สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 34 หม้อไฟ
บทที่ 34 หม้อไฟ
เมิ่งหนานซวี่มองดูชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ใบหน้าของเธอเริ่มแดงระเรื่อ
ทำไมจู่ ๆ เขาถึงได้ ‘รุก’ เก่งขนาดนี้?
เมื่อเห็นท่าทางไปไม่เป็นของเธอ อารมณ์ของเว่ยเชิงโม่ก็ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด เขายิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า
“ทำตามที่เธอต้องการได้เลย”
น้ำเสียงของเขาเย็นใส แต่คำพูดนั้นกลับนุ่มนวล เมิ่งหนานซวี่รู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้น คราวนี้ถึงทีของเธอที่เริ่มทำตัวไม่ถูกบ้าง
“งั้น… ฉันไปเตรียมวัตถุดิบก่อนนะ”
เมิ่งหนานซวี่ดึงปอยผมตัวเองกลับมา แล้วรีบเดินออกไปข้างนอกยานรบ เว่ยเชิงโม่มองตามแผ่นหลังที่รีบร้อนนั้นไป แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ขี้เล่นแวบหนึ่ง
ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครกันแน่ที่โดนปั่นหัว!
คนบนยานรบมีจำนวนไม่มากแต่ก็ไม่น้อย หากจะทำอาหารจานเดียวทั่วไปคงต้องใช้เวลาและแรงงานมหาศาลเมิ่งหนานซวี่จึงตัดสินใจทำ “หม้อไฟ”
หม้อไฟคือนิยามของอาหารยอดนิยมตลอดกาลในบ้านเกิดของเมิ่งหนานซวี่ แทบไม่มีใครต้านทานเสน่ห์ของมันได้
วัตถุดิบที่หลากหลายและน้ำซุปที่หอมกรุ่นเข้มข้น เมื่อผ่านการลวกในอุณหภูมิสูงจนรสชาติหลอมรวมกัน แล้วจิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด รสชาตินั้นจะติดตาตรึงใจจนลืมไม่ลง!
เพียงแค่คิดถึงรสชาติอันยอดเยี่ยม เมิ่งหนานซวี่ก็ลงมือเตรียมงานอย่างกระฉับกระเฉง
เมื่อรู้ว่าเธอจะทำอาหารอร่อย มอร์ริสันและฉู่ชื่อก็เดินมามุงด้วยความสนใจ
“คุณตั้งใจจะทำอะไรเหรอ?” ฉู่ชื่อมีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งใหม่ ๆ เสมอ
ใครจะเชื่อว่าผู้ชายมาดเท่อย่างเขาจะขี้เมาท์ขนาดนี้ “หม้อไฟค่ะ”
มือของเมิ่งหนานซวี่ขยับไม่หยุด คมมีดวาววับแล่เนื้อสัตว์อสูรตรงหน้าจนกลายเป็นแผ่นบางเฉียบ
มอร์ริสันอุทาน
“ฝีมือมีดสุดยอด!”
เว่ยเชิงโม่ที่แกล้งเดินผ่าน ‘โดยบังเอิญ’ เห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว
“พวกนายสองคนไม่มีงานทำหรือไง?”
“บอสครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นอาหารวัฒนธรรมโบราณ ผมก็แค่สงสัยน่ะ!” ฉู่ชื่อยิ้มร่าอ้อนวอน
มอร์ริสันเองก็ใช้ใบหน้าเด็กแบ๊ว ๆ มาขายความน่าสงสาร
“บอสครับ เมตตาเถอะ ผมไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว ตอนนี้แค่อยากดูอะไรใหม่ ๆ ให้ชื่นใจหน่อยไม่ได้เหรอครับ?”
เว่ยเชิงโม่ถอนหายใจ
“งั้นพวกนายก็ช่วย… คุณเมิ่งแล้วกัน”
ได้ยินคำเรียกขานนั้น เมิ่งหนานซวี่ก็ตาเป็นประกายแผนการผุดขึ้นในใจทันที
“อ้อ… สรุปคือคุณเรียกฉันแบบนี้เองเหรอ?”
