Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 101 ก่อนเรื่องราวจะเริ่มต้น

  1. Home
  2. สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
  3. บทที่ 101 ก่อนเรื่องราวจะเริ่มต้น
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 101 ก่อนเรื่องราวจะเริ่มต้น

“น่าเบื่อจังเลยนะ”

ชายหนุ่มรูปงามผมสีดำยาวมองออกไปนอกยานรบ พลางเอ่ยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกดวงตาสีเขียวมรกตของเขางดงามจนน่าใจหาย แต่ภายในนั้นกลับว่างเปล่า

หนี้แค้นได้รับการชำระแล้ว ดูเหมือนเขาจะไม่เหลืออะไรให้ต้องอาลัยอาวรณ์อีกต่อไปชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายเขาไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาสีเขียวเข้มนั้นกลับดูไร้ชีวิตชีวาโลกใบนี้ นอกจากความแค้นแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดที่เป็นของพวกเขาเลย พวกเขาคือกลุ่มคนที่โลกไม่รัก

“ฉันรู้ว่านายก็คิดเหมือนกัน” ชายผมยาวกล่าวกลั้วยิ้ม

แม้คำพูดจะฟังดูเหมือนยิ้มหัว แต่ในแววตาของเขาไม่มีระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใด ๆเขาเหมือนกับตุ๊กตาที่มีเปลือกนอกหรูหรา แต่ดวงวิญญาณภายในนั้นสูญสลายไปนานแล้ว

ชายหนุ่มผมสั้นดวงตาสีเขียวเข้มขยับมุมปาก แต่กลับเค้นคำพูดออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียวทว่าชายผมยาวกลับเข้าใจความหมายของเขาได้ในทันที

“อืม… ฉันต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ใครใช้ให้มันเป็นความปรารถนาสุดท้ายของอาเล็กกันล่ะ”

“เพราะงั้นนายอย่าทิ้งฉันไปเลยนะ” ชายผมยาวหลุบตาลง

“ข้างกายฉันเหลือเพื่อนแค่นายคนเดียวแล้ว”

เมิ่งซางลู่มองไปยัง “อีกครึ่งหนึ่ง” ของเขา

ดูเหมือนเขาจะไม่ได้พูดมานานมากแล้ว น้ำเสียงจึงฟังดูแหบพร่าผิดปกติ: “นายว่า… ความตายคือจุดจบ หรือคือการเริ่มต้นใหม่กันแน่?”

เว่ยเชิงไป๋ชะงักไป

ความตาย?

นายคิดจะทำอะไรกันแน่?

ต่อท่าทีระแวดระวังของเขา เมิ่งซางลู่กลับไม่รู้สึกตัว เขาชูมือขึ้น ค่อย ๆ ใช้นิ้ววาดตามรูปร่างของจักรวาลตรงหน้า

“โลกใบนี้กำลังจะเดินไปถึงจุดสิ้นสุดแล้ว”

เขาพยากรณ์ด้วยเสียงแผ่วเบา

“นายหมายความว่ายังไง?”

ดวงตาสีเขียวมรกตของเว่ยเชิงไป๋เริ่มมีแววประหลาดใจ เมิ่งซางลู่ไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามเรื่องที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย

“ถ้าจบเกมก่อนที่เกมจะสิ้นสุดลง… จะเป็นยังไงนะ?”

เขามองไปยังชายผมยาวตรงหน้า ด้วยสายตาที่อ่อนโยนอย่างที่หาได้ยาก

เว่ยเชิงไป๋คิดครู่หนึ่งแล้วเอียงคอ: “โหลดเซฟใหม่เหรอ?”

“ใช่… โหลดเซฟใหม่”

น้ำเสียงของเมิ่งซางลู่ยังคงราบเรียบ แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง

“ถ้าสามารถโหลดเซฟกลับไปในอดีตได้ล่ะ?”

ความเงียบเข้าปกคลุม

“ฮ่า ๆ ๆ!”

จู่ ๆ เว่ยเชิงไป๋ก็หัวเราะออกมา ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อย หยาดน้ำตาคลออยู่ที่ขนตาที่ยาวงอน มันเป็นความงามที่ดูแตกสลายอย่างประหลาด

“มันเป็นแบบนั้นเองเหรอ?”

“ฉันชอบความคิดนี้!”

ดวงตาสีเขียวมรกตของเขากลับมาเป็นประกายอีกครั้ง หากสามารถเริ่มใหม่ได้ จะสามารถทวงคืนความโศกเศร้าและความตายเหล่านั้นกลับมาได้ไหม?

