ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1191 ไม่รู้สำนึก / ตอนที่ 1192 เผาตัวตาย
ตอนที่ 1191 ไม่รู้สำนึก / ตอนที่ 1192 เผาตัวตาย
ตอนที่ 1191 ไม่รู้สำนึก
เมื่อนึกย้อนไปในตอนที่เขาถูกเมิ่งจี๋ฟังดูถูก และมีสายตาของศิษย์จำนวนมากเฝ้าดู เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งที่ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด
แต่ตอนนี้เมิ่งจี๋ฟังอยากจะให้เขายกโทษให้?
มันน่าขันจริงๆ
ในสำนักศึกษามีคนมากมาย และไม่มีใครไม่รู้จักเมิ่งจี๋ฟัง
เมิ่งจี๋ฟังกำหมัดแน่น เมื่อคิดถึงท่าทางกลัดกลุ้มเป็นทุกข์ของบิดาและอารมณ์ที่เศร้าโศกของมารดา เขากัดฟันและคุกเข่าลงจริงๆ
“!” หวังตั๋วตกใจจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที
คนที่เห็นภาพเหตุการณ์นี้ต่างก็อึ้งงันกันไปหมด
เมิ่งจี๋ฟัง…บ้าไปแล้วหรือ
คำพูดของหวังตั๋วเกิดจากโทสะล้วนๆ เขารู้ว่าเมิ่งจี๋ฟังไม่มีทางที่จะทำเช่นนั้นแน่…แต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็นเมิ่งจี๋ฟังคุกเข่าลง ใจของเขาก็สั่นสะท้าน
คนที่เขาเกลียดชังกำลังคุกเข่าอย่างไร้ศักดิ์ศรีต่อหน้าต่อตาเขา…
“เจ้าทำแบบนี้ทำไม!” เขายังรู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง
หรือว่าเขากำลังวางแผนอะไรอีก แต่วางแผนก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้นี่?
เมิ่งจี๋ฟังกัดฟัน เขาคิดว่าถึงอย่างไรตนเองก็คุกเข่าลงไปแล้ว ก็แค่คลานรอบเดียวเอง เขาเกิดมาสามารถยืดได้งอได้ ไม่มีอะไรต้องกลัว พอคิดได้อย่างนั้นเขาก็เริ่มคลานไปรอบๆ สนามทันที
หัวเข่าของเขาเจ็บจากการกระทบกระทั่งกับก้อนหินที่ปูพื้น สายตาที่จ้องมองด้วยความตกใจและสงสัยฉีกศักดิ์ศรีของเขาออกเป็นชิ้นๆ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เขาคลานไปรอบหนึ่ง และในขณะที่เขากำลังจะคลานต่อไป หวังตั๋วก็ขวางทางเขา “คุณชายเมิ่ง เจ้ารู้สำนึกแล้วจริงๆ หรือ”
“ไม่รู้สิ” เมิ่งจี๋ฟังพูดตามตรง
เขาทำอะไรผิดหรือ ก็ไม่ผิดนี่? ที่บ้านเขามีเงินมีความสามารถ เขาเกิดมาก็สูงส่งอยู่แล้ว หวังตั๋วผู้นี้ก็แค่จวี๋จื่อคนหนึ่ง ฐานะทางบ้านก็สู้เขาไม่ได้ หวังตั๋วถูกเขากลั่นแกล้งรังแกเป็นปัญหาตรงไหน
“อ้า…ไม่สำนึก แล้วเจ้าทำแบบนี้ทำไม” หวังตั๋วรู้สึกว่ามันน่าขบขัน
“เจ้าอยากฟังความจริงหรือ” เมิ่งจี๋ฟังเองก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง “ปรมาจารย์ทำนายดวงชะตาให้ข้า และบอกว่าข้าจะอยู่ไม่ถึงสามสิบปี หากอยากจะมีอายุยืนก็ต้องเป็นนักพรต ปรมาจารย์บอกว่า ถ้าหากจะให้นางรับข้าเป็นศิษย์ก็ต้องให้ข้าไปชดใช้หนี้พวกเจ้าก่อน”
พอได้ยินเช่นนั้นหวังตั๋วก็เข้าใจ
คนอื่นๆ ก็เข้าใจเช่นกัน
หวังตั๋วรู้สึกโกรธในตอนแรก โกรธที่เขาก้มหัวแต่ไม่ยอมสำนึกผิดอย่างจริงใจ มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดคับข้องใจและยิ่งเสียใจมากขึ้น
แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความเศร้าก็หายไปทันที
