สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 23 ผู้อยู่เบื้องหลัง
บทที่ 23 ผู้อยู่เบื้องหลัง
หลังจากปิดประตูห้อง เมิ่งซางลู่ก็หยิบสมองกลเครื่องเก่าของตนออกมาอย่างชำนาญ เขาเปิดดูครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ ตอนนี้ไม่มีใครด่าคุณอาของเขาแล้ว ดีมาก ดูท่าว่าการแสร้งทำเป็นอ่อนแอจะได้ผลจริง ๆ เขาแบ่งปันความสำเร็จกับเพื่อนตัวน้อยทันที
“เสี่ยวไป๋ ฉันทำสำเร็จแล้ว!”
ทางนั้นตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“แน่นอนอยู่แล้ว ผู้ใหญ่น่ะชอบเด็กที่ดูว่าง่ายที่สุด เรื่องนี้ฉันถนัดนักล่ะ”
การแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีและขายความน่าสงสารคือไม้ตายของเสี่ยวไป๋ที่ยังหาใครเทียบไม่ได้
เมิ่งซางลู่ผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและใฝ่เรียนรู้เสมอ มีหรือจะยอมพลาดทักษะที่มีประโยชน์เช่นนี้?
เสียดายที่เขานั้นดูจะไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เอาเสียเลย พยายามเค้นเท่าไหร่ก็นิ่งสนิท น้ำตาสักหยดก็ไม่มีให้เห็นเรื่องนี้ทำเอาเสี่ยวไป๋ถึงกับบ่นว่าเขาสอนไม่จำแต่ในเมื่อบรรลุเป้าหมายได้ก็ถือว่าโอเค เมิ่งซางลู่สีหน้าเรียบเฉย การจะมาร้องไห้บ่อย ๆ ก็คงไม่ใช่ทางรอดระยะยาว
“แล้วนายล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”
เมิ่งซางลู่ถามด้วยความกังวล เพราะการแชทสองสามครั้งหลังมานี้เขารู้สึกว่าเพื่อนของเขาดูไม่ค่อยร่าเริงนัก
“จะให้เป็นยังไงได้ล่ะ วัน ๆ ก็ต้องคอยแสดงละครไปพร้อมกับพวกงั่งกลุ่มหนึ่ง” เมื่อเห็นข้อความนี้ เมิ่งซางลู่ก็ถอนหายใจและส่งข้อความเสียงกลับไป
“ระวังตัวด้วยนะ ไว้รอคุณอาของนายกลับไปก่อนค่อยว่ากันเรื่องอื่น”
ตระกูลใหญ่แบบที่เสี่ยวไป๋อยู่นั้น คงจะมีอันตรายมากกว่าที่นี่หลายเท่านักเมื่อก่อนเสี่ยวไป๋ช่วยเขา ตอนนี้ถึงตาเขาที่จะช่วยเสี่ยวไป๋บ้างแล้ว เมิ่งซางลู่คิดในใจ
“เธอทำเรื่องพัง”
ชายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นนั่งอยู่ในมุมที่แสงสว่างส่องไม่ถึง สีหน้าของเขาดูคลุมเครือและยากจะคาดเดา หูถูต้านหน้าเสียด้วยความหวาดกลัว
“ฉันไม่นึกเลยว่ายัยนั่นจะหาข้อมูลพวกนั้นเจอ! ฉันมั่นใจว่าสั่งให้คนลบไปหมดแล้วแท้ ๆ !”
“สิ่งที่ทำไปแล้ว ย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ เป็นเพราะเธอประมาทเอง ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เตรียมตัวมาดีเกินไป”
ได้ยินประโยคนั้น หูถูต้านถึงกับหน้าซีดเผือด
“พวกที่มัวแต่ลุ่มหลงในกามารมณ์เนี่ย สุดท้ายก็ไร้ค่าจริง ๆ ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“เรื่องแค่นี้ยังทำไม่สำเร็จ จะหวังให้เธอทำอะไรได้อีก?”
“เรื่องที่เคยคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ต้องพูดถึงมันอีก”
เขาพูดจบก็เดินจากไปทันที โดยไม่สนคำอ้อนวอนของหูถูต้านเลยแม้แต่น้อย หูถูต้านเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที
จบแล้ว… จบสิ้นทุกอย่างแล้ว!
