สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 146 ถ้าสู้ไม่ได้ก็เข้าร่วมเสียเลย
เมื่อ เว่ยเชิงหลี กลับมาถึง เขาก็พบว่า เว่ยเชิงเหยา กับตัวร้ายน้อยที่เพิ่งเขียนการบ้านเสร็จกำลังอยู่ในช่วง ‘ดวล’ เกมกันอย่างเคร่งเครียด
ส่วนเมิ่งซางลู่ก็นั่งแกว่งขาสั้น ๆ อยู่บนโซฟาพลางอ่านหนังสือ โดยมี มอส คอยห่มผ้าห่มผืนเล็กให้เพราะกลัวเขาจะหนาว
“คุณชายหลีกลับมาแล้วหรือครับ” เลนนาร์ด หุ่นยนต์พ่อบ้านอัจฉริยะรับเสื้อคลุมจากมือเขา “มอสเตรียมมื้อค่ำไว้ให้แล้ว คุณชายจะรับสักหน่อยไหมครับ?”
ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของเมิ่งหนานซวี่ ตอนนี้มอสได้เรียนรู้วิธีทำอาหารง่าย ๆ มาบ้างแล้ว
อย่างเช่นวันนี้ มันทำโจ๊กฟักทองกับแผ่นแป้งทอดไส้กุ้ยช่าย
“ขอบใจนะ” เว่ยเชิงหลีเอ่ยขอบคุณหุ่นยนต์พ่อบ้านทั้งสอง
เลนนาร์ดยิ้มกริ่ม “ยินดีครับ การดูแลพวกคุณให้ดีคือความปรารถนาของเจ้านาย ผมจะทำให้เต็มที่ที่สุดครับ”
“อา! เสี่ยวไป๋ ยิงให้แม่น ๆ หน่อยสิ!” เสียงโวยวายของเว่ยเชิงเหยาดังขึ้น
เว่ยเชิงไป๋ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “คุณอาครับ คุณอาเลิกขยับตัวไปมามั่ว ๆ ได้ไหม?”
ช่วยจำทีเถอะว่าผมยังเป็นแค่เด็ก ช่วยอ่อนโยนกับผมหน่อย!
อาหลานคู่นี้เล่นเกมกันอย่าง ‘สามัคคี’ เหลือเกิน แต่เมิ่งซางลู่กลับไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย เขายังคงพิงโซฟาอ่านหนังสือในมืออย่างสงบเงียบ
เว่ยเชิงหลีเดินเข้าไปหาด้วยความสนใจ “ซางซางอ่านอะไรอยู่เหรอ? ให้อาหลีดูหน่อยสิ!”
เผื่อว่าเขาจะได้ช่วยชี้แนะเจ้าก้อนแป้งมาดนิ่งคนนี้ได้บ้าง
เว่ยเชิงหลีเตรียมตัวโชว์พาวเต็มที่!
เมิ่งซางลู่ชูหน้าปกหนังสือโฮโลแกรมให้เขาดู ‘วิวัฒนาการของมนุษย์ยุคใหม่’
เว่ยเชิงหลี “……”
ขอโทษที่ขัดจังหวะนะจ๊ะหลานรัก อ่านต่อไปเถอะ มาดนิ่งแบบนี้สิถึงจะสมเป็นอัจฉริยะ ทุกคนเข้าใจได้!
“แค่ก… งั้นหลานอ่านต่อเถอะนะ อาจะไปกินข้าวแล้ว” เว่ยเชิงหลีแสร้งไอแก้เก้อเพื่อปกปิดความกระอักกระอ่วนของตัวเอง
เมิ่งซางลู่พยักหน้า เขามองใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยของเว่ยเชิงหลีแล้วเอ่ยเตือน “อาหลีพักผ่อนไว ๆ นะครับ”
เว่ยเชิงหลีรู้สึกตื้นตันใจกับความใส่ใจของเจ้าก้อนแป้งทันที
อา… เป็นเด็กที่ดีจริง ๆ ดีกว่ายัยน้องสาวไม่ได้ความของเขาตั้งเยอะ!
หลังจากทานข้าวเสร็จ เว่ยเชิงหลีขึ้นไปจัดการเอกสารอยู่พักหนึ่ง เมื่อลงมาข้างล่างอีกครั้งเขาก็เห็นน้องสาวนอนหลับอยู่บนโซฟา
“เหยาเหยา ตื่น! ขึ้นไปนอนบนห้อง!”
