สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 102 ไอศกรีมผลไม้
บทที่ 102 ไอศกรีมผลไม้
“อาเว่ยเชิงโม่ครับ แล้วอาหญิงของผมล่ะ?” เมิ่งซางลู่เอียงคอถาม “ไม่ได้กลับมาพร้อมกับอาเหรอครับ?”
เว่ยเชิงโม่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “กลับมาแล้วครับ”
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเจ้าก้อนแป้งทั้งสอง เว่ยเชิงโม่ค่อย ๆ แบมือออก
นกสีขาวตัวจ้อยซุกตัวอยู่ในฝ่ามือของเขา พลางขยับตัวทักทายเด็ก ๆ อย่างสบายอารมณ์
ไฮ! เด็ก ๆ ของอา!
เรื่อง “เสื่อเย็นธรรมชาติ” คงยังจัดการไม่ได้ในตอนนี้ แต่การหา “ผู้อุปถัมภ์” ไว้ซุกตัวน่ะไม่มีปัญหาแน่นอน
เมิ่งหนานซวี่ถูไถนิ้วของเว่ยเชิงโม่อย่างมีความสุข พลางส่งสัญญาณให้เขาลดอุณหภูมิลงอีกหน่อย
อา… สดชื่น!
เมิ่งหนานซวี่พึงพอใจมาก
ในอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้ การมี “เครื่องลดอุณหภูมิอัตโนมัติ” อยู่ข้างกายมันช่างมีความสุขจริง ๆ!
เว่ยเชิงโม่ประคองนกขาวตัวน้อยไว้ พลางหัวเราะขำ: “กลัวร้อนขนาดนี้เลยเหรอ?”
ถึงกับยอมกลายร่างเป็นวัยเยาว์เพื่อการนี้โดยเฉพาะ มันขนาดนั้นเลยเชียว?
นกขาวตัวน้อยชายตาดูเขาแวบหนึ่ง
ถามมาได้!
อย่าขี้เกียจนะ! รักษาอุณหภูมิให้ดี ๆ ล่ะ!
เว่ยเชิงโม่ถูกท่าทางเย่อหยิ่งน่าเอ็นดูนั้นทำให้หลุดขำ นิ้วเรียวยาวที่ทรงพลังลูบไล้ผ่านขนของเธอเบา ๆ
นกขาวตัวน้อยรู้สึกเคลิ้มจนส่งเสียง “จิ๊บ ๆ” สองทีเป็นการชื่นชม
ฝีมือดีนี่นา เย็นนี้จะทำปลาเส้นให้กินแล้วกัน!
ระบบ 521: ……
[ตกลงพวกคุณสองคน ใครเป็นเจ้าของใครกันแน่ครับ?]
คนสองคนที่กำลัง “ผลัดกันเลี้ยง” ไม่สนใจคำถามนั้น คนหนึ่งลุ่มหลงในอุณหภูมิที่สบาย อีกคนก็ลุ่มหลงในการ “ลูบนก”
“อาหญิงตัวน้อย?”
เว่ยเชิงไป๋ลองเรียกดูเบา ๆ
เขามองนกขาวตรงหน้าด้วยตาเป็นประกาย จู่ ๆ ก็รู้สึกคันอุ้งเท้าขึ้นมาตะหงิด ๆ
อยากจะพุ่งเข้าไปตะปบจัง…
ไม่ ๆ ๆ ไม่ได้เด็ดขาด! นั่นอาหญิงนะ!
เว่ยเชิงไป๋สะบัดหัวไล่ความคิด สัญชาตญาณสัตว์กับสติสัมปชัญญะกำลังตีกันในหัว
“อาเองจ้ะ” เสียงของก้อนขนสีขาวช่างใสกระจ่างและไพเราะ ยิ่งอยู่ในร่างนกยิ่งดูมีความลึกลับน่าค้นหามากกว่าร่างมนุษย์
เมิ่งซางลู่แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่นกขาวตัวน้อยอย่างมั่นคง
“เย็นสบายจริง ๆ นะ พวกหลานอยากขึ้นมาด้วยกันไหม?” เมิ่งหนานซวี่สะบัดขนอย่างเป็นสุข พลางแนะนำวายร้ายน้อยทั้งสอง
ส่วนเว่ยเชิงโม่จะคิดยังไงนั้น… ไม่สำคัญเลยสักนิด
เพราะใครจะไปสนความคิดของ “เครื่องลดอุณหภูมิอัตโนมัติ” กันล่ะ?
