สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 36 ผลิบานไม่สิ้นสุด
บทที่ 36 ผลิบานไม่สิ้นสุด
เมิ่งหนานซวี่พิงประตูพลางยื่นมือไปถูแก้มตัวเองเบา ๆ นี่เธอ… กำลังจะสละโสดแล้วเหรอ?พอนึกถึงตรงนี้ เธอก็ยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป
คนที่รู้สึกว่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าเธอก็คือ 521
[ไหนว่าเขาเป็นคนเย็นชาไม่สนอิสตรีไง? ไหนว่าเขาเป็นดอกไม้บนยอดเขาหิมะไง? ทำไมถึงโดนคุณปราบจนอยู่หมัดแบบนี้ได้ล่ะ!]
เมิ่งหนานซวี่ประท้วงอย่างไม่พอใจ
“พูดจาให้มันดี ๆ หน่อยสิ เขาเป็นฝ่ายจีบฉันนะ ไม่ใช่ฉันจีบเขา!”
521: ……
เออ พูดงั้นมันก็ไม่ผิดแฮะ
เมื่อความร้อนบนใบหน้าเริ่มทุเลาลง เมิ่งหนานซวี่ก็เข้านอน เธอโอบกอดหมอนข้างพลางถอนหายใจ “ยังไงสัมผัสของ ‘เสี่ยวไป๋’ ก็ดีที่สุดอยู่ดี”
เธอเริ่มคิดถึงเว่ยเชิงโม่ คิดไปคิดมา ก็นึกถึงรูปร่างของเขาเมื่อครู่ขึ้นมา
ไหล่กว้าง เอวคอด รูปร่างสมส่วนมีราศี กล้ามเนื้อสวยงามแต่ไม่ดูหนาเทอะทะ เป็นสัดส่วนที่ผอมเพรียวแต่แข็งแกร่งอย่างพอดิบพอดี
[ตื่นครับโฮสต์! น้ำลายจะไหลถึงพื้นแล้ว!] 521 ทนดูไม่ได้จนต้องสาดน้ำเย็นใส่
เมิ่งหนานซวี่หุบยิ้มเพ้อฝันทันที
“เลขรหัสระบบของคุณนี่ดีจริง ๆ นะ 521 ฉันรักคุณนะ ถ้าพวกเราแต่งงานกัน คุณนั่นแหละคือ ‘พ่อสื่อ’!”
521: ……
มันเริ่มสับสนแล้วว่า ตัวเองคือระบบช่วยชีวิตตัวร้าย หรือระบบพ่อสื่อแม่สื่อกันแน่?
มันมองไปที่รายชื่อผู้ติดต่ออย่าง 520 และ 1314 แล้วดูเหมือนจะบรรลุสัจธรรมบางอย่าง…
เมื่อนึกถึงดวงตาสดใสเจ้าเล่ห์คู่นั้น เว่ยเชิงโม่ก็ก้าวเดินด้วยจังหวะที่เบาสบายขึ้นเขากลับมาที่ห้องของตัวเอง ก่อนจะปรายตามองไปที่ห้องข้าง ๆ
“พวกนายสองคน เพิ่มตารางฝึกซ้อมเป็นสองเท่าทุกวัน”
คิดว่าเขาดูไม่ออกหรือไง? เธอไม่มีแผนที่จะจากไปในวันนี้เลยสักนิด! ไอ้พวกลูกน้องที่ชอบหลอกลวงเบื้องสูงปิดบังเบื้องต่ำพวกนี้ ต้องจ่ายค่าตอบแทนกันบ้าง!
พูดจบเขาก็ปิดประตูห้องปังใหญ่
มอร์ริสันและฉู่ชื่อที่แอบอยู่ในห้องข้าง ๆ ถึงกับตัวสั่นเทา
“บอสดูออกใช่ไหมเนี่ย?” มอร์ริสันทำหน้าบูดบึ้งอย่างน่าสงสาร
ฉู่ชื่อถอนหายใจ
“ก็นั่นบอสนี่นา ไม่ได้หลอกง่ายขนาดนั้นหรอก”
“ฝึกซ้อมสองเท่าเหรอ ฉันตายแน่!” มอร์ริสันล้มตัวลงบนเตียง แผ่หลาเป็นแผ่นแป้ง
“แถมไม่รู้ว่าสำเร็จหรือเปล่า กลัวจะขาดทุนทุกทางจริง ๆ”
ฉู่ชื่อพยายามฉุดเขาขึ้นมา
“ลุกขึ้นเลย! นี่มันเตียงฉัน จะนอนก็กลับไปนอนห้องแกนู่น!”
