สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 24 ถึงเวลาแสดงฝีมือที่แท้จริงแล้ว
บทที่ 24 ถึงเวลาแสดงฝีมือที่แท้จริงแล้ว
เว่ยเชิงโม่รู้สึกเหมือนตาตัวเองกำลังจะบอด เรื่องอื่นเขาไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น แต่กล้ามหน้าท้องนั่นน่ะ… เห็นชัด ๆ ว่าใช้ปากกาวาดเอาไม่ใช่เหรอ!
เมิ่งหนานซวี่และเว่ยเชิงโม่ยังคงตกอยู่ในสภาวะช็อก รู้สึกว่าตัวเองช่างแปลกแยกกับคนอื่นในห้องสตรีมนี้เหลือเกิน
‘ตัวพ่อจอมเจ้าชู้’ ใช้ความพยายามอย่างแสนสาหัสในการสไลด์เนื้อจนเสร็จ แล้วเริ่มขั้นตอนการหมัก
“ซีอิ๊วขาว, เหล้าสำหรับทำอาหาร, ผงพริกแป้ง, ต้นหอมขิงสับ และไข่ไก่หนึ่งฟอง เราจะคนให้เข้ากันแล้วใช้ ‘เครื่องเร่งเวลา’ ในการหมักครับ”
ห้องครัวของเขาต่างจากครัวย้อนยุคของเมิ่งหนานซวี่ เพราะเต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคมากมาย และ ‘เครื่องเร่งเวลา’ ที่กำลังทำงานอยู่นี้ก็คือหนึ่งในนั้นมันสามารถย่นระยะเวลาการเตรียมอาหารได้ตามที่ตั้งค่าไว้
“เทน้ำมันลงไป ใส่ต้นหอมขิงลงไปผัดให้หอม”
“ใส่เนื้อแผ่นลงไปผัด ตรงนี้ห้ามใช้ไฟอ่อนนะครับ”
“พอเนื้อเปลี่ยนสี เราก็ใส่ ‘อาวุธลับ’ ลงไป… ผงยี่หร่าครับ!”
ตัวพ่อจอมเจ้าชู้ตักอาหารใส่จานพลางยกมุมปากยิ้ม
“เท่านี้ เมนูต้นตำรับของผม ‘เนื้ออสูรหลายเขาผัดพริกยี่หร่า’ ก็เสร็จเรียบร้อยครับ!”
เมิ่งหนานซวี่: ……
นี่มัน… ไม่เปลี่ยนคำพูดเลยสักคำเดียว นึกว่าฉันดูไม่ออกหรือไง?
ใช่แล้ว ตัวพ่อจอมเจ้าชู้ก๊อปปี้วิธีการทำ ‘อสูรเมี๊ยะเมี๊ยะผัดพริก’ จากสตรีมครั้งแรกของเมิ่งหนานซวี่มาแบบเป๊ะ ๆ แม้แต่บทพูดยังไม่ยอมแก้
521 ที่ไปรวบรวมข้อมูลและแบ่งสมาธิมาดูสตรีมด้วยถึงกับเดือดดาล
[โฮสต์ครับ หมอนี่มันก๊อปคุณชัด ๆ!]
แน่นอนว่าคนที่ตระหนักถึงปัญหานี้ไม่ได้มีแค่พวกเธอสองคน
[บทพูดแบบนี้ นึกว่าฉันไม่เคยดูสตรีมของคนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งหรือไง?]
[นี่มันวิธีทำเดียวกับอสูรเมี๊ยะเมี๊ยะผัดพริกเลยนี่นา แค่เปลี่ยนชนิดเนื้อก็กลายเป็นเมนูต้นตำรับของตัวเองแล้วเหรอ?]
[ที่สำคัญคือมันไม่อร่อยโว้ย!]
เมิ่งหนานซวี่ลองชิมผ่านระบบจำลองประสาทสัมผัสของห้องสตรีมดูคำหนึ่ง
เนื้อหั่นหนาเกินไปทำให้รสชาติไม่เข้าเนื้อ แม้การจับคู่ยี่หร่ากับเนื้ออสูรหลายเขาจะพอไปวัดไปวาได้
แต่ก็ห่างไกลจากความเข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนตอนใช้เนื้ออสูรเมี๊ยะเมี๊ยะจานนี้ถือเป็นงานก๊อปปี้เกรดต่ำอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่กลับไม่คิดเช่นนั้น
[พวกบ้านนอกไม่เคยกินอาหารวัฒนธรรมโบราณล่ะสิ พี่ชายฉันทำอร่อยขนาดนี้!]
[คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งอะไรนั่น พี่ชายฉันจำเป็นต้องไปก๊อปยัยนั่นด้วยเหรอ?]
[เมนูต้นตำรับก็คือเมนูต้นตำรับ พวกแกจะอิจฉาก็ไร้ประโยชน์!]
ภายใต้การรุมถล่มอย่างหนักหน่วง ผู้ชมทั่วไปไม่กี่คนนั้นก็เริ่มโมโห ทั้งสองฝ่ายด่าทอกันนัวเนียจนค่าความนิยมของห้องสตรีมพุ่งทะลุเพดาน
เมิ่งหนานซวี่: ……
521: ……
เมิ่งหนานซวี่ใช้มือที่สั่นเทาปิดสตรีมลงเจ้าแมวขาวมองหน้าเมิ่งหนานซวี่ แล้วยื่นอุ้งเท้ามาตบไหล่เธอเบา ๆ วางใจเถอะ เธอทำอร่อยกว่าไอ้หมอนั่นเยอะ เมิ่งหนานซวี่คว้าอุ้งเท้าแมวมาจูบฟอดใหญ่หนึ่งที
“ที่แท้อุ้งเท้าแกเป็นสีทองเหรอเนี่ย พิเศษจังเลย!”
เว่ยเชิงโม่: ……
บางทีเธออาจจะไม่ต้องการคำปลอบใจจากฉันก็ได้เขามัดอุ้งเท้ากลับคืนด้วยสีหน้าเรียบเฉยเมิ่งหนานซวี่ถอนหายใจอย่างเสียดาย เสี่ยวไป๋นี่ช่างเป็นแมวที่หยิ่งจริง ๆ แต่ทว่า…
เมิ่งหนานซวี่อุ้มเจ้าแมวขาวขึ้นมาเขย่าดู
“เสี่ยวไป๋ แกอ้วนขึ้นหรือเปล่าเนี่ย?”
เจ้าแมวขาวตวัดสายตามองเธออย่างสง่างามไม่ได้อ้วนขึ้น แต่เขากำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวต่างหาก ฟื้นตัว?
เจ้าแมวขาวชะงักไป เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าอาการ ‘คลั่งทางจิต’ ที่รุนแรงของเขากำลังเยียวยาตัวเอง!
ทั้งที่เขาไม่ได้ดื่มน้ำยาซ่อมแซมอะไรเลยแท้ๆ!
เว่ยเชิงโม่เริ่มทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา สุดท้ายสายตาที่ลุ่มลึกก็ตกไปอยู่ที่ตัวเมิ่งหนานซวี่
ตัวแปรเพียงอย่างเดียว… ก็คืออาหารที่เธอทำ
เมิ่งหนานซวี่ถูกจ้องจนชะงักไปครู่หนึ่ง ในวินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่ดุร้ายจริง ๆ
เธอโน้มตัวลงมองเจ้าแมวขาวที่ทำท่าทางขี้เกียจ นิ่งไปชั่วครู่ แล้วเริ่ม… ซุกพุงแมว!
เว่ยเชิงโม่: ……
นี่มันอะไรอีกเนี่ย?
“เสี่ยวไป๋ แกเป็นแมวจะมาทำท่าเหมือนเสือโคร่งทำไมจ๊ะ ทำเอาฉันตกใจหมดเลย ต้องซุกพุงปลอบขวัญถึงจะหาย!”
