ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 473 จิ้งจอก / ตอนที่ 474 หญิงชั่วช้าเช่นนี้
ตอนที่ 473 จิ้งจอก / ตอนที่ 474 หญิงชั่วช้าเช่นนี้
ตอนที่ 473 จิ้งจอก
จวนอ๋องแห่งนี้ดูโอ่อ่ากว่าคฤหาสน์ของพวกเขามากนัก เพียงเดินไปแค่ไม่กี่ก้าวก็จะได้เห็นบ่าวรับใช้สักคนอยู่เสมอ
และไม่ว่าที่แห่งนั้นจะสะอาดแค่ไหนก็ล้วนต้องมีวิญญาณลอยไปลอยมาอยู่บ้าง ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงพยายามมองหาวิญญาณมาถามลองดู
แน่นอนว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองพึมพำจนดูน่ากลัวเกินไปสำหรับคนอื่น เซี่ยเฉียวจะแสดงท่าทางเปิดดวงตาวิเศษเป็นครั้งคราวแล้วค่อยพึมพำ คนในจวนนี้จะได้ไม่รู้สึกหวาดกลัว
วิญญาณที่อยู่ข้างหน้าเหลือบมองเสื้อคลุมนักพรตของนาง แล้วแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “ข้าทำหน้าที่ปัดกวาดบริเวณนี้ ข้าไม่เห็น”
เซี่ยเฉียวมองไปที่ไม้กวาดในมือของนาง
นางต้องขยันและทุ่มเทแค่ไหน แม้จะตายไปแล้วไม้กวาดก็ยังตามมาด้วย?
“แต่ท่านสามารถถามพี่หญิงจื่อจู๋ได้นะ นางเป็นคนเดียวที่เข้าใกล้เรือนใหญ่ได้ นางรู้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้แสงแดดกำลังร้อนแรง พี่หญิงจื่อจู๋น่าจะกำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง” วิญญาณเอ่ย
เซี่ยเฉียวเม้มปากพลางพยักหน้า “ได้ ขอบคุณมาก”
“ท่านคือปรมาจารย์ที่อยู่ที่ร้านของผู้วายชนม์หรือ” วิญญาณน้อยเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว เจ้าอยากให้สวดส่งวิญญาณหรือ” เซี่ยเฉียวพยายามหาลูกค้า
วิญญาณส่ายหน้า “ข้าไม่อยากไป ท่านแม่ของข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะรอท่านแม่ก่อน”
เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดอะไรอีก
วิญญาณตนนี้ไม่มีไอแค้น มีความยึดติดเล็กน้อยเท่านั้น นางอาจจะไม่จำเป็นต้องให้เซี่ยเฉียวส่งลงไปปรโลกก็ได้
หลังจากกล่าวอำลาวิญญาณตนนี้แล้ว เซี่ยเฉียวก็เอ่ยกับสาวใช้ในจวนอ๋องว่า “ในจวนของพวกเจ้ามีคนชื่อจื่อจู๋ หรือไม่”
สาวใช้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นใจกล้ามาก ทั้งยังเคารพนางในฐานะปรมาจารย์อย่างยิ่งด้วย นางรีบบอกว่า “จื่อจู๋? ดูเหมือน…ข้าจะเคยได้ยินท่านแม่พูดถึงมาก่อน…โอ้ ข้านึกออกแล้ว จื่อจู๋ดูเหมือนจะเป็นสาวใช้ข้างกายที่ติดตามพระชายามาตั้งแต่ตอนแต่งงาน พระชายาชอบนางมาก บอกว่านางทำผมได้สวยที่สุด เพียงแต่ท่านป้าจื่อจู๋เสียไปตั้งนานแล้ว…”
สาวใช้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วดีดนิ้ว “น่าจะไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีแล้วกระมัง ส่วนรายละเอียดข้าก็ไม่รู้แน่ชัด”
“ตอนที่จื่อจู๋ยังมีชีวิตอยู่นางอาศัยอยู่ที่ไหน เจ้าพาข้าไปดูหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
สาวใช้คนนี้รู้เรื่องนี้
เนื่องจากจื่อจู๋ผู้นั้นมีความพิเศษมาก
ว่ากันว่านางเติบโตขึ้นมาด้วยกันกับพระชายา ต่อมาก็ติดตามมาด้วยตอนที่แต่งงาน พระชายาดีกับนางมาก ห้องที่มอบให้นางอยู่ยังมีลานเล็กๆ แยกต่างหาก หลังจากที่นางป่วยและจากไป ห้องนั้นก็ยังคงว่างเปล่ามาตลอด
เนื่องจากพระชายาบอกว่านางสามารถพาปรมาจารย์ไปเดินเล่นรอบๆ ได้ตามใจ ดังนั้นนางจึงพาเซี่ยเฉียวตรงไปยังที่อยู่เดิมของจื่อจู๋ทันที