เว่ยเชิงโม่เห็นท่าทางแบบนั้นก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
“ช่วงที่ตัวคุณบาดเจ็บ ฉัน ‘ร่วมหมอนนอนเคียง’ กับคุณทุกคืน ไม่นึกเลยว่าพอแผลหายแล้ว คุณจะทำตัวเหินห่างกับฉันขนาดนี้!”
ร่วมหมอน… นอนเคียง?!
มอร์ริสันและฉู่ชื่อสบตากัน ทั้งคู่เห็นความตื่นเต้นในดวงตาของกันและกัน
เผือกจานนี้… คำใหญ่มหึมาเลยวุ้ย!
เว่ยเชิงโม่ถึงกับเสียอาการ ตอนที่เขานอนด้วยนั่นเขาอยู่ในร่างลูกแมวนะ!
แล้วเธอก็แค่เอามันไปนอนด้วยเหมือนแมวทั่วไปแท้ ๆ ทำไมต้องพูดให้มันดูคลุมเครือขนาดนั้นด้วย!
เมิ่งหนานซวี่เห็นท่าทางไปไม่เป็นของเขาก็พยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิต
521 ถึงกับนับถือในใจ
[ถ้าเรื่องความไร้ยางอาย ต้องยกให้โฮสต์จริง ๆ ครับ!]
“คุณลวนลามผม ผมยังไม่พูดอะไรเลย เรื่องระหว่างเรา ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นหรอก”
เสียงเย็นชาของเว่ยเชิงโม่ดังขึ้นสวนกลับลวนลาม?!
มอร์ริสันและฉู่ชื่อรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตุ่นที่ตกลงไปในไร่แตงโม ดีใจจนแทบเนื้อเต้น เมิ่งหนานซวี่ชะงักไป
“ฉันไปลวนลามคุณตอนไหน…”
ทันใดนั้นภาพต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นในหัว ทั้งจับแมวอาบน้ำ บังคับซุกพุงแมว กระทั่ง… จับไข่แมว…
เธอทำอะไรลงไปเนี่ย! ใบหน้าเมิ่งหนานซวี่แดงก่ำไปถึงคอ
เมื่อเห็นเธอยอมจำนน เว่ยเชิงโม่ก็ยักคิ้วเล็กน้อย รู้สึกเหมือนได้รับชัยชนะหลังจากโดนแกล้งมานาน
มอร์ริสันและฉู่ชื่อเห็นบอสตัวเองทำท่าทางภูมิใจแบบนั้นก็เกือบหลุดขำ
บอสครับ คนที่โดนลวนลามน่ะคือคุณนะ! จะมาดีใจอะไรขนาดนั้น!
สุดท้ายเว่ยเชิงโม่ก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี แม้แต่แผ่นหลังยังดูเหมือนจะตะโกนคำว่า ‘ดีใจ’ ออกมา
ส่วนเมิ่งหนานซวี่จามมีดปังตอลงบนเขียงเสียงดังฉาดคราวหน้าฉันต้องชนะแมวเจ้าเล่ห์ตัวนี้ให้ได้!
ด้วยความช่วยเหลือจากสองรองแม่ทัพวัยหนุ่ม เมิ่งหนานซวี่ก็เตรียมวัตถุดิบทั้งหมดเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
“ขั้นตอนต่อไปต้องทำยังไงครับ?”
ฉู่ชื่อมองดูวัตถุดิบที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูกเมิ่งหนานซวี่หยิบของคู่ใจออกมาจากอุปกรณ์เก็บมิติ
“ทำน้ำซุป!”
หม้อไฟจะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับน้ำซุป ในบรรดาน้ำซุปทั้งหลาย ที่โด่งดังที่สุดคือซุปใสและซุปหมาล่า แต่น่าเสียดายที่เธอไม่เจอพริกในโลกดาราจักรนี้เลย จึงต้องตัดใจจากเมนูโปรด
วันนี้เธอเตรียมไว้สองน้ำซุป คือ ซุปเห็ด และ ซุปมะเขือเทศ ซึ่งเป็นตัวแทนของความกลมกล่อมที่ทำง่ายและรสชาติดีไม่นานนัก กลิ่นหอมฟุ้งกระจายก็ยึดพื้นที่ไปทั่วทั้งยานรบ
ฉู่ชื่อสูดลมหายใจ
“นี่เหรออาหารวัฒนธรรมโบราณ!”
