ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1193 จักจั่นลอกคราบ / ตอนที่ 1194 ทรราช
ตอนที่ 1193 จักจั่นลอกคราบ / ตอนที่ 1194 ทรราช
ตอนที่ 1193 จักจั่นลอกคราบ
จากวิธีการของฮุ่ยไท่เฟยที่ออกหน้ารับความผิดและยอมสละชีวิตแล้วเองแล้ว นางก็น่าจะเป็นคนที่รักลูกคนหนึ่ง
คนเช่นนี้อยากจะให้ลูกชายของตนเป็นฮ่องเต้ แต่กลับเอาโชคชะตาที่แย่งชิงมาไว้กับตัวเอง ไม่ได้ให้ลูกชาย?
เซี่ยเฉียวคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
ตกกลางคืน เมื่อเซี่ยเฉียวกลับไปถึงจวนรัชทายาทแล้ว นางก็เล่าเรื่องค่ายอาคมให้จ้าวเสวียนจิ่งฟัง
จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็คว้ามือของนาง “เจ้าไม่ต้องกังวลกับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้หรอก ก็แค่ไท่เฟยคนหนึ่งเท่านั้น ข้ากำลังสืบอยู่แล้ว”
“??” เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยสีหน้าสงสัย “ท่านหมายความว่า…ท่านเองก็สงสัยว่าฮุ่ยไท่เฟยยังไม่ตายเหมือนกัน?”
“ยังไม่มีหลักฐานหรอก แต่ข้ารู้สึกว่าการเผาตัวเองไม่น่าเชื่อเท่าไรนัก” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเยาะเล็กน้อย “หรงอ๋องหยิ่งผยอง ตอนที่เขาอยู่ครองพื้นที่ศักดินาก็ไม่มีใครดูแลแล้วนอกจากฮุ่ยไท่เฟย หลายปีมานี้นอกจากการแย่งชิงทรัพย์สมบัติที่ประชาชนหามาได้อย่างยากลำบากแล้ว เขาก็ยังสร้างเรื่องเอาไว้อีกไม่น้อย เมื่อเร็วๆ นี้ศาลตัดสินคดีก็สอบปากคำจนขุดเรื่องเก่าๆ ที่เขาทำไว้มากมาย แต่ละเรื่องไม่ธรรมดาเลย”
เซี่ยเฉียวนยืดตัวตรงและฟังอย่างตั้งใจทันที
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นว่านางสนใจจึงพูดรายละเอียดเพิ่มเติมให้นางฟัง “หรงอ๋องเลี้ยงหน่วยกล้าตายเอาไว้มากมาย ซึ่งหน่วยกล้าตายพวกนี้บางคนทำงานให้เขามาเกือบยี่สิบปี หรงอ๋องอายุเพิ่งจะเท่าไรเอง ตอนอายุสิบกว่าปีเขาเข้าใจเรื่องพวกนี้แล้วหรือ อีกอย่างตอนนี้เจ้านายของพวกเขาถูกจับ แต่หน่วยกล้าตายพวกนั้นกลับไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยแม้แต่น้อย คนข้างกายหรงอ๋องก็สารภาพหมดแล้วว่าหน่วยกล้าตายที่เข้าเมืองหลวงมามีจำนวนไม่น้อย แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดซ่อนตัวอยู่”
“ตอนที่หรงอ๋องอยู่ในพื้นที่ศักดินา จวนอ๋องมักจะซื้อของแปลกๆ บางอย่าง ตัวอย่างเช่น หยกสีเลือด กระดูกแมว และเส้นผม ในจวนอ๋องมีเรือนที่ตั้งห่างไกลอยู่หลังหนึ่ง นานๆ ก็จะให้คนเข้าไปทำความสะอาดของสกปรก ทุกครั้งจะกลิ่นเหม็นโชยมา ก็ไม่รู้ว่าคนข้างในกำลังทำอะไรอยู่”
เซี่ยเฉียวได้ฟังที่จ้าวเสวียนจิ่งพูดแล้วก็รู้สึกตื่นตระหนกจนตัวสั่น
“อย่างน้อยๆ ปีนี้ฮุ่ยไท่เฟยคนนี้ก็น่าจะอายุห้าสิบกว่าปีแล้ว ว่ากันว่าตอนนี้นางดูเหมือนผู้หญิงอายุยี่สิบกว่าปีเท่านั้น นางดูอ่อนเยาว์มาก เจ้าน่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับวิชาคงความอ่อนเยาว์พวกนี้ดีกว่าข้า แต่ข้าว่าผลลัพธ์ที่เกินจริงเช่นนี้คงไม่ใช่ทางสายธรรมะหรอก” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “อายุห้าสิบกว่าปี หากได้รับการดูแลด้วยตัวยาจากไข่มุกก็เป็นไปได้ที่จะดูอ่อนวัยลงไปสักสิบกว่าปี ถ้าหาก…สภาพผิวไม่ต่างอะไรกับหญิงสาวอายุยี่สิบกว่าปีก็ผิดปกติจริงๆ…”
