สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 140 จันทราขาว
บทที่ 140 จันทราขาว
ชายคนนั้นเมื่อได้ยินประโยคนี้ก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มสั่นเทาไปทั้งตัว
“ผลกรรม… ผลกรรม… ทั้งหมดมันคือผลกรรม!”
เขาดูเหมือนจะถูกกระตุ้นด้วยอะไรบางอย่าง จนเริ่มคุ้มคลั่งเสียสติ “หรูเสวี่ย ผมจะเอาของให้คุณ ผมจะเอาของให้คุณเดี๋ยวนี้!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งหนานซวี่และเว่ยเชิงโม่ต่างสบตากัน
สิ่งที่เขาพูดถึง… คืออะไรกันแน่?
เมิ่งฉ่างควานหาของจากอุปกรณ์มิติข้างตัวออกมาอย่างลนลาน พลางคำรามด้วยท่าทางเหมือนโดนผีเข้า “เอาไป… เอาไปให้หมด! หรูเสวี่ยคุณอย่าไปนะ! ผมสัญญาว่าจะไม่ตีคุณอีกแล้ว!”
เมิ่งหนานซวี่รู้สึกคลื่นไส้กับท่าทางของเขาจนบอกไม่ถูก เว่ยเชิงโม่ขยับไปด้านหลังแล้วฟาดให้เมิ่งฉ่างสลบไป
“นี่มัน จันทราขาว?” เว่ยเชิงโม่จำของที่อยู่ในมือเมิ่งฉ่างได้
เมิ่งหนานซวี่สงสัย “จันทราขาวคืออะไรคะ?”
เว่ยเชิงโม่หยิบตราสัญลักษณ์สีขาวนั้นขึ้นมา “จันทราขาว หรือที่เรียกว่า ‘ดวงจันทร์โลหะ’ เป็นองค์กรสลัดอวกาศที่ลึกลับมาก และนี่คือตราสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนของพวกเขาครับ”
เมื่อเห็นเมิ่งหนานซวี่ดูสนใจ เขาจึงวางตรานั้นลงบนมือเธอ
เมิ่งหนานซวี่จ้องมองวัตถุสีขาวชิ้นเล็ก ๆ นี้อยู่นาน “ทำไมเขาถึงต้องเอาของสิ่งนี้ให้แม่ของฉันด้วย?”
“บางทีเราอาจจะค้นพบอะไรบางอย่างในของดูต่างหน้าของคุณน้าก็ได้ครับ” เว่ยเชิงโม่เอ่ยอย่างครุ่นคิด
ในความทรงจำของร่างเดิม ข้าวของส่วนใหญ่ของจีหรูเสวี่ยถูกแม่เลี้ยง ‘เสิ่นหลาน’ กำจัดทิ้งไปเกือบหมด เมิ่งหนานซวี่นิ่งคิดครู่หนึ่ง “บางทีที่บ้านของคุณปู่คุณย่าอาจจะยังมีเบาะแสเหลืออยู่บ้างค่ะ”
ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตจีหรูเสวี่ยนั้นใช้ไปที่บ้านพักของคุณปู่และคุณย่าตระกูลเมิ่ง แม้ผู้เฒ่าทั้งสองจะไม่ค่อยชอบสะใภ้คนนี้เท่าไหร่นัก แต่พวกท่านก็เป็นคนที่ยืนหยัดออกมาปกป้องเธอในยามที่ถูกลูกชายแท้ ๆ ทุบตี
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่รอช้า หันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านพักเก่าของสองผู้เฒ่าที่ตั้งอยู่บนภูเขาหลังบ้าน
คุณปู่และคุณย่าตระกูลเมิ่งรักความสงบ ตัวบ้านจึงสร้างอยู่ห่างไกลความวุ่นวาย ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ
ยามนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงของดาวโดแลน ใบไม้ที่ซ้อนทับกันหนาทึบสะท้อนสีสันหลากหลายดูงดงามแปลกตา
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ในสมองของเมิ่งหนานซวี่พลันมีภาพเหตุการณ์หนึ่งแล่นผ่านเข้ามา
เด็กหนุ่มผมดำตาสีเขียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อาซวี่ เรามาเล่นซ่อนแอบกันดีไหม?”
เด็กหญิงที่มัดผมแกะสองข้างเอียงคอถามอย่างสงสัย “พี่คะ ทำไมพี่ถึงชอบเล่นซ่อนแอบจังเลย?”
