ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 477 ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้ / ตอนที่ 478 สุภาพบุรุษผู้รอบรู้
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 477 ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้ / ตอนที่ 478 สุภาพบุรุษผู้รอบรู้
ตอนที่ 477 ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้ / ตอนที่ 478 สุภาพบุรุษผู้รอบรู้
ตอนที่ 477 ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้
เซี่ยเฉียวขู่คนได้เก่งยิ่งนัก เซี่ยหมั่งซานได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วทันที จากนั้นก็โกรธจัด
“ปรมาจารย์ ท่านอย่าได้พูดอะไรไม่เป็นมงคลตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้จะดีกว่า ระยะนี้ข้าก็ดีๆ อยู่ ลางร้ายจะมาจากไหนได้” เซี่ยหมั่งซานไม่พอใจมาก
เซี่ยเฉียวมองเขายิ้มๆ
“ข้าว่าเจ้าน่าจะกินเงินเดือนราชการสินะ?” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวผ่อนคลาย “เพียงแต่ว่าตำแหน่งของเจ้าน่าจะไม่ได้ใหญ่โตนัก และจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในอีกสามวัน หากเจ้าไม่เชื่ออีกสามวันให้หลังค่อยมาหาข้าที่นี่ใหม่ก็ได้”
เซี่ยหมั่งซานมองนางด้วยความตกใจ ในใจเขาก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เขากินเงินเดือนทางการจริงๆ แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงข้าราชการผู้น้อยที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลชาวบ้านทั่วไป กระทั่งไม่มีระดับขั้นใดๆ แต่สถานะของเขาก็สูงส่งมากอยู่แล้วในสายตาของชาวบ้านธรรมดาทั่วไป
หรือว่าเร็วๆ นี้เขามีจะภัย?
เซี่ยหมั่งซานเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
การคำนวณดวงชะตาของเซี่ยเฉียวมีกำหนดเวลาชัดเจน บัดนี้เมื่อได้เวลาแล้วผู้ดูแลก็เคาะประตูและนำเขาออกไป
นอกจากเงินค่าเทียบแปดอักษรสำหรับคู่แต่งงานแล้วก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอื่นอีก
เมื่อปรมาจารย์โม่ผู้นี้ไม่ได้โลภอยากได้เงินของเขาก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นไปอีก
ในขณะที่ผู้ดูแลเห็นเซี่ยหมั่งซานที่มีเรื่องกังวลใจอย่างหนักก็หันไปมองเจ้าของร้านด้วยความสงสัย
ตลอดเวลาที่ผ่านมา แขกที่เข้ามาในร้านแทบทุกคนพอใจจะอย่างมาก มีน้อยมากที่จะไม่พอใจเช่นนี้
ยิ่งกว่านั้น เมื่อคนทั่วไปได้รับคำตอบที่ช่วยคลี่คลายของปรมาจารย์ พวกเขาก็จะไม่สับสนและลังเลอีกต่อไปราวกับว่าพวกเขามีโคมไฟนำทางกระนั้น
เหตุใดคนผู้นี้จึงได้กลับกันเล่า
“หลังจากนี้สามวัน คนผู้นี้จะต้องกลับมาใหม่แน่ พอถึงเวลานั้นเจ้าไม่ต้องห้ามเขา” เซี่ยเฉียวสั่งความผู้ดูแลไว้เล็กน้อย
ผู้ดูแลร้านงุนงงอยู่บ้าง แต่เขาก็พยักหน้าตอบรับคำของนาง
เซี่ยเฉียวกลับไปที่ประตูหลัง แล้วขึ้นนั่งบนรถม้า จากนั้นจึงถอดหมวกคลุมหน้า และไปสำนักศึกษาเพื่อเข้าเรียน
พอเซี่ยเฉียวกลับมาถึงบ้านในเวลาเย็น นางก็เรียกเซี่ยผิงกั่งให้มาหา
“ได้ยินมาว่าเจ้ามีเพื่อนที่สำนักศึกษาไม่น้อย? ไม่เลวนี่ เก่งกว่าเด็กน้อยสองคนนั่นอีก ไปเรียนมาตั้งนานขนาดนี้ อย่าว่าแต่เพื่อนสักคนเลย แม้แต่แมลงวันสักตัวก็ยังไม่ได้เอากลับมาด้วย!” เซี่ยผิงกั่งเต็มไปด้วยความรังเกียจ
บิดาผู้โง่เขลาของเขาเคยพูดบางอย่างเอาไว้ไม่มีผิด
แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะเป็นเด็กขี้ขลาด แต่ใบหน้านี้ของนางก็เป็นหน้าเป็นตาให้กับตระกูลเซี่ยได้ ยิ่งไปกว่านั้นนังหนูนี่ก็ยังเก่งกาจมากอีกด้วย
“พี่ชายใหญ่ ข้าก็ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้นหรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ
หลังจากคดีใหญ่ของตระกูลโจว เซี่ยผิงกั่งแทบจะกลายเป็นยมบาลในสายตาของคนอื่นแล้ว
