ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 475 คำนวณดวงชะตา / ตอนที่ 476 หายนะไม่จบไม่สิ้น
ตอนที่ 475 คำนวณดวงชะตา / ตอนที่ 476 หายนะไม่จบไม่สิ้น
ตอนที่ 475 คำนวณดวงชะตา
เซี่ยเฉียวถูกบังคับให้ต้องดูฉากฟาดฟันในบ้าน เวลานี้นางก็ค่อนข้างอึ้งด้วยความที่นึกไม่ถึงว่า พระชายาผู้นี้อายุตั้งขนาดนี้แล้ว แต่ยังเกรี้ยวกราดไม่น้อย
จ้าวซวีจือ…
เฮ้อ มีเรื่องโชคร้ายมาเพิ่มอีกแล้ว ช่างน่าสงสาร
เซี่ยเฉียวยิ้มให้จ้าวซวีจือ
จ้าวซวีจือแม่ลูกถูกโยนทิ้งไว้ด้านหลังทันที พวกเขาไม่ได้รับโอกาสใดๆ ทั้งนั้น ส่วนพระชายาก็รีบพาจิ้งจอกไปพบหมออย่างเร่งด่วน
จิ้งจอกน้อยผู้น่าสงสารตัวนี้ ขนทั้งตัวของมันแทบจะถูกถอนออกมาจนหมดแล้ว มันตัวสั่นไม่หยุด และผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
พระชายาไม่กล้าปล่อยให้ลูกชายของนางมาดูจิ้งจอกเพราะกลัวว่าเด็กจะตกใจ
นี่เวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว เซี่ยเฉียวเองก็อยู่นานเกินไปไม่ได้ เมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของพระชายา นางก็ได้เล่าทุกสิ่งทุกอย่างออกมาในคราเดียว
พระชายามองนางอย่างงงงวย
วันนี้วันเดียวนางผ่านอะไรมามากมายเหลือเกิน!
นางได้เห็นปรมาจารย์โม่ที่มีลักษณะราวกับเซียนทุบตีผู้คน ได้เห็นสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่ถูกทารุณกรรมจนไม่เหลือชิ้นดี ตอนนี้นางยังต้องบอกกับตัวเองว่าที่นางไม่สามารถมีลูกได้มาตลอดหลายสิบปีเป็นเพราะ…โดนคนอื่นทำร้าย?
และลูกพี่ลูกน้องที่ทำร้ายนางก็ตายไปนานแล้ว!
พระชายาก็รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาทันใด
ในใจนางทั้งรู้สึกโกรธและอย่างจะร้องไห้ ใบหน้าชราสั่นระริกไปหมด
หลายปีผ่านที่ผ่านมามีคนหัวเราะเยาะนางว่าเป็นแม่ไก่ที่ไม่วางไข่ตั้งมากมายเท่าไร มีกี่คนที่บอกว่านางครองตำแหน่งพระชายาแต่กลับไม่ทำหน้าที่จนสุดความสามารถ จนนางให้กำเนิดลูกออกมาได้ในที่สุด คนอื่นก็พูดอะไรอีกอย่างนั้นหรือ
บอกว่านางมีลูกตอนแก่ กระทั่งยังมีคนสงสัยว่า เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของนางเลย…
หลายปีที่ผ่านมานางต้องแบกรับมามากเกินไปแล้ว
ตอนที่นางยังเป็นสาว นางคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนเองจึงมีลูกไม่ได้!
ตอนนี้นางรู้แล้ว ในที่สุดนางก็ได้รู้แล้ว!
มันกลับเป็นเพราะว่าคนอื่นเกลียดชังนางอย่างไม่มีสาเหตุ!
