สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 145 กิจวัตรประจำวันของเหล่าพี่เลี้ยงชั่วคราว
- Home
- สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
- บทที่ 145 กิจวัตรประจำวันของเหล่าพี่เลี้ยงชั่วคราว
นกสีขาวตัวน้อยแสนนุ่มนิ่มขยับปีกไปมา พลางใช้เสียงใสเสนาะเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง
เว่ยเชิงโม่มองดูด้วยความมันเขี้ยว มือที่ลูบไล้ขนให้นั้นอ่อนโยนลงกว่าเดิม
นกขาวถูกปรนนิบัติจนเคลิ้มสบาย ดวงตาสีอำพันคู่สวยแทบจะปิดสนิทจนกลายเป็นเส้นขีด
“สรุปก็คือ ข้างล่างนั่นก็คือ”
“ข้อมูลของดาวแม่ที่ควรจะถูกทำลายในกองเพลิงเมื่อหนึ่งพันปีก่อนค่ะ”
นกขาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเสริมว่า “ฉันดูคร่าว ๆ แล้ว ข้อมูลพวกนั้นครอบคลุมหลายด้านมาก ไม่ได้มีแค่เรื่องวัฒนธรรมอาหารอย่างเดียว”
เมื่อได้ยินดังนั้น เว่ยเชิงโม่ก็ประหลาดใจเล็กน้อย
ดูเหมือน ‘ขุมทรัพย์’ ชิ้นนี้ จะสำคัญยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
“แล้วคุณตั้งใจจะจัดการกับของพวกนี้ยังไงครับ?” เว่ยเชิงโม่จ้องมองนกขาวในฝ่ามือด้วยดวงตาสีฟ้าคราม
“แน่นอนว่าต้องทำตามความปรารถนาของบรรพบุรุษตระกูลเมิ่งค่ะ นำพวกมันกลับคืนสู่ประชาชนชาวสหพันธรัฐ”
ดวงตาของนกขาวทอประกายเจิดจ้าภายใต้แสงตะวัน
เมิ่งซือซิ่ง จีหรูเสวี่ย เมิ่งหนานกุย…
นี่คือความปรารถนาของพวกเขา และมันก็คือความปรารถนาของเธอเช่นกัน
เว่ยเชิงโม่มองนกขาวที่ดูมีชีวิตชีวา ความอ่อนโยนและหลงใหลในแววตาของเขาแทบจะล้นปรี่ออกมา
สมแล้วที่เป็นอาซวี่ของเขา แม้จะอยู่ต่อหน้า ‘สมบัติ’ มหาศาลขนาดนี้ เธอก็ไม่เกิดความโลภแม้แต่นิดเดียว
เขาใช้ข้อนิ้วลูบหัวนกขาวเบา ๆ “เรื่องนี้ต้องวางแผนให้รอบคอบ เราต้องระวังให้มากที่สุดครับ”
จากที่ดูตอนนี้ ผู้อยู่เบื้องหลังไม่ได้มีแค่ตระกูลหลี่เพียงตระกูลเดียวแน่นอน!และข้อมูลวัฒนธรรมดาวแม่ ก็ทนต่อความบอบช้ำไปมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว
นกขาวพยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นต่อไปเราต้องรอ ‘เบอร์ 9’ ไหมคะ?”
เธอบินขึ้นไปเกาะบนไหล่ของเว่ยเชิงโม่พลางถามเบา ๆ
เว่ยเชิงโม่ส่ายหน้า “ผมเพิ่งได้รับข้อความจากเขา ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่บนดาวโดแลนแล้วครับ”
“เขาบอกว่าพบเบาะแสอื่นเพิ่มเติม สถานการณ์เร่งด่วนเลยขอเดินทางไปก่อนล่วงหน้า”
นกขาวมองดูท้องฟ้า “ถ้าอย่างนั้น เราก็กลับดาวเมืองหลวงกันเลยเถอะค่ะ”
เธอคิดถึงเด็ก ๆ จะแย่อยู่แล้ว!
เว่ยเชิงโม่มองกลับไปที่คฤหาสน์เมิ่ง พลางรู้สึกว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่างไป
“ความลับตระกูลเมิ่งก็รู้แล้ว เรื่องราวของคุณแม่ก็ชัดเจนแล้ว แม้แต่ขุมทรัพย์ก็หาเจอแล้ว ยังจะมีเรื่องอะไรอีกเหรอคะ?”
เมื่อได้ยินคำถามของเขา เมิ่งหนานซวี่ก็บินขึ้นไปจิกติ่งหูเขาเบา ๆ
“ไปค่ะ กลับบ้านเรากัน!”