เว่ยเชิงโม่: ……
เว่ยเชิงโม่ทำได้เพียงถอนหายใจอย่างอ่อนแรง อยากทำอะไรก็ทำเถอะ เรื่องศักดิ์ศรีอะไรนั่นน่ะ…
มันหายไปตั้งแต่วันแรกที่ยัยผู้หญิงคนนี้จับเขามาลูบไล้แล้ว ไม่สนใจเพิ่มอีกครั้งหรอก
เมิ่งหนานซวี่อุ้มเจ้าแมวขาวที่ทำตัวเฉื่อยชา นั่งไล่ดูสตรีมของอันดับ Top 10 คนอื่น ๆ จนครบ
มีคนที่น่าจับตามองอยู่ 4 คน:
1. “ตัวพ่อจอมเจ้าชู้” (อันดับ 1): แฟนคลับเหนียวแน่น ยอดปฏิสัมพันธ์สูง เป็นตัวตนที่ก้าวข้ามได้ยากมาก
2. “ขอตะเกียบให้ฉันสักคู่” (อันดับ 2): นักศึกษาหัวกะทิวิชาวัฒนธรรมโบราณจากมหาวิทยาลัยสหพันธ์ สไตล์การสตรีมดูวัยรุ่น สนุกสนาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
3. “เซียวเซียว” (อันดับ 6): สตรีมเมอร์ที่เคยโผล่มาในห้องของเมิ่งหนานซวี่ เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องดื่ม เน้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่และสื่อสารกับแฟนคลับเก่ง
4. “มีมี่อ้าย” (อันดับ 9): ลูกสาวขุนนางที่เคยมาหาเรื่องเมิ่งหนานซวี่แต่รอดตัวไปได้
เมิ่งหนานซวี่ลูบคาง พลางคิดว่าจะทำยังไงถึงจะชนะคนกลุ่มนี้ได้อย่างเด็ดขาด
“เจ้านายครับ มีพัสดุข้ามดวงดาวมาส่งครับ!” มอส หุ่นยนต์พ่อบ้านอัจฉริยะปรากฏตัวขึ้นข้างกายเมิ่งหนานซวี่
เมิ่งหนานซวี่สงสัย เพราะช่วงนี้เธอก็ไม่ได้สั่งซื้ออะไรนี่นา เธออุ้มเจ้าแมวขาวไปที่ประตู รับกล่องพัสดุมาจากหุ่นยนต์ไปรษณีย์
“นี่ส่งมาจากไหนคะ?”
หุ่นยนต์สแกนม่านตาของเมิ่งหนานซวี่เสร็จก็ตอบว่า
“สถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณ ดาวเมืองหลวงครับ”
ดวงตาของเมิ่งหนานซวี่เป็นประกายวาววับ ใช่สิ่งที่เธอคิดหรือเปล่านะ? เธอกระตือรือร้นเปิดกล่องพัสดุออก พบว่าข้างในมีปุ่มมิติอยู่สองอัน เมิ่งหนานซวี่ส่งพลังจิตเข้าไปสำรวจเพียงครู่เดียว
“เสี่ยวไป๋! แม่รวยแล้วววว!”
เว่ยเชิงโม่หลบไม่ทัน ถูกเมิ่งหนานซวี่ที่กำลังตื่นเต้นอุ้มลอยขึ้นฟ้าแล้วหมุนไปรอบ ๆ อีกครั้ง
เว่ยเชิงโม่: ……
เธอจะชอบอุ้มชูและหมุนตัวอะไรขนาดนั้น!
เมิ่งหนานซวี่ไม่มีเวลามาสนใจความเอือมระอาของแมว เธอจมดิ่งอยู่ในความสุขล้นพ้น เมื่อมีวัตถุดิบพวกนี้แล้ว ยังมีอะไรที่เธอจัดการไม่ได้อีกไหม?
ไม่มี!
การแข่งขันชิงอันดับเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ Top 10 แต่ละคนต่างงัดไม้ตายออกมาโชว์ เหล่าคนรักอาหารต่างตื่นเต้นเหมือนหนูตกถังข้าวสารในที่สุดเมิ่งหนานซวี่ก็เตรียมตัวพร้อม เธอเปลี่ยนมาสวมชุดกี่เพ้าสีแดงที่ระบบมอบให้ และเปิดกล้องลอยตัวด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
[ติ๊ง! สตรีมเมอร์ที่คุณติดตาม [คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง] ออนไลน์แล้วค่ะ!]
ทันทีที่เริ่มสตรีม ผู้คนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้องของเธอ
[พี่สาว ในที่สุดก็มาแล้ว!]
[ฉันรอนานจนดอกไม้จะร่วงหมดต้นแล้วเนี่ย]
[คราวก่อนเข้าใจผิดสตรีมเมอร์ไป ครั้งนี้ตั้งใจมาซัพพอร์ตโดยเฉพาะเลยค่ะ!]
[เพื่อเจ้าก้อนแป้ง!]
[อันดับ 3 ในที่สุดก็เริ่มสตรีมสักที ตามชื่อเสียงมาครับ หวังว่าจะเก่งสมคำร่ำลือนนะ]
เมิ่งหนานซวี่มองดูจำนวนคนดูแล้วอดไม่ได้ที่จะตะลึง ยอดเข้าชมนี่ถือว่าสูงที่สุดเท่าที่เธอเคยทำได้เลย
เมื่อหน้าจอติดขึ้น ทุกคนก็ได้เห็นหญิงสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงปรากฏตัว
ดวงตาหงส์ดูแฝงไปด้วยความรู้สึก ริมฝีปากดูเหมือนกำลังอมยิ้ม ใบหน้าสวยสะกดและดูเด็ดเดี่ยว ทุกย่างก้าวแฝงไปด้วยเสน่ห์ ทุกรอยยิ้มงดงามราวกับภาพวาด
[พี่สาวมองมาที่ฉันสิ! วันนี้แต่งตัวสวยปังมาก!]
