ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1189 ความแค้น / ตอนที่ 1190 คลานสามรอบ
ตอนที่ 1189 ความแค้น / ตอนที่ 1190 คลานสามรอบ
ตอนที่ 1189 ความแค้น
พอโม่หลิงจื่อมองไปรอบๆ สายตาของเขาก็แทบจะเปล่งประกายแสงสีทองออกมาแล้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“การรับศิษย์นี่หาเงินได้มากขนาดนี้เลยหรือ” โม่หลิงจื่ออุทานออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบโถกระเบื้องสีขาวขึ้นมา โถใบนี้สะอาดและไม่มีที่ติ สวยงามมากจริงๆ สัมผัสยามจับถือก็เย็นๆ
ตอนที่เขารับลูกศิษย์ในตอนนั้น…
ช่างน่าทุเรศจริงๆ โจรนั่นก็ให้เงินเขาเพียงเล็กน้อย แถมยังให้เขาเลี้ยงนางตั้งแต่แบเบาะด้วย!
เพราะเงินเล็กน้อยแค่นั้น เซี่ยเฉียวตอนเด็กๆ ทำให้เขากลัดกลุ้มกังวลจนขนแทบหงอกหมดแล้ว
โชคดีที่เด็กคนนี้ดวงดี ทุกครั้งที่เขาจะหมดตัวอยู่แล้ว ก็จะมีคนโง่มาหาที่เขาเพื่อให้เขาทำนายดวงชะตาและให้เงินก้อนโตแก่เขาถึงที่จนเขาสามารถเลี้ยงดูนางต่อไปได้
ชีวิตของเซี่ยเฉียวนั้นยากลำบาก แต่ก็มีบุญ
“……” ของขวัญกราบอาจารย์มากมายขนาดนี้ นางเองก็ยังแทบจะทนไม่ไหวจนอยากให้เมิ่งจี๋ฟังเรียกนางว่าอาจารย์เต็มทีแล้ว
“ถ้าหากเจ้าเด็กนั่นยอมก้มหัวจริงๆ ก็นับว่าไม่เลว หลังจากเข้าสำนักแล้ว ข้าจะช่วยดูแลสั่งสอนแทนเจ้าสักสองสามปี กำจัดขัดเกลานิสัยแย่ๆ ของเขาออกไปให้หมดก็จะกลายเป็นคนที่ใช้ได้เอง” โม่หลิงจื่อไม่ได้พูดจาว่าร้ายเขาต่อไปอย่างที่หาได้ยาก
เซี่ยเฉียวอดถอนหายใจไม่ได้ อาจารย์ของนางก็คือ…เจ้าแห่งตัณหาและความโลภ
เซี่ยเฉียวสั่งให้คนย้ายของที่เรือนหลังเพื่อจัดเก็บชั่วคราว
ส่วนทางนั้น ท่านเมิ่งโหวพาเมิ่งจี๋ฟังกลับบ้าน จากนั้นเขาก็เรียกเด็กรับใช้ที่ติดตามเมิ่งจี๋ฟังเข้ามา
ให้นายและบ่าวรับใช้ทั้งสองคนนึกดีๆ ว่าหลายปีมานี้พวกเขาทำเรื่องไม่ดีกับใครไว้บ้าง
แต่เด็กรับใช้ก็ตามใจเขาจนเคยตัว ถามอะไรไปก็ไม่รู้ เขารู้สึกว่าศิษย์ในสำนักศึกษาพวกนั้นเป็นพวกไม่รู้ความเอง ไม่เคยคิดว่านายน้อยของตนเองจะทำอะไรผิด ท่านเมิ่งโหวไม่มีทางเลือกจึงต้องให้คนอื่นออกหน้าเชิญศิษย์ทั่วไปในสำนักศึกษาจำนวนหนึ่งออกไปดื่มสุราพูดคุย จึงได้วีรกรรมของเขาไม่น้อย
ก็มากอยู่
ลำพังรายชื่อก็มีเป็นหลายร้อยแล้ว
มีบ้างที่เขาพูดจาเหน็บแนม ไม่น่าฟังใส่ คนอื่นเองก็ไม่กล้าที่จะตอบโต้ ยังมีบางคนที่เขาแย่งหนังสือหรือของใช้มา หรืออาศัยอำนาจของเขาลงโทษให้คนอื่นคุกเข่า หรือรับโทษให้คุกเข่าจากอาจารย์แทนเขา
ที่ร้ายแรงที่สุดคือมีคนประมาณสิบกว่าคนที่เขาสั่งให้คนทุบตีและดุด่า
หนึ่งในนั้นดูเหมือนจะเกิดความแค้นอย่างใหญ่หลวงกับลูกชายของเขา