“ปรมาจารย์โม่…ท่านส่งจื่อจู๋ไปเถอะ ข้าไม่โทษนาง แต่ข้าก็ไม่สามารถยกโทษให้นางได้เช่นกัน” พระชายาผู้ชราถอนหายใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ “ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่คลายข้อสงสัยให้ข้า”
นางรู้ว่าจื่อจู๋จงรักภักดี
ทว่านางก็มีโอกาสที่จะพูด แต่นางกลับไม่พูดออกมา
“ไม่ใช่ข้าที่คลายข้อสงสัยให้ท่าน แต่ข้าจะนำคำพูดของท่านไปบอกกับนาง” เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดอะไรมากอีก วันนี้นางเหนื่อยมาก และหมดแรงแล้วในขณะนี้
เซี่ยเฉียวออกจากจวนอ๋อง และพา…วิญญาณทั้งสี่ออกไปด้วย
นอกจากวิญญาณชายก่อนหน้านี้แล้ว ยังมีวิญญาณอีกสองตนที่จื่อจู๋ฝึกจนว่าง่ายมาหลายปีแล้ว พวกนางรู้สึกเบื่อที่จะอยู่ต่อจึงอยากออกไปพร้อมกันกับพี่น้องคนอื่น
เซี่ยเฉียววางขวดกระเบื้องที่บรรจุวิญญาณพวกนางทั้งหมดไว้ที่หอส่องชะตา
ตกกลางคืนนางก็พักค้างอยู่ที่หอส่องชะตานั้นเอง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เซี่ยเฉียวก็เริ่มทำจัดการงานของหอส่องชะตา ซึ่งงานหลักๆ ก็คือการคำนวณดวงชะตาและตรวจดูแปดอักษรของคู่แต่งงานว่าเข้ากันได้หรือไม่
เดิมทีหอส่องชะตาขายแต่ยันต์และขับไล่วิญญาณชั่วร้าย แต่เนื่องจากช่วงนี้หอส่องชะตามีชื่อเสียงที่ดี แม้แต่จวนอ๋องก็ยังแบกของขวัญขอบคุณมามอบให้ด้วยตัวเอง ชื่อเสียงของหอส่องชะตาจึงดีขึ้นไปอีก
มักจะมีชาวบ้านธรรมดาแวะเวียนมาให้นางคำนวณดวงชะตาให้
หากเซี่ยเฉียวอยู่ที่นั่นก็จะง่ายหน่อย
แต่เนื่องจากความลึกลับของนาง กลับทำให้ผู้คนที่มาให้นางทำนายดวงชะตามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อพวกเขาเปิดประตูรับลูกค้าในวันนี้ ผู้ดูแลฉังก็ถูกห้อมล้อมในทันที พอได้ยินว่าปรมาจารย์โม่อยู่ข้างใน ใบหน้าของผู้คนที่ต่อแถวอยู่ก็แสดงความตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย
ตามกฎเดิม หลังจากเข้าคิวแล้ว ผู้ดูแลร้านก็จะจั่วตัวเลขเลือกออกมาสามคน
สองคนแรกไม่มีปัญหาอะไร พวกเขาต่างก็ถามแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน ไม่มีอะไรมากไปกว่าการถามเกี่ยวกับการแต่งงานและอนาคต
มีแค่คนที่สามนี้เอง…
เมื่อเขามาถึงในห้องที่กั้นแยกไว้ สีหน้าของเซี่ยเฉียวก็เฉยชาลงเล็กน้อย
กลับกลายเป็นเซี่ยหมั่งซาน
เซี่ยหมั่งซานมองซ้ายมองขวาแล้วเดินเข้าไป จากนั้นเขาก็เหลือบมองเซี่ยเฉียว เมื่อพบว่าเป็นนักพรตหญิง เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็ยังนั่งลง ก่อนจะหยิบแปดอักษรวันเดือนปีเกิดออกมาวางลงบนโต๊ะ “รบกวนท่านนักพรตช่วยคำนวณดูให้หน่อยว่า จะต้องแต่งงานวันไหนดีที่จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวฝ่ายหญิง”
