สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 37 อนาคอนด้ายักษ์กับผีเสื้อแดงม่านมายา
บทที่ 37 อนาคอนด้ายักษ์กับผีเสื้อแดงม่านมายา
มอร์ริสันออกไปข้างนอกครู่หนึ่งและนำปลากลับมามากมาย เมื่อเมิ่งหนานซวี่เดินเข้าไป ก็พบว่ามีผู้คนล้อมรอบอยู่ไม่น้อย
ทันทีที่พวกเขาเห็นเธอเดินมา ทุกคนต่างพากันแหวกทางให้ทันที
“ท่าน… คุณเมิ่ง มาแล้วเหรอครับ!”
มอร์ริสันกวักมือเรียกเมิ่งหนานซวี่ ใบหน้าเด็กแบ๊วของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มในอ่างใบใหญ่ตรงหน้าเขามีปลาอยู่หลายตัว แต่ละตัวกำลังว่ายไปมาอย่างมีชีวิตชีวา หยดน้ำที่กระเซ็นออกมาหล่นลงบนพื้นใกล้ ๆ แล้วหายไปในพริบตา
ก็นะ บอลทำความสะอาดไม่ได้เสียจริง ๆ เสียหน่อย วันนี้มันถูกฉู่ชื่อหยิบออกมาใช้งานตามปกติแล้วฉู่ชื่อนั่งยอง ๆ อยู่ข้างถังปลา นิ้วมือจ่ออยู่เหนือผิวน้ำ
คลื่นน้ำจาง ๆ แผ่ขยายออกจากปลายนิ้วของเขาเป็นวงกว้างเห็นดังนั้น เมิ่งหนานซวี่ก็รู้สึกสงสัย
“คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?”
มอร์ริสันตอบด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับเด็กหนุ่ม
“เจ้าผีเสื้อกลางคืนกำลังทำ ‘ม่านมายา’ ให้ปลาอยู่น่ะครับ”
ผีเสื้อกลางคืน? (สื่อถึงแมลงที่กระพือปีกพึ่บพั่บ ดูลนลาน)
เมิ่งหนานซวี่เอียงคอ หมายถึงฉู่ชื่อเหรอ? ฉู่ชื่อเงยหน้าขึ้นอย่างไม่พอใจ มืออีกข้างยกขึ้น แสงสีแดงเจิดจ้าดูราวกับมีตัวตนแผ่ออกมาจากมือของเขา
“อ๊ากกกก ท่านมอร์ริสันบ้าไปแล้วเหรอ ไปทำให้ท่านฉู่โกรธแบบนั้นจะได้อะไรขึ้นมา!”
“แย่แล้ว ๆ บอสจะปล่อยไม้ตายแล้ว หนีเร็ว!”
“ฉันยังไม่อยาก ‘ตายทางสังคม’ นะ! ท่านฉู่ไว้ชีวิตด้วย!”
เหล่าทหารที่ล้อมรอบอยู่สลายตัวหนีไปอย่างรวดเร็วชนิดที่หาได้ยากในโลก ราวกับว่ามีสัตว์ประหลาดไล่ตามหลังมา แม้แต่มอร์ริสันที่ปกติจะยิ้มร่าไม่เกรงกลัวฟ้าดินก็สีหน้าเปลี่ยนไป
“เดี๋ยว ๆ ๆ ไม่เรียกแล้วก็ได้ โอเคไหม?”
ฉู่ชื่อฮึดฮัด
“เรียกฉันว่าผีเสื้อกลางคืนแล้วยังหวังจะให้ฉันปล่อยไปงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!”
คลื่นแสงสีแดงแผ่กระจายออกไป มอร์ริสันและเมิ่งหนานซวี่ที่ยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้นต่างก็โดนลูกหลงไปด้วย
“แย่ล่ะ!” ฉู่ชื่อชะงักไป เขาลืมไปเลยว่าพี่สะใภ้ยังอยู่ที่นี่ งานเข้าแน่!
ทว่าผิดคาด ดวงตาของเมิ่งหนานซวี่เป็นประกายวับแวบหนึ่ง เธอไม่มีอาการอะไรเลย และดูปกติมาก
“คุณเมิ่ง?” ฉู่ชื่อลองเรียกดู
เมิ่งหนานซวี่หันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ
“การโจมตีทางจิตเหรอคะ?”