คนผู้นั้นชื่อว่าหวังตั๋ว เป็นเด็กจากครอบครัวที่ยากจน แต่เขามีพรสวรรค์จริงๆ เขาอาศัยความสามารถของตนเองกลายเป็นจวี๋จื่อตั้งแต่อายุยังน้อย จากนั้นก็เข้าเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาหลวง
เขามีความสามารถมาก แต่กลับมีความหยิ่งยโส ไม่ยอมก้มหัวให้คนที่มีอำนาจ เขาเคยเห็นคนอื่นก้มหัวให้เมิ่งจี๋ฟังเพื่อเยินยอเอาใจก็ลอบดูหมิ่นอยู่ในใจ
ครั้งหนึ่งเมิ่งจี๋ฟังเคยอาจารย์ทำโทษให้คัดลอกบทความ ขณะที่เขากำลังฮึดฮัดไม่พอใจอยู่นั้น หวังตั๋วก็มาเห็นพอดี
คนหนึ่งเย่อหยิ่งอวดดี อีกคนก็ไม่ยอมก้มหัวให้ ทั้งสองเผชิญหน้าอย่างที่อธิบายไม่ได้
รอบกายเมิ่งจี๋ฟังมีคนมากมาย พวกเขาบังคับให้คนผู้นี้คัดลอกบทความแทนเมิ่งจี๋ฟัง แต่คนผู้นี้ไม่ยอม ทั้งยังใช้คำพูดต่อต้านมากมาย จนทำให้เด็กเกเรพวกนั้นโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาพยายามหาทางพาหวังตั๋วออกจากสำนักศึกษาและทุบตีเขาหลายครั้ง
แต่ละครั้งหวังตั๋วก็ถูกตีจนลุกจากที่นอนไม่ได้ไปเป็นครึ่งเดือน
ครอบครัวของคนผู้นี้ยากจน แม้ว่าเขาจะสอบได้เป็นจวี๋จื่อ ครอบครัวของเขาก็ยังไม่ได้ร่ำรวย พวกเขาต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของหวังตั๋ว
หากเรื่องมันแค่เท่านั้นก็แล้วไป
เดิมทีหวังตั๋วผู้นี้มีคู่หมั้นที่มีการกำหนดตัวหลังจากที่เขาได้เป็นจวี๋จื่อแล้ว ครอบครัวของคู่หมั้นเขานับว่าไม่เลวเลย เป็นบ้านของบัณฑิตมีการศึกษา แม้จะไม่ใช่ตระกูลที่มีชื่อเสียง แต่พวกเขาก็มีทรัพย์สินพอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง บ้านนี้ถูกใจที่หวังตั๋วดูดีมีอนาคต และไม่รังเกียจที่เขามีภูมิหลังไม่ร่ำรวย
แต่หลังจากข่าวแพร่ออกไปว่า หวังตั๋วทำให้เมิ่งจี๋ฟังขุ่นเคือง ครอบครัวนั้นก็เกิดความลังเลขึ้นมาก
เขาตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมให้หวังตั๋วก้มศีรษะและร้องขอความเมตตาจากเมิ่งจี๋ฟัง แต่หวังตั๋วปฏิเสธ การแต่งงานครั้งนี้…จึงได้ล้มเลิกไป!
ตอนที่ 1190 คลานสามรอบ
เมิ่งจี๋ฟังใช้อำนาจบาตรใหญ่มาจนเคยตัว หวังตั๋วเกลียดชังเขามาก แต่กลับไม่เคยได้ระบายมันออกมา เขาได้แต่ขยันเล่าเรียนหนังสือพยายามพัฒนาตัวเอง
พอท่านเมิ่งโหวสืบทราบเรื่องราวของคนผู้นี้ เขาก็รู้สึกหนาวเหน็บในใจ
ลูกชายของเขาคนนี้ยั่วโมโหคนไปทั่วจริงๆ!
แม้ว่าหวังตั๋วผู้นี้จะไม่มีใครหนุนหลัง แต่เขาก็เต็มใจที่จะทุ่มเท และเขาเองก็มีความสามารถและพรสวรรค์ คนแบบนี้ยังต้องกังวลว่าจะไม่มีอนาคตอีกหรือ ต่อให้จะเทียบตระกูลเมิ่งไม่ได้ในอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า แต่หลังจากสามสิบห้าสิบปีเล่า ต่อไปหากเขาตายไปแล้ว และลูกชายโง่ๆ ของเขาไม่สามารถรักษาตระกูลเอาไว้ได้ เขาก็อาจจะตกอยู่ในมือคนอื่นก็ได้!
