ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 785 มีอะไรที่แตกต่าง / ตอนที่ 786 มีลูกค้ามา
ตอนที่ 785 มีอะไรที่แตกต่าง / ตอนที่ 786 มีลูกค้ามา
ตอนที่ 785 มีอะไรที่แตกต่าง
ท่านเจ้าของร้านมักจะสุภาพกับคนอื่นอยู่เสมอ แม้ว่านางจะได้พบกับคนที่งี่เง่าดุร้าย แต่นางก็ยังคงรักษามารยาทที่ดี ไม่เคยเย็นชาและตรงไปตรงมาขนาดนี้
เกรงว่าแม่นางผู้นี้คงจะล่วงเกินเจ้าของร้านไม่เบาทีเดียว?
ดูเอาเถิด นางทำให้ปรมาจารย์ผู้เยือกเย็นที่ยากต่อการคาดเดาโกรธจนหงุดหงิดได้ถึงขนาดนี้
เขาลงมือคว้าตัวต่งซีอวิ๋นไว้อย่างฉับพลันทันที เขาพลิกตัวและบีบแขนทั้งสองข้างของนางทำให้ต่งซีอวิ๋นไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้
ต่งซีอวิ๋นก็โมโหมากเช่นกัน “ท่านจะทำอะไร! ไม่กลัวว่าข้าจะแจ้งเจ้าหน้าที่ทางการหรือ! ข้าเป็นลูกสาวของขุนนางในราชสำนัก เจ้ายังกล้าที่จะทำหยาบคายไร้มารยาทในเวลากลางวันแสกๆ!”
นางพูดราวกับว่าคนอื่นไม่ได้เป็นบุตรสาวขุนนางในราชสำนักอย่างนางกระนั้น
เซี่ยเฉียวเบ้ปาก “เจ้าอยู่นิ่งๆ หน่อย อย่าขยับมั่ว แวบเดียวเท่านั้น”
มือของเซี่ยเฉียวที่แตะน้ำตาวัวกดลงไปบนเปลือกตาของนางทันที
น้ำตาวัวอันล้ำค่าของนางใกล้จะหมดลงแล้ว แล้วนางจะไปหาวัวแก่ที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตและชอบร้องไห้ได้จากที่ไหนอีก
“ท่านทำอะไร! กล้าวางยาพิษข้า ข้าจะไม่ปล่อยท่านไว้แน่!” ต่งซีอวิ๋นคาดไม่ถึงจริงๆ ว่านักพรตปีศาจตนนี้จะป่าเถื่อนได้ขนาดนี้!
วันนี้นางออกมาจากบ้านโดยไม่ได้พาสาวใช้มาด้วย ตอนนี้จึงได้แต่ต้องปล่อยให้นางลงมือตามอำเภอใจ ไร้แรงต่อต้าน!
หรือว่าวันนี้นางจะต้องจบลงที่นี่?!
ต่งซีอวิ๋นสิ้นหวังยิ่งนัก เปลือกตาของนางเย็นวาบขึ้นมาทันใด แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับยาวนานสำหรับนาง!
เซี่ยเฉียวยิ้มออกมาน้อยๆ หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนางก็นำน้ำยันต์ออกมาแล้วพ่นใส่นาง
“นี่เป็นผลกรรมจากความชั่วร้ายของเจ้า ข้าจะมอบงานฉลองที่ยอดเยี่ยมให้เจ้าเอง น้องสาวของเจ้าน่าสงสารมาก จะให้ข้าเห็นนางอยู่คนเดียวได้อย่างไร แปดเปื้อนดวงตาข้า ทำให้ข้าตกใจ เจ้าจะต้องเห็นมันด้วยสิ” เซี่ยเฉียวพูดจบก็ยิ้มอย่างอบอุ่นอ่อนโยนออกมา “ผู้ดูแลฉัง ส่งแม่นางท่านนี้ขึ้นรถม้าเถิด”
ผู้ดูแลร้านฉังงุนงง
เกิดอะไรขึ้นหรือ
เขาคิดว่าท่านเจ้าของร้านจะตบหน้านางเสียอีก แต่เขาคาดไม่ถึงว่านางแค่แตะเปลือกตาของอีกฝ่าย แล้วพ่นน้ำออกมาแค่นั้น?