เซี่ยผิงกั่งเองก็ยอมรับด้วยว่า เขาเองก็ไม่ต่างจากเด็กสองคนนั้น เขาไม่ได้เป็นที่ต้อนรับมากนัก เวลานี้เขาจึงแค่พูดเล่นเพื่อบันเทิงเท่านั้น
เซี่ยผิงกั่งนั่งลง
เซี่ยเฉียวยังรินเหล้าจอกหนึ่งตั้งไว้บนโต๊ะหินในลานบ้านด้วย นางมองเขาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
เซี่ยผิงกั่งจ้องเหล้านั้นด้วยความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
หรือว่านังหนูนี่จะรู้แล้วว่าเขาแอบยักย้ายเหล้าไปหลายไหแล้ว
“พี่ชายใหญ่หาข้ออ้างอะไรสักอย่างเขี่ยท่านลุงใหญ่ออกจากราชการหน่อยสิ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้นี่เอง
“ก็ได้ เมื่อเร็วๆ นี้ข้าก็เพิ่งคิดเรื่องนี้ขึ้นมาพอดีเหมือนกัน งานที่เขาทำอยู่ก็เป็นงานที่ท่านพ่อหาให้เขาก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาทำงานเป็นอย่างไรบ้าง คิดว่านิสัยเช่นนั้นของเขาคงจะหลุกหลิกอยู่ไม่นิ่ง ข้าควรจะตรวจสอบดูให้ดีเพื่อไม่ให้ทำลายชื่อเสียงของครอบครัวเรา” เซี่ยผิงกั่งพยักหน้าตกลง
“จัดการให้เรียบร้อยในสามวัน ทำได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“ได้สิ” เซี่ยผิงกั่งจดจำใส่ใจ “เพียงแต่ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงได้นึกถึงเรื่องของเขาขึ้นมาเล่า”
“วันนี้อาจารย์อาของข้าได้พบกับเซี่ยหมั่งซาน เขานำแปดอักษรของท่านมาให้นางเทียบดวงคู่ครอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างใจเย็น “แปดอักษรของพี่ชายใหญ่…น่าจะรู้กันเฉพาะภายในครอบครัวเราไม่ใช่หรือ ครอบครัวของลุงใหญ่ไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกับพวกเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไร พวกเขาก็ไม่น่าที่จะจำวันเกิดของท่านได้เป็นพิเศษสิ…”
ตอนที่ 478 สุภาพบุรุษผู้รอบรู้
เซี่ยเฉียวพูดออกมาช้าๆ ท่าทางสบายๆ แต่เซี่ยผิงกั่งกลับฟังแล้วเข้าใจความหมายของคำพูดของนาง โทสะในใจของเขาก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“นางเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นเห็นว่าข้าเป็นเหมืองทองหรืออย่างไร! แปดอักษรนี่น่าจะได้มาจากหลูซื่อนั่นแน่ๆ หลูซื่อ…ใจกล้าไม่เบาทีเดียว” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียง
อย่างไรก็ตาม หลังจากเซี่ยผิงกั่งด่าออกไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรอีก
“คนที่นางคิดจะยัดให้เป็นภรรยาข้าคือคนนั้น…” เซี่ยผิงกั่งนึกชื่อของคนคนนั้นไม่ออกจึงได้เปลี่ยนคำพูด “ลูกพี่ลูกน้องจอมปลอมคนนั้น?”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว “นางเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นสายตาไม่ได้เรื่อง ในเมื่อคิดจะหาภรรยาให้ข้า จะหาให้ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ”
เขาไม่ชอบลูกพี่ลูกน้องจริงๆ ปลอมๆ เอะอะโผงผางที่โผล่มาจากไหนไม่รู้
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
“พี่ใหญ่ ในสายตาของท่าน ภรรยาที่ดีสักหน่อยที่ท่านว่า…คืออย่างไรหรือ” เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการตามหาพี่สะใภ้ของนางในอนาคต
เซี่ยผิงกั่งนิ่วหน้าคิดเล็กน้อย
หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็พูดอย่างจริงจังว่า “ต้องให้นุ่มนวลหน่อย อย่าให้มีขนทั้งตัวเหมือนพวกตาเฒ่าหยาบกระด้างพวกนั้น จะต้องรู้ความ ไม่เอะอะก็ร้องไห้ตลอดเวลา พูดน้อย โวยวายหนวกหูไปวันๆ ไม่ได้หรอก…และจะต้องแข็งแรงหน่อยจะได้เจริญพันธุ์ดี อย่าเป็นเหมือนท่านแม่ของเราและแม่รองหลินที่พอคลอดลูกก็ไปรออยู่ที่ประตูนรกแล้ว”
นอกจากเรื่องพวกนี้…
ก็ไม่มีแล้ว
ก็ประมาณนี้แหละ หากอยู่ด้วยกันไปก็ปรับตัวสักหน่อยก็ได้แล้ว
เซี่ยเฉียวอึ้งงันไป
ขนทั้งตัว?!