เว่ยเชิงหลีผลักเธอเบา ๆ
หญิงสาวผมสั้นขยี้ตา ท่าทางกึ่งตื่นกึ่งฝัน
“พี่?”
“ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ?” เว่ยเชิงหลีถามด้วยความไม่เข้าใจ
หญิงสาวผมสั้นหาวหวอด “ฉันเห็นเด็ก ๆ เรียนหนัก เลยอยากให้พวกเขาพักผ่อนบ้าง แต่ไม่นึกว่า…”
แต่ไม่นึกว่าตัวเธอเองจะ “พักผ่อน” จนติดลมอึก… นี่จะโทษเธอไม่ได้นะ เกมมันสนุกเกินไปต่างหาก
เว่ยเชิงหลีที่อ่านสีหน้าเธอออก “……”
เยี่ยมมาก สมเป็นน้องสาวที่ไม่ได้ความของเขาจริง ๆ !
เว่ยเชิงเหยาลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มที่ห่มอยู่เลื่อนหลุดลงมา เธอประหลาดใจเล็กน้อย “ใครห่มผ้าให้ฉันเนี่ย?”
เว่ยเชิงหลีมองผ้าห่มแล้วยิ้มบาง ๆ “ซางซางน่ะสิ”
“ยัยแม่มดน้อย” ผู้เลื่องชื่อชะงักไป เธอขยำผ้าห่มในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย
“เด็กสองคนนี้โตกว่าและเข้มแข็งกว่าที่เธอคิดนะ ไม่ต้องห่วงพวกเขาหรอก” เว่ยเชิงหลีลูบหัวน้องสาว
เขารู้ดีว่าที่น้องสาวทำเป็นเล่นเกม จริง ๆ คือเธอกำลังเป็นห่วงเด็ก ๆ ปากบอกว่าเป็นแม่มดน้อย แต่เนื้อแท้ก็คือเทวดาตัวจิ๋วชัด ๆ
เว่ยเชิงหลีเริ่มยิ้มกว้างขึ้น
หญิงสาวผมสั้นนิ่งคิดอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจยาว “เป็นพี่ชายเหมือนกันแท้ๆ ทำไมซางซางถึงดูอ่อนโยนมีเหตุผล แต่พี่ทำไมถึงดู ‘หมา ๆ’ แบบนี้ล่ะ?”
รอยยิ้มบนหน้าเว่ยเชิงหลีเริ่มกระตุก
เยี่ยม… ความรักพี่น้องที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จเมื่อกี้ พังลงอีกแล้ว
ขณะที่สองพี่น้องที่เพิ่งประกาศตัดขาดกันชั่วคราวเดินขึ้นบันไดไป พวกเขาก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างเว่ยเชิงไป๋กับเมิ่งซางลู่พอดี
“คุณอาเล่นเกมห่วยมากเลย ผมไม่อยากเล่นกับอาแล้ว พรุ่งนี้ผมขอเขียนการบ้านดีกว่า!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เว่ยเชิงไป๋ร้องขอจะเรียนหนังสือเอง
เมิ่งซางลู่มองเขาพลางนึกสนุก “เอาอย่างนี้ไหม ถ้าพรุ่งนี้นายเขียนแบบฝึกหัดเพิ่มอีกเล่มหนึ่ง พี่จะไม่ยอมให้คุณอาเหยาชวนนายเล่นเกมอีก”
เว่ยเชิงไป๋กัดฟันกรอด “ตกลง!”
การเรียนแค่นทำให้เขาลำบาก แต่การเล่นเกมกับคุณอาสาวน่ะ… มันทำให้เขาถึงตาย!
เว่ยเชิงเหยาที่แอบฟังอยู่ “……”
เว่ยเชิงหลี ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !
ขอโทษทีนะน้องรัก พี่ขอขำก่อนล่ะ!
เมื่อนึกถึงคำบ่นของหลานชาย เว่ยเชิงเหยาก็แก้มป่อง “เจ้าเด็กบ้า กล้าดียังไงมาบอกว่าฉันเล่นเกมห่วย! คืนนี้ฉันจะทำให้นายได้รู้ว่า ‘ราชาครองสนาม’ ที่แท้จริงคือใคร!”