เจ้าของร้านช่างเป็นผู้วิเศษจริงๆ แม้แต่ท่าทางโกรธก็ไร้พิษภัยเช่นนี้
ผู้ดูแลฉังรีบพยักหน้า ผลักต่งซีอวิ๋นยัดเข้าไปในรถม้าที่อยู่ด้านนอกทันที
เซี่ยเฉียวยืนอยู่ตรงประตู นางโบกมือให้รถม้า “ขอให้โชคดีนะ”
“เสียสติ!” ต่งซีอวิ๋นรีบเช็ดเปลือกตาของตนเอง “คนขับ ไปโรงหมอ! เร็วหน่อย!”
วันนี้นางซวยจริงๆ!
บัดนี้ต่งซีอวิ๋นไม่อาจรักษาท่าทีเรียบร้อยอ่อนโยนของกุลสตรีตระกูลใหญ่ไว้ได้อีกแล้ว นางร้อนรนยิ่งนักดูไม่น่าเข้าใกล้ ส่วนเซี่ยเฉียวก็ยังคงสงบนิ่ง และดูไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น
วิญญาณของคุณหนูรองตระกูลต่งจะต้องได้รับการสวดส่ง แต่จะต้องให้นางเต็มใจด้วย
ดูจากไอแค้นของคุณหนูรองตระกูลต่งนั่นแล้ว นางจะต้องไม่ยินยอมพร้อมใจไปกับนางด้วยแน่ เต็มไปด้วยความแค้นคับแน่นในอกเช่นนี้ หากนางลงไปปรโลกก็อาจจะต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย และอาจจะไม่สามารถต่อแถวไปเกิดใหม่ได้ เช่นนั้นจะไม่น่าเสียดายหรือ
จึงต้องให้นางระบายโทสะเสียก่อน
“ท่านเจ้าของ ที่ท่านแตะลงไปเมื่อครู่นี้เพื่ออะไรหรือ” ผู้ดูแลฉังสงสัยใคร่รู้
“น้ำตาวัวน่ะ ให้นางได้เห็นอะไรใหม่ๆ บ้าง” เซี่ยเฉียวตอบ
“น้ำตาวัว? ข้าน้อยเคยได้ยินมาก่อน ว่ากันว่าทำให้เห็นวิญญาณได้ใช่หรือไม่ หากมันมหัศจรรย์อย่างนั้น ข้าน้อยก็อยากจะลองบ้างเหมือนกัน” ผู้ดูแลร้านอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้
เซี่ยเฉียวหยุดฝีเท้าลงชั่วขณะ “ฝันไปเถอะ ของมีน้อยมาก”
“…” ผู้ดูแลร้านฉังรู้สึกหมดหนทาง “ท่านเจ้าของ ของแบบนี้มีประโยชน์จริงหรือ”
“เจ้าไม่เชื่อหรือ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “เจ้าอยู่ที่หอส่องชะตานี้มานานแล้ว ไม่รู้สึกบ้างหรือว่า…มีอะไรแตกต่างออกไป”
เขาคงจะไม่คิดว่านางขึ้นไปที่ชั้นบนทุกๆ วันก็เพื่อจะอู้งานมาจนถึงทุกวันนี้หรอกนะ?