มอร์ริสันไม่ยอมตายถวายหัว คว้าผ้าปูเตียงไว้แน่น
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด—
เสียงแจ้งเตือนสายรัดข้อมือดังขึ้น
ทั้งสองคนชะงักไป วินาทีต่อมาก็สะบัดมือออกเพื่อดูข้อความทันที
【พี่สะใภ้: ขอบใจพวกคุณมากนะ! พรุ่งนี้ฉันจะเลี้ยงของอร่อย ๆ!】
มอร์ริสันและฉู่ชื่อสบตากัน
มอร์ริสัน: “สรุปคือ… สำเร็จ?”
ฉู่ชื่อยิ้มแก้มปริ: “ไม่เสียแรงที่วางแผนมา!”
ได้ทั้งของอร่อย ได้ทั้งพี่สะใภ้ แค่ฝึกซ้อมสองเท่าเอง… คุ้มจะตาย!
ในเมื่อตกลงใจจะไปเมืองหลวงกับแมวตัวโตแล้ว เมิ่งหนานซวี่ก็ไม่รีบร้อนซ่อมบ้านตัวเองอีกต่อไป
แต่การกลับไปเก็บกวาดข้าวของที่จำเป็นก็ยังสำคัญอยู่ของมีค่าและของดูต่างหน้าของเมิ่งหนานกุยถูกเธอเก็บไว้ในพื้นที่มิติหมดแล้ว ครั้งนี้เธอกลับไปเพื่อเก็บเสื้อผ้าและของใช้ประจำวันเท่านั้นประสิทธิภาพของหุ่นยนต์ก่อสร้างนั้นสูงมาก
เพียงแค่บ่ายวันเดียวพื้นที่รอบ ๆ ก็ถูกจัดการจนเรียบร้อย เมื่อเธอกลับไปเธอก็เริ่มเห็นโครงสร้างพื้นฐานของบ้านแล้ว
“สมกับเป็นยุคดาราจักรจริง ๆ ประสิทธิภาพงานก่อสร้างสุดยอดมาก!”
เมิ่งหนานซวี่มองภาพตรงหน้าพลางอุทาน
ถ้าในวันสิ้นโลกมีเทคโนโลยีแบบนี้ มีหรือจะสร้างฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ได้? และผู้คนจะมีหรือที่จะไม่มีที่ซุกหัวนอน?
พอนึกถึงสภาพของโลกก่อนที่เธอจะจากมา เมิ่งหนานซวี่ก็รู้สึกหดหู่นิด ๆ ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ ของเธอจะเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้
521 ปลอบเธอ
[บอสที่เก่งที่สุดในโลกนั้นถูกคุณจัดการไปแล้ว พวกเขาจะปลอดภัยไปอีกนานครับ โฮสต์ไม่ต้องกังวลเกินไป]
“คุณพูดถูก ในเมื่อฉันมาที่นี่แล้ว ที่นี่ก็คืออนาคตของฉัน”
เรื่องเมื่อวานผ่านไปแล้ว ไม่อาจดึงรั้งไว้ได้ งั้นก็ขอให้วันนี้มีเรื่องกลุ้มใจน้อยลงหน่อยแล้วกัน
เมิ่งหนานซวี่ผ่านการพลัดพรากมามากเกินไป เธอไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องทุกข์ใส่ตัว
“เมื่อวานที่บ้านเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ชายชราเคราขาวคนหนึ่งเดินเข้ามาถามทันทีที่เห็นเมิ่งหนานซวี่
เขาคือ ซินแคลร์ เพื่อนบ้านของเธอ ร่างเดิมคือแพะภูเขา ซึ่งเมิ่งหนานซวี่เคยไปเยี่ยมเยียนมาก่อน
“โจรขึ้นบ้านค่ะ”
เดชะบุญที่ฉู่ชื่อกางอาคมลวงตาไว้รอบ ๆ บ้านเมื่อวาน เพื่อนบ้านเลยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
“โจรเก่งขนาดนี้เลยเหรอ!” ซินแคลร์ตกใจจนเกือบจะดึงเคราตัวเองหลุด
เมิ่งหนานซวี่แสร้งถอนหายใจ
“ก็นั่นน่ะสิคะ พกอาวุธอันตรายมาด้วย โชคดีที่ตำรวจดาราจักรมาทันเวลา ไม่งั้น…”
ซินแคลร์พยักหน้าอย่างจริงจัง “ไม่งั้นผลที่ตามมาคงคาดไม่ถึงแน่ ๆ!”