ตอนที่ 476 หายนะไม่จบไม่สิ้น
เซี่ยเฉียวไม่ได้ส่งเสียงใดๆ นางเพียงแค่หยิบแปดอักษรนั้นขึ้นมาดูเท่านั้น
ทันทีที่ได้เห็นสายตาของนางก็เย็นลงหลายส่วน
ชื่อ บ้านเกิด วันเดือนปีเกิด แปดอักษร และบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคนนั้นเขียนไว้อย่างชัดเจน โดยฝ่ายชายคือเซี่ยผิงกั่ง และฝ่ายหญิงคือจย่าฮ่วน
หลายวันมานั้นหญิงชราไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นางยังคิดว่าพวกนางล้มเลิกความคิดไปแล้วเสียอีก นึกไม่ถึงว่าหญิงชราผู้นี้จะตรงไปตรงมา ถึงกับจัดการเรื่องงานแต่งงานของพี่ชายใหญ่นางเลยทันที
เซี่ยเฉียวไม่ได้รู้สึกโกรธ และเริ่มคำนวณดวงชะตาอย่างจริงจังเดี๋ยวนั้น
แปดอักษรของจย่าฮ่วนไม่ได้มีอะไรพิเศษ ชะตาของนางไม่ได้แข็งพอ
“เจ้าแน่ใจหรือว่าแปดอักษรนี้ถูกต้อง?” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
เซี่ยหมั่งซานชะงักไปครู่หนึ่ง “แน่นอน แปดอักษรนี้เป็นของหลานชายของข้า บิดาของเขาไม่อยู่บ้าน ดังนั้นการตัดสินใจเรื่องการแต่งงานจึงเป็นหน้าที่ของข้าและนายหญิงผู้เฒ่า มีอะไรหรือท่านปรมาจารย์ มีปัญหาอะไรหรือไม่”
“มีปัญหา และยังเป็นปัญหาใหญ่ด้วย” เซี่ยเฉียวเคร่งขรึมจริงจัง “ชะตาของฝ่ายชายไม่ได้แน่ เพียงแต่ไม่ค่อยจะเหมาะสมกับฝ่ายหญิง หากทั้งสองคนแต่งงานกันก็อาจจะเรียกได้ว่าหยินหยางไม่ลงรอยกัน หลังพิฆาตเข้าไปในวังสามีภรรยา สามีภรรยาจะมีความสัมพันธ์ที่ตื้นเขินและนำหายนะมาสู่ผู้อื่น สถานเบาก็คือสามีภรรยามักจะทะเลาะเบาะแว้ง ในกรณีที่รุนแรงก็จะพบกับความชั่วร้าย ต้องตายจากกัน ส่วนเรื่องที่เจ้าถามเมื่อครู่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวฝ่ายหญิงหรือไม่นั้น…”
“ข้ากล้าพูดว่าหากสองคนนี้แต่งงานกัน ญาติของฝ่ายหญิงจะมีเงินผ่านมือแต่ก็เก็บไม่อยู่ ส่วนหญิงคนนี้ก็จะไม่มีลูก มีชีวิตยากลำบากไปจนแก่เฒ่า โดดเดี่ยว เหงาหงอย อยู่อย่างว่างเปล่า พบเจอหายนะไม่สิ้นสุด…”
เซี่ยเฉียวพูดคำต่อคำ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
เซี่ยหมั่งซานที่ได้ฟังสีหน้าเปลี่ยนไปดำทะมึนทันที
คำพูดเหล่านี้ของเซี่ยเฉียวไม่ได้เป็นคำโกหกไปเสียทั้งหมด
พี่ชายใหญ่ของนางมีดวงชะตาของชายผู้โดดเดี่ยว ตอนนี้ชะตากรรมนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข และพลังพิฆาตก็ยังไม่สลายไป ชะตาลิขิตให้ไม่สามารถแต่งภรรยาได้ แต่หากมีใครฝืนจัดแจงภรรยามาให้เขาล่ะก็…”
นางกล้าพูดว่า ในกรณีร้ายแรง ผู้หญิงคนนั้นคงไม่สามารถผ่านพ้นคืนส่งตัวไปได้ ส่วนสถานเบา ต่อให้นางรอดไปได้ นางจะถูกพลังพิฆาตจนตายในไม่ช้าก็เร็ว