[ฉันขี้เกียจพูดแล้วนะ จะไปหาซื้อชุดแบบนี้ได้ที่ไหน?]
[เพิ่งเข้าใจคำว่า ‘สวยจนอิ่ม’ ก็วันนี้ แค่มองหน้าพี่สาว ฉันก็กระดกสารอาหารเพิ่มได้อีกหลายหลอดเลย]
[??? เปลี่ยนสตรีมเมอร์เหรอ? คราวก่อนยังเป็นดอกบัวขาวผู้อ่อนแออยู่เลยนี่นา]
[เอ่อ… จริง ๆ ฉันชอบสไตล์นี้มากกว่านะ]
[สวยก็สวยอยู่หรอก แต่หวังว่าคงไม่ใช่แค่ของโชว์นะ ความสามารถสิคือที่หนึ่ง!]
เมิ่งหนานซวี่ทัดผมไว้หลังหู พลางยิ้มกล่าวกับทุกคน
“วันนี้เมนูที่จะทำคือ ขนมจีนมะเขือเทศ วัตถุดิบง่ายๆ วิธีทำก็ง่าย หวังว่าทุกคนจะลองทำไปพร้อมกับอาชนะคะ!”
[ขนมจีน… คืออะไรเหรอ?]
[มาแล้วครับ หมี่เซี่ยนคือหนึ่งในผลงานการวิจัยของแผนกเกษตรกรรม สถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณครับ]
[ว้าว! ท่านเทพ ‘แมวไม่ชอบกินปลา’ มาเองเลย!]
[อะแฮ่ม ท่านเทพเปลี่ยนชื่อแล้วครับ ตอนนี้เป็น ‘เป็นแมวสิถึงต้องชอบกินปลา’]
[สรุปคือวัตถุดิบมาจากสถาบันวิจัยฯ สินะ งั้นก็น่าเชื่อถืออยู่]
“การทำหมี่เซี่ยน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘น้ำซุปเข้มข้น’ ค่ะ” เมิ่งหนานซวี่หยิบวัตถุดิบที่เตรียมไว้ออกมา ‘กระดูกท่ออสูรไห้’ ให้ใช้สันมีดทุบตรงกลางกระดูกให้หัก”
ปึก!
เมิ่งหนานซวี่ลงมือสับมีดอย่างรวดเร็ว
“เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ!”
[……]
[ไหนล่ะ ดอกบัวขาวผู้อ่อนแอ?]
[เชฟวัฒนธรรมโบราณถ้าไม่มีฝีมือจะทำได้ไง]
[น่าสนใจ! สตรีมเมอร์คนนี้ลงมือเองหมดเลยแฮะ คนอื่นที่ฉันดูเห็นใช้หุ่นยนต์ช่วยทั้งนั้น]
“ต่อมาเตรียมโครงไก่สองชุด ตัดหัวและหางออกค่ะ”
ฉับ ๆ ๆ เมิ่งหนานซวี่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว แฝงไปด้วยความงามที่เฉียบคมอย่างบอกไม่ถูก
เธอตั้งหม้อใบใหญ่ เทน้ำสะอาดลงไป ใส่ต้นหอม ขิง เหล้าทำอาหาร กระดูกท่อ และโครงไก่
“พอไฟแรงจนเดือด เราก็ตักฟองทิ้งค่ะ ขั้นตอนนี้จะช่วยลดกลิ่นคาวและคราบมัน
จากนั้นเราก็ลดไฟลงเป็นไฟกลาง เคี่ยวไป 3 ชั่วโมง น้ำซุปก็เสร็จแล้วค่ะ”
“แต่เพราะวันนี้เป็นการสตรีม ฉันขออนุญาตใช้เครื่องเร่งเวลาช่วยหน่อยนะคะ”
เมิ่งหนานซวี่เปิดฝาหม้อออก
กลิ่นหอมหวลเข้มข้นพลุ่งพล่านไปทั่วห้องสตรีมทันที คอมเมนต์ถึงกับว่างเปล่าไปชั่วขณะ
[แม่เจ้า… ทำไมมันหอมขนาดนี้เนี่ย!]