ทั้งคู่สนทนากันครู่หนึ่ง เมิ่งหนานซวี่จึงบอกเขาว่าเธออาจจะต้องไปเมืองหลวงแล้ว
“ทำไมกะทันหันจัง?”
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มตอบ
“มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงานค่ะ ช่วงสั้น ๆ นี้คงไม่ได้กลับมาแล้ว”
ซินแคลร์รู้สึกเสียดาย แม่หนูคนนี้ฝีมือทำอาหารดีมาก ทุกครั้งที่ทำของอร่อยมักจะแบ่งมาให้พวกเขาเสมอ พอจะจากไปเขาก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
เมิ่งหนานซวี่หยิบขนมขบเคี้ยวที่ทำใหม่จากพื้นที่มิติออกมา “คุณปู่ซินแคลร์คะ หลังจากฉันไปแล้ว ฝากคุณปู่ช่วยดูบ้านให้หน่อยนะคะ ถ้ามีปัญหาอะไรติดต่อฉันได้ตลอดเลย”
“แม่หนูนี่ เกรงใจจริง บ้านน่ะยกให้ตาดูแลเถอะ ไปทำงานให้สบายใจนะ!”
หลังจากส่งซินแคลร์ที่ใส่แว่นหนาเตอะจากไป เมิ่งหนานซวี่ก็เดินเข้าไปในวิลล่าเพื่อเก็บของ ขอบคุณเทคโนโลยีระดับสูง ข้าวของแทบไม่มีความเสียหายเลย
ตอนที่จะจากไป เมิ่งหนานซวี่เห็นดอก ไฮเดรนเยีย ที่กำลังเริงร่าไปกับสายลม โชคดีที่จุดที่มันอยู่นั้นรอดพ้นจากการทำลายมาได้เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหากระถางมาใส่ซ้อนมันไว้
“ได้ยินว่าที่เมืองหลวงแทบไม่มีพืชพรรณเลย งั้นฉันพาแกไปด้วยแล้วกันนะ”
521 ที่ได้ยินประโยคนี้ถึงกับพูดไม่ออก
[ดอกไม้ที่คุณปลูกเองตั้งหลายต้นไม่เอาไป ดันเอาต้นนี้ไป? ก็เพราะมันคือ ‘ดอกไม้แห่งรัก’ ของคุณใช่ไหมล่ะ! อย่ามาหาเหตุผลสวยหรูหน่อยเลย]
เมิ่งหนานซวี่ที่ไม่ได้ยินเสียงบ่นของระบบ เดินกลับขึ้นยานรบอย่างอารมณ์ดี แล้ววางกระถางไฮเดรนเยียไว้บนโต๊ะในห้องนอน
“อู๋จิ้นเซี่ย” ขอบคุณที่ปรากฏตัวขึ้นในฤดูร้อนของฉันนะ
“กลับมาแล้วเหรอ?” เว่ยเชิงโม่ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
วันนี้เขาเปลี่ยนมาสวม เครื่องแบบทหารสีขาวบริสุทธิ์ ทั้งตัวแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายความสุขุม เย็นชา และน่าค้นหา
เมิ่งหนานซวี่ที่ปกติไม่ใช่พวกบ้าเครื่องแบบ กลับหน้าแดงอย่างไม่รักดี
เมื่อเห็นเธอมีท่าทางแบบนั้น อารมณ์ของเว่ยเชิงโม่ก็ดีขึ้นทันที
เขาขยิบตา
“เธอชอบเหรอ?”