“ก็ปกติทั่วไป…” ผู้ดูแลร้านฉังไม่ค่อยเข้าใจว่าเจ้านายหมายถึงอะไร
ท่านเจ้าของร้านเข้าใจเรื่องฮวงจุ้ย วาดยันต์ก็เก่ง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าดีที่ตรงไหนกันแน่ แค่เป็นที่นิยมมากกว่าที่ขายในวัดเต๋าวัดพุทธพวกนั้นเท่านั้น นอกจากนั้น…ก็ไม่มีอะไรแล้วนี่
ท่านเจ้าของร้านถามแบบนี้หมายความว่าอย่างไร
ตอนที่ 786 มีลูกค้ามา
เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ นางนึกไม่ถึงว่าผู้ดูแลอายุตั้งเท่านี้แล้วจะยังไร้เดียงสาได้ขนาดนี้
“ไม่รู้ก็ดีเหมือนกัน” เซี่ยเฉียวยิ้มให้เขา แต่เมื่อผู้ดูแลร้านฉังได้ยินอย่างนั้น เขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น
“ท่านอาจารย์ มีอะไรท่านก็พูดมาเถอะ เก็บซ่อนปิดบังเช่นนี้ข้าก็รู้สึกอึดอัด” ผู้ดูแลร้านฉังยิ้ม
เซี่ยเฉียวชี้ไปที่กระดิ่งตรงประตู “มันดังขึ้นทุกวัน เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
“ลมแรง?” ผู้ดูแลร้านฉังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ดูเหมือนว่าบางครั้งข้างนอกก็ไม่มีลมแล้วมันก็ดังขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ หรือว่าที่นี่มีกลไกอะไร”
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นผู้ดูแลร้านฉังเป็นเช่นนั้น นางก็ยิ้มและเอ่ยอย่างลึกลับ “นั่นเป็นเพราะมันคือกระดิ่งเรียกวิญญาณน่ะ มันจะดังขึ้นเมื่อวิญญาณเข้าใกล้ ตอนที่เจ้าได้ยินเสียงจะต้องมีวิญญาณขึ้นไปเป็นแขกที่ชั้นบน และข้าจะต้องฟังคำร้องขอจากพวกวิญญาณที่ข้างบนนั้นน่ะ”
ที่นางไม่ได้พูดเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ก็เพราะนางยังไม่คุ้นเคยกับผู้ดูแล
ตอนนี้ผู้ดูแลร้านทำธุระแทนนางได้ไม่เลว นางก็ควรที่จะให้เขาได้รู้ว่าเจ้าของร้านคนนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้ายแล้ว
ผู้ดูแลร้านฉังได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม “ท่านเจ้าของ ท่านล้อเล่นใช่หรือไม่”
ทำไมเขาไม่เคยเห็นเลยล่ะ อีกอย่างหากมีวิญญาณเยอะขนาดนั้น เขาจะอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร
“ความจริงเป็นเช่นนี้ หากเจ้าไม่เชื่อก็ช่างมันเถิด เพียงแต่ต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องคิดอะไรเหลวไหล แม้จะมีวิญญาณอยู่บ้าง แต่ของที่ข้ามีนี้ก็ร้ายกาจมาก มีทั้งอาวุธวิเศษและยันต์อยู่ทุกหนทุกแห่ง พวกเขาไม่กล้าสร้างปัญหาที่นี่หรอก” หลังจากนั้นเซี่ยเฉียว ก็ขึ้นไปชั้นบน
มีคำขอของวิญญาณอีกมากมายที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนไว้
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะเดินขึ้นชั้นบนไป ตรงประตูก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นทันที
ผู้ดูแลร้านฉังใจเต้นตึกตัก เขาเดินไปที่ประตูและยื่นมือออกไปเพื่อที่จะสัมผัสได้ว่าบริเวณโดยรอบไม่มีลมเลย!
ทำไมมันดังขึ้นมาได้ หรือจะเป็นอย่างที่ท่านเจ้าของบอก…มีวิญญาณมา?
