สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 21 ศึกชิงสิทธิเลี้ยงดู
บทที่ 21 ศึกชิงสิทธิเลี้ยงดู
หลังจากมอนิเตอร์สถานการณ์แบบเรียลไทม์ ระบบ 521 ก็ถึงกับช็อกไปทั้งระบบ!
[แม่ของมหาตัวร้ายคิดอะไรอยู่กันแน่? ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าคุณเมิ่งหนานกุยทิ้งพินัยกรรมไว้ และโฮสต์ก็รับเลี้ยงมหาตัวร้ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ!]
เมิ่งหนานซวี่แค่นยิ้ม
“เพราะเธอรู้ดีน่ะสิ ถึงได้คิดจะใช้กระแสสังคมบีบบังคับให้ฉันคืนสิทธิการปกครองของชางชางกลับไป”
ในเมื่อแม่แท้ ๆ ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้มีเจตนาทอดทิ้งลูก ไม่ว่าจะมองมุมไหนหน้าที่เลี้ยงดูหลานก็ไม่ควรตกมาอยู่ที่อาอย่างเธอ
521 เริ่มลนลาน [แล้วเราจะทำยังไงดีครับ? สิทธิการเลี้ยงดูมหาตัวร้ายเราจะคืนให้ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ!]
ถ้าคืนให้จริงๆ ภารกิจของพวกเขาก็คือความล้มเหลว!
ทว่าเมิ่งหนานซวี่กลับดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิด เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลง แล้วเอ่ยแผ่วเบา
“ถึงเขาจะมีแม่ที่แย่ที่สุดในโลก แต่เขาก็มีพ่อที่ดีที่สุดในโลกเหมือนกัน”
521 ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเธอนัก
ดวงตาของเมิ่งหนานซวี่ดูเย็นชา
“ในฐานะภรรยา หลังจากสามีเสียชีวิต เธอควรจะได้รับสิทธิเลี้ยงดูบุตรเป็นอันดับแรก… งั้นเธอพอนึกออกไหมว่า เมิ่งหนานกุยใช้วิธีไหนในการ ‘ลิดรอน’ สิทธิอันดับหนึ่งของเธอไป?”
521 ชะงักไป
“เขาพิสูจน์ไว้ตั้งนานแล้ว… ว่าเธอไม่สามารถเป็นแม่ที่ดีได้”
ผู้ชายคนนั้นวางแผนทุกอย่างเพื่อลูกไว้หมดแล้ว หากไม่ใช่เพราะเจ้าของร่างเดิมด่วนจากไปเสียก่อน มหาตัวร้ายผู้น่าเกรงขามคงไม่มีวันถือกำเนิดขึ้น
521 ในที่สุดก็เข้าใจ
[แปลว่าเราต้องพิสูจน์เรื่องนี้เหมือนกันสินะครับ!]
เมิ่งหนานซวี่พยักหน้า
“เรื่องรวบรวมหลักฐาน ฝากเธอด้วยนะ”
เธอยังไม่คิดจะลงมือตอนนี้ เพราะท่ามกลางพายุข่าวลือในครั้งนี้ เธอเริ่มได้กลิ่นอายบางอย่างที่ไม่ธรรมดา
เว่ยเชิงโม่รับรู้ได้ถึงความไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เขากระโดดลงจากขอบหน้าต่าง เดินเข้ามาหาเธออย่างลังเล
เกิดอะไรขึ้น?
ทำไมจู่ ๆ ถึงมีรังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาขนาดนี้?
เมิ่งหนานซวี่เห็น ‘เสี่ยวไป๋’ ที่ปกติชอบเมินเธอ กลับวิ่งมาคลอเคลียที่เท้าและมองด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใยราวกับจะถามว่าเธอเป็นอะไร
เมิ่งหนานซวี่รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอโน้มตัวลงอุ้มแมวขาวมาไว้ในอ้อมกอด ลูบขนที่นุ่มสลวยของมัน
“วันนี้ลูกแม่ทำไมว่าง่ายจัง แม่ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
เว่ยเชิงโม่: ……
ทำไมเธอถึงชอบอยากเป็นแม่คนอื่นนักนะ?