ชอบอะไร? ชอบที่เขาแต่งตัวแบบนี้เหรอ? เมิ่งหนานซวี่โดนจ้องจนพูดไม่ออก พลังอำนาจที่รวบรวมมาเมื่อวานกระเจิดกระเจิงหายไปหมดจะยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้!
เมิ่งหนานซวี่หรี่ตาลง ยื่นมือไปกระชากคอเสื้อของเขา
“ใช่ค่ะ ฉันชอบ”
น้ำเสียงของเธอเดิมทีก็ใสไพเราะอยู่แล้ว เมื่อจงใจเน้นจังหวะจึงเต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนดวงตาดอกท้อคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในตาของเว่ยเชิงโม่ ราวกับมีดวงดาวนับหมื่นร่วงหล่นอยู่ในนั้น
เว่ยเชิงโม่สีหน้ายังดูปกติ แต่เมิ่งหนานซวี่เห็นชัดว่า ลำคอและใบหูของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง
เมิ่งหนานซวี่แอบกระหยิ่มในใจ นิ่งไว้! ตานี้เธอต้องชนะแน่!
ทันใดนั้น เธอรู้สึกถึงมือที่เอื้อมมาเกลี่ยปอยผมหน้าม้าไปทัดหู กลิ่นอายเย็นสดชื่นค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
“เธอชอบก็ดีแล้ว”
เขาหัวเราะเบา ๆ เทพเจ้าที่เคยเหมือนรูปสลักน้ำแข็งจู่ ๆ ก็ดูมีเลือดเนื้อสีสัน มุมปากและแววตาฉายแววความเจ้าเล่ห์จาง ๆ
ฝ่ามือของเขาอบอุ่น ตอนที่เขาลูบผ่านติ่งหูดูเหมือนจะจงใจสัมผัสมันเบา ๆ
เมิ่งหนานซวี่: ……
521 นั่งแทะเมล็ดทานตะวันอิเล็กทรอนิกส์ที่จิ๊กมาจาก 1314 พลางดูอย่างสนุกสนาน
ได้เห็นโฮสต์สายโหดของมันเสียอาการ ก็นับว่าเป็นเรื่องบันเทิงใจจริงๆ!
ในที่สุดเมิ่งหนานซวี่ก็ตระหนักได้ว่า สัตว์ตระกูลแมวน่ะไม่มีตัวไหนพุงขาวหรอก! ภายนอกดูสูงส่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ข้างในน่ะ ‘ดำ’ (เจ้าเล่ห์) สนิท! มิน่าล่ะเสือขาวตัวเบ้อเริ่มถึงชื่อว่า “โม่” (น้ำหมึก) ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!
เมิ่งหนานซวี่ที่เมื่อกี้ยังแผ่รังสีนางพญา วินาทีต่อมาก็พ่ายแพ้ราบคาบ กลายเป็นนกน้อยที่ปีกหัก ดูหงอย ๆ น่าสงสารเว่ยเชิงโม่พยายามกลั้นยิ้มที่มุมปาก
“วันนี้มอร์ริสันจับปลามาได้เยอะเลย เธออยากไปดูไหม?”
เมิ่งหนานซวี่เป็นคนฉลาดเสมอ ในเมื่อเขาให้ทางลงมาแล้ว จะไม่ลงก็โง่สิ
“งั้นฉันไปดูหน่อยนะคะ” พูดจบ เธอก็รีบชิ่งหนีไปทันทีด้วยความเร็วแสง
สายตาของเว่ยเชิงโม่เลื่อนไปตกอยู่ที่ดอกไฮเดรนเยียกระถางนั้น แววตาของเขาอ่อนเชื่อม ยื่นมือไปลูบกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน แสงสีเงินน้ำเงินวาววับไหลผ่าน ดอกไม้สั่นไหวเล็กน้อย ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาน้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่กลับนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ
“เธอก็สวยมากเหมือนกัน”