“ให้ฉันไปกับนายด้วย!”

ในดวงตาของเว่ยเชิงไป๋ก็เริ่มมีความบ้าคลั่งผุดขึ้นเช่นกันมันคือการเดิมพันครั้งสุดท้ายของคนสิ้นหวังที่กำลังจะตาย

“นายกับฉันไม่เหมือนกัน” เมิ่งซางลู่ส่ายหน้า

พ่อของเขาไม่ทิ้งคำพูดใด ๆ ไว้เลย อาเล็กของเขาก็ต้องตายอย่างอนาถในปากของสัตว์อสูร เขาคือคนตัวคนเดียวอย่างแท้จริง การมีชีวิตอยู่หรือความตายสำหรับเขาไม่มีความหมายอะไรเลย

แต่เว่ยเชิงไป๋ต่างออกไป เหล่าคนที่เคยติดตามอาเล็กของเขายังคงอยู่เคียงข้างเขา

เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

“การที่ฉันมีชีวิตอยู่… มันคือเรื่องที่ใจร้ายที่สุด” เว่ยเชิงไป๋ปัดผมไปไว้หลังหู เผยให้เห็นต่างหูสีดำที่ติ่งหู ท่าทางของเขาดูสง่างามและเป็นอิสระอย่างบอกไม่ถูก

“พวกเขาเห็นฉัน ก็จะนึกถึงอาเล็ก ตราบใดที่ฉันยังอยู่ พวกเขาจะถูกขังอยู่ในกรงขังแห่งความทรงจำตลอดไป”

เว่ยเชิงไป๋หลับตาลง “คุณอาฉู่ชื่อ คุณอามอร์ริสัน แล้วก็คุณอาเรนาต้า… พวกเขาไม่ได้ตายแบบนั้นหรอกเหรอ?”

เพื่อล้างแค้น เพื่อปกป้องคนไร้ค่าอย่างเขา พวกเขาจึงจากไปกันหมด

“นายว่าฉันจะอยู่ไปทำไมล่ะ? เพื่อให้พวกเขาติดอยู่ในฝันร้ายต่อไปงั้นเหรอ?”

เมิ่งซางลู่ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่มองดูจักรวาลที่ไร้ก้นบึ้งตรงหน้าเงียบ ๆ

“นึกถึงอาเล็กของนายสิ” ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงพูดขึ้น

“เขาเคยมีโอกาสรอด แต่เขายอมตายอย่างสงบก็เพื่อนาย เขาอยากให้นายมีชีวิตอยู่ เขาอยากให้นายมีความสุข”

เว่ยเชิงไป๋ไม่ยอมลืมตา

เขาดูเหมือนจะจมดิ่งอยู่ในความฝันเก่า ๆ ที่ไม่เคยจบสิ้น

ที่นั่น… เขาไม่เคยสูญเสียอะไรเลย

เมิ่งซางลู่หันหลังกลับ: “การลืมทุกอย่าง ถึงจะทำให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างดี”

การลืม คือคำอวยพรสุดท้ายที่เขามอบให้เพื่อนคนนี้ หลังจากเขาเดินจากไป ห้องที่ว่างเปล่าก็ยิ่งเงียบสงัดขึ้น

“คนโกหก!” เว่ยเชิงไป๋ลืมตาขึ้น มองตามทิศทางที่เขาจากไป “เหมือนอาเล็กเลย เป็นคนโกหกเหมือนกันหมด”

“ครั้งนี้… อย่าหวังว่าใครจะทิ้งฉันไว้คนเดียวได้อีก!”

พลังพิเศษของเมิ่งซางลู่ชื่อว่า [ความคิดอัจฉริยะก้าวล้ำ]

ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอะไร อัตราความถูกต้องจะสูงกว่า 90% เสมอ หากเริ่มใหม่อีกครั้งจะเป็นอย่างไรนะ?

เมิ่งซางลู่มักจะคิดแบบนี้บ่อย ๆ มันจะไม่เป็นอย่างไรหรอก ก่อนที่เขาจะได้คิดลึกซึ้งไปกว่านั้น พลังพิเศษของเขาก็ให้คำตอบออกมาแล้ว

จากการวิจัยของเขา ยี่สิบปีคือขีดจำกัดสูงสุดของการย้อนเวลา แต่ในตอนนั้น พ่อของเขาและอาเล็กของเขาได้ตายไปนานแล้ว

แล้วเขายังจำเป็นต้องทำเรื่องนี้อยู่อีกไหม?

