สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 17 แกงจืดแฟงซี่โครงหมู
บทที่ 17 แกงจืดแฟงซี่โครงหมู
นั่นเป็นเรื่องราวตอนที่เธอเพิ่งมาถึงโลกดาราจักรใหม่ ๆ
เนื่องจากเกิดปัญหาในขั้นตอนการดึงข้อมูลเข้าสู่โลกนี้เธอจึงต้องจับคู่เงื่อนไขใหม่ และนั่นทำให้เธอมาถึงก่อนเวลาที่กำหนดไว้ถึง 10 ปี
วินาทีที่ลงจอด เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในรังของสัตว์อสูรบนดาวร้าง ร่างเดิมถูกสัตว์อสูรระดับ 7 ฆ่าตาย
ส่วนเธอเข้าสวมร่างที่บาดเจ็บสาหัสของเจ้าของเดิมแม้เธอจะมีฝีมือกล้าแกร่ง แต่ก็ยังถูกสัตว์อสูรที่กำลังดิ้นรนก่อนตายบีบจนจนมุม ในตอนนั้นเอง
เสือขาวตาฟ้าตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากฟากฟ้าและช่วยชีวิตเธอไว้
เสือขาวตัวนั้นมีพลังมหาศาล หลังจากฆ่าอสูรยักษ์แล้ว มันพาเธอไปยังที่ปลอดภัย และยังทิ้งน้ำยาซ่อมแซมไว้ให้เธอหนึ่งหลอด
เธอไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของ ‘ผู้มีพระคุณ’ แต่สำหรับ ‘เมี๊ยวผู้มีพระคุณ’ นั้น เธอจำได้แม่นยำขึ้นใจ
ตลอด 15 ปีในวันสิ้นโลก มีน้อยสิ่งนักที่จะทำให้เมิ่งหนานซวี่รู้สึกทึ่งได้ แต่เสือขาวตัวนั้นคือข้อยกเว้น
เธอคิดว่าเธอจะจดจำอสูรกายผู้ยิ่งใหญ่ที่ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายตัวนั้นไปตลอดกาล
ทันทีที่เห็นเจ้าแมวน้อยตัวนี้ เมิ่งหนานซวี่ก็นึกถึงเสือขาวผู้น่าเกรงขามตัวนั้นทันที นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เธอทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยชีวิตมัน
ในเมื่อยังตอบแทน ‘เมี๊ยวผู้มีพระคุณ’ ไม่ได้ งั้นก็ขอตอบแทน ‘แมวตัวแทน’ ตัวนี้ไปก่อนแล้วกัน!
เจ้า ‘แมวตัวแทน’ ครางเครือในลำคอ มันคงนึกไม่ถึงว่าพล็อตเรื่องน้ำเน่าอย่าง ‘การเป็นตัวแทนของตัวเอง’ จะมาเกิดขึ้นกับตัวมันเองเสียได้
เจ้าก้อนแป้งเฝ้าสังเกตเจ้าแมวน้อยอยู่นาน เมื่อมั่นใจว่ามันไม่เป็นอะไรแล้วเขาจึงลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เมิ่งหนานซวี่เห็นท่าทางนั้นแล้วก็แอบยิ้มในใจ ต่อให้จะเป็นมหาตัวร้ายในอนาคต แต่ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงเด็กน้อยที่มีหัวใจอ่อนโยนคนหนึ่งเท่านั้นเอง
[ติ๊ง! สตรีมเมอร์ที่คุณติดตาม “คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง” ออนไลน์แล้วค่ะ!]
โหยวซิงกวง ที่กำลังอู้งานอยู่ในสถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณ ทันทีที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนเขาก็รีบเปิดห้องสตรีมทันที
เคาน์เตอร์ครัวสีอุ่นที่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตา เหล่าแฟนคลับต่างพากันดีใจยกใหญ่
[พี่สาว ในที่สุดก็มาแล้ว! วันที่ไม่มีพี่นี่มันช่างทรมานเหลือเกิน]
[นี่กลับบ้านแล้วเหรอคะ?]
[ยินดีด้วยนะพี่ที่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ของอาร์ทิมิส! พวกเขาตาถึงจริง ๆ !]
[ฉันไปมาเมื่อวันก่อน ดีมากเลยค่ะ มีคนคอยสอนทำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกับปลาเผาด้วย!]
