ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 481 สละทรัพย์เพื่อพ้นภัย / ตอนที่ 482 ผู้สูงส่งและคนถ่อย
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 481 สละทรัพย์เพื่อพ้นภัย / ตอนที่ 482 ผู้สูงส่งและคนถ่อย
ตอนที่ 481 สละทรัพย์เพื่อพ้นภัย / ตอนที่ 482 ผู้สูงส่งและคนถ่อย
ตอนที่ 481 สละทรัพย์เพื่อพ้นภัย
ตอนที่นางดูดวงให้เขาก่อนหน้านี้ภัยใหญ่ยังไม่ปรากฏ แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีตัวแปรเกิดขึ้น และตัวแปรนั้นก็
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้ว่าน่าจะขึ้นอยู่กับตัวนางนี่แหละ
นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อเร็วๆ นี้นางพูดเรื่องของเซี่ยหมั่งซานกับพี่ใหญ่ของนาง เช่นนั้นแล้วเคราะห์ร้ายของเซี่ยหมั่งซานจะต้องเกี่ยวข้องกับพี่ชายใหญ่ของนางแน่
“ปรมาจารย์! ท่านปรมาจารย์ช่วยข้ากำจัดเคราะห์ใหญ่นี้ไปเร็วๆ ทีเถิด” สีหน้าของเซี่ยหมั่งซานเปลี่ยนไปหมดแล้ว
เดิมทีเขาก็เป็นแค่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จู่ๆ มาวันหนึ่งก็มั่งมีขึ้นมาเพราะอานิสงค์จากเซี่ยหนิวซาน จึงได้มีโชค มีกินมีใช้ไม่ขัดสน
ข้างกายคนเราทุกคนล้วนแต่มีผู้สูงส่งด้วยกันทั้งนั้น
สำหรับเซี่ยหมั่งซานแล้ว เซี่ยหนิวซานถือเป็นคนพลิกชีวิตเขา
เพียงแต่โชคดีของเขานั้นยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ และเกรงว่าจะสูญสลายไปเสียแล้ว
“เคราะห์ภัยคราวนี้แก้ยาก…” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ถาม “ปกติแล้วเจ้าทำความดีบ้างหรือไม่”
สีหน้าของเซี่ยหมั่งซานแข็งทื่อขึ้นมาทันที “ข้า ข้าไม่ชอบทำความดี…”
เวลานี้แล้วไหนเลยเขาจะกล้าโกหกอีก
“ไอ้หยา นั่นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่” เซี่ยเฉียวเบ้ปากพลางสั่นศีรษะ ท่าทางราวกับไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้วกระนั้น “หากปกติเจ้าได้สะสมบุญเอาไว้บ้าง ต่อให้ต้องพบกับเคราะห์ใหญ่ ภัยพิบัตินี้ก็จะสามารถบรรเทาความรุนแรงลงไปได้บ้าง แต่ว่าเจ้ากลับไม่เคยสะสมบุญเอาไว้บ้างเลย เคราะห์คราวนี้ก็อาจจะยิ่งรุนแรงขึ้นได้”
เซี่ยเฉียวมั่วได้เต็มปากเต็มคำ
ลูกไม้ของพวกต้มตุ๋นหลอกลวงนั้นนางก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง!
“ปรมาจารย์ ข้าควรจะทำอย่างไรดี!” เซี่ยหมั่งซานเอ่ยด้วยความกังวลร้อนใจ
“อา ข้าเองก็จนปัญญา” เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ
“ปรมาจารย์ ข้ามีเงินนะ! มีคำพูดที่เขาพูดกันไม่ใช่หรือว่าสละทรัพย์เพื่อพ้นภัย!” จู่ๆ เซี่ยหมั่งซานก็นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างร้อนรน เขายังเอ่ยอีกว่า “ท่านลองดูหน่อยว่าภัยพิบัติครั้งนี้มีค่าเท่าไร ต่อให้ข้าต้องขายบ้านขายที่ดินก็ถมหลุมนี้ให้ได้!”
จะมีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตน้อยๆ ของตนเองอีกเล่า!
เขาลำบากยากจนในวัยเด็ก จู่ๆ เขาก็เพิ่งจะมีชีวิตที่ดีขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ และเขายังเพลิดเพลินกับมันไม่จบ!
“เจ้าต้องรู้ว่า เงินไม่ใช่ทุกอย่าง” เซี่ยเฉียวถอนหายใจเบาๆ “แต่ว่า…ข้าเห็นว่าเจ้ามีความจริงใจจริงๆ…”
“มี! ข้ามี!” เซี่ยหมั่งซานคอแหบแห้งไปหมด
“เคราะห์ภัยครั้งนี้ใช่ว่าจะกำจัดไม่ได้ ข้าจะคำนวณให้เจ้าก็แล้วกัน หากเจ้าสามารถจ่ายได้มากพอก็คงจะรักษาชีวิตของเจ้าเอาไว้ได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยวางแผนกันใหม่หลังจากหายนะนี้ผ่านพ้นไปแล้วก็ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ
แต่มันจุดประกายความหวังของเซี่ยหมั่งซานขึ้นมาทันที
“ตกลง! รักษาชีวิตไว้ก่อน จะต้องรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน!” เหงื่อไหลลงมาตามใบหน้าของเซี่ยหมั่งซาน
“ข้าคำนวณดูสถานการณ์ของเจ้าแล้วก็พบว่าความมั่งคั่งของบ้านเจ้าได้มาจากทางที่ผิด นั่นคือเหตุผลที่เจ้าต้องอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ถ้าหากเจ้าต้องการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ก็ต้องดูความจริงใจของเจ้าแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
เมื่อเซี่ยหมั่งซานได้ยินคำว่ามาจากทางที่ผิดนี้ หัวใจของเขาก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
ปรมาจารย์รู้จริง!
ถูกต้องแล้ว ความมั่งคั่งของบ้านเขาไม่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง!
บ้านของเขาก็เป็นน้องรองที่ซื้อให้ ของกินของใช้ในบ้านก็ล้วนซื้อหามาด้วยเงินของน้องรอง…
เพียงแต่ปีนี้เขาให้เงินมาน้อยลง เขารู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ ดังนั้นจึงได้คิดหาวิธีอื่น…
หรือว่าเขาจะได้รับผลกรรมแล้ว
เขารู้สึกเสียใจที่ทำอย่างนั้นลงไป
“ท่านปรมาจารย์ ท่านพูดมาเถอะ ตราบเท่าที่มันสามารถช่วยชีวิตข้าได้ ข้าก็จะยอมทำทุกอย่าง!” เซี่ยหมั่งซานเอ่ยปาก
“หากเจ้ามีใจเช่นนี้ พลังไม่ดีนี้ก็สามารถแก้ไขได้” สีหน้าเซี่ยเฉียวเคร่งขรึมจริงจัง หากเจ้าอยากทำลายพลังไม่ดีนี้ เจ้าก็ต้องพยายามคืนของที่ไม่ใช่ของตัวเองกลับคืนไปให้มากที่สุด จำไว้ว่านอกจากเงินที่จ่ายออกไปแล้ว แม้แต่หนึ่งอีแปะทองแดงก็เก็บไว้ไม่ได้เช่นกัน แน่นอนว่า หากเจ้ารู้สึกอาลัยอาวรณ์ก็สามารถเก็บไว้เล็กน้อยได้ แต่…เคราะห์คราวนี้ก็จะรุนแรงขึ้นด้วยเหตุนี้เช่นกัน เจ้าเข้าใจหรือไม่”
เซี่ยหมั่งซานรู้สึกราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
ตอนที่ 482 ผู้สูงส่งและคนถ่อย
เขาตกตะลึงและรู้สึกทุกข์ใจไปหมด
กว่าเขาจะร่ำรวยขึ้นมาได้ ตอนนี้เขากลับต้องสละทรัพย์สินทั้งหมดออกไป? แล้วต่อไปเขาจะอยู่ได้อย่างไร!