แน่นอนว่าเมิ่งหนานซวี่อ่านสีหน้าแมวไม่ออก เธอเกยคางไว้บนหัวของเจ้าแมวขาว พึมพำเบา ๆ
“ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพรากชางชางไปเด็ดขาด”
เว่ยเชิงโม่ที่ตกใจกับความใกล้ชิดกะทันหันถึงกับตัวแข็งทื่อ แต่เมื่อได้ยินคำพูดนั้นเขาก็ชะงักไป และเข้าใจเหตุผลที่เธออารมณ์ไม่ดีทันที
คิดจะแย่งเด็กเหรอ?
เว่ยเชิงโม่มองไปทางห้องของเมิ่งซางลู่ด้วยความเป็นห่วง
เพราะที่บ้านเขาก็มีหลานชายที่อายุไล่เลี่ยกัน จริง ๆ แล้วเขาจึงให้ความสนใจเด็กคนนี้มาตลอด
เขาต่างจากหลานชายที่น่ารักสดใสของเขา เด็กคนนี้สุขุม มีวินัย ฉลาดเกินวัย และรู้จักความจนน่าใจหาย เขาหวังว่าเด็กคนนี้จะมีชีวิตที่สงบสุขและมีความสุขเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมีคนมาแย่งเด็กไป!
ดูท่าต้องสืบดูหน่อยแล้วว่าสถานการณ์จริงเป็นยังไง เว่ยเชิงโม่คิดในใจพลางแกว่งหางนุ่มฟูไปมา
ทางด้าน ‘เด็กดี’ เมิ่งซางลู่ กำลังมองข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตด้วยแววตาหม่นแสง บนสายรัดข้อมือเครื่องเก่าของเขา หญิงสาวผมทองตาสีฟ้ากำลังร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจ
ทำไมในโลกนี้ถึงมีคนเสแสร้งได้ขนาดนี้?
แล้วทำไมคนเสแสร้งแบบนี้ถึงได้เป็นแม่ของเขา?
เมิ่งซางลู่ไม่เข้าใจ
บางทีถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาอาจจะสับสนและเจ็บปวด แต่ตอนนี้… เขาไม่ต้องการแม่แล้ว เขาต้องการแค่คุณอา
เมิ่งซางลู่ปิดวิดีโอลง
ก็แค่ร้องไห้ไม่ใช่เหรอ นึกว่าผมทำไม่เป็นหรือไง! มาดูกันว่าใครจะร้องได้น่าสงสารกว่ากัน!ต่อให้เขาทำไม่เป็น เสี่ยวไป๋ก็สอนเขาได้ คราวนี้ถึงตาเขาที่จะปกป้องคุณอาบ้างแล้ว!
กระแสข่าวลือเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการโหมกระหน่ำจากผู้ไม่หวังดี จนถึงขั้นติดเทรนด์ค้นหายอดนิยมประจำวัน
แม้แต่ชวี่เสี่ยวเสี่ยวและเหวินเหรินเย่ยังตกใจจนต้องติดต่อมาหลังจากรับรองกับพวกเธอว่าตัวเองจัดการได้ เมิ่งหนานซวี่ก็ถอนหายใจยาวพลางวางสาย
“521 เตรียมหลักฐานไปถึงไหนแล้ว?”
[โฮสต์วางใจได้ครับ ผมรวบรวมเรียบร้อยหมดแล้ว!]
เรื่องการจัดการข้อมูล 521 ทำงานได้พึ่งพาได้เสมอ
“เสียดายที่ไม่มีเอกสารฉบับที่เมิ่งหนานกุยยื่นไว้ในตอนนั้น ไม่อย่างนั้น… ครั้งนี้ฉันจะทำให้ยัยนั่นย่อยยับจนกู่ไม่กลับเลย!” เมิ่งหนานซวี่รู้สึกเกลียดชังหูถูต้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
[เรามีเอกสารฉบับนั้นครับ!] 521 พูดอย่างดีใจ [มีคนส่งข้อความส่วนตัวมาให้คุณครับ!]