มอร์ริสันมองเมิ่งหนานซวี่ด้วยสายตาอ้อนวอน
“เสร็จหรือยังครับ? กินได้หรือยัง? ผมไม่ไหวแล้ว!”
ทหารคนอื่น ๆ ก็คอยชะเง้อมองมาทางห้องครัวบ่อยครั้ง
“กลิ่นอะไรน่ะ? ทำไมหอมขนาดนี้…”
“เห็นว่าเป็นอาหารวัฒนธรรมโบราณ! คุณเมิ่งทำให้เพื่อขอบคุณพวกเรา!”
“งั้นพวกเราก็ได้กินด้วยใช่ไหม?”
“ฉันอดใจไม่ไหวแล้ว!”
เมิ่งหนานซวี่หยิบหม้อแบบพิเศษที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา เทซุปเห็ดและซุปมะเขือเทศลงไป แบ่งครึ่งเป็นรูปไทเก็ก แดงและขาวตัดกันอย่างสวยงาม
พูดถึงหม้อนี้ ต้องขอบคุณ เหวินเหรินเย่วันก่อนตอนที่เมิ่งหนานซวี่ขึ้นอันดับหนึ่งในตารางอาหาร อีกฝ่ายแนะนำอย่างหนักแน่นให้เธอเปิดร้านอาหารวัฒนธรรมโบราณที่เมืองหลวง นอกจากจะช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมแล้ว ยังทำรายได้มหาศาลเพื่ออนาคตของมหาตัวร้ายน้อยด้วย เธอจึงรับฟังและสั่งทำหม้อไฟพวกนี้มา
จะมีอะไรเผยแพร่ได้ง่ายไปกว่าหม้อไฟอีกล่ะ?
เมื่อซุปและวัตถุดิบพร้อม เธอก็ลงมือทำน้ำจิ้ม
เริ่มจากบดถั่วลิสงและงาให้เป็นซอส ผสมซุปเคี่ยวเจือจางลงไป ใส่ซีอิ๊ว น้ำมันหอย เต้าหู้ยี้ ตามด้วยผักชีและถั่วลิสงคั่วบด เป็นอันเสร็จพิธี
ภายใต้การจัดแจงของฉู่ชื่อ ทุกคนจัดโต๊ะในห้องโถงรับแขก เมิ่งหนานซวี่สาธิตวิธีการลวกเนื้อสั้น ๆ แล้วยิ้มบอกทุกคน
“เชิญทานได้ตามสบายเลยนะคะ!”
สิ้นเสียงของเธอ ทุกคนก็เริ่มลงมือทันที!ฉู่ชื่อและมอร์ริสันที่อยู่โต๊ะเดียวกับเมิ่งหนานซวี่รีบคีบเนื้อลงหม้ออย่างรวดเร็ว เนื้อที่แล่มาบางราวกระดาษสุกในพริบตา ดูดซับน้ำซุปจนหอมกรุ่น แล้วเอามาจุ่มน้ำจิ้มก่อนจะส่งเข้าปาก
สด! หวาน! นุ่ม!
ทุกคนตกตะลึงกับรสสัมผัสนี้ พวกเขาหันไปมองหน้ากันก่อนจะเลิกเกรงใจเพื่อนร่วมงาน แล้วเริ่มทำสงครามแย่งชิงอาหารกันอย่างดุเดือด
เมิ่งหนานซวี่มองภาพความวุ่นวายที่อบอุ่นนี้ด้วยความพึงพอใจ หม้อไฟนี่แหละเหมาะสำหรับกินกันหลาย ๆ คนที่สุด!