เขานิ่งงันอยู่ตรงที่เดิม ในขณะที่ภายในหัวสับสนปั่นป่วนไปหมด
หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยปาก “ปรมาจารย์…หากข้าให้น้องสามของข้าได้หรือไม่ ให้เขาช่วยข้าเก็บเอาไว้ก่อน”
เซี่ยเฉียวส่ายหน้า “ไม่ได้ ชีวิตของเจ้ามีผู้สูงส่งอยู่คนหนึ่งและมีคนถ่อยอยู่คนหนึ่ง หากดูให้ดีๆ ความช่วยเหลือจากผู้สูงส่งของเจ้านั้นกำลังจะหมดไปแล้ว แต่คนถ่อยผู้นั้นบัดนี้ราวกับพระอาทิตย์เที่ยงวัน ต้องสละทรัพย์สมบัติของเจ้าให้ผู้สู่งส่งจึงจะดีที่สุด แต่ถ้าเจ้าสละให้คนถ่อยผู้นั้น ครั้นเจ้าผ่านพ้นภัยพิบัตินี้ไปแล้ว เจ้าจะไม่เหลืออะไรเลย จุดจบจะต้องอนาถ!”
ราวกับฟ้าผ่าอยู่ในหูเขา มันดังสะเทือนเลือนลั่น
ภาพของผู้สูงส่งและคนถ่อยปรากฏขึ้นในใจของเซี่ยหมั่งซานเองโดยอัตโนมัติแล้ว
ผู้สูงส่งจะต้องเป็นเซี่ยหนิวซานแน่นอน
ถึงอย่างไรที่เขามีเงินขึ้นมาได้ก็เพราะเซี่ยหนิวซาน
คนถ่อยนี่เล่าเป็นใคร หรือว่าจะเป็นน้องสาม
ทันทีที่เกิดความคิดเช่นนี้ออกมามันก็หยั่งรากและแตกหน่อจนไม่สามารถดึงออกมาได้อีกต่อไป เขาคิดอย่างรอบคอบและรู้สึกว่าสิ่งที่ปรมาจารย์พูดนั้นสมเหตุสมผล
น้องสามของเขาเป็นคนโลภ หากเขาให้ทรัพย์สินทั้งหมดของเขากับน้องสาม หลังจากที่เขาผ่านพ้นภัยพิบัตินี้ไปได้เแล้ว น้องสามจะต้องไม่ยอมคืนทรัพย์สมบัติให้เขาอย่างแน่นอน?!
ใช่แล้ว คนถ่อยก็คือเขา!
“แล้วหากข้าให้แก่ผู้สูงส่งคนนี้ ต่อไปผู้สูงส่งจะคืนให้ข้าหรือไม่” เซี่ยหมั่งซานเอ่ยอย่างน่าสงสาร
เซี่ยเฉียวนับนิ้วคำนวณ “เคราะห์กรรมของเจ้าจะคงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่เมื่อผ่านไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ตราบใดที่เจ้าสามารถดึงผู้สูงส่งคนมาเป็นพวกได้ เจ้าก็จะสามารถกลับมาได้อีก”
เซี่ยหมั่งซานเข้าใจแล้ว
เวลานี้น้องรองเย็นชากับเขาแล้ว พอเขาคืนเงินให้ และทำให้น้องรองรู้ว่า ในใจของเขาเงินทองไม่ได้สำคัญไปกว่าความสัมพันธ์พี่น้อง เช่นนี้แล้วน้องรองก็จะเปลี่ยนใจกลับมาดีกับเขายิ่งกว่าเดิม!
