิงดี
แม้ว่าเมิ่งโหวจะเคยทำเรื่องที่ผิดมาก่อนในอดีต แต่ฮ่องเต้ก็ทรงทนเท่าที่จะทนได้ หลายปีมานี้เขาก็พระราชทานรางวัลให้ไม่น้อย
เมิ่งโหวออกมาจากห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ แล้วก็รออยู่ในวังครู่หนึ่ง ในที่สุดรัชทายาทก็ออกมา เขาจึงรีบตามไปทันที
เขามีสีหน้าลำบากใจ แต่เขาก็ไม่เสียบุคลิก และก็ไม่ได้ดูโอหังเกินไปต่อหน้ารัชทายาท
“กระหม่อมกำลังรอให้รัชทายาทเสด็จออกมาพอดี กระหม่อมมีเรื่องอยากจะขอคำแนะนำเล็กน้อย…” เมิ่งโหวยังค่อนข้างสงวนท่าที
รัชทายาทชำเลืองมองเขาก่อนจะเอ่ยอย่างรู้ดีอยู่แล้ว “ใช่เรื่องเกี่ยวกับอายุขัยของเมิ่งจี๋ฟังหรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะ บุตรชายของข้าเล่าว่าปรมาจารย์โม่บอกว่าเขาจะอยู่ได้ไม่ถึงสามสิบปี ในฐานะบิดา กระหม่อมรู้สึกกังวลร้อนใจมาก และอยากจะทราบว่าสาเหตุของเรื่องนี้คืออะไร…” เมิ่งโหวรีบเอ่ย
เพื่อทำให้ลูกชายของเขากลัว หรือเป็นเรื่องจริง…
“ข้าเกรงว่าท่านจะไม่เชื่อในสิ่งที่ปรมาจารย์โม่พูด ทำไมท่านไม่ไปหาปรมาจารย์ที่วัดอวี้ซวีหรือไม่ก็ที่วัดหลวงให้ทำนายให้เล่า” จ้าวเสวียนจิ่งตรงไปตรงมา
เมิ่งโหวรู้สึกอักอ่วนทำตัวไม่ถูก
รัชทายาทอะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวที่ไม่รู้จักอ้อมค้อมหน่อย
เมิ่งโหวที่ถูกปฏิบัติด้วยอย่างเย็นชาหน้าร้อนผ่าว ไม่นานนักเขาก็ถูกรัชทายาททิ้งไว้ข้างหลัง
เมิ่งโหวถอนหายใจ เขาเชื่อที่รัชทายาทบอกและไปหาคนอื่นก่อน
เขาพาบุตรชายไปหาปรมาจารย์ทั่วเมือง