ฉู่ชื่อตกใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก การโจมตีของเขาไม่ได้ผลกับเธอ! มนุษย์ยุคใหม่หลังผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม
กลุ่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดจะปลุก ‘พลังพิเศษ’ ที่เกี่ยวข้องกับร่างอสูรของตนออกมา พลังเหล่านี้แบ่งครึ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ
ประเภทที่ 1 คือประเภทเสริมพลัง ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้น
ประเภทที่ 2 คือประเภทธรรมชาติ ควบคุมธาตุในธรรมชาติและ
ประเภทที่ 3 คือประเภทพิเศษ ซึ่งพลังสายจิตแบบฉู่ชื่อจัดอยู่ในประเภทนี้
เหตุผลที่มันเรียกว่าประเภทพิเศษ ก็เพราะมันหายากมาก พลังของฉู่ชื่อนับว่าเป็นส่วนน้อยแม้แต่ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะ แต่เมิ่งหนานซวี่กลับไม่ได้รับผลกระทบเลย!
ทางด้านมอร์ริสันเริ่มมึนงงแล้ว เขาส่ายหัวพยายามทรงตัว แววตาดูเลื่อนลอยอย่างบอกไม่ถูก
เมิ่งหนานซวี่ขยิบตาให้ฉู่ชื่อ ชี้นิ้วไปที่เขาแล้วชี้กลับมาที่ตัวเอง เพื่อสื่อว่าพลังของเธอเป็นสายเดียวกับเขา
พลังดั้งเดิมของร่างเดิมก็คือสายจิต แต่ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้ เมิ่งหนานซวี่ในฐานะผู้มีมหากุศลข้ามโลก มีความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ไม่ต้องพูดถึง
เมื่อมาอยู่ในร่างนี้จึงทำให้พลังของร่างเดิมเกิดการ ‘ปลุกพลังครั้งที่สอง’ ทันที
ฉู่ชื่อที่เข้าใจท่าทางของเธอถึงกับอึ้งหนักกว่าเดิม อีกฝ่ายมีพลังสายจิตเหมือนเขา แต่พลังของเขาไม่ได้ผลกับเธอนั่นหมายความว่าความสามารถของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย!
ทว่าความคิดของเขาถูกขัดจังหวะด้วยมอร์ริสันที่กำลังมึนได้ที่มอร์ริสันโผเข้ากอดฉู่ชื่อแล้วเริ่มคร่ำครวญ
“ทำไมเธอถึงไม่รักผมล่ะ เป็นเพราะผมดูเด็กเกินไปเหรอ? ผมก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้นะ!”
บรรยากาศเงียบกริบทั้งสนาม นี่มันอะไรกัน? ท่านรองแม่ทัพมีคนที่ชอบแล้วเหรอ?
ฉู่ชื่อเองก็มองมอร์ริสันด้วยความประหลาดใจ เจ้านี่พูดอะไรออกมาเนี่ย!
มอร์ริสันยังคงกอดเขาพลางสะอึกสะอื้น
“ผมเตี้ยตรงไหน ผมไม่เด็กเลยนะ! รักต่างวัยแล้วมันยังไงล่ะ! เดี๋ยวนี้รักต่างวัยเขากำลังฮิตจะตาย!”
เขาร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลนองไปติดเสื้อของฉู่ชื่อไปหมด
โอ้โห ที่แท้ก็เป็นพล็อตรักเด็กนี่เอง!
เมิ่งหนานซวี่เริ่มนึกสนุก เธอเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ ทหารที่อยู่แถวนั้นมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งซิกบอกเพื่อน ๆ ให้มามุง
เรื่องสนุกของท่านมอร์ริสันหาดูไม่ได้ง่าย ๆ มีโอกาสต้องดูให้คุ้ม!
ฉู่ชื่อเองก็เริ่มอยากแกล้งคนอื่นต่อ เขาทำหน้าเจ้าเล่ห์พลางปลอบ
“ใช่! รักต่างวัยฮิตจะตาย เป็นเพราะยัยนั่นตาไม่ถึงเองแหละ!”