ชายหนุ่มคนนั้นเพิ่งเดินพ้นประตูออกมา ก็ได้รับสายจากเมิ่งฉ่าง
“ท่านครับ ผม…”
“ในเมื่อทำไม่สำเร็จ งั้นความร่วมมือของเราก็จบลงแค่นี้” ชายหนุ่มพูดจบก็ตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ผู้ติดตามในชุดทักซิโด้สีดำโน้มตัวลงเล็กน้อย
“นายท่าน จะกลับไปที่บ้านหลักเลยไหมครับ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วก้าวขึ้นรถเหาะ เขามองดูทิวทัศน์ที่พุ่งผ่านไปทางหน้าต่างพลางเอ่ยเสียงต่ำ
“เดี๋ยวไปสืบเรื่องเมิ่งหนานซวี่มาหน่อย พอเธอมาป่วนแบบนี้ แผนการที่ฉันวางไว้ก็รวนไปหมด”
“รับทราบครับท่าน” ผู้ติดตามรับคำทันทีพลางยื่นแก้วไวน์แดงให้ชายหนุ่มรับไวน์มาจิบเล็กน้อย
“ตอนแรกก็นึกว่าเป็นแค่แกะที่ไร้พิษสง ที่ไหนได้กลับเป็นหมาที่แว้งกัดคนได้ สองพี่น้องนี่เหมือนกันไม่มีผิด” ผู้ติดตามได้ยินดังนั้นก็ยิ้มตอบ
“ต่อให้รับมือยากแค่ไหน มันก็เป็นแค่หมาตัวหนึ่งเท่านั้นครับ สิ่งที่ท่านโปรดปรานที่สุดไม่ใช่การ ‘ตีหมา’ หรอกหรือครับ?”
“ฮ่า ๆ ๆ” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“สมกับที่เป็นนายจริง ๆ ที่รู้ใจฉัน!”
ทางด้านเมิ่งฉ่าง สมองของเขาว่างเปล่าไปหมดความร่วมมือ… จบลงแค่นี้?เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้เนิ่นนานจนเรียกสติกลับมาไม่ได้
หากไม่มีความร่วมมือในครั้งนี้ ตระกูลเมิ่ง… ก็คงต้องพังพินาศจริงๆ!
เมิ่งหนานซวี่!
แววตาอาฆาตมาดร้ายฉายวูบขึ้นในดวงตาของเมิ่งฉ่าง ยัยผู้หญิงคนนั้นให้กำเนิดลูกที่เป็น ‘เจ้ากรรมนายเวร’ มาล้างผลาญเขาจริงๆ!
เขากวาดแขนลงบนโต๊ะจนข้าวของหล่นกระจายเต็มพื้น
“คุณพ่อครับ!”
ชายหนุ่มที่เปิดประตูเข้ามาตกใจเล็กน้อยเขามองมาด้วยสายตาเป็นห่วงคนที่มาคือ เมิ่งเป่ยหลี่ ลูกชายคนเล็กและลูกรักที่สุดของเมิ่งฉ่าง
เมิ่งฉ่างเห็นเขาจึงสูดลมหายใจลึก พยายามเก็บงำรังสีอำมหิตรอบตัวแล้วเค้นยิ้มออกมา
“เป่ยหลี่ ทำไมลูกถึงมาที่นี่ล่ะ?”
“คุณพ่อไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วครับ คุณแม่เลยให้ผมมาดู”
เมิ่งเป่ยหลี่ก้มลงเก็บของบนพื้น “เกิดอะไรขึ้นครับคุณพ่อ ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ มีอะไรพวกเราครอบครัวเดียวกันค่อย ๆ ช่วยกันแก้ก็ได้”
ได้ยินคำพูดนี้ เมิ่งฉ่างถึงเริ่มสงบลงและแสดงความเหนื่อยล้าออกมา
“ก็เพราะยัยลูกไม่รักดีนั่นไง!”
“พี่สาวทำไมเหรอครับ?”
“อย่าไปเรียกมันว่าพี่ มันไม่คู่ควร!” เมิ่งฉ่างตวาดเสียงดัง
“ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ความร่วมมือของตระกูลเมิ่งจะพังไม่เป็นท่าแบบนี้!”
ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเมิ่งเป่ยหลี่ที่ดูว่าง่ายก็วาววับขึ้นครู่หนึ่งเมิ่งฉ่างนวดขมับพลางตบบ่าลูกชายคนเล็ก
“ไม่ต้องห่วงพ่อหรอก ลูกกลับไปก่อนเถอะ พ่อจะลองหาทางอื่นดู บอกแม่ลูกด้วยว่าไม่ต้องกังวลเกินไป”
เมิ่งเป่ยหลี่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เขาปลอบโยนพ่ออยู่นานก่อนจะปิดประตูเดินจากไปเมิ่งฉ่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ถอนหายใจรำพึง
“มีแต่เป่ยหลี่ที่ว่าง่ายจริง ๆ ตอนนั้นตัดสินใจทิ้งเจ้าเด็กสองคนนั้นไปน่ะถูกแล้ว เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ!”
ทว่าเขาหารู้ไม่ว่า ลูกชายคนเล็กที่แสนว่าง่ายของเขา ทันทีที่เดินออกจากตึกตระกูลเมิ่ง ก็โทรหาแม่ของตนทันที
“แม่ครับ เร่งโอนย้ายทรัพย์สินด่วน ตระกูลเมิ่งยื้อไว้ได้ไม่นานแล้ว!”
ทางด้านเมิ่งหนานซวี่กำลังดูอันดับของซิงซู่ (สตรีมมิ่ง) ไปพร้อมกับ 521
จากวิกฤตกลายเป็นโอกาส ชื่อเสียงของเมิ่งหนานซวี่พุ่งพรวดขึ้นมาอีกครั้ง จนตอนนี้รั้งอันดับ 3 ของกระดานแล้ว
[เหลือเวลาอีกแค่สามวันจะปิดผลโหวต เราต้องชิงอันดับ 1 มาให้ได้ภายในสามวันนี้ครับ] 521 เอ่ยอย่างกังวล
[ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งพรีเซนเตอร์วัฒนธรรมโบราณหรือสำมะโนครัวดาวเมืองหลวง ทั้งหมดล้วนสำคัญกับเรามาก]
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มบาง
“จากน้องใหม่ขึ้นมาถึงอันดับ 3 ฉันใช้เวลาไม่ถึงสองเดือน การจะขึ้นอันดับ 1 ภายในสามวันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
สำหรับการท้าทาย เธอไม่เคยเกรงกลัว
หากไม่มีจิตใจที่แน่วแน่และพละกำลังที่กล้าได้กล้าเสีย เมิ่งหนานซวี่คงไม่สามารถขึ้นเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในยุควันสิ้นโลกได้
521 เชื่อมั่นในตัวคู่หูคนนี้เกินร้อย
[งั้นก็ฝากด้วยนะครับโฮสต์ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนงานด้านอื่น ๆ ให้เอง!]
เมิ่งหนานซวี่ขำกับท่าทางฮึดสู้ของ 521
เธออุ้มเจ้าแมวขาวที่เดินมาตอนไหนไม่รู้ขึ้นมา แล้วเปิดดูสตรีมของอันดับ 1 ในปัจจุบันที่ชื่อว่า ‘ตัวพ่อจอมเจ้าชู้’
เจ้าของบัญชีเป็นชายหนุ่มหน้าตาหมดจดคนหนึ่ง การแต่งกายพิถีพิถันมาก
ห้องครัวที่ใช้สตรีมนั้นหรูหราอลังการจนแทบจะทิ่มตาเมิ่งหนานซวี่ให้บอด
“นี่เขาสตรีมทำกับข้าวหรือสตรีมอวดรวยกันแน่เนี่ย?” เมิ่งหนานซวี่ถึงกับอึ้งส่วนเจ้าแมวขาวสะบัดหน้าหนีทันที ดูไอ้หมอนี่ สู้ดูยัยนี่ยังจะดีกว่า
“สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมจะมาทำ ‘เมนูต้นตำรับ’ ให้ทุกคนได้ทานกันครับ!”
[กรี๊ดดด พี่ชายน่ารักและเก่งที่สุดเลย! มีเมนูต้นตำรับใหม่อีกแล้ว!]