เมิ่งหนานซวี่และมหาตัวร้ายน้อยทานได้อย่างสบาย ๆ แต่มอร์ริสันและฉู่ชื่อแย่งกันกินอย่างเอาเป็นเอาตาย
เว่ยเชิงโม่เองก็รักษาท่วงท่าสง่างามไว้ แต่ความถี่ในการขยับตะเกียบนั้นรวดเร็วจนน่าตกใจ
ในนาทีนั้น ทุกคนจมดิ่งอยู่ในรสชาติอาหาร ไม่มีใครพูดออกมาสักคำเดียว
เรื่องน่ะเอาไว้คุยกันทีหลังได้ แต่อาหารน่ะ ถ้าพลาดคำนี้ไป ใครจะรู้ว่าจะมีคำหน้าอีกไหม!
เมิ่งหนานซวี่เห็นลูกชิ้นปลากลม ๆ กำลังจะคีบ ก็โดนฉู่ชื่อที่ “ตาแดงก่ำจากการแย่งชิง” ชิงตัดหน้าไป
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง พยายามจะคีบเนื้อสัตว์อสูรต่อ มอร์ริสันก็ชิงไปอีก
เธอกลายเป็นคนทำที่ไม่ได้กิน! เพราะมัวแต่คีบอาหารให้มหาตัวร้ายน้อย จนถ้วยตัวเองว่างเปล่าในตอนนั้นเอง ถ้วยที่เต็มไปด้วยอาหารก็ถูกเลื่อนมาวางตรงหน้าเธอ
เมิ่งหนานซวี่อึ้งไป มองไปทางเว่ยเชิงโม่ที่นั่งข้าง ๆ อีกฝ่ายกลับมองตรงไปข้างหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เธอเห็นชัดเจนว่า หูของเขาแดงก่ำเป็นแมวเจ้าเล่ห์แต่ดันเขินง่ายขนาดนี้เชียว!
เธอเริ่มจะเกรงใจที่จะแกล้งเขาต่อแล้วนะเมิ่งหนานซวี่รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ เธอไม่ได้รับการดูแลแบบนี้มานานมากแล้ว
เมื่อเห็นเธอเริ่มทานอาหาร เว่ยเชิงโม่ถึงค่อยเบาใจลง ก่อนจะปรายตามองลูกน้องสองคนด้วยสายตาเย็นเยียบ
มอร์ริสันและฉู่ชื่อที่กำลังแย่งของกินอยู่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ แต่พอหันกลับไปเห็นหม้อไฟ ความกังวลทุกอย่างก็ปลิวหายไปในทันที
มื้ออาหารนี้ทำให้ทุกคนเทิดทูนเมิ่งหนานซวี่จนสุดตัว
มอร์ริสันที่ปกติเอาแต่ดูเผือกเริ่มปรึกษากับฉู่ชื่ออย่างจริงจังว่าจะทำยังไงให้เมิ่งหนานซวี่อยู่กับพวกเขาตลอดไป
ฉู่ชื่อมั่นใจมาก
“ง่ายนิดเดียว แค่เราใช้บอสให้เป็นประโยชน์ ไม่ต้องห่วงเลยว่าพี่สะใภ้จะไม่ยอมอยู่!”
“สรุปคือ ให้บอสไปใช้แผน ‘บุรุษพิฆาต’ เหรอ?”
“ถูกต้องแล้วคร้าบ” ฉู่ชื่อทำท่าลูบเครา (ที่ไม่มีอยู่จริง) อย่างมีหลักการ
ทันใดนั้น น้ำเสียงใสๆ ก็ดังขึ้น
“พูดถูกใจมากค่ะ งานนี้ต้องฝากพวกคุณด้วยนะ”
มอร์ริสันและฉู่ชื่อหันไปมอง
พบเมิ่งหนานซวี่ในชุดสีแดงยืนพิงประตูมองดูพวกเขาอย่างนึกสนุก
“ตราบใดที่พวกคุณเกลี้ยกล่อมบอสพวกคุณให้มายั่วสวาทฉันได้สำเร็จ ฉันจะอยู่ทำของอร่อยให้กินทุกวันเลย!”
มอร์ริสันและฉู่ชื่อสบตากันเพียงวินาทีเดียว ก่อนจะตัดสินใจขายหัวหน้าตัวเองทันที
“ดีลครับ!”