เด็กหนุ่มผมดำยิ้มละมุน “เพราะว่าถ้าเราซ่อนตัวได้เก่ง ๆ เจ้าสัตว์ร้ายก็จะไม่หาเราเจอไงล่ะ”
เด็กหญิงเบิกตากว้าง”สัตว์ร้าย? สัตว์ร้ายอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”
เด็กหนุ่มหยีตาสีเขียวเข้มลง “งั้นอาซวี่บอกพี่ก่อนสิ ว่าถ้าสัตว์ร้ายมาจริง ๆ น้องจะไปซ่อนที่ไหน?”
เด็กหญิงคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งตรงไปยังที่ที่อยู่ไม่ไกลนัก
“อาซวี่?” เสียงของเว่ยเชิงโม่เรียกสติเมิ่งหนานซวี่ให้กลับมา เธอคลึงหัวคิ้วเบา ๆ
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
เว่ยเชิงโม่ยังคงมองเธอด้วยความเป็นห่วง
เมิ่งหนานซวี่กุมมือเขาไว้ “ฉันคิดว่า ฉันพอจะเข้าใจความหมายของประโยคที่พี่ชายทิ้งไว้แล้วค่ะ”
“แต่ตอนนี้ เราเข้าไปดูของในบ้านหลังนี้กันก่อนเถอะ”
เธอเงยหน้าขึ้น มองไปที่อาคารทรงจีนที่อยู่ตรงหน้า
ด้วยความทรงจำของร่างเดิม เมิ่งหนานซวี่เปิดประตูบ้านพักเก่าของคุณปู่คุณย่าเข้าไป
เพราะอยู่ลึกในป่าและไม่มีใครมารบกวน ที่นี่จึงยังคงสภาพเดิมเหมือนตอนที่ผู้เฒ่าทั้งสองยังมีชีวิตอยู่
“ถ้าแม่ของฉันจะเหลือของอะไรทิ้งไว้ ก็คงมีแค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้นแหละค่ะ” เมิ่งหนานซวี่พูดพลางเดินนำเข้าไป
ที่นี่คือที่พำนักของผู้อาวุโสตระกูลเมิ่ง เสิ่นหลานยังไม่มีความกล้าพอที่จะสอดมือเข้ามาถึงที่นี่
ทั้งคู่ขึ้นไปยังชั้นสอง มุ่งตรงไปยังห้องที่จีหรูเสวี่ยเคยพำนักก่อนเสียชีวิต
เอี๊ยด
เสียงประตูไม้เก่า ๆ ดังขึ้น
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ห้องทั้งห้องสว่างไสวเป็นพิเศษเมิ่งหนานซวี่มองดูห้องที่ว่างเปล่าพลางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
“ลองหากันดูเถอะครับ” เว่ยเชิงโม่ลูบผมยาวของเธอ “เผื่อจะเจออะไรที่คาดไม่ถึง”
ทั้งคู่ค่อย ๆ ตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่าจะพลาดจุดสำคัญไปเพียงครู่เดียว ทั้งคู่ก็พบเบาะแสบางอย่าง
“ในหนังสือจำลองเล่มนี้ มีคนวาดรูปสัญลักษณ์ ‘จันทราขาว’ เอาไว้ด้วยค่ะ” เมิ่งหนานซวี่ชี้ไปที่หนังสือที่กางอยู่บนโต๊ะ
เว่ยเชิงโม่มองดูอย่างพิจารณา “ลายเส้นชำนาญมาก วาดต่อเนื่องโดยไม่มีสะดุดเลย เธอควรจะคุ้นเคยกับสัญลักษณ์นี้เป็นอย่างดี”
“บรรพบุรุษตระกูลเมิ่งสลับตัวกับสลัดอวกาศ หรือว่า”
“ทายาทของตระกูลเมิ่ง ก็กลายเป็นสลัดอวกาศไปด้วย?”
เมิ่งหนานซวี่พลันเกิดข้อสันนิษฐานที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมา
เว่ยเชิงโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ครับ”
“ถ้าผมจำไม่ผิด หัวหน้าของกลุ่มสลัดอวกาศ ‘จันทราขาว’ ใช้แซ่ ‘จี’ มาโดยตลอด”
“และเมื่อประมาณสามสิบกว่าปีก่อน ก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่องหนึ่ง นั่นคือกลุ่มสลัดอวกาศจันทราขาว… ถูกกวาดล้างจนล่มสลายไปครับ”
สามสิบกว่าปีก่อน… นั่นไม่ใช่ช่วงเวลาที่จีหรูเสวี่ยปรากฏตัวที่ดาวโดแลนพอดีเลยเหรอ?