นางรู้วิชาบำรุงความงามบางอย่าง แต่ก็ไม่ต่างกับที่หมอหลวงในวังรู้มากนัก
ไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องอาหารการกินและอารมณ์ เสริมด้วยสิ่งต่างๆ เช่น สมุนไพร ไข่มุก นมวัว เป็นต้นเท่านั้น
ก็เหมือนกับฮองเฮาและเมิ่งกุ้ยเฟยที่ตอนนี้อายุประมาณสี่สิบแล้ว แต่ก็ดูเหมือนฮูหยินอายุสามสิบเท่านั้น ใบหน้ายังไม่มีริ้วรอยเท่าไรนัก
“ฮุ่ยไท่เฟยผู้นี้ดูเหมือนจะไม่แยแสต่อเรื่องทางโลกยามอยู่ในจวนอ๋อง แต่แม้แต่คนสนิทที่อยู่รอบกายหรงอ๋อง นางก็เป็นคนจัดการ พูดง่ายๆ ก็คือ หรงอ๋องดูเหมือนจะมีอำนาจ แต่แท้จริงเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น นางจะยอมตายเพื่อหุ่นเชิดตัวหนึ่ง? ดูไม่เหมือนอย่างนั้นเลย มันก็แค่กลยุทธ์จักจั่นลอกคราบง่ายๆ ของนางเท่านั้น แต่กลับทำให้ทุกคนไม่รู้ตัว” จ้าวเสวียนจิ่งยังอดชื่นชมความเหี้ยมโหดของฮุ่ยไท่เฟยไม่ได้
เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางของเขาแล้วก็เกือบจะแน่ใจได้ว่าฮุ่ยไท่เฟยยังไม่ตาย
“หาตัวนางยากหรือ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วน้อยๆ
ฮุ่ยไท่เฟยแทบจะไม่เคยปรากฏกายเลย เซี่ยเฉียวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนผู้นี้หน้าตาเป็นอย่างไร!
นอกจากนี้ฮุ่ยไท่เฟยและพวกของนางเพิ่งมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน ต่อให้เป็นวิญญาณก็ยังไม่คุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขา แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะสามารถขอให้วิญญาณช่วยนางได้ แต่ตอนนี้พวกเขาช่วยไม่ได้จริงๆ
“นางพยายามหลบหนีอย่างนี้ ถึงอย่างไรก็ต้องมีสิ่งที่นางยังทำไม่สำเร็จ ในเมื่อนางมีความทะเยอะทะยาน นางก็คงต้องปรากฏตัวอย่างแน่นอน”
ตอนที่ 1194 ทรราช
เซี่ยเฉียวเห็นด้วยกับที่จ้าวเสวียนจิ่งพูด
เป็นไปไม่ได้ที่นางเดินทางมาไกลขนาดนี้เพียงเพื่อจะปล่อยให้ลูกชายตาย
“ข้าพอจะทำนายได้นิดหน่อย แม้ว่าจะไม่สามารถทำนายตำแหน่งที่แน่นอนออกมาได้ แต่ให้ทำนายทิศทางที่แน่นอนก็พอได้อยู่” เซี่ยเฉียวพูดจบก็เตรียมตัวจะไปเสี่ยงทายอย่างจริงจัง
แต่จ้าวเสวียนจิ่งคว้าและดึงตัวนางเข้าในอ้อมอก
มันเหนื่อยเกินไป แต่เขาจะรู้สึกเป็นทุกข์ “เอาเวลาไปคิดถึงนางทำไม เจ้าไม่ต้องทำเรื่องพวกนี้หรอก”
มันเปลืองพลังมาก เขาสงสารนาง
แววตาของเขาเป็นประกาย ดูไม่จริงจังแม้แต่น้อย
“ถึงเวลามีลูกแล้ว” เซี่ยเฉียวตกใจทันที แต่ก็ไม่ได้บังคับ นางสบตาเขาแล้วพูดอย่างเคร่งขรึมจริงจัง
มุมปากจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกเล็กน้อย
“สร้อยข้อมือที่อาจารย์มอบให้ข้าได้ผลดีมาก” เซี่ยเฉียวเอ่ยรวดเร็ว
นางไม่ใช่เด็กๆ แล้ว และนางก็อยากจะลิ้มรสชาติการมีลูกให้เร็วหน่อย…อีกอย่าง คนอื่นต่างก็บอกว่านางจะทำไม่ได้!