มอร์ริสันเหมือนลูกหมาตัวน้อยที่ถูกรังแก เขาสะอื้นเบา ๆ ดูน่าสงสารเหลือเกิน แต่พอได้ยินฉู่ชื่อพูดแบบนั้นเขากลับไม่พอใจขึ้นมา
“ห้ามพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับเธอนะ! เธอเป็นคนที่ดีที่สุดในโลก!”
“คุณว่าเธอดีเธอก็ดีสิ แต่เธอไม่เอาคุณไม่ใช่เหรอ?”
เมิ่งหนานซวี่ผสมโรงพยายามหลอกถาม
มอร์ริสันน้อยใจ
“ไม่โทษเธอหรอก โทษที่หน้าผมนี่แหละ ถ้าผมดูเป็นผู้ใหญ่กว่านี้สักหน่อย เธอคงไม่มองผมเป็นแค่ ‘น้องชาย’ หรอก ฮือ ๆ ๆ…”
เมิ่งหนานซวี่มองมอร์ริสันแล้วเริ่มเข้าใจความคิดของ “เธอคนนั้น”
ผมสีน้ำตาลหยิกเป็นลอน รูปหน้าค่อนข้างกลมและมีแก้มยุ้ยๆ ดวงตาสีเขียวมรกตที่ดูฉ่ำน้ำเหมือนลูกหมาที่ถูกเลี้ยงในบ้าน กระเล็ก ๆ บนใบหน้าไม่ได้ทำให้ดูแย่ แต่กลับยิ่งส่งเสริมความน่ารักให้โดดเด่นขึ้นไปอีก
ไม่ใช่ว่าไม่หล่อ ไม่ใช่ว่าดูไม่ดี แต่ดูยังไงเขาก็เหมือนเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะชัดๆ!
แม้แต่ 521 ที่ช่วงนี้ติดเกมยังอดบ่นไม่ได้
[ใครจะไปคิดว่าร่างอสูรของเจ้านี่คือ ‘อนาคอนด้ายักษ์’ กันล่ะ?]
ใช่แล้ว มอร์ริสันที่ดูเหมือนลูกหมาน้อย ร่างอสูรแท้จริงกลับเป็นงูอนาคอนด้าจอมโหด!
ฉู่ชื่อดูเหมือนจะนึกอะไรออก เขามองมอร์ริสันด้วยสายตาสงสารพลางตบหลังปลอบ
“ไม่เป็นไรนะ ก็นะ… ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะรับ ‘หน้าตาที่ลวงโลก’ ของนายได้ โอ๊ย! เบาหน่อย! เจ็บ ๆ ๆ!”
มอร์ริสันตื่นขึ้นมาตอนไหนไม่รู้ เขามองฉู่ชื่อด้วยสายตาเย็นเยือก
“เจ้าผีเสื้อกลางคืน นี่แกหาเรื่องเองนะ!”
งูเหลือมยักษ์ขนาดมหึมาปรากฏขึ้นแทนที่มอร์ริสันทันที มันรัดตัวฉู่ชื่อไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อมองดูสิ่งมีชีวิตขนาดมโหฬารตรงหน้า เทียบกับร่างมนุษย์ของเขาเมิ่งหนานซวี่ได้แต่ถอยหลังพลางอุทานในใจ คนเราน่ะ ดูแต่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ!
พวกทหารที่ชินกับเรื่องนี้อยู่แล้วพากันหาที่กำบังและเริ่มวางเดิมพัน
“นายว่าคราวนี้ใครชนะ?”
“ท่านมอร์ริสันมั้ง? คราวนี้เขาโกรธจริงนะนั่น”
“ฉันลงข้างท่านฉู่!”
“100 เครดิต ลงข้างท่านมอร์ริสัน!”
“ฉัน 500 เครดิต สนับสนุนท่านมอร์ริสัน!”
ความชำนาญในการเล่นพนันทำเอาคนดูถึงกับอึ้ง เมิ่งหนานซวี่ประหลาดใจ
“พวกเขาก็คือหน่วยรบพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดของสหพันธ์ไม่ใช่เหรอคะ?”