แสงสีขาววาบขึ้น นกตัวน้อยหายวับไป กลายเป็น ‘หงส์ขาว’ ผู้มีขนงดงามวิจิตรปรากฏตัวต่อหน้าเว่ยเชิงโม่
เผ่าพันธุ์ในตำนาน หลังจากควบคุมร่างสัตว์อวกาศได้อย่างสมบูรณ์แล้ว จะสามารถปรับขนาดร่างกายได้ตามใจชอบ ภายใต้การควบคุมของเมิ่งหนานซวี่ หงส์ขาวจึงมีขนาดใหญ่กว่าปกติมาก
“ขึ้นมาค่ะ” เสียงของหงส์ขาวดูสง่างามและก้องกังวาน “ขากลับฉันจะเป็นคนพาคุณไปเอง”
เว่ยเชิงโม่ถูกนกยักษ์ตรงหน้าดึงดูดสายตาทันที เขาลูบขนที่นุ่มราวกับผ้าไหมของหงส์ขาว พลางพูดอย่างอาลัยอาวรณ์ “ให้ผมพาคุณไปดีกว่าครับ”
นกที่สวยงามขนาดนี้ ควรจะถูกประคองไว้ในฝ่ามือมากกว่า
เมิ่งหนานซวี่ไม่รอช้า คาบคอเสื้อเขาเหวี่ยงขึ้นไปบนหลังทันที “รีบกลับบ้านไปหาลูกค่ะ อาโม่ให้ความร่วมมือหน่อย!”
เว่ยเชิงโม่ที่ถูกโยนขึ้นหลังโดยไม่ทันตั้งตัว “……”
หงส์ขาวสะบัดขนก่อนจะสยายปีกมุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งยานอวกาศของดาวโดแลน
ระหว่างทาง เว่ยเชิงโม่ก็นึกเรื่องที่เขาลืมไปได้เสียที เขายังแช่แข็งเมิ่งฉ่างทิ้งไว้อยู่นี่นา!
“พี่ครับ พี่ว่าคุณอาหนุ่มกับอาสะใภ้จะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?”
เว่ยเชิงไป๋ ฟุบบนโต๊ะ ทำท่าทางหงอยเหงา
“พวกเขาจะกลับมาเร็ว ๆ นี้แหละ”
เมิ่งซางลู่ พูดพลางเก็บข้าวของ
น้ำเสียงของเขาดูมั่นใจมาก ทำให้เว่ยเชิงไป๋รู้สึกดีขึ้น พี่ชายพูดถูก คุณอาหนุ่มกับอาสะใภ้ไม่เคยผิดคำพูด!
“ลูกพี่” เหวินเหรินฮ่าว แอบย่องเข้ามาหา “ผมอยากถามอะไรหน่อยครับ”
สำหรับลูกน้องมือหนึ่ง เว่ยเชิงไป๋ค่อนข้างจะผ่อนปรนให้ “มีอะไรว่ามาเลย ฉันกับพี่ชายจะช่วยนายเต็มที่”
เหวินเหรินฮ่าวเกาหัวอย่างเขิน ๆ “คือ… ลูกพี่ครับ ลูกพี่ทำ ‘แผ่นแป้งทำก๋วยเตี๋ยว เป็นไหมครับ?”
ทำแผ่นแป้งเหรอ?
เว่ยเชิงไป๋อึ้งไป
แม้แต่เมิ่งซางลู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันมามอง
เหวินเหรินฮ่าวตาเป็นประกาย “เพื่อของขวัญชิ้นเล็ก ๆ จากพี่สาวเมิ่ง! สู้ตายครับ!”
เว่ยเชิงไป๋ “……”
ถ้าแค่อยากได้ของขวัญฉันพอช่วยได้นะ แต่ถ้าให้นายทำแผ่นแป้งน่ะขอโทษที ฉันมันพวกถนัดแต่ทำพัง เว่ยเชิงไป๋ผู้ซ่อนคม (แต่ทำอาหารไม่เป็น) ถอนหายใจเงียบ ๆ
เมิ่งซางลู่ถามขึ้นทันที “นายทำถึงขั้นตอนไหนแล้ว?”
เหวินเหรินฮ่าวตอบโดยไม่ต้องคิด “แป้งมันไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยครับ พอดึงก็ขาดทันที”
เมิ่งซางลู่นิ่งคิด “นายใช้แป้งสาลีถูกประเภทหรือเปล่า?”
เหวินเหรินฮ่าวกะพริบตาตาปริบ ๆ
แป้งสาลีมันก็เหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอ?
เมิ่งซางลู่จนใจ “นายไม่ได้ตั้งใจดูไลฟ์ของอาหญิงแน่ ๆ ต้องใช้แป้งสาลีที่มีโปรตีนสูงสิ”
จากนั้น เขาก็พูดทวนขั้นตอนการทำแผ่นแป้งอย่างเป็นระบบระเบียบทำเอาเว่ยเชิงไป๋และเหวินเหรินฮ่าวฟังจนอึ้งไปตาม ๆ กัน
สุด… สุดยอดเลย!
เมิ่งซางลู่ผู้ซึ่งทำไม่เป็น แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎี ไม่รู้สึกละอายใจสักนิดแผ่นแป้งเขาทำไม่เป็นหรอก แต่อาหญิงสอนอะไรมา เขาจำได้แม่นทุกคำ!
หรงจือจือ เพื่อนนักเรียนในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน แอบถือสมุดโน้ตซ่อนอยู่ใต้โต๊ะพลางแอบฟังและจดบันทึกไปด้วย
นี่แหละคือสุดยอดนักสู้ตัวจริง แอบพยายามอยู่เงียบ ๆ เสมอ!หรงจือจือกำหมัดแน่น เธอจะต้องเอาของขวัญจากพี่สาวเมิ่งมาให้ได้!