[จริงเหรอ ๆ ? ถ้าจริงสัปดาห์หน้าฉันจะพาพ่อกับแม่ไปบ้าง!]
เมิ่งหนานซวี่มองดูแชทแล้วยิ้มบาง ๆ
“เพื่อน ๆ ที่สนใจลองไปเที่ยวดูได้นะคะ ใครที่มีตราแฟนคลับของฉันจะได้รับส่วนลด 20% ด้วยนะ!”
นี่คือสวัสดิการแฟนคลับที่เธอขอมาจากเหวินเหรินเย่ ตั้งแต่มาที่โลกนี้ ต้องขอบคุณชาวเน็ตผู้กระตือรือร้นเหล่านี้ที่คอยสนับสนุน เธอถึงสามารถทำภารกิจอาชีพของระบบได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว
[โฮ พี่สาวรักแฟนคลับจังเลย!]
[พระเจ้า! ตอนฉลองเปิดร้านอาร์ทิมิสยังลดแค่ 10% เองนะ!]
[ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันไปจองตั๋วก่อนนะ]
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มแย้ม
“งั้นก็ขอให้ทุกคนเที่ยวให้สนุกล่วงหน้านะคะ!”
เมนูที่จะทำในวันนี้คือ “แกงจืดแฟงซี่โครงหมู”
เมิ่งหนานซวี่จัดการซี่โครงหมูอย่างเป็นระเบียบ เริ่มจากนำไปลวกน้ำร้อนเพื่อขจัดคราบเลือด ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำวางเตรียมไว้
“แฟงมีเนื้อหนา กลิ่นหอมหวานสะอาด การนำมาทำคู่กับเนื้อสัตว์มักจะได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ เวลาต้มน้ำซุป จำไว้ว่าอย่าหั่นบางเกินไป ไม่อย่างนั้นมันจะละลายเละระหว่างต้มได้ง่าย ๆ ” เธออธิบายอย่างตั้งใจขณะหั่นแฟงเป็นชิ้นหนา ๆ
“วันนี้เราจะใช้หม้อดินเผาใบนี้ค่ะ” เมิ่งหนานซวี่เทน้ำสะอาดลงในหม้อ ใส่ต้นหอม ขิง และกระเทียมเพื่อดับคาว จากนั้นก็ใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ ลงไปใบหนึ่ง
[ในนั้นคืออะไรเหรอคะ?] แฟนคลับตาไวสังเกตเห็นสิ่งของแปลกใหม่
“นี่คือถุงเครื่องเทศค่ะ ในนั้นมีพริกไทยหอม, โป๊ยกั๊ก และใบกระวาน ซื้อจากร้านเดิมเจ้าประจำเลยค่ะ”
[อ๋อออ รู้แล้ว ๆ ]
[ร้านจากสถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณสินะ!]
โหยวซิงกวงพยักหน้าดูเหมือนความคิดของอาจารย์จะถูกต้อง! มีหุ้นส่วนแบบนี้ ของในสถาบันวิจัยของพวกเขาจะไปกลัวเรื่องขายไม่ออกได้ยังไง?
เมิ่งหนานซวี่ตอบคำถามชาวเน็ตไปพลาง มือก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เธอนำซี่โครงที่ลวกแล้วใส่ลงในหม้อน้ำเย็น ต้มไปพร้อมกับเครื่องสมุนไพรและถุงเครื่องเทศ
เมื่อไอน้ำเริ่มลอยขึ้นและน้ำซุปเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นเล็กน้อย จึงใส่แฟงและเกลือลงไป
เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นหอมเริ่มฟุ้งกระจาย ตอนแรกเป็นกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ล้วน ๆ แต่ไม่นานนัก
กลิ่นนั้นก็ถูกปกคลุมด้วยความหอมหวานสดชื่น ความรู้สึกเลี่ยนเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
ทุกคนต่างจ้องมองตาไม่กะพริบ มีดทำครัวที่คมกริบสับลงบนเขียงเสียงดังสม่ำเสมอ ผักชีที่หั่นเสร็จแล้ววางรออยู่ เมิ่งหนานซวี่เปิดฝาหม้อ โรยผักชีลงไป แล้วตักซุปใส่ชามท่ามกลางความกระหายของผู้ชม
[อา! กลิ่นนี้! ฉันนิพพานแล้ว]
[เนื้ออสูรไห้นี่ทำอาหารได้เยอะจริง ๆ นะเนี่ย พวกฟาร์มเลี้ยงสัตว์รีบจัดมาด่วน อย่าให้ฉันต้องกราบขอร้องเลย!]