[ยินดีด้วยที่คว้าอันดับ 1 มาได้สำเร็จ ‘คุณชายเจ้าชู้’ ชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริง ๆ!]
[เมนูต้นตำรับ! มองไปทั่วหมวดอาหาร จะมีใครมีฝีมือระดับนี้อีก!]
คอมเมนต์ไหลมาเทมาดั่งน้ำหลาก คำเยินยอปอปั้นปลิวว่อนไปหมด จนเมิ่งหนานซวี่รู้สึกเหมือนได้กลับไปเห็นยุคติ่งดาราช่วงก่อนวันสิ้นโลกเลยทีเดียวเธอถึงกับหนังตากระตุก
ตอนแรกก็นึกว่าแฟนคลับเธออวยเก่งแล้วนะ ที่ไหนได้ ยอดฝีมือตัวจริงอยู่นี่เอง!
เจ้าแมวขาวขยับตัวไปมาจนหาท่าที่สบายนอนลงได้ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเมิ่งหนานซวี่ทำหน้าปั้นยาก
เขาสงสัยจึงหันกลับไปดูสตรีมนั้นอีกรอบ
‘ตัวพ่อจอมเจ้าชู้’ ทำท่าทางเชื่องช้า ค่อย ๆ หยิบเนื้อออกมาจากจาน
“เราจะสไลด์เนื้ออสูรหลายเขาให้เป็น ‘แผ่นบาง ๆ’ กันนะครับ”มีดคมกริบสับลงไป เนื้อหนาขนาดนิ้วโป้งถูกหั่นออกมาหนึ่งชิ้น
เมิ่งหนานซวี่: ……
เจ้าแมวขาว: ……
ไหนบอกแผ่นบาง ๆ ไง? นี่มันเป็นก้อนแล้วมั้ง!
[ทักษะการใช้มีดของพี่ชายนี่ที่หนึ่งในดวงใจเลย!]
[ท่วงท่าของพี่ชายนี่ช่างงดงาม ถือเป็นโชคดีของวัตถุดิบจริง ๆ ที่ได้ให้พี่ชายทำ!]
[มือของพี่ชายคือหัตถ์เทพ ความอร่อยจะไม่มีวันเน่าสลาย!]
เมิ่งหนานซวี่: ……
เจ้าแมวขาว: ……
เมิ่งหนานซวี่รู้สึกสั่นสะเทือนในใจเวยเชิงโม่ในร่างแมวถึงกับวิญญาณหลุดนี่คือรสนิยมกระแสหลักในตอนนี้งั้นเหรอ?
[นี่เรียกแผ่นบางเหรอ? นี่มันชิ้นหนาเตอะเลยนะ!]
[นี่ไม่ได้ทำอาหารหรอก นี่มันโชว์ตัวชัด ๆ!]
แน่นอนว่าต้องมีคนทนไม่ไหว เริ่มคอมเมนต์แสดงความเห็นต่างทว่าพวกเขาส่วนน้อยย่อมสู้กองทัพแฟนคลับไม่ได้
[แกมันมาจากไหน อิจฉาพี่ชายเราล่ะสิ?]
[พวกหน้าม้า (Water Army) แน่ๆ ไม่งั้นจะมาลืมตาพูดปดได้ยังไง?]
[เนื้อแผ่นแค่นี้ยังไม่บางอีกเหรอ พี่ชายฉันทำได้ขนาดนี้ก็นำโด่งคนอื่นไปไกลแล้วย่ะ]
เมิ่งหนานซวี่และเจ้าแมวขาวตกใจกับตรรกะนี้อย่างรุนแรง! พวกคุณเป็นโรคระแวงว่าจะมีคนมาปองร้ายพี่ชายตัวเองกันหมดหรือไง?
‘ตัวพ่อจอมเจ้าชู้’ ที่กำลังเตรียมอาหารดูเหมือนจะเริ่มเหนื่อย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เลิกเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อ เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องรำไร
ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกราดในคอมเมนต์ เมิ่งหนานซวี่ก็ถึงกับบรรลุแจ้งในทันที…ที่แท้นี่คือ ‘ไม้ตาย’ ของอันดับ 1 สินะ? ร้ายกาจจริง ๆ!