[หน่วยรบพิเศษก็ติ๊งต๊องได้นี่ครับ!] 521 แค่นเสียง
เมิ่งหนานซวี่: ……
นั่นสินะ
ฉู่ชื่อเริ่มรำคาญที่ถูกมอร์ริสันรัดตัว แสงสีแดงวาบขึ้น เขาสลายตัวกลายเป็นฝูงผีเสื้อแดงที่งดงาม และฉากรอบข้างก็เริ่มเปลี่ยนไป
ห้องโถงยานรบที่ดูเรียบง่ายทันสมัยค่อย ๆ หายไป กลายเป็นเทือกเขาหิมะและธารน้ำแข็งที่ทอดยาวสุดสายตา
เมิ่งหนานซวี่ลูบแขนตัวเอง เธอรู้สึกถึงความหนาวเย็นจริง ๆ พวกทหารที่แอบอยู่ก็พากันถูมือย่ำเท้า ลมหายใจที่พ่นออกมาเริ่มกลายเป็นฝ้าขาว
ม่านมายาแข็งแกร่งมาก!มอร์ริสันและฉู่ชื่อสู้กันอย่างดุเดือด คนหนึ่งพ่นหมอกพิษไปทั่ว อีกคนใช้ม่านมายาที่เหนือชั้นเข้ากดดัน
อนาคอนด้ายักษ์พูดเป็นภาษามนุษย์ ตะโกนด่า
“ไอ้ผีเสื้อบ้า มีปัญญามาสู้กันตรง ๆ สิ เลือกสภาพแวดล้อมแบบนี้แกไม่อายบ้างเหรอ!”
อุณหภูมิที่หนาวจัดทำให้เขาเริ่มอยากจำศีล
“ทำไมล่ะ สู้กันมันก็ต้องเลือกสภาพแวดล้อมสิ นิสัยแบบนี้จะเป็นรองแม่ทัพได้ไง”
ทั้งสองคนสู้ไปด่าไปอย่างเมามัน
พวกทหารเองก็ใช้ความสามารถพิเศษของตน แบ่งเป็นสองฝ่ายเริ่มตะโกนเชียร์
บรรยากาศครึกครื้นจนเมิ่งหนานซวี่นึกว่าตัวเองกลับไปอยู่ที่งานกีฬาสีที่โรงเรียนเก่า
ทันใดนั้น ความหนาวเย็นที่เสียดแทงไปถึงกระดูกก็แผ่ซ่านออกมา ทำให้ทุกคนสั่นสะท้าน
มอร์ริสันถึงกับล้มลงกับพื้นเพราะอุณหภูมิที่เย็นสุดขั้วกะทันหันต่างจากม่านมายาของฉู่ชื่อ อุณหภูมินี้ต่ำจนทำให้ดวงวิญญาณสั่นสยอง
มันแทรกซึมไปตามรอยแตกของกระดูก ตามเส้นเลือด ค่อย ๆ กัดกินคุณไปทีละนิด จนในที่สุดก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่านที่สยบต่อหิมะม่านมายาค่อย ๆ สลายตัวไป
ผีเสื้อแดงกลับคืนสู่ร่างมนุษย์และหล่นลงบนพื้น
“พวกนายกำลังทำอะไรกัน!”
น้ำเสียงเย็นชาที่คุ้นเคยดังขึ้น หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอุณหภูมิที่น่าสะพรึงกลัวนี้
เว่ยเชิงโม่นั่นเองทุกคนเงียบกริบทันที ต่างก้มหน้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
ซวยแล้ว… บอสตัวจริงออกโรงแล้ว!
เมิ่งหนานซวี่ไม่ได้ได้รับผลกระทบเลย ความหนาวเย็นนั้นเมื่อมาถึงเธอ กลับกลายเป็นลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านเส้นผมของเธออย่างซุกซน ก่อนจะวนรอบหนึ่งแล้วหายไปที่อื่น
เมื่อเห็นเจ้าแมวตัวโตมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ และนึกถึงตัวเองที่แอบดูเมื่อครู่ เมิ่งหนานซวี่จึงเริ่มสำนึกผิดเล็กน้อย เธอเดินเข้าไปข้างหลังเวยเชิงโม่แล้วดึงชายเสื้อของเขาเบา ๆ
“พวกเราก็… ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ ครั้งนี้ปล่อยพวกเขาไปเถอะนะคะ?”
เธอกดเสียงต่ำ น้ำเสียงนุ่มนวลเหลือเกิน และสายตาที่มองเขาก็ดูใสซื่อสุด ๆ ราวกับสุนัขจิ้งจอกน้อยที่ยังไม่เดียงสา