“คุณชายเมิ่งเป็นนักพรตแล้วจะทำอะไรหรือ ข้าได้ยินมาว่าปรมาจารย์โม่มักจะทำบุญกุศลอยู่เสมอ นางใจดีมีเมตตามาก เจ้าติดตามปรมาจารย์โม่แล้วก็ต้องทำอย่างนั้นเหมือนกันหรือ”
มันดูไม่ค่อยเป็นเขาเลย
“ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าหากกราบอาจารย์แล้ว อาจารย์บอกอะไร ข้าก็ต้องทำตามนั้นกระมัง น่ารำคาญอยู่นะ” เมิ่งจี๋ฟังถอนหายใจ
“เจ้าเป็นคุณชายผู้ร่ำรวยสูงศักดิ์อย่างนี้ เกิดมาโดยไม่รู้จักความลำบากของคนอื่น ต่อให้บีบบังคับให้เจ้าสำนึกผิด เกรงว่าเจ้าโขกหัวจนแตกก็ยังไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรผิดกันแน่ ข้าหวังตั๋วเกิดมาต่ำต้อย ตอนนั้นข้าไม่ยอมอ่อนข้อให้เจ้า ตอนนี้ ข้าก็ไม่อยากฉวยโอกาสนี้ทำให้เจ้าอับอาย ในเมื่อเจ้าก็อธิบายเรื่องนี้ออกมาแล้ว เช่นนั้น……”
“เขาเข้าใจแล้ว ความขัดแย้งระหว่างเจ้ากับข้าก่อนหน้านี้ก็ให้มันจบลงตรงนี้ เจ้าไปกราบอาจารย์เถอะ” หวังตั๋วเอ่ยพลางมองหน้าเขา
เขาอยากเห็น อยากเห็นเมิ่งจี๋ฟังที่อยู่ในสำนักของปรมาจารย์โม่ทำความดี
ความอัปยศอดสูของเขาตอนนี้ไม่มีผลอะไร แต่การกราบอาจารย์ต่างหากจึงจะเป็นบทลงโทษที่ดีที่สุดสำหรับเขา
ในฐานะนักพรตเขาจะไม่สามารถวางอำนาจบาตรใหญ่ได้อีก และไม่เห็นคนอื่นในสายตาไม่ได้อีก
เขารู้จักปรมาจารย์โม่ผู้นั้น นางมักจะเดินทางทั่ว เมิ่งจี๋ฟังติดตามนางไปแล้ว ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป…เขาก็จะไม่ใช่คุณชายที่ร่ำรวยสูงส่งอีกต่อไป ทั้งชีวิตของเขาจะเป็นการไถ่บาปชดใช้ความผิด แม้ว่ามันจะทำให้เขาอายุยืนเพราะสาเหตุนั้น แต่เขาก็ยินดีเช่นกัน
ตอนที่ 1192 เผาตัวตาย
เมิ่งจี๋ฟังเองก็ยังงุนงงอยู่เล็กน้อย เขารู้สึกว่าหวังตั๋วผู้นี้คงจะไม่มีสติเท่าไร ทำไมจึงได้ปล่อยเขาไปง่ายๆ เช่นนี้?
ดูท่าแล้วคนผู้นี้ก็ยังนับว่าเป็นคนที่ใช้ได้ ไม่ได้ไร้น้ำใจอะไรขนาดนั้น
เมิ่งจี๋ฟังไม่อยากที่คลานต่อไป เขาจึงรีบลุกขึ้นยืนทันที
เขาเองไม่อยากที่จะอยู่อับอายขายหน้าต่อไป เวลานั้นเขาจึงเหลือบมองหวังตั๋วก่อนจะเอ่ย “เจ้าเป็นคนบอกให้ข้าหยุดคลานเองนะ จะมากลับคำไม่ได้นะ”
“อืม” หวังตั๋วมองเขาด้วยสีหน้าสงบ
“หากอย่างนั้นก็ดี ข้าจะไปหาคนต่อไป” เมิ่งจี๋ฟังปัดเสื้อผ้าก่อนจะหันหลังจากไป ท่าทางสง่างามยิ่งนัก คนที่ไม่รู้ก็คงนึกว่าเขามาหาเรื่อง
หวังตั๋วมองแผ่นหลังที่ไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อยนั่นแล้วก็อดยิ้มเยาะออกมาไม่ได้
เมิ่งจี๋ฟังผู้นี้บ้าบิ่นและหยิ่งยโสไม่เห็นใครในสายตา แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าชื่นชมนั่นคือหัวใจที่ไร้ยางอายของเขา
เมิ่งจี๋ฟังผละจากหวังตั๋วไปแล้วก็ไล่ตามหาคนตามรายชื่อที่บิดาเขาให้มาทีละคน
คนอื่นๆ ไม่ได้ใจกล้าเหมือนหวังตั๋ว เมื่อพวกเขาพบหน้าเมิ่งจี๋ฟัง แต่ละคนต่างก็คิดว่าทำให้เรื่องสงบๆ ไปจะดีกว่า ไม่มีใครอยากหาเรื่อง บัดนี้เมิ่งจี๋ฟังมาขอโทษพวกเขาถึงที่ พวกเขาก็ยังไม่อยากจะสนใจอะไรมากนัก ที่หลีกเลี่ยงก็ทำ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้พวกเขาก็เพียงพยักหน้าและปล่อยเขาไป