[ความคิดอัจฉริยะก้าวล้ำ] บอกเขาว่า “ไม่มีความจำเป็น” แต่เขากลับบอกตัวเองว่า “มี”

อย่างน้อยเขาก็สามารถมอบโอกาสให้เจ้าหมอนั่น… เว่ยเชิงไป๋ได้หลายปีมานี้ เขาคือคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด เขาแอบถือวิสาสะนับอีกฝ่ายเป็นน้องชายไปแล้ว

“ถือซะว่าเป็นของขวัญจากพี่ชายแล้วกันนะ” เมิ่งซางลู่ยิ้มบาง ๆ ดวงตาสีเขียวมรกตดูใสสะอาดเป็นพิเศษ

เขาหยิบสร้อยคอที่ย่าทิ้งไว้ให้ขึ้นมา แววตากลายเป็นลึกล้ำ

“ทุกอย่างเริ่มต้นที่เธอ และทุกอย่างก็ควรจบลงที่เธอ”

จุดยึดเหนี่ยวของโลกใบนี้

เมิ่งซางลู่ใช้สร้อยคอที่ดูธรรมดาแต่ซ่อนความลับไว้มากมายนี้ จบชีวิตของตัวเองลงเลือดค่อย ๆ ไหลรินออกมาช้า ๆ สติของเขาเริ่มพร่าเลือน

การจบชีวิตที่จุดยึดเหนี่ยวจะสามารถย้อนเวลาได้…

ฉัน… คาดเดาผิดไปอย่างนั้นเหรอ?

ทันใดนั้น แสงสีม่วงน้ำเงินก็สว่างวาบขึ้นตรงหน้า

“พี่เมิ่ง!”

เสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของเว่ยเชิงไป๋ดังขึ้นกะทันหัน หยดเลือดทิ่มแทงตาของเขา เขาพยายามจะยื่นมือไปประคองอีกฝ่าย แต่แล้วก็ได้เห็นแสงที่สว่างจ้าขึ้นมา

นี่คืออะไร?

เว่ยเชิงไป๋ชะงักไป แต่การเคลื่อนไหวของมือกลับไม่ช้าลงเลย เขาคว้าแขนของเมิ่งซางลู่ไว้แน่น

คนทั้งสองถูกแสงสีม่วงน้ำเงินกลืนกินไป ห้องกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง ไม่เหลือแม้แต่หยดเลือดเพียงหยดเดียว

หลังจากพวกเขาสหายไป โลกใบนี้ก็ค่อย ๆ กลายเป็นภาพลวงตา เหมือนภาพตัดแปะที่แตกสลาย และหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

“เฮ้อ…”

ดูเหมือนจะมีใครบางคนลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ

[ใครน่ะ?]

เสียงเด็กสาวดังขึ้นด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งเมิ่งซางลู่ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงนั้นใครกำลังพูดอยู่? เขาพยายามทำให้ตัวเองสร่างจากอาการเวียนหัว

ซี้ด

เจ็บชะมัด

เขามองตามความเจ็บปวดไป จึงพบว่าแขนของเขาถูกเว่ยเชิงไป๋คว้าไว้แน่นนายตามมาได้ยังไงเนี่ย?

เขาไม่ได้ออกเสียง แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับเข้าใจความหมาย

อย่าหวังว่าจะทิ้งฉันไว้คนเดียวเลย!

ดวงตาสีเขียวมรกตของเว่ยเชิงไป๋เจือแววขำขัน

เขาฉลาดหลักแหลมเพียงใด เรื่องใหญ่อย่างการรีเซ็ตโลกแบบนี้ เขาจะพลาดได้ยังไง!

[อ๊าาาา! โฮสต์! ประตูมิติเวลากำลังจะปิดแล้ว!] เสียงเด็กสาวคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง ดูตื่นตระหนกสุดขีด

[ถ้าพลาดคราวนี้ เราได้ซวยหนักแน่!]

ประตูมิติเวลา!

เมิ่งซางลู่และเว่ยเชิงไป๋สบตากัน ทั้งคู่เห็นความคลั่งไคล้ในแววตาของกันและกัน

“พวกคุณเป็นใคร?” คนที่พูดคือผู้หญิงในชุดดำ ดวงตาของเธอราวกับดวงดารา มีออร่ากดดันมหาศาล เหมือนดาบที่เพิ่งออกจากฝัก

เก่ง! เก่งมากจริง ๆ!