เซี่ยเฉียวมีสีหน้าตกตะลึง เวลานี้นางมองไปที่พี่ชายใหญ่ด้วยดวงตาที่ซับซ้อน นางรู้สึกอยู่เสมอว่าแม้ว่าเขาจะคลี่คลายชะตากรรมนี้ลงได้ในสักวันหนึ่ง คนที่พี่ชายใหญ่ของนางแต่งงานด้วย…อย่างมากก็คงจะเป็นผู้ชายที่สะอาดสะอ้านสักคนหนึ่ง! ไอรีนโนเวล
ต่อไปชื่อเสียงของตระกูลเซี่ย…เกรงว่าคงจะดีไม่ได้แล้ว…
เซี่ยเฉียวจิบชาด้วยความตกใจ
“ข้อกำหนดของข้าไม่สูง ไม่เหมือนเจ้ากับเจ้าที่ตามหามานานขนาดนี้ก็ไม่ยังเจอคนที่เหมาะสม จริงสิ อีกไม่กี่วันข้าจะพาเจ้าไปพบใครบางคน หากรู้สึกว่าคนนั้นเหมาะสม เราก็กำหนดวันกันเลย” จู่ๆ เซี่ยผิงกั่งก็เอ่ยขึ้น
เซี่ยเฉียวแทบสำลัก
“เจ้าวางใจได้ รับประกันได้ว่าคนที่ข้ากำลังดูๆ อยู่คราวนี้เจ้าจะต้องพอใจ เรื่องรูปลักษณ์นั้นไม่ต้องพูดถึง หน้าตาหล่อเหลา แถมยังเป็นบัณฑิตด้วย บุคลิกดี ตอนนี้อายุประมาณยี่สิบกว่าปีแล้ว อาจจะอายุมากหน่อย แต่รอบกายเขาไม่มีใคร ไม่มีภรรยา ไม่มีลูก แม้แต่สาวใช้ข้างห้องก็ไม่มี” เซี่ยผิงกั่งท่าทางภูมิใจอย่างยิ่ง “คนผู้นี้ความสามารถเหลือล้น ร่างกายแข็งแรง แค่ไม่มีบิดามารดาโดดเดี่ยวน่างสงสารหน่อยเท่านั้น”
เซี่ยผิงกั่งบรรยายละเอียดอย่างยิ่ง จากนั้นเขาก็นึกอะไรได้ขึ้นมาอย่างกะทันหันจึงนำภาพเหมือนออกมาจากอกเสื้อ
เขาไม่เชื่อว่าคราวนี้เซี่ยเฉียวจะติอะไรได้อีก
คนที่อยู่ในภาพเหมือนเป็นผู้ชายที่หล่อเหลามากจริงๆ
เซี่ยเฉียวเหลือบไปมองและพบว่าชายผู้นี้มีคิ้วที่ยอดเยี่ยม งดงามราวกับวงพระจันทร์ และจิตวิญญาณของเขาได้รับการขัดเกลาจนสง่างาม
คิ้วนี้เป็นราชาแห่งดวงตา เป็นต้นกล้าแห่งความกล้าหาญ เป็นมงกฏแห่งใบหน้า คนที่เกิดมามีคิ้วเช่นนี้จะต้องเฉลียวฉลาด รอบรู้ศาสตร์ต่างๆ หากเขาสอบรับราชการจะต้องได้ตำแหน่งดีๆ อย่างแน่นอน มันเป็นโหงวเฮ้งของคนที่ฉลาดและร่ำรวย
“คนคนนี้ดีมากจริงๆ เพียงแต่จนไปหน่อยเท่านั้น…” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยเสริม
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วทันที “เขา…จน?”
ไม่ควรจะเป็นเช่นนั้นนี่?
คนคนนี้โหงวเฮ้งดี เพียงแต่ตอนนี้อายุยังน้อยเท่านั้น แม้ว่าเขาอาจจะไม่มีที่ดินอันอุดมสมบูรณ์มากมาย แต่เขาไม่ควรจะต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้า ในบ้านก็ควรจะมีคนรับใช้สิ
“ยากจนมากจริงๆ แต่กลับไปขายฝีมือที่หอโคมเขียว เขาเขียนคำกฎหมายได้ดีทีเดียว” เซี่ยผิงกั่งพูดมาถึงตรงนี้ก็เอ่ยเสริมอีกว่า “เจ้าก็อย่าได้ดูถูกเขา เขาคนนี้รอบรู้ไปหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นภาพวาด อักษร หมาก หรือดนตรี เขาก็แค่ไปขายคำพูดให้แม่นางพวกนั้นเท่านั้น ข้าแอบสังเกตดูตั้งหลายครั้งแล้ว เขาเป็นสุภาพบุรุษมาก และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เขาทั้งนั้น มันเป็นกฎของเขา”