เว่ยเชิงโม่: ……
เว่ยเชิงโม่ทั้งฉุนทั้งขำ เขาจิ้มไปที่ก้อนขนขาวในมือ: “จะไม่ถามความเห็นผมหน่อยเหรอ?”
เมิ่งหนานซวี่กางปีกกอดนิ้วของเขาไว้แล้วถูไถเบา ๆ: “ขอร้องล่ะน้า~”
เธอลากเสียงยาวเหมือนกำลังอ้อนสุดฤทธิ์
เว่ยเชิงโม่: !!!
เว่ยเชิงโม่จะไปต้านทานได้อย่างไร ดวงตาสีฟ้าใสราวกับหิมะที่ละลาย อ่อนโยนจนเหลือเชื่อ เป็นนกที่เจ้าเล่ห์จริง ๆ เลยนะ
เว่ยเชิงไป๋กับเมิ่งซางลู่สบตากัน ก่อนจะกลายร่างเป็นเสือดาวหิมะน้อยและหมาป่าหิมะน้อยพุ่งเข้าไปหา
อา! เย็นสบายจริง ๆ ด้วย!
เมิ่งหนานซวี่บินไปเกาะบนหัวของเวยเชิงโม่โดยอัตโนมัติ ยอมสละอ้อมกอดอันแสนสบายของแฟนหนุ่มให้เด็ก ๆ ทั้งสอง
หืม… ผมของแมวยักษ์นี่นุ่มใช้ได้เลยนะ
เหมาะจะเป็นเสื่อเย็นของเธอที่สุด
#แฟนสาวอยากใช้ผมเป็นเสื่อเย็นอย่างเดียวเลยทำไงดี#
เขาอุ้มวายร้ายน้อยทั้งสองขึ้นมาอย่างกลัดกลุ้ม
คนอื่นเขามี “เมียลูกและเตียงอุ่น ๆ” เขาก็มีเมีย มีลูกแล้วนะ… เสียอย่างเดียวคือเขาดันเป็นไอ้ “เตียงอุ่น” นั่นเอง
“เมี๊ยววว!”
เว่ยเชิงไป๋เอาอุ้งเท้าสะกิดอาของตัวเอง
อาครับ ลดอุณหภูมิลงอีกหน่อยได้ไหม ผมยังร้อนอยู่นิด ๆ อะ!
เว่ยเชิงโม่: ……
เตียงอุ่นเหรอ? เขาไม่คู่ควรหรอก ยอมเป็นเสื่อเย็นต่อไปเถอะเรา
บ่ายวันฤดูร้อนมักจะชวนให้เซื่องซึม หมาป่าหิมะน้อยและเสือดาวหิมะน้อยซุกตัวอยู่ใต้พุงของเสือขาวตัวใหญ่ พลางส่งเสียงครางครืดคราดอย่างเป็นสุข นกขาวตัวน้อยอาศัยความตัวเล็ก ซุกตัวเองอยู่ในขนยาว ๆ ของเสือขาว
“ขอบใจนะ 521!” น้ำเสียงของเมิ่งหนานซวี่ช่างจริงใจยิ่งนัก
ระบบ 521 แค่นเสียงเหอะ ๆ
ผมไม่อยากรู้เลยสักนิดว่าทำไมคุณถึงขอบใจผม
เสือขาวตัวใหญ่นอนหมอบอยู่บนพรมในห้องรับแขก ร่างกายขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอ ดูท่าจะหลับสนิทไปแล้ว
เมิ่งหนานซวี่ขี้เกียจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ มุดออกมาจากขนหนานุ่มของเสือขาว
“ทำไมอากาศจู่ ๆ ถึงร้อนขนาดนี้เนี่ย” เมิ่งหนานซวี่ไม่เข้าใจ “ไม่มีเครื่องปรับอุณหภูมิเหรอ?”