ทั้งเมิ่งซางลู่และเว่ยเชิงไป๋ต่างสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากเธอ เว่ยเชิงไป๋ยกมุมปากขึ้น ง้าวที่ทำจากลมและหิมะปรากฏขึ้นในมือ เมิ่งซางลู่ชูมือขึ้น ธนูยาวสีดำสนิทก่อตัวขึ้นในมือเช่นกัน อาวุธเทพทั้งสองนี้สร้างขึ้นจากพลังพิเศษของเว่ยเชิงโม่ มีพลังเหนือมิติเวลา

เว่ยเชิงไป๋กล่าวกลั้วยิ้ม: “ท่านผู้กล้าโปรดช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยเถอะ พวกเราเองก็ต้องการเข้าประตูมิติเวลานี้เหมือนกัน!”

ง้าวลมหิมะในมือของเขาแผ่ซ่านไอสังหารออกมา

เมิ่งซางลู่ไม่พูดไม่จา ลูกธนูสีดำก่อตัวขึ้นในมือ พลังแห่งการกลืนกินอันน่าสะพรึงกลัวแทบจะฉีกกระชากมิติเวลารอบ ๆ ผู้หญิงชุดดำมองดูอาวุธแล้วมองมาที่พวกเขา

“อาวุธดี… แต่พวกคุณยังไม่ไหว”

น้ำเสียงของเธอไพเราะ แต่คำพูดกลับทรงอำนาจและเด็ดขาดต่อคำพูดนั้น ทั้งคู่ไม่ได้โต้แย้ง

อาวุธเทพสองชิ้นนี้รวบรวมพลังพิเศษทั้งหมดของยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งสหพันธรัฐไว้ ต่อให้เป็นพวกเขา ก็ยังควบคุมมันไม่ได้ทั้งหมด

[อยากเข้าประตูมิติเวลาเหรอ?] เสียงเด็กสาวโวยวายขึ้น [หรือจะเป็นพวกกบฏ?]

[โฮสต์ รีบจัดการพวกเขาสิ!]

คราวนี้ เมิ่งซางลู่และเวยเชิงไป๋พบที่มาของเสียงแล้ว นี่คือ… ปัญญาประดิษฐ์เหรอ? แต่ทำไมถึงมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนสิ่งมีชีวิต?

ผู้หญิงชุดดำเอียงคอเล็กน้อย: “แต่พวกเขาไม่มีเจตนาร้ายนะ”

เสียงเด็กสาวชะงักไป: [เหมือนจะจริงแฮะ]

ผู้หญิงคนนั้นและสิ่งมีชีวิตลึกลับดูเหมือนจะไม่มีเจตนาจะลงมือ

เมื่อมองไปยังประตูมิติเวลาที่กำลังจะหายไปข้างหลังพวกเธอ เมิ่งซางลู่แววตาเข้มขึ้น เขาเปิดฉากโจมตีก่อนทันที

ผู้หญิงชุดดำไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย เธอยื่นมือออกมาแล้วคว้าลูกธนูนั้นไว้ได้อย่าง ง่ายดาย

“คุณควบคุมอาวุธของคุณไม่ได้” น้ำเสียงของเธอเย็นชาและแฝงความเสียดายเล็กน้อย

ลูกธนูสีดำหายวับไปตามนิ้วมือเรียวยาวของเธอ

เมิ่งซางลู่ชะงักไป

เขาสัมผัสไม่ได้ถึงไอสังหารจากผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เว่ยเชิงไป๋กวัดแกว่งง้าวลมหิมะแทงเข้าไป แต่เมิ่งหนานซวี่ชักมีดสั้นนิลดำออกมากันไว้ได้ง่าย ๆ เช่นกัน

“อันนี้ก็พอกัน” เธอส่ายหน้า “อาวุธเขาไม่ใช้กันแบบนี้หรอก”

เธอไม่มีเจตนาจะทำร้ายพวกเขา มีดสั้นหมุนอยู่ในมือเธอรอบหนึ่งแล้วหายเข้าไปในแขนเสื้อทันที

เจ้าพวกนี้… หรือจะหลงทางมานะ?

หรือเธอควรจะลองเกลี้ยกล่อมหน่อยดีไหม?

“ฉันจะบอกว่า…”

พอเธอเริ่มอ้าปาก พายุสีดำก็พัดมาอย่างกะทันหัน ม้วนเอาคนทั้งสองเข้าไปในวังวนแห่งมิติเวลาทันที

[อ๊าาาา! พลาดแล้ว พลาดแล้ว!]

