สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 137 อาการทรุดหนัก
บทที่ 137 อาการทรุดหนัก
เนื่องจากการลงจอดฉุกเฉินของยานโดยสาร C8651 ทำให้เมิ่งหนานซวี่และเว่ยเชิงโม่ต้องรั้งรออยู่ที่ดาวโอวเวย์ต่ออีกสองวัน ในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์ พวกเขาจำเป็นต้องให้ข้อมูลสิ่งที่พบเห็นแก่ชุดสืบสวน
“ท่านพลตรีเว่ยเชิงโม่ คุณเมิ่งครับ ตอนนี้เรามีเรื่องหนึ่งที่อยากให้พวกคุณช่วยหน่อย”
หลังจากการสอบถามสิ้นสุดลง หลุยส์สารวัตรตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้ส่งสายตาอ้อนวอนมาทางทั้งคู่
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มตอบ “เชิญว่ามาได้เลยค่ะ อะไรที่ช่วยได้เรายินดีช่วยเต็มที่”
หลุยส์ ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองยาว ยิ้มอย่างเขิน ๆ “งั้นรบกวนทั้งสองท่าน… ช่วยทำให้พวกคนร้ายตื่นขึ้นมาทีครับ”
คนหนึ่งแช่แข็งซะแข็งเป๊ก อีกคนทำสลบเหมือด พวกเขาปลุกยังไงก็ไม่ตื่นจริง ๆ !
เมิ่งหนานซวี่ “……”
เว่ยเชิงโม่ “……”
เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย!
ภายใต้การนำของหลุยส์ ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังเรือนจำของดาวโอวเวย์
พัศดีที่รออยู่หน้าประตูรีบก้าวเข้ามาต้อนรับ “สองท่านนี้คือฮีโร่ที่ช่วยยาน C8651 ไว้ใช่ไหมครับ?”
หลุยส์พยักหน้า “ใช่ครับ พวกเขาเอง”
เมื่อได้รับคำยืนยัน พัศดีก็มองทั้งคู่ด้วยสายตาเลื่อมใสศรัทธา ยอดฝีมือสองท่านนี้เองสินะ สองต่อห้าสิบไม่ว่า แต่ยังจัดการซะราบพนาสูญ! พวกเขาทำได้ยังไงกันนะ?
เมิ่งหนานซวี่ถูกจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูก เว่ยเชิงโม่จึงขยับตัวมาบังสายตาให้เธอหลุยส์ที่สังเกตเห็นท่าทางของทั้งคู่รีบผลักพัศดีเบา ๆ พลางเร่ง “เหล่าจ้าว รีบพาเราไปดูพวกคนร้ายเถอะ”
เก็บสายตาเหมือนติ่งติงนังนั่นซะ! เอาความสุขุมนุ่มลึกของเจ้าหน้าที่รัฐออกมาหน่อย!
พัศดีกระแอมแก้เขิน “ตามผมมาครับ”
เรือนจำดาวโอวเวย์มีอุปกรณ์ครบครันและการคุ้มกันที่แน่นหนามาก หลังจากผ่านด่านตรวจหลายชั้น ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงห้องขังเหล่าร้าย พัศดีก้าวไปข้างหน้าแล้วเปิดประตูเหล็กบานยักษ์ออก
“สวัสดีครับท่าน!”
ชายในเครื่องแบบสีดำหลายคนทำความเคารพสารวัตรหลุยส์
สารวัตรหลุยส์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนหันไปหาเมิ่งหนานซวี่และเว่ยเชิงโม่ “รบกวนทั้งสองท่านด้วยครับ”
พวกเจ้าหน้าที่ชุดดำแอบมองหน้ากัน นี่น่ะเหรอ ยอดฝีมือสองคนนั้น! เมิ่งหนานซวี่มองดูเหล่า ‘ซากศพ’ ที่นอนเรียงราย ก่อนจะดีดนิ้วมือขวาเบา ๆ
“ตื่นได้แล้ว”
แสงสีขาวจาง ๆ แผ่กระจายออกไป บรรดาซากศพที่ปลุกยังไงก็ไม่ตื่นเหล่านั้นค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ
เมื่อรู้ตัวว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี คนที่พอจะมีแรงเหลืออยู่ก็กระโดดพรวดขึ้นมา หมายจะฝ่าวงล้อมหนีไป
เมิ่งหนานซวี่เอียงคอ ดวงตาสีอำพันเปล่งประกาย “ไถลกลับไปซะ!” ทันใดนั้น ร่างของคนเหล่านั้นก็ชะงักกึก ก่อนจะล้มตึงกลับไปที่เดิมในท่าตรงเป๊ะ
ทุกคน !!!