เธอร่อนลงพื้นแล้วกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ พลางเดินทอดน่องไปทางห้องครัว
[เครื่องปรับอุณหภูมิก็แค่ปรับตามสภาพแวดล้อมน่ะครับ อุณหภูมิข้างนอกมันสูงเกินไป เครื่องปรับก็เอาไม่อยู่] ระบบ 521 อธิบาย
[ถ้าคุณเลือกภารกิจอาชีพเป็นมาสเตอร์เครื่องกล บางทีอาจจะแก้ปัญหานี้ได้นะ]
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มตาหยี: “แต่ฉันมีแมวยักษ์นี่นา!”
มีแฟนหนุ่มที่สมบูรณ์แบบ ทั้งเย็นสบายและขนฟูขนาดนี้ ใครจะอยากไปเป็นมาสเตอร์เครื่องกลกันเล่า!
521: ……
น่าเจ็บใจนัก โดนอวดแฟนใส่อีกแล้ว!
เมิ่งหนานซวี่มองดูผลไม้บนโต๊ะพลางลูบคาง: “ในเมื่อร้อนขนาดนี้ เรามาทำไอศกรีมกันดีกว่าไหม?”
จะมีอะไรเหมาะกับหน้าร้อนไปกว่าไอศกรีมอีกล่ะ?
ลูกบอลลอยฟ้าสีขาวบินผ่านปลายนิ้วของเมิ่งหนานซวี่ไป
“เปิดสตรีม!”
[ติ๊งต่อง! ท่านผู้เจริญทุกท่าน “คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง” ที่ท่านติดตามออนไลน์แล้ว! ไลฟ์กำลังจะเริ่มขึ้น โปรดเตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะเจ้าคะ!]
[แอดมินเสี่ยวเจี้ยพร้อมให้บริการเสมอ~]
การแจ้งเตือนสตรีมที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ในทันที!
[กรี๊ดดด วันนี้ดวงดีจังได้ดูสตรีมใหม่ของพี่สาวด้วย! มีความสุขที่สุด!]
[คุณแม่เลี้ยงลูกจ๋า ฉันมาแล้ว!]
[ขออวยหม้อไฟของพี่สาวหน่อย! อร่อยแบบสุดยอดจริง ๆ!]
[อิจฉาคนข้างบนจัง นายแย่งคิวได้ด้วยเหรอ!]
คอมเมนต์ยึดครองห้องไลฟ์ในชั่วพริบตา
“ไฮ สวัสดีค่ะทุกคน ฉันคุณแม่เลี้ยงลูกผู้ขยันขันแข็งค่ะ!”
เมิ่งหนานซวี่โบกมือทักทายทุกคน: “วันนี้ได้ไปกินหม้อไฟกันไหมคะ?”
[อยากไปนะ แต่ฉันไม่มีบุญพอ QAQ]
[มิติซูมิ… สถานที่ที่ฉันไม่มีปัญญาแทรกตัวเข้าไปได้เลย]
[ฮ่า ๆ บอกแล้วให้ไปเช้า ๆ หม้อไฟอร่อยมากจริง ๆ นะสิบอกให้!]
[แถมมีดอกไม้ให้ด้วย โต๊ะฉันได้กุหลาบแชมเปญล่ะ]
[ของฉันได้มิลเลียนสตาร์สีม่วง~]
[ถามจริง อิจฉากันป่ะ!]
แฟนคลับที่ไม่ได้กิน: ……
แม่มเอ๊ย พวกแกช่วยทำตัวเป็นคนหน่อยได้ไหม!
[พี่สาวขา ขอร้องล่ะ ช่วยขยายเวลาเปิดร้านหม้อไฟหน่อยได้ไหมคะ!]
[คำว่าพ่ายแพ้อยู่แค่เอื้อมคือฉันเอง ขาดไปแค่คนเดียว แค่คนเดียวจริง ๆ ไม่งั้นวันนี้ก็ได้กินแล้ว]
[ใครบ้างที่ไม่เป็นแบบนั้นล่ะ ฮือ ๆ ๆ]
เสียงโอดครวญของแฟนคลับดังขึ้นไม่ขาดสาย เมิ่งหนานซวี่จึงปลอบทุกคน: “เดี๋ยวสักพักฉันจะโทรหาอาร์ทิมิสนะคะ จะพยายามเพิ่มที่นั่งให้ทุกคนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”
[พี่สาวจงเจริญ!]
[สตรีมเมอร์จ๋า ขอร้องล่ะ ช่วยปรึกษาเรื่องบริการเดลิเวอรี่ด้วยได้ไหม?]
