สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 22 แสร้งทำเป็นอ่อนแอ
บทที่ 22 แสร้งทำเป็นอ่อนแอ
[ถูกลิดรอนสิทธิ?]
[เกิดอะไรขึ้นน่ะ?]
[อย่ามาพูดมั่วซั่วดีกว่า มีแม่ที่ไหนไม่รักลูกตัวเองบ้าง?]
เมิ่งหนานซวี่ที่มองเห็นทุกข้อความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก อารมณ์ความรู้สึกของร่างเดิมพรั่งพรูขึ้นมาอีกครั้ง
เธอเข้าใจดีว่าร่างเดิมต้องการอะไร… ร่างเดิมต้องการกอบกู้ชื่อเสียงให้พี่ชาย เมิ่งหนานกุย พี่ชายของเธอไม่ใช่คนขี้ขลาด ไม่ใช่คนไม่ได้ความที่ไร้ประโยชน์ และไม่ใช่ไอ้กระจอกที่ยอมก้มหน้ากล้ำกลืนความอดสูตอนโดนสวมเขา
เขาคือพี่ชายที่ดีที่สุดและเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลก!
และความผิดพลาดเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาก็คือ การเกิดมาเป็นลูกของเมิ่งฉ่าง
น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“ภรรยาที่นอกใจสามีตั้งแต่อยู่ในสมรส เศษสวะที่กล้ามีสัมพันธ์สวาทกับชู้รักต่อหน้าลูก… พวกคุณเอาอะไรมามั่นใจว่าผู้หญิงแบบนั้นจะเป็นแม่ที่ดีได้?”
[สตรีมเมอร์หมายความว่ายังไง เป็นอย่างที่ฉันคิดหรือเปล่า?]
[นอกใจก็เรื่องหนึ่ง แต่มีอะไรกับชู้ต่อหน้าลูกนี่มันไร้ยางอายเกินไปไหม?]
[ผู้หญิงคนนั้นดูไม่เหมือนคนแบบนั้นเลยนะ สตรีมเมอร์อย่ามาพูดลอย ๆ !]
เมิ่งหนานซวี่แทบจะขำออกมาด้วยความโกรธ
“ผู้หญิงคนนั้นโชว์หลักฐานอะไรให้คุณดูหรือยัง? ทำไมคุณถึงเชื่อเธอขนาดนั้น?”
“ส่วนฉันน่ะเหรอ แน่นอนว่าต้องมีหลักฐานอยู่แล้ว เรื่องพูดจาพล่อย ๆ ไร้มูลความจริงฉันทำไม่ลงหรอกค่ะ”
เธอแตะสมองกลสองสามครั้ง วิดีโอและไฟล์เสียงหลายชุดก็ถูกส่งขึ้นหน้าจอห้องสตรีมทันที
“หลักฐานที่พวกคุณต้องการค่ะ”
ผู้ชมที่กดเข้าไปดูต่างพบกับภาพร่างที่พัวพันกันอย่างอุจาดตา เสียงที่น่ารังเกียจเหล่านั้นทำให้หลายคนทนรับไม่ได้จนต้องกดปิดออกมา
[…พระเจ้าช่วย…]
[เป็นบุญตาจริง ๆ (ประชด)]
[คนพรรค์นี้จะเป็นแม่คนได้ยังไง! ถ้าฉันเป็นพี่ชายสตรีมเมอร์ฉันก็ทำแบบเดียวกัน!]