โฮ่… เก่งชะมัด!
ทางด้านเว่ยเชิงโม่นั้นดูมีประสบการณ์กว่ามาก เขาละลายน้ำแข็งออกเพียงแค่ครึ่งตัว ทำให้ท่อนล่างของคนร้ายยังคงถูกแช่แข็งติดกับพื้น
เขเดินไปหยุดตรงหน้าชายชุดคลุม โน้มตัวลงเล็กน้อย “ตอบคำถามซะ คุณไม่แคร์ชีวิตตัวเอง แล้วชีวิตพวกพ้องคุณล่ะ ไม่แคร์ด้วยเหรอ?”
กลิ่นอายของชายหนุ่มเยือกเย็นและเฉียบคม ราวกับดาบที่เพิ่งออกจากฝัก
ทุกคน !!!
ท่าทางการสอบสวนนี่… ทำไมมันดูชำนาญขนาดนี้?
สารวัตรหลุยส์ที่รู้ฐานะที่แท้จริงของเว่ยเชิงโม่ตาเป็นประกายวิ้ง ๆ สมกับที่เป็นหัวหน้าหน่วย ‘เฉาซี’… สมกับที่เป็นไอดอลของเขาจริง ๆ !
แค่น ๆ ๆ เขาคือเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องสุขุม! ต้องนิ่ง!
ชายชุดคลุมไม่อาจต้านทานแรงกดดันจากพลังจิตวิญญาณที่เว่ยเชิงโม่ปล่อยออกมาได้ ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดจนน่ากลัว แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่ยอมปริปากพูดแม้แต่คำเดียว
เมิ่งหนานซวี่ก้าวเข้ามา จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามขึ้นกะทันหัน “งานเลี้ยงของสามีภรรยาออสวอลด์… คุณรู้จักไหม?”
ชายชุดคลุมเบิกตาโพลง หันมามองเมิ่งหนานซวี่ทันที
“คนหนึ่งใช้เงาพรางตัว อีกคนเหมือนตัวตลก” เมิ่งหนานซวี่พูดอย่างไม่รีบร้อน แววตาสีอำพันเต็มไปด้วยการหยั่งเชิง “พวกคุณ… มีความสัมพันธ์อะไรกัน?”
“…เป็นคุณเหรอ?”
เสียงของชายชุดคลุมค่อนข้างแหบพร่า
“คุณจะถามว่าพวกเขาพ่ายแพ้ให้ใครน่ะเหรอ?” เมิ่งหนานซวี่ยิ้ม “ถ้าใช่ล่ะก็ คนนั้นคือฉันเองแหละ”
“หึๆๆ ฮ่าๆๆ ก็ดี ตายในหน้าที่ก็นับว่าหลุดพ้น”
ชายชุดคลุมพึมพำ
เมิ่งหนานซวี่และเว่ยเชิงโม่สบตากัน
“เสียใจด้วยที่ทำให้คุณผิดหวัง เพราะพวกเขายังไม่ตาย”
ยังไม่ตาย?
เป็นไปได้ยังไง!
รูม่านตาของชายชุดคลุมขยายกว้าง แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
เว่ยเชิงโม่หันไปหาสารวัตรหลุยส์ “นักโทษกลุ่มนี้อาจเกี่ยวข้องกับคดีอื่น ผมจะยื่นเรื่องขอให้หน่วยงานเบื้องบนเข้ามาแทรกแซงการสืบสวน”
สารวัตรหลุยส์พยักหน้าเข้าใจ
“คุณจะให้ใครมาคะ?”