“ปรมาจารย์ แล้ว…ทรัพย์สินที่คนถ่อยแย่งชิงมาจะมีผลอะไรกับข้าหรือไม่ จริงสิ เหตุใดข้ากับคนถ่อยทำเรื่องไม่ดีเหมือนกัน แต่คนถ่อยผู้นั้นไม่ได้รับผลกรรมด้วยเล่า!” เซี่ยหมั่งซานยิ่งคิดก็ยิ่งไม่มีความสุข
เขาและน้องสามต่างก็เอาเงินมาจากน้องรองเหมือนกัน เหตุใดน้องสามจึงไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อย!
“พ่อแม่เดียวกันถูกไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอย่างลึกลับ
“ใช่ ใช่ ใช่!” เซี่ยหมั่งรีบพยักหน้า ปรมาจารย์เทพจริงๆ!
“บางครั้งพี่น้องร่วมอุทรเหล่านี้ก็ส่งเสริมเติมเต็มซึ่งกันและกัน และมีบางครั้งที่ขัดกันเอง ถึงอย่างไรบุญวาสนาของพวกเจ้าก็มาจากมารดาคนเดียวกัน” เซี่ยเฉียวมีสีหน้าจริงจัง “แต่ข้าเห็นว่าผู้สูงส่งในชีวิตของเจ้านี้กลับมีวาสนาเชื่อมโยงกัน จึงได้สามารถช่วยเหลือให้เจ้าร่ำรวยขึ้นมาได้ เพียงแต่น่าเสียดายที่คนคนนี้ดูเหมือนจะใกล้แต่ก็เหมือนไกลจากพวกเจ้า…”
“คนถ่อยที่ไม่ได้รับเคราะห์กรรมอะไรเลยก็เพราะเจ้ารับไปคนเดียวแล้ว”
เซี่ยหมั่งซานพยักหน้าไม่หยุด
เซี่ยเฉียวพูดจนคอแห้งแล้ว นางจึงรีบดื่มชาทันที
“ปรมาจารย์ หากอย่างนั้นท่านก็หมายความว่า คนถ่อยกับข้ามีวาสนาที่เชื่อมโยงกัน ดังนั้นความจริงใจของข้าคนเดียวนี้ย่อมใช้ไม่ได้ จะต้องพยายามให้พวกเราทั้งสองคืนทรัพย์สมบัติที่ได้มาโดยไม่ชอบ จึงจะขจัดพลังพิฆาตนี้ไปได้หมดสิ้น?” เซี่ยหมั่งซานนิ่วหน้าถาม
“จะพูดเช่นนั้นก็ได้ แต่หากทำเช่นนั้น คนถ่อยก็จะเกลียดชังเจ้า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยหมั่งซานคิดหนัก
เขาพยักหน้าอย่างหนักหน่วงหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ปรมาจารย์ ข้าเข้าใจแล้ว ข้ากลับไปแล้วจะทำตามที่ท่านบอกแน่นอน จริงสิ ค่าทำนายนี้…เท่าไรหรือ”
ก็แค่คืนเงินไม่ใช่หรือ
ให้น้องรอง น้องรองร่ำรวยออกอย่างนั้น ต่อให้น้องรองไปจะต้องกลับมาให้เขาอีกแน่!
“เจ้าเป็นคนมีวาสนา ค่าทำนายไม่จำเป็นหรอก อีกอย่าง เงินทองเป็นของนอกกาย ยามเกิดก็ไม่ได้ติดตัวมาด้วย ยามไปก็เอาไปด้วยไม่ได้ ข้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับของพวกนี้ ขอเพียงให้เจ้ามีชีวิตที่ราบรื่น สงบ และมีความสุข” สีหน้าเซี่ยเฉียวสูงส่งมีเมตตา พูดจบนางก็ยังใช้แส้ปัดแมลงเคาะศีรษะของเซี่ยหมั่งซานไปหนึ่งที”
นางแสดงได้อย่างไร้ที่ติ