ในยุคดาราจักรที่การให้กำเนิดบุตรเป็นเรื่องยากลำบาก ลูกหลานคือตัวตนที่ล้ำค่าอย่างยิ่งไม่ว่าใครก็ตามหากถูกพบว่าทารุณกรรมลูกหลาน จะต้องถูกตัดสินโทษอย่างรุนแรง แม้จะเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ก็ตาม
เพราะเมื่อมีเด็กน้อย สังคมไม่กังวลเลยว่าจะหาผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมและมีความรับผิดชอบไม่ได้
และเพราะสภาพแวดล้อมเช่นนี้เอง เมิ่งหนานซวี่จึงตัดสินใจแก้ปัญหาผ่านการไลฟ์สดโดยตรง หากเป็นที่โลกปัจจจุบันเธออาจเลือกแก้ปัญหาเป็นการส่วนตัวเพื่อปกป้องเด็ก แต่ในยุคนี้ คำพูดคือดาบสองคม
เธอไม่อยากให้มหาตัวร้ายโตมาท่ามกลางสายตาแปลก ๆ ของผู้คน ทว่าโชคดีที่นี่คือยุคดาราจักรพ่อแม่ที่ไม่ได้มาตรฐานมีแต่จะทำให้ผู้คนทั่วไปยิ่งสงสารและเอ็นดูเด็กมากขึ้น
ขณะที่ผู้ชมกำลังช็อกกับศีลธรรมที่พังทลาย เมิ่งหนานซวี่ก็งัดไพ่ตายใบสุดท้ายออกมา
“ตอนที่พี่ชายฉันยังมีชีวิตอยู่ เขาได้ยื่นคำร้องขอสิทธิเลี้ยงดูบุตรจากคุณนายหูไว้แล้ว และนี่คือคำตัดสินของศาลในตอนนั้นค่ะ”
[นี่ไม่ใช่พ่อที่ใจคอโหดร้ายนะ นี่มันยอดคุณพ่อชัด ๆ !]
[เมื่อกี้ฉันเพิ่งด่าพี่ชายสตรีมเมอร์ไป ฉันขอโทษอย่างจริงใจเลยค่ะ ต่อไปจะไม่ฟังความข้างเดียวอีกแล้ว]
[ไม่ลิดรอนสิทธิเลี้ยงดูตอนนี้จะรอตอนไหน?]
[เด็กจะโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนั้นได้ยังไง? สตรีมเมอร์คุณทำถูกแล้ว!]
[ในเมื่อสิทธิอยู่ที่สตรีมเมอร์ แล้วทำไมก่อนหน้านี้เด็กถึงได้ไปอยู่กับแม่พักนึงล่ะ?]
เมื่อเห็นคอมเมนต์สุดท้าย เมิ่งหนานซวี่รวบผมที่ตกลงมาปรกหน้าไปทัดไว้ที่หู
“เพราะตอนที่พี่ชายฉันเสียชีวิต ฉันไม่ได้อยู่ที่ดาวดอแรนค่ะ มีคนขังฉันไว้ที่ที่อื่น”
เธอรู้สึกมาตลอดว่าความตายของร่างเดิมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แฮร์ริสไม่ลงมือเร็วหรือช้ากว่านั้น แต่กลับเลือกจังหวะเวลานั้นพอดี เบื้องหลังต้องมีปัญหาแน่และเธอยังจำคำพูดของหูถูต้านตอนที่เห็นหน้าเธอได้
“แกไม่ได้ตายอยู่ที่ดาวร้างไปแล้วเหรอ”
ทำไมยัยนั่นถึงมั่นใจนักว่าเธอต้องตายอยู่ที่นั่น?
ต่อให้คนที่ฆ่าร่างเดิมจะไม่ใช่เธอ แต่ความตายของร่างเดิมย่อมหนีไม่พ้นความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้! และสิ่งที่เธอต้องทำคือการค่อยๆ ลอกเปลือกออกมา เพื่อลากคอตัวการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้!
[ฟังที่สตรีมเมอร์พูดแล้วคิดตามนี่น่ากลัวมากนะ]
[พี่ชายไม่อยู่ สตรีมเมอร์ไม่อยู่ ตามกฎหมายเด็กกับสมบัติย่อมตกเป็นของภรรยาโดยอัตโนมัติ]
[แปลว่าผู้หญิงคนนั้นรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพี่ชายสตรีมเมอร์ลิดรอนสิทธิเธอไป?]
[ก็เลยส่งคนไปจัดการสตรีมเมอร์ทิ้ง?]
[พระเจ้า! นี่มันคดีอาญาชัดๆ! ความตายของพี่ชายสตรีมเมอร์จะมีปัญหาด้วยไหมเนี่ย?]