เมื่อเซี่ยเฉียวผลักประตูเปิดและเข้าไป ฝุ่นก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของนาง นางจึงต้องปิดหน้าและถอยหลังกลับทันที
หลังจากที่ฝุ่นจางลงแล้ว นางก็เห็นใยแมงมุมจำนวนมาก สภาพข้างในสกปรกอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม มีวิญญาณอยู่ข้างในจริงๆ ซึ่งก็ลุกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินการเคลื่อนไหว
“ได้เวลาทำความสะอาดแล้ว ข้าไม่อยู่มาหลายปี สาวใช้มาใหม่อย่างพวกเจ้ายิ่งอยู่ก็ยิ่งขี้เกียจขึ้นทุกที” จื่อจู๋ผู้นั้นอ้าปากได้ก็เอ่ย พอพูดจบนางก็เห็นเซี่ยเฉียวที่สวมใส่ชุดนักพรตทั้งตัว “เกิดอะไรขึ้น ข้าอยู่ที่นี่คนเดียวยังหลอนไม่พออีกหรือ ยังต้องเรียกนักพรตมาด้วย ไม่รู้ว่าจะเล่นบ้าๆ อะไรกันอีก”
เซี่ยเฉียวให้สาวใช้ถอยออกไปก่อน
จากนั้นนางก็ก้าวเข้าไปในห้อง
“เจ้าเองก็เป็นวิญญาณไม่ใช่หรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ “เจ้าเคยเห็นจิ้งจอกที่นายน้อยของเจ้าเลี้ยงไว้หรือไม่”
จื่อจู๋ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รู้สึกตื่นเต้น “นักพรตอย่างท่านมีความสามารถขนาดนี้เลยหรือ ถึงกับสามารถพูดคุยกับข้าได้ด้วย!”
เซี่ยเฉียวช้อนสายตาขึ้นมองนาง
สายตาของนางสงบไร้คลื่น จื่อจู๋จึงสงบลงอย่างอธิบายไม่ได้ “จิ้งจอก…จิ้งจอก ข้ารู้ นายน้อยชอบมัน บ่าวคิดว่านายน้อยจะต้องเล่นกับมันเมื่อเขาหายป่วยแล้ว ดังนั้นข้าก็เลยติดตามมันไปเวลาไม่มีอะไรทำ…แต่…”
ตอนที่ 474 หญิงชั่วช้าเช่นนี้
เมื่อจื่อจู๋พูดถึงตรงนี้ สีหน้าของนางก็แสดงความโกรธอย่างรุนแรงออกมา
“นางสนมชั้นต่ำคนนั้นนึกว่าตนเองให้กำเนิดลูกแล้วจะเอาชนะนายหญิงได้หรือ ฝันไปเถอะ นางก็ทำได้แค่วางแผนทำอะไรลับหลังเท่านั้น! นางทำอะไรนายน้อยไม่ได้ก็เลยไประบายอารมณ์กับเจ้าก้อนหิมะ ข้าแทบอยากจะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ เสีย!”
เซี่ยเฉียวเข้าใจทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“จิ้งจอกตายแล้วหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“มันยังไม่ตาย!” จื่อจู๋เอ่ยอย่าโกรธจัด จู่ๆ ดวงตาของนางก็สว่างวาบขึ้นมาทันที “ท่านไปช่วยเจ้าจิ้งจอกน้อยได้หรือไม่ นางชั้นต่ำนั่นขังจิ้งจอกน้อยเอาไว้ในตู้เก็บของ พอตกกลางคืนก็เอามันออกมาทำร้ายเสียยกหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันจะทนได้อีกนานแค่ไหน…”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
จื่อจู๋ดีใจทันที
จากนั้นนางก็มองดูเซี่ยเฉียวด้วยสายซับซ้อน “ปรมาจารย์ ท่าน…ท่านมาที่นี่เพื่อเก็บวิญญาณข้าไปหรือ…”
“เฮ้อ เก็บก็เก็บสิ สามารถช่วยจิ้งจอกน้อยได้ก่อนที่ข้าจะจากไป ข้าก็ยอมแล้ว” จื่อจู๋เอ่ย
“เจ้ามีความปรารถนาอะไรหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ความปรารถนา?” จื่อจู๋มองออกไปข้างนอกด้วยความสับสน เมื่อครุ่นคิดถึงหลายสิบปีนี้ที่นางเฝ้าคอยดูแลอย่างหมกมุ่นก็แอบเศร้าเล็กๆ ในใจ “ข้า…ข้ามีเรื่องที่ทำผิดไปจนทำให้พระชายามีลูกไม่ได้มาตั้งหลายสิบปี รบกวนปรมาจารย์บอกเรื่องนี้กับนายหญิง บอกนางว่าจื่อจู๋ขอโทษนาง แล้วก็…ตอนนั้นจื่อจู๋ไม่ได้ตั้งใจ ทั้งหมดเป็นเพราะคุณหนูลูกพี่ลูกน้อง นางอิจฉานายหญิงจึงใช้ข้าเป็นเครื่องมือวางยา กว่าข้าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว…”