แม้ว่าพวกเขาจะกลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ก็จะไม่มีวันเข้ากันได้
“เป็นไปไม่ได้! นักพรตอย่างท่านรู้จักพูดบ้างไหมนี่! คนอื่นต่างก็พูดกันว่าท่านทำนายแม่นยำ แต่ท่านไม่ได้พูดอะไรดีๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว! เรากำลังจัดงานมงคล ใครที่ไหนจะพูดแต่เรื่องไม่ดีออกมาอย่างท่าน!” เซี่ยหมั่งซานโกรธทันที
ในใจเขาเองก็ยังรู้สึกสับสนเล็กน้อย ถึงอย่างไรเซี่ยผิงกั่งนั่นก็นิสัยใจคอดุร้ายน่ากลัวมาก และเขาอาจจะฆ่าคนได้จริงๆ ก็ได้
เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างลึกลับ “จากแปดอักษรที่เจ้านำมา ข้าสามารถมองออกว่าทั้งสองเข้ากันไม่ได้ และหนึ่งในนั้นยังคงคิดเพ้อเจ้อ ดังนั้นข้าจึงพูดออกไปตามจริง หากเจ้าไม่เชื่อก็สามารถไปถามคนอื่นดูได้…”
หากเขาไปหาคนอื่น เขาก็อาจจะบอกตรงๆ ว่าดวงของผู้ชายคนนี้แข็งเกินไป และจะเป็นโทษต่อบ้านภรรยาของเขา
เซี่ยหมั่งซานห่อเหี่ยวใจลงไปทันที
การหาคนที่จะเทียบแปดอักษรคู่แต่งงานให้ก็ต้องใช้เงินเช่นกัน เหตุผลที่เขามาหาปรมาจารย์โม่คนนี้ก็เพราะมีคนบอกว่าปรมาจารย์โม่ไม่เคยโกหก
นอกจากนี้เขายังต้องการถามให้ชัดเจน เพราะถึงอย่างไรนี่ก็คือการถอนผมบนศีรษะของเซี่ยผิงกั่ง เขาเองก็กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ตอนนี้…
เซี่ยหมั่งซานเริ่มรู้สึกขี้ขลาดขึ้นมาแล้ว
ปรมาจารย์โม่คนนี้ยังสามารถมองออกได้ว่าเป็นการคิดแบบเพ้อฝันฝ่ายเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่านางมีความสามารถที่แท้จริง!
เขาได้แปดอักษรของเซี่ยผิงกั่งมาจากการไปหาหลูซื่อและใช้พยายามสอบถามอยู่ครู่หนึ่ง หนังสือหมั้นหมายของฝั่งจย่าฮ่วนถูกส่งมาที่พวกเขาแล้ว รอแค่เขาเทียบแปดอักษรของทั้งคู่ แล้วแลกเปลี่ยนหนังสือหมั้น และกำหนดวันแต่งงาน ก็จะสามารถส่งนางเข้าห้องของเซี่ยผิงกั่งได้แล้ว
ผู้อาวุโสเป็นคนจัดการให้ก็ถือว่าถูกต้องเหมาะสมตามทำนองคลองธรรมแล้ว!
แต่ตอนนี้จะทำอย่างไรดี
หากการแต่งงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ แล้วมีหายนะเกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้นจริงๆ เล่าจะทำอย่างไรดี!
“ในเมื่อเจ้าก็มาแล้ว ข้าทำนายให้เจ้าด้วยเป็นอย่างไร ข้าเห็นว่าจุดอิ้งถังของเจ้าหมองคล้ำ แววตาไร้ชีวิตชีวา ปากแห้งลิ้นไหม้ แก่นจิตกระจัดกระจาย ช่วงนี้ทำอะไรก็ไม่ราบรื่น มีลางร้ายบอกเหตุร้าย?” แววตาของเซี่ยเฉียวล้ำลึก คิ้วของนางขมวดเล็กน้อย สีหน้าของนางแสดงความห่วงใยสามส่วน ตกใจห้าส่วน และความยากสองส่วน เป็นการเอ่ยผ่านสีหน้าที่ซับซ้อน