[เห็นด้วย! ถ้าเนื้อไห้สั่งออนไลน์ได้ก็คงดี]
อสูรไห้ที่ไม่มีขนนั้นในทางอุตสาหกรรมแทบไม่มีมูลค่าเลย จึงไม่มีใครเลี้ยงไว้ขาย
ตอนนี้ถ้าอยากกินพื้นฐานมีวิธีเดียวคือต้องไปล่าเองที่สนามล่าสัตว์
ทันใดนั้น แชทสีทองสว่างจ๋าพุ่งผ่านหน้าจอไป
[อาร์ทิมิสยินดีบริการจัดส่งเนื้ออสูรไห้ถึงบ้านนะจ๊ะทุกคน ^3^]
ผู้ชมในห้องสตรีมต่างพากันอึ้ง
บัญชีระดับ VIP ขั้นสูงส่งแชทมาต่อเนื่อง
[เจ้านายของฉันฝากบอกมาค่ะว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อาร์ทิมิสจะเริ่มตั้งแผนกปศุสัตว์ขึ้นมา เนื้อสัตว์ทุกชนิดที่พี่สาวสตรีมเมอร์ใช้ สามารถสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ทางการของพวกเราเลยนะคะ!]
นี่คือความร่วมมือใหม่ล่าสุดระหว่างเมิ่งหนานซวี่และเหวินเหรินเย่ โดยใช้การสตรีมของเมิ่งหนานซวี่เป็นตัวนำร่อง
เพื่อเติมเต็มและสร้างความหลากหลายให้แก่แผนกปศุสัตว์ของอาร์ทิมิส
แชทระเบิดขึ้นอีกรอบ
[จริงเหรอเนี่ย!]
[ดีจังเลย! ต่อไปที่บ้านฉันจะได้ไม่ต้องวิ่งไปที่สนามล่าสัตว์ทุกวันแล้ว!]
[อาร์ทิมิสจงเจริญ!]
ห้องสตรีมเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง ทุกคนต่างวางแผนจะซื้อวัตถุดิบไปทำกินเองที่บ้าน
เมิ่งหนานซวี่มองดูการตอบรับที่ล้นหลาม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอตระหนักว่าอิทธิพลของเธอนั้นทรงพลังเพียงใด เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว เธอจึงเร่งเร้า
“ซุปได้ที่แล้วค่ะ ทุกคนมาทานกันเถอะ!”
ชาวเน็ตสายกินทิ้งทุกอย่างแล้วพุ่งเข้าสัมผัสความอร่อยทันที
เนื้อซี่โครงนุ่มจนแค่สะกิดก็หลุดออกมาจากกระดูก กัดลงไปได้สัมผัสที่นุ่มละมุนแต่ก็เด้งสู้ฟัน เมื่อตักน้ำซุปขึ้นมาซด
รสชาติของเนื้อที่หลอมละลายอยู่ในน้ำซุปหอมหวานค่อย ๆ ไหลผ่านลำคอลงไป
อา…
นี่มันรสชาติเทพเซียนชัด ๆ !