[+1]
[+ไอดีสตาร์เน็ต]
“โอเค ๆ ค่ะ”
เมิ่งหนานซวี่ทั้งขำทั้งเอ็นดู “ฉันจำได้แล้ว วางใจได้เลยค่ะ”
แฟนคลับถึงยอมสงบลงและเริ่มถามเรื่องประจำวัน
[พี่สาว เจ้าก้อนแป้งสองคนล่ะ วันนี้พวกเขาไม่เข้ากล้องเหรอ?]
[วันนี้เราจะกินอะไรกันคะสตรีมเมอร์]
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มบาง ๆ: “วันนี้เราจะทำ ‘ไอศกรีม’ กันค่ะ”
ไอศกรีม? มันคืออะไรน่ะ?
เมิ่งหนานซวี่หยิบที่ตีไข่ขึ้นมาหมุนวนในมือ: “เป็นอาหารหน้าร้อนที่ทำง่ายมาก ทุกคนมาทำไปพร้อมกับฉันนะคะ!”
เธอหยิบไข่ของสัตว์ปีกหลายปีกออกมาจากตะกร้า
“แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกันนะคะ” การเคลื่อนไหวของเมิ่งหนานซวี่ยังคงคล่องแคล่วและสะอาดตาเหมือนเดิม
“จากนั้นใส่เฮฟวี่ครีมลงไปในไข่แดงบางส่วน”
“ไม่ต้องออกแรงมากนะคะ แค่ตีเบา ๆ ให้เข้ากันก็พอ”
นิ้วของเมิ่งหนานซวี่กรีดผ่านไม้พายกวนช้า ๆ: “แบบนี้ก็ใช้ได้แล้วค่ะ”
“ส่วนเนื้อผลไม้บด อยากใส่รสไหนก็ตามใจชอบเลยนะคะ ฉันทำไว้หลายรสให้ทุกคนได้ลองชิมกันค่ะ”
เธอพูดไปพลางนำอ่างผสมไปวางในน้ำแข็งเพื่อลดอุณหภูมิ
“หลังจากเย็นลงแล้ว เราก็ใช้เครื่องลดอุณหภูมิช่วยได้เลยค่ะ”
ต้องขอบคุณเทคโนโลยีขั้นสูงในยุคดวงดาวที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เมิ่งหนานซวี่ เพียงแค่พริบตาเดียว การลดอุณหภูมิรอบแรกของไอศกรีมก็เสร็จสมบูรณ์
“ขั้นตอนต่อไปเราต้องทำซ้ำสองรอบนะคะ” เมิ่งหนานซวี่อธิบายอย่างละเอียด
“ใช้ที่ตีไข่ตีให้เนื้อกระจายตัวแล้วเอาไปแช่แข็งต่อ”
เธอถอดเครื่องลดอุณหภูมิออก แล้วตักไอศกรีมที่ทำเสร็จแล้วออกมา
“เพียงเท่านี้ เราก็ทำสำเร็จแล้วค่ะ”
[อันนี้ง่ายแฮะ ฉันน่าจะทำได้!]
[ฉันเอาเครื่องลดอุณหภูมิมาแปะตัวได้ไหม ร้อนจะตายอยู่แล้ว!]
[สรุปคืออาหารชนิดนี้มันจะเย็น ๆ ใช่ไหมคะ?]
เมิ่งหนานซวี่ตักไอศกรีมรสต่าง ๆ ออกมาเป็นลูก ๆ พลางส่งสัญญาณให้ทุกคนเริ่มชิมได้: “ลองชิมดูนะคะ!”
[ฮี่ ๆ ๆ งั้นฉันไม่เกรงใจละนะ เชี่ยยย! อร่อยมากกกก!]
[ลาก่อนหม้อไฟกิ๊กเก่า… สวัสดีไอศกรีมกิ๊กใหม่!]
[ไม่รู้ทำไม แต่ฉันมีความสุขมากเลยล่ะ!]
เมิ่งหนานซวี่กินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี่ไปคำหนึ่ง แล้วพยักหน้าเห็นด้ว ไอศกรีมนี่แหละคือความสุขของฤดูร้อน!
เย็นสดชื่น หวานฉ่ำ เหมือนกับแมวยักษ์ที่บ้านของเธอไม่มีผิด!