มือที่กำลังจัดปกเสื้อของเมิ่งหนานซวี่ชะงักกึก
เอกสารฉบับนี้เธอเคยไปยื่นเรื่องขอที่สถานสงเคราะห์คุ้มครองเยาวชนแล้ว แต่ทางนั้นปฏิเสธโดยอ้างว่าผิดระเบียบ นึกไม่ถึงว่าจะมีคนส่งมาให้เธอเอง!
“มันเกิดอะไรขึ้น? คนคนนั้นเป็นใคร?”
เสียงโลลิของ 521 เจื้อยแจ้ว
[เป็นบัญชีอวตารที่เพิ่งลงทะเบียนไม่นานครับ เขาบอกผมว่าเอกสารของเขาดึงมาจากสำนักงานใหญ่ของสถานสงเคราะห์ฯ โดยตรง ถูกต้องตามกฎหมาย โฮสต์ดูสิครับ มีตราประทับเฉพาะด้วย! ผมเช็กแล้ว ใบรับรองนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแน่นอนครับ!]
เมิ่งหนานซวี่มองดูเอกสารด้วยความสงสัยในใจ ตกลงใครเป็นคนส่งข้อมูลนี้มาให้เธอกันแน่? แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร บุญคุณครั้งนี้เมิ่งหนานซวี่ขอรับไว้ก็แล้วกัน!
“ถึงเวลาแล้ว วันนี้ต้องจบเรื่องนี้ให้เด็ดขาดสักที”
เมิ่งหนานซวี่มองตัวเองในกระจก แล้วเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจไม่มีใครหน้าไหนจะพรากมหาตัวร้ายไปจากข้างกายฉันได้ทั้งนั้น!
นับตั้งแต่เกิดกระแสข่าวลือ เมิ่งหนานซวี่ก็ไม่ได้เปิดสตรีมอีกเลย ช่องคอมเมนต์ที่เคยคึกคักตอนนี้เต็มไปด้วยคำด่าทอสาปแช่งจนดูไม่ได้
[ติ๊ง! สตรีมเมอร์ที่คุณติดตาม คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง] ออนไลน์แล้วค่ะ!]
เพื่อให้สามารถเข้ามาด่าได้เป็นคนแรก ๆ หลายคนจึงยอมกดติดตามเธอไว้ พอเห็นเธอออนไลน์ปุ๊บ ทุกคนก็แห่กันเข้ามาดั่งพายุ
[ยัยสวะที่แย่งลูกคนอื่น!]
[คืนเด็กให้แม่เขาไปซะ!]
[หึหึ ในที่สุดยัยเต่าหดหัวก็ยอมโผล่ออกมาแล้ว!]
[ฉันเป็นแฟนคลับเก่าแก่ รอดูซิว่าจะแถว่ายังไง]
ข้อความแชทพุ่งพรวดราวกับพายุไต้ฝุ่นถล่มห้องสตรีม
เมื่อภาพสว่างขึ้น ห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นปรากฏสู่สายตา หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวนั่งอยู่บนโซฟา เธอส่งยิ้มที่ดูอ่อนโยนให้กับผู้ชม
“สวัสดีค่ะทุกคน ฉัน ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ วันนี้ตั้งใจมาเพื่อชี้แจงข่าวลือที่เป็นเท็จค่ะ”
จู่ ๆ ข้อความแชทก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เมิ่งหนานซวี่ยังคงรักษารอยยิ้มไว้
วันนี้เธอตั้งใจแต่งตัวมาเป็นพิเศษ ผมยาวรวบถักเป็นเปียหลวมๆ พาดไว้ที่หน้าอก แต่งหน้าอ่อน ๆ ดูสะอาดสะอ้าน
ช่วยกดความโฉบเฉี่ยวของใบหน้าไว้จนมิด ชุดเดรสสีขาวล้วนส่งเสริมให้เธอดูอ่อนโยนและบอบบางราวกับดอกบัวขาวผู้ไร้เดียงสา
ภาพนี้ทำเอาเว่ยเชิงโม่ที่แอบดูเธอแต่งตัวเมื่อกี้ถึงกับอึ้งไปเลย จนถึงตอนนี้เขายังมองเธอด้วยสายตาที่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
[เอิ่ม… บางทีเรื่องนี้อาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง?]