ที่เด็ดยิ่งกว่าคือแฟงที่โปร่งใสดุจหยก กัดลงไปเบา ๆ น้ำในเนื้อแฟงก็พุ่งกระจายออกมารสสัมผัสที่เหมือนเนื้อสัตว์แต่ไม่ใช่เนื้อสัตว์นั้นทำให้ยากจะลืมเลือนจริง ๆ
[ทุกครั้งที่สตรีมฉันคิดว่านี่คือที่สุดแล้ว แต่สตรีมเมอร์ก็ตบหน้าฉันด้วยความจริงที่ว่า ไม่มีจุดสูงสุด มีแต่สูงยิ่งขึ้นไปอีก]
[เรื่องจริงค่ะ ทานเสร็จแล้วรู้สึกสบายตัวมาก ถ้ามีสตรีมให้ดูทุกวันคงดี]
[ครั้งแรกที่ฉันดูสตรีมคือช่วงที่ฉันมีอาการคลั่งทางจิต (Mental Riot) ยาคลายอาการราคาแพงที่ซื้อมาไม่ได้ผลเลย แต่อาหารของสตรีมเมอร์ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก]
[พวกคุณเว่อร์ไปหรือเปล่า ถึงมันจะอร่อยมากก็เถอะ]
[ฉันกลับเห็นด้วยนะ ตั้งแต่ทำอาหารตามสตรีมเมอร์กินเอง สุขภาพจิตของฉันก็ดีขึ้นและมั่นคงขึ้นทุกวัน]
……
แชททำนองนี้มีไม่มากนัก และถูกกลืนหายไปในข้อความชมเชยของแฟนคลับอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ
เมิ่งหนานซวี่ตักซุปซี่โครงหมูให้เจ้าก้อนแป้งหนึ่งชาม แล้วก็ตักให้เจ้าแมวน้อยอีกหนึ่งชาม
ใช่แล้ว เจ้าแมวน้อยตื่นขึ้นหลังจากได้กลิ่นหอมได้ไม่นาน! เมิ่งหนานซวี่ลูบขนที่นุ่มสลวยของมัน แล้ววางชามไว้ตรงหน้ามัน
เจ้าแมวน้อยคลอเคลียเธอเบา ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณ ก่อนจะก้มลงจิบน้ำซุปอย่างสำรวม
และแล้ว
แมวตะลึง.jpg
ดวงตาสีน้ำเงินของแมวขาวตัวน้อยเต็มไปด้วยความทึ่ง มันไม่เคยลิ้มรสอะไรแบบนี้มาก่อนเลย!
มันอดไม่ได้ที่จะจิบอีกคำ
รสที่เบาบางแต่ไม่จืดชืด หอมสดชื่นแต่ไม่เลี่ยน แกงจืดแฟงซี่โครงหมูนี้ยิ่งดื่มยิ่งอร่อย พริบตาเดียว ชามตรงหน้าก็ว่างเปล่าเสียแล้ว
แมวขาวน้อย: ……
ทำไมมันน้อยจัง? เขายังไม่อิ่มเลย!
“กินหมดแล้วเหรอ?” เมิ่งหนานซวี่อึ้งไป เธอไม่คิดว่าแมวตัวเล็กจิ๋วแค่นี้จะดื่มซุปชามใหญ่กว่าตัวมันเองจนหมดได้
เธอเดินไปหาแล้วอุ้มมันขึ้นมา พลางลูบท้องมันด้วยความสงสัยสุดขีด น้ำซุปชามเบ้อเริ่มนั่นหายไปไหนหมดนะ?
เจ้าแมวถูกเธออุ้มไว้ก็นิ่งค้าง ไม่กล้าขยับ ยอมให้เธอตรวจดูแต่โดยดี
เขาขอสาบาน… ในชีวิตนี้ไม่เคยใกล้ชิดกับสตรีคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย!
เมิ่งหนานซวี่ชูเจ้าแมวขึ้นมาตรงหน้า
“ตกลงว่ากระเพาะของแกทำด้วยอะไรเนี่ย ทำไมกินจุขนาดนี้?”
แมวขาวน้อยไม่ส่งเสียง เพียงแค่ใช้ดวงตาสีน้ำเงินมองเธอด้วยสายตาไร้เดียงสา
เมิ่งหนานซวี่: ……
โอเค กฎของการเป็นสัตว์น่ารักคือคุณทำอะไรก็ไม่ผิดสินะ
เจ้าแมวขาวน้อยที่ ‘ใช้ความน่ารักเนียนจนผ่านด่านมาได้’ ลอบถอนหายใจยาว
เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าสัตว์ปกติไม่มีทางกินจุได้เท่าเขา!
นึกไม่ถึงว่า หลังจากปิดสตรีมแล้ว เมิ่งหนานซวี่จะเอาอาหารส่วนที่เหลือสำหรับผู้ชมมาให้มันอีก
“ถ้ายังไม่อิ่มก็กินต่อเถอะนะ เจ้าถังข้าวสารน้อย!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
เจ้าแมวน้อยจะมีเจตนาร้ายอะไรได้ล่ะ? มันก็แค่อยากกินแกงจืดซี่โครงหมูเท่านั้นเอง
แมวขาวน้อย: ……
มันมองดูหญิงสาวตรงหน้า สลับกับมองดูซุปในชาม ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อความจริง
จะเป็นถังข้าวสารก็ช่างมันเถอะ เห็นแก่แกงจืดซี่โครงหมูชามนี้หรอกนะ!