เมิ่งหนานซวี่หลุบตาลงเล็กน้อย
นี่คือสิ่งที่เธอกำลังสงสัยอยู่เช่นกัน ในเมื่อการตายของร่างเดิมมีคนจงใจ แล้วเมิ่งหนานกุยล่ะ… เขาถูกปองร้ายด้วยหรือเปล่า? ภูมิหลังของสองพี่น้องก็ไม่ได้ซับซ้อนเธอคิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าใครกันที่จะวางแผนปองร้ายพวกเขาได้ถึงขนาดนี้
เมิ่งหนานซวี่กดเก็บความสงสัยไว้ในใจ แล้วหันมาจดจ่อกับการสตรีมต่อ
ในตอนนี้ชาวเน็ตกำลังรุมด่าทอหูถูต้านอย่างบ้าคลั่ง และพากันสงสารเด็กน้อยจับใจ
“ที่ฉันเปิดสตรีมครั้งนี้ ก็เพื่อชี้แจงความจริงค่ะ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งสิทธิเลี้ยงดูหลานชายของฉันไปเด็ดขาด!”
เมิ่งหนานซวี่มองกล้องสตรีม ราวกับกำลังจ้องตาใครบางคนอยู่
“มีอะไรก็พุ่งมาที่ฉันตรง ๆ อย่าลากเด็กเข้าไปเกี่ยว!”
การแต่งหน้าสไตล์อ่อนหวานบอบบางที่ขัดกับน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ สร้างความประทับใจอย่างรุนแรงให้กับผู้ชมในห้องสตรีม
[โฮ… พี่สาวสตรีมเมอร์เท่มาก! แมนมาก! ฝากเด็กไว้ให้เธอเลี้ยงไม่มีปัญหาแน่นอน!]
[แฟนคลับเก่าค่ะ ในที่สุดก็ได้พูดสักที ก่อนจะด่าช่วยไปดูคลิปเก่า ๆ ก่อนไหม สภาพเด็กเป็นยังไงก็เห็นอยู่ชัด ๆ มีตรงไหนที่ดูเหมือนถูกทารุณ?]
[พี่สาวพาเด็กออกสตรีมมาตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าคุณนายหูนั่นเป็นห่วงลูกจริง ๆ ไม่มีทางเพิ่งมาโผล่เอาตอนนี้หรอก]
ในวิกฤตครั้งนี้ แฟนคลับดั้งเดิมของเมิ่งหนานซวี่แทบไม่มีใครถูกปั่นหัวเลย เพราะพวกเขาเห็นความใส่ใจและความรักที่เธอมีต่อเด็กผ่านสตรีมครั้งแล้วครั้งเล่า
ความรักมันเสแสร้งกันไม่ได้ ความสนิทสนมที่เด็กมีต่อเธอมันบอกทุกอย่างแล้ว
[ขอโทษครับ ผมใจร้อนไปเอง ผมขอโทษสตรีมเมอร์ด้วย]
[ฉันรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าคุณนายหูอยากได้ลูกคืนจริง ๆ ทำไมไม่ไปฟ้องเอาล่ะ ทำไมต้องทำเรื่องให้วุ่นวายขนาดนี้ ดูท่าเธออยากจะใช้พวกเรากดดันสตรีมเมอร์มากกว่า]
[!!! จริงด้วย! ถ้าสตรีมเมอร์ไม่มีหลักฐานเตรียมไว้ล่วงหน้า ป่านนี้คงโดนแรงกดดันสังคมบีบจนต้องคืนเด็กไปแล้วแน่ๆ]
[พี่สาวถึงจะดูบอบบางแต่ทำงานเด็ดขาดมาก! กดติดตามเลย!]
[เคยด่าสตรีมเมอร์ไป ไม่รู้จะชดเชยยังไง ต่อไปจะขอเป็นแฟนคลับคอยปั่นยอดให้แล้วกันนะ]
[ใครจะไปต้องการยอดจากพวกคุณ พี่สาวฉันเขาดังอยู่แล้วย่ะ]
จากวิกฤตกลายเป็นโอกาส ครั้งนี้เมิ่งหนานซวี่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาเรื่องสิทธิเลี้ยงดูของมหาตัวร้ายได้อย่างเด็ดขาด
แต่ยังได้ ‘แฟนคลับขอขมา’ มาอีกเพียบ
[ขอดูเด็กหน่อยได้ไหมคะ?]