คุณหนูลูกพี่ลูกน้องและสามีของนางไม่ได้รักใคร่กลมเกลียวกัน แต่ท่านอ๋องและพระชายามีความรักอย่างลึกซึ้งต่อกัน ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่ว
ใครบ้างที่จะไม่อิจฉาพระชายาที่มีสามีดีขนาดนี้
ตอนนั้นคุณหนูลูกพี่ลูกน้องมาเป็นแขกที่จวน เมื่อนางเห็นว่าผมของนางงดงามจึงได้มอบสูตรบำรุงผมไว้ให้
นางใช้ก็พบว่าไม่เลวเลย กลิ่นก็หอมดี ทั้งยังทำให้ผมดกดำเงางามดีด้วย
เวลานั้นนางจะต้องไปทำผมให้พระชายาทุกวัน ก็เลยเอายาน้ำที่นางผสมเองไปใช้กับพะชายาด้วย
ต่อมาพระชายาก็ไม่สามารถจะให้กำเนิดลูกได้มาตลอด
มีอยู่วันหนึ่ง นางได้เห็นว่าคุณหนูลูกพี่ลูกน้องมองพระชายาด้วยสายตาชั่วร้ายจึงรู้สึกผิดปกติ ก็เลยไปถามคุณหนูว่าสูตรยานั้นมีปัญหาใช่หรือไม่
แต่นางเป็นคนให้พระชายาใช้ยานั่นเองนี่
นางทั้งตกใจ ทั้งกลัว และรู้สึกผิด ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี บางทีอาจจะเป็นเพราะความกังวลใจที่มากเกินไป พอตกกลางคืนวันนั้นนางก็ล้มป่วยลงทันที ต่อมาก็มีไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลดจนต้องตายไป
เรื่องนี้ติดอยู่ในใจของนางมาตลอด
นางได้แต่มองดูพระชายาคิดถึงตนเอง ทั้งยังใช้ยาที่นางเหลือทิ้งไว้จนหมดเกลี้ยง
ทุกครั้งที่พระชายาคิดถึงนาง นางก็จะยิ่งรู้สึกโทษตัวเอง
นางนึกว่าชาตินี้พระชายาจะไม่สามารถมีลูกได้แล้ว ได้แต่มองดูท่านอ๋องรับนางสนมเข้ามากับตาตัวเอง ได้เห็นพระชายาแอบร้องไห้ นางแทบจะอยากให้ตัวเองตายๆ ไปสักหมื่นครั้ง
โชคดีที่สวรรค์เมตตามอบลูกชายคนหนึ่งมาให้พระชายาในที่สุด
จื่อจู๋เล่าเรื่องนี้ให้เซี่ยเฉียวฟังอย่างละเอียด
เซี่ยเฉียวเองก็รับปากนางแล้ว
การค้าในจวนอ๋องนี้ช่างดีจริงๆ มีต่อเนื่องกันมาไม่หยุดตั้งหลายเรื่องแล้ว
เมื่อเซี่ยเฉียวรู้ตำแหน่งของจิ้งจอกแล้ว นางก็รีบไปหาพระชายาทันที นางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกระซิบว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งจอกถูกเคลื่อนย้าย ข้าขอให้พระชายา…ลงมือให้รวดเร็วหน่อย”
พระชายารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
จิ้งจอกยังไม่ตาย?
เซี่ยเฉียวบอกตำแหน่งของจิ้งจอกให้พระชายาได้รู้
พระชายาผู้ชราตกตะลึงไปทันที “เป็นนางนี่เอง? แค่สัตว์ตัวหนึ่งนางยังปล่อยไปไม่ได้?”
พระชายาโกรธจัด
นางรีบพาคนไปค้นทันที พระชายารองผู้นั้นกำลังปลอบโยนจ้าวซวีจืออยู่ในขณะนั้น ใครจะรู้ว่าพระชายาจะบุกเข้าไปโดยไม่ให้ใครได้ทันตั้งตัว ทั้งยังให้คนปลดแม่กุญแจอันใหญ่ อุ้มจิ้งจอกน้อยที่อยู่ข้างในตู้เก็บของในห้องออกมาโดยไม่รอให้นางพูดอะไรสักคำ
“หญิงชั่วช้าเช่นนี้ จะเก็บเจ้าไว้ได้อย่างไร! รอให้ท่านอ๋องกลับมา แล้วจะมอบกรรไกรให้เจ้า ส่งเจ้าไปถือศีลชำระจิตใจอยู่ที่วัดเถอะ!” พระชายาโยนคำพูดออกไปทันที
นางไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน
แม้ว่าสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งจะไม่ได้คุ้มค่าให้นางทำถึงขนาดนี้ แต่ลองคิดดู มันก็เป็นแค่สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งมาตลอด!
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่งลูกชายของนางต้องตกไปอยู่ในกำมือของผู้หญิงชั่วร้ายคนนี้!?