เมิ่งหนานซวี่เดินมาข้างเว่ยเชิงโม่พลางถามด้วยความสงสัย
“ฉู่ชื่อติดงานปลีตัวไม่ได้ ให้มอริสันมาแล้วกัน” เว่ยเชิงโม่ก้มหน้าส่งข้อความ “ตอนนั้นเฮอร์แมนเป็นคนสอบสวนสองคนนั้น ผมจะลองถามดูว่าเขาว่างไหม”
เมิ่งหนานซวี่พยักหน้า
ทางดาวโดแลนช้าไม่ได้ เรื่องที่นี่คงต้องฝากให้พวกมอริสันจัดการแทน มอริสันและเฮอร์แมนมาถึงอย่างรวดเร็ว
“ลูกพี่ พี่สะใภ้ ผมมาแล้วค้าบ!” ชายหนุ่มหน้าเด็กโบกไม้โบกมือ ผมหยักศกสีน้ำตาลขยับไปมาตามจังหวะ
ชายผมยาวที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็โบกมือทักทายเช่นกัน เขาคือเฮอร์แมนที่ไม่ได้เจอกันพักใหญ่
เว่ยเชิงโม่ตบบ่าทั้งสองคน “ฝากจัดการทุกอย่างด้วยนะ!”
เฮอร์แมนยิ้มกว้าง “โธ่ รุ่นพี่ครับ ไม่ไว้ใจพวกผมเหรอ?”
เว่ยเชิงโม่เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
เฮอร์แมนนึกถึงความสยดสยองที่เคยถูกรุ่นพี่ใช้กำลังกดขี่ทันที จึงรีบหุบปากอย่างว่าง่าย
“หลังจากสอบปากคำเสร็จ ให้พากลับดาวเมืองหลวงทันที” เว่ยเชิงโม่กำชับมอริสัน “ต้องคุมขังอย่างเข้มงวดที่สุด!”
“รับทราบครับ!”
เวลามอริสันจริงจังขึ้นมา เขาก็ดูน่าเกรงขามไม่น้อยเลยทีเดียว
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
สมองกลของเว่ยเชิงโม่ดังขึ้น เป็นข้อความจากสารวัตรหลุยส์ “พลตรีเว่ยเชิงโม่ครับ ร่างกายของคนร้ายพวกนั้นเริ่มทรุดหนักอย่างรวดเร็ว!”
เมื่อเห็นข้อความนี้ มอริสันและเฮอร์แมนก็โพล่งออกมาพร้อมกัน
“ธาตุ W!”
เมิ่งหนานซวี่ชะงักไปเล็กน้อย
มอริสันรีบอธิบาย “สองคนก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้ครับ ด็อกเตอร์ดอเกอร์บอกว่า อาการทรุดหนักกะทันหันของร่างกายพวกเขาเกี่ยวข้องกับธาตุ W”
ธาตุ W คือสิ่งที่ดอเกอร์ค้นพบในยาของตระกูลหลี่ มันจะกระตุ้นให้เกิดสภาวะจิตวิญญาณคลุ้มคลั่ง และสิ่งเดียวที่จะต้านทานมันได้คือธาตุ M
“ไอ้เจ้าฉู่ชื่อนี่สายตาไกลจริง ๆ ” เฮอร์แมนหยิบหลอดยาพิเศษออกมาจากอุปกรณ์มิติ “ดูเหมือนของสิ่งนี้จะได้ใช้ประโยชน์เร็วกว่าที่คิดนะ”
เมิ่งหนานซวี่สงสัย “นี่คือ?”
“นี่คือ ยาสูตร M ที่ดอเกอร์สกัดออกมาครับ” มอริสันยิ้มร่า “ราชาแห่งยาจากหน่วยเฉาซี หนึ่งหลอดแรงกว่าสิบหลอด!”
เว่ยเชิงโม่มองดูเวลา แล้วกุมมือเมิ่งหนานซวี่ “ยานที่จะไปดาวโดแลนใกล้จะออกตัวแล้ว เราต้องไปก่อน”
“ลูกพี่วางใจได้เลย ที่นี่ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง!” มอริสันตบอกตัวเอง
เฮอร์แมนขยิบตา ยิ้มเจ้าเล่ห์ “การได้รับใช้รุ่นพี่และสุภาพสตรีผู้งดงามถือเป็นเกียรติของผมครับ”
เมิ่งหนานซวี่หัวเราะเบา ๆ พลางโบกมือ “ขอบคุณพวกคุณมากนะ แล้วเจอกันที่ดาวเมืองหลวงค่ะ!”
เว่ยเชิงโม่พยักหน้าให้ทั้งคู่
เจอกันที่ดาวเมืองหลวง!