นิก้า นกกระจอกที่กลายร่างกลับเป็นร่างเดิมเกาะอยู่บนตู้ จิ๊บ ๆ ๆ ! นี่คือเกมอะไรเหรอ? ดูน่าสนุกจัง! เธอต้องเข้าร่วมด้วย!
เว่ยเชิงเหยา นั่งอยู่บนหลังคารถลอยตัว ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“ว้าว! น้องสาวคนนี้สวยจัง โตไปต้องเป็นสาวงามแน่ ๆ !”
“อุ๊ย! น้องคนนี้ก็ดูดี อนาคตต้องเป็นสเปกฉันแน่!”
“อ๊า! ส่วนน้องคนนี้”
เว่ยเชิงเหยาน้ำตาคลอด้วยความตื่นเต้น “ชีวิตของคนบ้าสาวสวยอย่างฉันจะรอดไม่รอด ก็ขึ้นอยู่กับพวกเธอแล้วนะ!”
เว่ยเชิงหลี ที่อยู่ในรถ “……”
เธอช่วยเลิกยุ่งกับเด็กน้อยที่เพิ่งเข้าประถมพวกนี้จะได้ไหม?
สาวสวยในเมืองหลวงยังมีไม่พอให้เธอไปเกาะแกะอีกเหรอ?
เว่ยเชิงเหยาไม่ได้รับรู้ถึงคำค่อนแคะของพี่ชายแท้ ๆ เลย และต่อให้รู้ เธอก็คงไม่สนใจ
ผู้หญิงสวยชอบมองเด็กผู้หญิงสวย ๆ มันผิดตรงไหน?
ผิดเลยสักนิด!
เว่ยเชิงเหยาคิดอย่างมั่นใจสุด ๆ !
“จะว่าไป วันนี้เสี่ยวไป๋กับซางซางออกมาค่อนข้างช้านะ” เว่ยเชิงเหยามองไปแต่ไกล
หลังจากได้รับมอบหมายจากพี่รองและพี่สะใภ้รอง เธอและพี่ชายเว่ยเชิงหลีก็ย้ายมาอยู่ที่วิลล่า เพื่อเป็น ‘พี่เลี้ยงชั่วคราว’ ให้กับเจ้าก้อนแป้งทั้งสอง
งานนี้สบายมาก เพราะเด็กทั้งสองคนว่าง่ายเกินไป ว่าง่ายจนแทบไม่ต้องให้พวกเขาเหนื่อยแรงเลย ซึ่งนั่นทำให้เว่ยเชิงเหยารู้สึกเซ็งมาก
มันไม่มีความภาคภูมิใจในผลงานเลยสักนิด! เพื่อสร้างความภูมิใจในการเลี้ยงเด็ก เว่ยเชิงเหยาจึงเริ่ม ‘ก่อกวน’ เด็ก ๆ
“เสี่ยวไป๋จ๊ะ ดูสิ หนูเรียนเหนื่อยขนาดนี้ ให้คุณอาสาวพาไปเล่นเกมสักสองสามตาไหม?”
เว่ยเชิงเหยาใช้แผนล่อลวงขั้นสุดยอด
ตัวร้ายน้อยผู้ไม่อยากเรียนติดเบ็ดทันที!
ขอแค่ไม่ต้องเรียน โลกใบนี้ก็สวยงามไปหมดทุกที่ ยิ่งเป็นเกมด้วยแล้วล่ะก็!
“คุณอาเหยาครับ” เสียงเด็กที่ไร้เดียงสาแต่ดูเย็นชาของเมิ่งซางลู่ดังขึ้น
เว่ยเชิงไป๋และเว่ยเชิงเหยารู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังทันที
“คุณอาอย่าเล่นซนสิครับ รอให้เสี่ยวไป๋เขียนการบ้านเสร็จก่อน ผมถึงจะยอมให้เขาไปเล่นด้วย” เมิ่งซางลู่ตบบ่าของน้องชายราคาถูกเบา ๆ “จริงไหมจ๊ะ เสี่ยวไป๋?”
เว่ยเชิงไป๋ “……”
หน้าตาของเขาไร้ความรู้สึก แต่ในใจน้ำตาไหลพราก
จริงครับ! พี่ชายพูดถูกทุกอย่างเลย!
ชายปีศาจที่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปมองเว่ยเชิงเหยา
“คุณอาเหยาครับ ผมรู้ว่าคุณอาอยากเล่นเกมมาก แต่คุณอาเป็นผู้ใหญ่ที่โตแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นคุณอาช่วยรอให้เสี่ยวไป๋ทำการบ้านเสร็จก่อนค่อยเล่นได้ไหมครับ?”
เมิ่งซางลู่ถามด้วยความจริงใจสุดซึ้ง
เว่ยเชิงเหยา “……”
ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่โตแล้วนี่นา… แล้วฉันจะเลือกอะไรได้อีกล่ะ?