เว่ยเชิงหลีได้ยินแล้วก็แค่นหัวเราะ
ใช่… สะเทือนขวัญไปทั้งสนามเลย ห่วยจนสะเทือนขวัญน่ะสิ!
“ฉันเห็นพวกเขาแล้ว!”
เว่ยเชิงเหยาตาเป็นประกาย เธอโดดลงมาจากหลังคารถลอยตัว
เธอโบกมือสุดแรง
เด็ก ๆ ! อาอยู่นี่!
เด็กน้อยทั้งสองที่อยู่ไม่ไกลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองคู่ทอประกายแห่งความยินดีออกมาทันที
เว่ยเชิงเหยารู้สึกอิ่มใจสุด ๆ นี่สินะความภาคภูมิใจในการเลี้ยงเด็ก!
แม้แต่เว่ยเชิงหลีเองยังรู้สึกปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก เด็ก ๆ เป็นอะไรกันไปนะ วันนี้ทำไมถึงกระตือรือร้นขนาดนี้!
“นั่นคุณอาหนุ่มกับอาสะใภ้ใช่ไหม!” เว่ยเชิงไป๋ดวงตาสีมรกตเป็นประกายระยิบระยับ
เมิ่งซางลู่พยักหน้า พลางอมยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
อาหญิงกับอาเว่ยกลับมาแล้วจริง ๆ ด้วย!
เด็กน้อยสองคนสบตากัน พวกเขาโบกมือให้สองพี่น้องเว่ยเชิงหลีแป๊บเดียว แล้วก็วิ่งพรวดผ่านหลังทั้งคู่ไปทันที
เว่ยเชิงเหยาที่กำลังยืนกางแขนรออ้อมกอด “……”
เว่ยเชิงหลีที่กำลังรอให้เด็ก ๆ มาหอมแก้ม “……”
เว่ยเชิงหลีลูบหน้าตัวเอง “เอาเถอะ ฉันเข้าใจแล้ว พี่รองกับพี่สะใภ้รองกลับมาแล้วสินะ”
ส่วนแม่มดน้อยกลายเป็นมะนาวรสเปรี้ยวปรี๊ดทันที เธอมองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาละห้อย
“พี่… พี่ว่ากระสอบสีอะไรเหมาะกับการไปขโมยเด็กที่สุด?”
เว่ยเชิงหลี “……”
ไม่รอให้เขาได้พูดอะไร เว่ยเชิงเหยาก็หงอยลงทันควัน “ช่างเถอะ ฉันสู้พี่รองกับพี่สะใภ้รองไม่ได้หรอก”
ฮือ ๆ เหยาเหยาที่ไม่มีเด็กน่ารักให้กอด กำลังร้องไห้ออนไลน์อยู่ตรงนี้!
เว่ยเชิงหลีพลันยิ้มออกมา “เหยาเหยา สู้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก”
เขาจูงมือน้องสาววิ่งตามครอบครัวสี่คนนั้นไป
เมื่อเห็นลูกพี่ลูกน้องมาอ้อนใส่ เว่ยเชิงโม่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
เขาใช้มือแต่ละข้างลูบหัวทั้งสองคน “ลำบากพวกเธอแล้วนะ”
เว่ยเชิงหลีและเว่ยเชิงเหยาที่จู่ ๆ ก็ถูกพี่ชายลูบหัวถึงกับทำตัวไม่ถูกด้วยความเขินอาย
“ไม่ลำบากเลย… ไม่ลำบากเท่าไหร่หรอกค่ะ!”
“เสี่ยวไป๋กับซางซางว่าง่ายมากเลย!”
เด็ก ๆ ยังคงน่ารักเหมือนเดิม และเสือดาวร่างมนุษย์สองตัวนี้ก็น่ารักไม่แพ้กัน
เมิ่งหนานซวี่รู้สึกเอ็นดูความน่ารักนี้จริง ๆ เธอมองสองพี่น้องด้วยรอยยิ้ม “ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน เดี๋ยวพี่สะใภ้จะทำของอร่อย ๆ ให้กินนะ”
อาหารเลิศรสและบ้านที่แสนอบอุ่น คือการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกใบนี้ไม่ใช่หรือ?