ตระกูลเมิ่งเป็นถึงตระกูลโหว เด็กเหล่านี้เป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วจะไม่ให้เกียรติเขาได้อย่างไร
แม้ว่าท่าทีของเมิ่งจี๋ฟังจะนอบน้อมทำตัวต่ำต้อยราวกับฝุ่นผง แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจอยู่ดี
นอกจากหวังตั๋วที่กลอกตาใส่เขาเล็กน้อยแล้ว ต่อหน้าคนอื่นๆ ก็ผ่านไปด้วยดี
แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของเมิ่งจี๋ฟังที่เขาต้องเสียหน้าในสำนักศึกษา ภายในสองวันปฏิกิริยาที่ไม่เคยมีมาก่อนของเขาก็เป็นที่รู้กันทั่ว
บรรดาผู้ที่เคยได้ยินชื่อเขาต่างก็รู้แล้วว่าเขากำลังเป็นนักพรต
บางคนถอนใจ บางคนรู้สึกยินดีในคราวเคราะห์ของผู้อื่น
ส่วนทางด้านเซี่ยเฉียว นางก็รู้แล้วว่าเมิ่งจี๋ฟังกำลังทำอะไรอยู่ และเดาได้ว่าเขาคงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากนัก นางแต่อยากรู้ว่าเขาจะยอมก้มหัวหรือไม่เท่านั้น
สิ่งที่ทำให้เซี่ยเฉียวประหลาดก็คือ เมิ่งจี๋ฟังกลับไม่กลัววิญญาณ?!
คุณสมบัติข้อนี้ของเขายังดีกว่าศิษย์น้องเจียงของนางเสียอีก!
ไม่เลวเลยจริงๆ
…
ภายในหอส่องชะตา เซี่ยเฉียวสร้างค่ายอาคมให้องค์หญิงใหญ่เสร็จแล้ว
นางตามหาโชคชะตาที่ถูกแย่งชิงไปคืนมา
หลังจากการเปิดแท่นบูชา เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ โชคชะตาที่ได้กลับนั้นน้อยมากจริงๆ…นางพยายามอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผลทุกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนั้นก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า หรงอ๋องได้โชคชะตาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนที่เหลือ…
ไปอยู่ที่ไหน
ฮุ่ยไท่เฟย?
แต่ฮุ่ยไท่เฟย…ตายแล้วนี่?!
หรงอ๋องสร้างเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ แต่ฮุ่ยไท่เฟยกลับดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรได้อย่างไร
หรออ๋องได้รับบาดเจ็บ และหลังจากที่เขาได้รับการรักษาเพียงสิบวัน เขาก็ถูกควบคุมตัวและถูกขังไว้ หลังจากนั้นฮุ่ยไท่เฟยก็ร้อนใจอย่างมาก นางรีบเขียนจดหมายเพื่อแบกรับความผิดทั้งหมดทันที
นางบอกว่าตอนที่หรงอ๋องครองศักดินาเขายังเด็กและไม่รู้ความ นางเป็นคนยุยงและจัดการทุกอย่างเอง และนางยังรู้สึกผิดต่อฮ่องเต้องค์ก่อน ผิดต่อหรงฮ๋อง หลังจากที่ถวายหนังสือแล้วนางก็เผาตัวตายในบ้าน
ไม่เพียงแต่ฮุ่ยไท่เฟยเท่านั้นที่ตายไปแล้ว แต่สาวใช้หลายคนในจวนและนักพรตที่ติดตามฮุ่ยไท่เฟยก็เสียชีวิตไปพร้อมๆ กัน
เซี่ยเฉียวรู้สึกอยู่เสมอว่าเรื่องมันไม่น่าจะง่ายอย่างนั้น คนคนนี้…ไม่ได้ดูเหมือคนที่จะปล่อยอะไรไปง่ายๆ…
ยิ่งกว่านั้น การเผาตัวเองตายก็จดจำหน้าตาไม่ได้ด้วย
แม้ว่าจะมีสาวใช้คนหนึ่งเป็นพยาน และคนจากศาลตัดสินคดีก็ไปตรวจสอบและยืนยันว่าสิ่งของทั้งหมดบนร่างกายเป็นของไท่เฟย แต่นางก็ยังรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…
ตอนนี้มันแปลกยิ่งกว่าที่หรงอ่องไม่ได้ใช้โชคชะตาที่แย่งชิงมาได้กับตัวเอง