ทันใดนั้นผู้ดูแลร้านฉังก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
โชคยังดีที่เขายังไม่ทันจะได้รู้สึกกลัวก็มีลูกค้าเข้ามาในร้านพอดี
เซี่ยผิงไหวถือตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงเข้ามาในร้าน
ตั๋วเงินนี้เขาได้มาจากการเอาหยกแขวนและเสื้อคลุมขนสัตว์ของตัวเองไปจำนำและขอยืมน้องสาวมานิดหน่อยกว่าจะรวบรวมเงินได้มากมากขนาดนี้
“คุณชายรองเซี่ย? ท่านมาที่ร้านเล็กๆ ของเราได้อย่างไร” ผู้ดูแลฉังรู้สึกประหลาดใจมาก
เซี่ยผิงไหวไม่พูดอะไรมาก เขาเพียงแต่ถาม “พวกเจ้ามีอะไรมาเผาให้คนตายได้บ้าง…”
“มีสิขอรับ มีมากมายทีเดียว ท่านดูนี่สิ ในร้านของเราไม่มีของที่ทำจากกระดาษ เกือบจะเป็นงานไม้ทั้งหมด คุณภาพดี รับประกันว่าผู้ที่จากไปก่อนจะได้อยู่อย่างสบาย นี่เป็นอาคารเล็กๆ สามชั้นที่ไม่เลวเลยใช่ไหมขอรับ ก่อนหน้านี้มีผู้สูงศักดิ์มาซื้ออาคารนี้ไป พอกลับไปถึงบ้านก็ให้คนสร้างเลียนแบบให้คนเป็นอยู่เลยนะขอรับ ตรงนี้ก็ยังมีพวกสัตว์ต่างๆ ท่านอยากจะได้แบบไหนขอรับ หากมีข้อเรียกร้องพิเศษ ท่านก็ยังสามารถขอให้ท่านเจ้าของร้านแกะสลักให้ด้วยตัวเองได้ด้วยนะขอรับ” เมื่อผู้ดูแลฉังได้ยินว่าเป็นเรื่องค้าขาย เขาก็รีบตอบอย่างสุภาพทันที
เซี่ยผิงไหวครุ่นคิดเล็กน้อย “บ้าน…ราคาเท่าไร”
“บ้านสามชั้นนี่ราคาสองร้อยตำลึง สามารถลดให้ท่านได้สามส่วน” ผู้ดูแลฉังแย้มยิ้ม
เซี่ยผิงไหวหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที
เขาซื้อไม่ไหว…
“เช่นนั้นเอาบ้านหลังเล็กๆ ชั้นเดียวหนึ่งหลังราคาประมาณกี่สิบตำลึงก็พอแล้ว แล้วก็…เอาสุนัขมาด้วยตัวหนึ่ง ตัวเล็กหน่อยราคาถูกหน่อย หากมีบ่าวรับใช้ ก็เอามาด้วยสองคน เจ้าลองดูให้พอกับเงินหนึ่งร้อยตำลึง…” น้ำเสียงของเซี่ยผิงไหวแหบแห้ง
ผู้ดูแลร้านฉังได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบรับทันที
งานไม้แกะสลักของท่านเจ้าของร้านขายยาก คนที่มาซื้อส่วนมากก็เป็นพวกขุนนางผู้สูงศักดิ์
นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ซื้อไปเก็บไว้ที่บ้านโดยไม่กลัวว่าจะโชคร้าย เช่น อาจารย์เซียวเป็นต้น
นี่ก็นับเป็นการค้าที่ดีเลยทีเดียว
“สีหน้าของคุณชายรองไม่ค่อยดีเท่าไรนะขอรับ หรือว่าที่บ้านเกิดเรื่องอะไร จะเอาของพวกนี้ไปเผาให้ใครกันหรือขอรับ ท่านทิ้งที่อยู่เอาไว้ให้ท่านเจ้าของร้านเผาแทนท่านก็ได้นะขอรับ รับรองส่งถึงมือคนตายแน่นอน” ผู้ดูแลฉังเอ่ยด้วยรอยยิ้ม