[เขารู้ไหมว่ามีคนด่าอาเขา เขาต้องเสียใจมากแน่ ๆ เลย]
[เชี่ย… ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย]
ชาวเน็ตเริ่มเข้าสู่โหมดรู้สึกผิดระลอกใหม่
เมิ่งหนานซวี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มหาตัวร้ายรู้เรื่องนี้ เด็กควรจะรับผิดชอบแค่การเติบโตอย่างมีความสุขก็พอ การต้องตัดขาดกับผู้ให้กำเนิดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทว่าเธอคาดไม่ถึงเลยว่า มหาตัวร้ายจะวิ่งร้องไห้โฮออกมา!
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ปกติจะสุขุมเย็นชาตอนนี้ดูบอบช้ำเหลือเกิน เขาซุกตัวเข้าในอ้อมกอดของเธอ เสียงสั่นเครือ
“คุณอา อย่าทิ้งผมนะ ผมไม่อยากไปหาแม่”
เห็นเขาเป็นแบบนี้ เมิ่งหนานซวี่ก็ใจหายวาบ เธอรีบกอดเขาไว้แน่น ปลอบโยนว่า
“ไม่จ้ะ คุณอาอยู่ที่ไหนหนูก็อยู่ที่นั่น คุณอาไม่มีวันทิ้งหนูแน่นอน”
เห็นฉากนี้เข้า ชาวเน็ตยิ่งด่าคนนอกหน้าจอหนักกว่าเดิม!
[แม่แบบไหนที่ทำให้ลูกกลัวได้ขนาดนี้?]
[เด็กน้อยน่าสงสารจัง]
[ยัยคนแซ่หู คอยดูเถอะ กล้าก่อเรื่องก็เตรียมตัวรับผลที่ตามมาด้วย!]
เมิ่งหนานซวี่ไม่มีเวลาสนใจชาวเน็ตที่กำลังเดือดพล่าน เธอเอ่ยขอโทษสั้น ๆ แล้วปิดสตรีมทันที เธอโอบกอดหลานชายไว้ ลูบหลังเขาเบา ๆ
เมิ่งซางลู่เงยหน้ามองเธอ
“คุณอา… ผมสร้างปัญหาให้คุณอาหรือเปล่าครับ?”
“ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นจ้ะ ถ้าเป็นเรื่องของหนู อาไม่เคยลำบากเลย”
ได้ยินคำพูดนี้ เมิ่งซางลู่ที่เดิมทีแกล้งทำเป็นร้องไห้ตบตา จู่ ๆ ก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมาจริง ๆ น้ำตาที่เมื่อกี้พยายามเค้นเท่าไหร่ก็ไม่ออก ตอนนี้กลับไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ เนิ่นนานผ่านไป เมิ่งซางลู่ผละออกมาจากอ้อมกอดด้วยความขัดเขิน ดวงตาใสกระจ่างมองเธอ
“สรุปว่า แม่จะพาผมไปไม่ได้ใช่ไหมครับ?”
เมิ่งหนานซวี่พยักหน้า
เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยถึงได้วางใจเสียที
521 ไม่เข้าใจ
[เดี๋ยวนะ เขาไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? โฮสต์บล็อกข้อมูลที่เกี่ยวข้องหมดแล้วนี่ครับ!]
เมิ่งหนานซวี่มองตามแผ่นหลังของหลานชายที่วิ่งขึ้นบ้านไป เธออดไม่ได้ที่จะลูบมือตัวเองพลางยิ้มอย่างมีความสุข
“ก็เขาคือมหาตัวร้ายในเส้นเรื่องเดิมนี่นา!”
[?]
521 ไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
ความจริงแล้ว ตอนแรกเธอก็ตกใจที่เห็นเขาร้องไห้วิ่งมาหา แต่พอเธอลองลูบหน้าเขาดู… เจ้าเด็กนี่ไม่ได้ร้องไห้จริง ๆ สักหยด! (น้ำตาคลอแต่ไม่มีน้ำตา)
จนกระทั่งเธอพูดประโยคนั้นออกมานั่นแหละ เขาถึงได้เสียน้ำตาออกมา จริง ๆ เมิ่งหนานซวี่ลูบคาง ยิ้มกว้างอย่างร่าเริง ยังเด็กแค่นี้แต่ฉลาดเป็นกรดขนาดนี้… สมกับเป็นหลานเธอจริง ๆ !