[พี่สาวดูไม่เหมือนนางเสือร้ายเลยนะ]
[เธอดูบอบบางกว่าแม่เด็กคนนั้นอีก!]
[มองยังไงก็ดูไม่ออกว่านี่จะเป็นพรานดาราจักรที่ดุร้ายถึงขั้นแย่งลูกคนอื่น…]
เมื่อเห็นการตอบรับแบบนี้ เมิ่งหนานซวี่ก็รู้สึกพอใจ
ผู้อ่อนแอมักได้รับความเห็นใจเสมอ หากเธอยังทำตัวแข็งกร้าวเหมือนปกติ ต่อให้มีเหตุผลแค่ไหนคนก็คงไม่ฟัง
ถึงเธอจะไม่ชินกับลุคนี้เท่าไหร่ แต่ถ้ามันทำให้บรรลุเป้าหมายได้ เธอก็ไม่เกี่ยงที่จะแสดงด้านที่อ่อนแอออกมา และก็ได้ผลจริง ๆ ข้อความแชทเริ่มดูซอฟต์ลงมาก
[คนที่ในวิดีโอพูดถึงคือคุณจริง ๆ เหรอ?]
[สิทธิเลี้ยงดูหลานอยู่ที่คุณจริง ๆ ใช่ไหม?]
[คุณไม่แบ่งสมบัติให้พี่สะใภ้เลยสักเหรียญจริงเหรอ?]
เมิ่งหนานซวี่มองแชทแล้วตอบตรง ๆ
“คนในวิดีโอคือฉันเองค่ะ”
“หลานชายของฉันอาศัยอยู่กับฉันจริง ๆ ”
“และทรัพย์สมบัติทั้งหมด ฉันเป็นคนรับมาไว้เองจริง ๆ ค่ะ”
เธอตอบได้เคลียร์และรวดเร็วมากจนชาวเน็ตอึ้งไปตาม ๆ กัน
[ยอมรับง่าย ๆ งี้เลย?]
[ฉันบอกแล้วไง แถไม่หลุดหรอก!]
[เลวตัวจริง ไม่มีพลิกโผ!]
“แต่… นี่คือความต้องการของคุณพี่ชายฉันค่ะ” เมิ่งหนานซวี่เอ่ยอย่างไม่รีบร้อน
“เขาทิ้งพินัยกรรมไว้”
เธอฉายภาพเอกสารที่เกี่ยวข้องลงในหน้าจอห้องสตรีมแชทเกิดการฮือฮาขึ้นมาทันที
[!]
[หมายความว่าไง?]
[พี่ชายคุณยกสิทธิเลี้ยงดูให้คุณเหรอ? มันผิดระเบียบหรือเปล่า?]
[ในเมื่อแม่เขายังอยู่ ทำไมสิทธิถึงมาอยู่ที่อาอย่างคุณ?]
[ผู้ชายประเภทไหนกันเนี่ย ไม่ทิ้งทั้งลูกทั้งสมบัติไว้ให้เมียเลย!]
[อ๋อ เข้าใจละ คนที่เลวไม่ใช่สตรีมเมอร์ แต่เป็นพี่ชายสตรีมเมอร์ต่างหาก]
ปฏิกิริยาของทุกคนอยู่ในความคาดหมายของเมิ่งหนานซวี่ทั้งหมด
จริง ๆ แล้วในสถานการณ์ปกติ ผู้ชายที่ไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ภรรยาเลยย่อมถูกมองว่าเป็นผู้ชายเฮงซวย แต่เมิ่งหนานกุยนั้นต่างออกไป เขาทำไปด้วยความสัตย์จริง!
เมิ่งหนานซวี่เอ่ยช้า ๆ
“สิทธิเลี้ยงดูอันดับหนึ่งของคุณนายหูถูกลิดรอนโดยคำสั่งศาลค่ะ เธอจะโทษใครไม่ได้เลย นอกจากตัวเธอเอง”
“เพราะเธอไม่คู่ควรที่จะเป็นแม่คนค่ะ!”