เสียงเด็กสาวดูสติแตกมาก: [ทำได้แค่เปิดโหมดจับคู่เงื่อนไขแล้ว!]

ผู้หญิงคนนั้นสงบนิ่งมาก: “อ้อ”

เรื่องแค่นี้เอง จะตกใจไปทำไม

[โฮสต์ไม่รีบบ้างเลยเหรอครับ!]

หญิงชุดดำพูดอย่างไม่แยแส: “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ? รีบไปก็ไม่มีประโยชน์”

“จริงด้วย เมื่อกี้สองคนนั้นมันยังไงกันนะ? ทำไมฉันถึงมองหน้าพวกเขาไม่ชัดเลย?”

[เพราะประตูมิติเวลาน่ะสิ…]

เสียงเด็กสาวกำลังจะอธิบาย แต่แล้วก็ต้องตกใจกับข้อมูลตรงหน้า

[คนคนนี้มีค่าความเข้ากันได้กับโฮสต์สูงมากเลย! เร็ว ๆ ๆ พวกเราพุ่งเข้าไปก่อน! ปัญหาอื่นค่อยว่ากันทีหลัง!]

ผ่านไปไม่นาน หญิงชุดดำก็หายวับไปเช่นกัน

“เฮ้อ…”

“เดิมทีฉันกะจะให้เธอไปเป็นอาจารย์ให้พวกเธอแท้ ๆ”

“ในเมื่อพวกเธอวุ่นวายขนาดนี้ ดูท่าต้องให้เธอไปเป็น ‘ผู้ปกครอง’ แทนแล้วล่ะ”

เสียงเดิมก่อนหน้านี้ดังขึ้นอย่างโหยหวน

“521 ภารกิจทางฝั่งนั้นหยุดไว้ก่อน ให้โฮสต์ของนายกลับมาได้เลย”

“จริงด้วย อย่าลืมให้ 1314 ลบความทรงจำส่วนเกินของเขาออกไปด้วยล่ะ”

เมิ่งซางลู่และเว่ยเชิงไป๋ที่ถูกม้วนเข้าไปในวังวนมิติเวลาค่อย ๆ สูญเสียความทรงจำในอดีตไปทีละน้อย แต่สายรัดข้อมือที่พกติดตัวมากลับยังคงติดอยู่ที่ข้อมืออย่างแน่นหนา

ดาวตกวูบผ่าน พวกเขาหลอมรวมเข้ากับ ‘ตัวเอง’ ในโลกใบนี้ ความทรงจำที่แสนเจ็บปวดและห่างไกลถูกผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ ทุกอย่างจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

นี่คือ… อะไรนะ?

เมิ่งซางลู่ตัวน้อยขยี้ตา มองดูสิ่งที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนข้อมือ

“นี่ดูเหมือนจะเป็น… สายรัดข้อมือ?”

“ทำไมมีผู้ติดต่ออยู่คนเดียวเองล่ะ?”

เว่ยเชิงไป๋จิ้มเข้าไปในช่องแชทของคนคนนั้นด้วยความสงสัย

“พี่เมิ่ง? คนนี้แซ่เมิ่งเหรอ?”

[โฮสต์! หลบเร็ว!]

เสียงเด็กสาวดังแหลมจนแทบแก้วหูแตก

ผู้หญิงชุดดำหลบการโจมตีถึงตายจากอสูรร้าย เธอถอยหลังไปสองสามก้าว มองดูร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของ “ตัวเอง”

“เธอก็ชื่อเมิ่งหนานซวี่เหมือนกันเหรอ?”

เธอชูมือขึ้น มีดสั้นนิลดำอันคมกริบออกจากฝักในพริบตา

“ฉันจะทำตามความปรารถนาเหล่านั้นให้เธอเอง!”

“หัวหน้า เป็นอะไรไปครับ?”

ฉู่ชื่อมองเจ้านายด้วยความกังวล เว่ยเชิงโม่สะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาคลึงหัวคิ้ว รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งฝันไปนานมาก

“ผมไม่เป็นไร”

ตึง

เสียงดังสนั่นดึงดูดความสนใจของเขา

เว่ยเชิงโม่มองออกไปไกล ๆ สายตาหยุดลงที่ผู้หญิงชุดดำคนนั้น

“กลับลำ… เราจะไปช่วยคน!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 101 ก่อนเรื่องราวจะเริ่มต้น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
3c08b0
ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
11/04/2025
98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.