อีกอย่างการถูกคนเช่นนี้จับตามองในที่ลับก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร
“เริ่มด้วยหวังตั๋วคนนี้ พรุ่งนี้ข้าก็ไปกับเจ้า ไปขอโทษเขาพร้อมกัน” ท่านเมิ่งโหวเองก็ทุ่มเทเพื่อลูกชายของเขา
“ท่านพ่อ เขาไม่คู่ควรนะ?” เมิ่งจี๋ฟังเลิกคิ้วทันที ท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์มาก
“เจ้าลูกโง่ เจ้าคิดว่าขุนนางทั้งหลายล้วนมาจากตระกูลสูงเท่านั้นหรือ! เด็กยากจนที่มีมานะอุตสาหะและเย่อหยิ่งเช่นนี้แข็งแกร่งกว่าเด็กจากตระกูลสูงศักดิ์เสียอีก!” ท่านเมิ่งโหวไม่รู้ว่าจะดุด่าเขาอย่างไรดีแล้ว “หากเจ้าไม่ไป ข้าไปเอง ข้าไม่สนใจหน้าตาของข้าแล้ว…”
เมิ่งจี๋ฟังรู้ว่าบิดารักเขา เขาจะยอมให้บิดาของเขาลำบากได้อย่างไร
“ข้ารู้แล้ว ท่านพ่อ ท่านรออยู่ที่บ้านเถอะ ข้าไปเอง…” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยเสียงเบา
“เจ้าอย่าได้หลอกข้านะ เรื่องอื่นข้ายอมตามใจเจ้าได้ แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของเขาเอง อย่าว่าแต่ข้าจะต้องอับอายขายหน้าเลย ต่อให้ข้าต้องสละชีวิตนี้ ข้าก็ไม่ลังเล เจ้าเสแสร้งแกล้งหลอกข้าไม่มีประโยชน์หรอก” ท่านเมิ่งโหวจ้องหน้าเขา
“……” เมิ่งจี๋ฟังระบายอารมณ์ “ท่านพ่อ ท่านเป็นถึงท่านโหว…หากท่านไปก้มหัวให้คนอื่น ตระกูลเมิ่งของเราจะอยู่ในเมืองหลวงนี้ต่อไปได้อย่างไร ท่านวางใจเถอะ ข้าไปเอง แค่ทนถูกทุบตีถูกด่าทอก็เท่านั้น…”
“เด็กดี” ท่านเมิ่งโหวยิ่งรักเขามากขึ้นไปอีก
เมิ่งจี๋ฟังไม่เต็มใจ แต่เขาก็รู้ว่าไม่มีทางอื่นแล้ว วันถัดมาเขาก็ไปหาหวังตั๋วที่สำนักศึกษาจริงๆ
ศัตรูพบหน้า โทสะก็พุ่งปรี๊ด
เมื่อหวังตั๋วเห็นหน้าเขา ความเกลียดชังในดวงตาคู่นั้นก็แสดงออกมามากผิดปกติราวกับว่าเขาต้องการจะกินใครสักคน
“คุณชายเมิ่งมีอะไรจะชี้แนะหรือ” เขายืนหยัดอยู่ตามลำพังโดยไม่หวั่นไหว
สีหน้าของเมิ่งจี๋ฟังดูสับสนงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ก้มหัวลง “ก่อนหน้านี้…ข้าทำผิดต่อเจ้า วันนี้ข้าจึงมาขอโทษ ขอให้เจ้า…อย่าได้ถือสาหาความข้า”
“คุณชายเมิ่งคิดอุบายใหม่ๆ ออกมาได้อีกแล้วกระมัง เจ้าไม่จำเป็นจะต้องอ้อมค้อมอย่างนี้เลย ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ข้าไม่มีความสามารถที่จะต่อสู้กับตระกูลเมิ่งได้หรอก…” หวังตั๋วยิ้มเยาะอย่างเย็นชาด้วยความไม่เชื่อ
เขารู้ดีว่าเมิ่งจี๋ฟังเป็นคนเช่นไร
คนผู้นี้มากเล่ห์เพทุบาย เป็นคนที่เย่อหยิ่งยโสโดยแท้
นอกจากเหล่าองค์ชายที่เขาไว้หน้าอยู่บ้างแล้ว เขาก็ไม่เคยสนใจคนธรรมดาอย่างพวกเขาเลย ทำราวกับพวกเขาเป็นวัชพืชที่อยากจะเหยียบย่ำเมื่อไรก็ได้
“ข้าต้องการขอโทษเจ้าจริงๆ! ต่อไปข้าจะไม่ทำแบบนั้นแล้ว เจ้าบอกมาสิว่าจะให้ข้าทำอย่างไร เจ้าจึงจะยอมยกโทษให้ข้า?” ท่าทีของเมิ่งจี๋ฟังยังน่าโมโหอยู่เหมือนเดิม
หากเป็นคนอื่น เขาคงส่ายหน้าและทำตามคำพูดของเขาไปแล้ว แต่หวังตั๋วกลับพูดด้วยความโกรธ “ยกโทษให้? มีดได้กรีดเนื้อออกเป็นชิ้นแล้ว จะให้แกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้หรือ!”
“เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องมีทางแก้ไขสิ บอกข้ามาสิว่าทำอย่างไรเจ้าถึงจะรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง!” เมิ่งจี๋ฟังคำรามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เอาล่ะ ถ้าคุณชายเมิ่งคลานไปรอบสนามสามรอบเหมือนสุนัข ข้าก็ถือว่าคำพูดของเจ้าเป็นเรื่องจริงจัง”