พวกเขาบอกว่าสุขภาพร่างกายของนางไม่ค่อยดี นางจะต้องตายภายในสองสามปีอย่างแน่นอน นางเป็นคนไม่ยอมแพ้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร คนอื่นบอกว่านางทำไม่ได้ นางก็จะต้องกู้หน้าตัวเองกลับมาให้ได้
ท่าทางเซี่ยเฉียวคาดหวังรอคอย จ้าวเสวียนจิ่งเห็นสายตาของนางแล้วก็ถึงกับตกตะลึง จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก “จะรีบร้อนไม่ได้…”
“รอให้เจ้าอ้วนขึ้นอีกหน่อย” เขาเอ่ยเสริมขึ้นมา
“ขอให้อาหารของบ้านเราธรรมดาๆ หน่อยไม่ได้หรือ หน้าข้าอ้วนจะตายอยู่แล้ว ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ความเป็นเซียนของข้าก็จะตกต่ำลงไปเรื่อย แล้วจะปลอมตัวได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วด้วยความเศร้าใจ
ใบหน้าของโม่ชูเซิงจะต้องผอมหน่อยจะได้ดูเก่งกาจทรงพลัง
แต่ตอนนี้นางกลับดูเด็กลงเพราะไขมัน
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นนางเป็นลูกหมูไปแล้วใช่หรือไม่
“จะให้อาศัยสร้อยข้อมืออย่างเดียวข้าก็ไม่สบายใจหรอก เจ้ากับข้ายังอ่อนวัยก็ให้สะสมบุญกันไปก่อน ต่อไปพวกเจ้าสองแม่ลูกจะได้กล้าเข้าใกล้กันได้ เจ้าวางใจได้เลย ข้าได้ทูลเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ไว้นานแล้ว พวกเขาจะไม่เร่งเราหรอก” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้พูดความจริง
เสด็จพ่อของเขาอยากจะอุ้มหลานตั้งนานแล้ว
ทุกครั้งที่เขาเข้าวังไปช่วงนี้พระองค์ก็จะคอยสืบข่าวคราวความเคลื่อนไหวในจวนทั้งในทางลับและในที่แจ้ง แถมยังถามเขาว่าต้องการพาสาวงามกลับมาบ้างหรือไม่
เขาเพียงแต่ทูลไปว่า ตนเองให้ปรมาจารย์ทำนายให้แล้วว่ายังไม่ถึงเวลาของเขา อย่าได้รีบร้อนไป
ตอนนั้นเสด็จพ่อไม่ได้ตรัสอะไร หลังจากนั้นพระองค์ก็ไปถามราชครู แต่เขาได้พูดเรื่องนี้กับเซี่ยผิงกั่งไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นทางฝั่งราชครู เซี่ยผิงกั่งออกแรงเต็มที่เพื่อให้เสด็จพ่อของเขาสงบจิตสงบใจ เรื่องนี้จึงได้เงียบไป
เขาเพียงหวังว่าเซี่ยเฉียวจะได้ดูแลบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เขาจึงไม่อยากที่จะพูดเรื่องเล็กน้อยพวกนี้กับนางเพื่อเพิ่มความหนักใจให้นางอีก
ด้วยรูปร่างของนางอย่างนี้ เมื่อท่าทางขมวดคิ้วเช่นนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า
เขาอาจจะกลายเป็นทรราชที่หลงใหลหมกมุ่นอยู่กับผู้หญิงก็ได้
สำหรับเรื่องของฮุ่ยไท่เฟยนั้น เซี่ยเฉียวไม่จำเป็นต้องเปลืองพลังทำนาย เขากับเซี่ยผิงกั่งย่อมมีวิธีจัดการ
ต้องบอกว่า เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าชีวิตหลังแต่งงานของนางนั้นอิสระไร้กังวลจริงๆ ความกดดันก็ลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน ครอบครัวมีเงินมากมายเพียงพอที่จะเลี้ยงดูนาง ส่วนทางบ้านตระกูลเซี่ยพี่ชายใหญ่ก็เป็นเสาหลัก น้องชายน้องสาวก็เติบโตขึ้นและรู้ความขึ้นบ้างแล้วเช่นกัน
ตอนนี้อาจารย์ทั้งสองของนางก็อยู่ในเมืองหลวงกันทั้งคู่ นางจึงสามารถดูแลพวกเขาได้เป็นอย่างดี
เซี่ยเฉียวมองดูจ้าวเสวียนจิ่งด้วยความรู้สึกอบอุ่นในใจจริงๆ
หลังจากที่นางใช้ชีวิตมานานหลายปี เขาเป็นคนแรกที่จัดการทุกอย่างให้นางอย่างดีและรักนางมาก
เขาปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี และนางจะคืนกลับไปให้เขามากกว่านั้นอย่างแน่นอน
ในฐานะรัชทายาท ทายาทเป็นเรื่องสำคัญมาก
“ตั้งแต่ที่ข้ากลับมาบ้านตระกูลเซี่ย ข้าก็พกยันต์เหลืองติดตัวไว้แทบจะตลอดเวลา บางที…ดวงชะตาที่เป็นกาลกิณีต่อสายเลือดเดียวกันอาจจะไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นแล้ว” เซี่ยเฉียวไม่กล้าที่จะทดลองเอายันต์ออกจริงๆ
นางไม่สามารถทำนายดวงชะตาของตนเองได้แน่ชัด ได้แต่ต้องใช้มันไปด้วยความไม่รู้
อาจารย์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนาง เวลาท่านทำนายดวงชะตาให้นางก็ออกมาค่อนข้างคลุมเครือไม่ชัดเจนเช่นกัน