สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 83 ซุปไก่สดตังกุยปักคี้
บทที่ 83 ซุปไก่สดตังกุยปักคี้
ทหารหนุ่มมองเมิ่งหนานซวี่ด้วยความกังวล
เมิ่งหนานซวี่ส่ายหน้าให้เขา: “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากที่บอกเรื่องนี้ให้รู้”
“คุณเมิ่งครับ คือว่า…” ทหารหนุ่มอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
เมิ่งหนานซวี่ไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้ว เธอพูดโพล่งออกมาตรง ๆ
“สิ่งที่คนในห้องไลฟ์เดาไว้น่ะถูกแล้วล่ะค่ะ มีคนลงมือกับพวกเราจริง ๆ”
ทหารคนนั้นอึ้งไป ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที
“ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริง ๆ!”
คนอื่น ๆ ในห้องครัวต่างก็มีท่าทีโกรธแค้นตาม ๆ กัน
ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับประโยชน์กลุ่มแรกจากพืชธรรมชาติและอาหารเลิศรส พวกเขารู้ซึ้งถึงความสำคัญในสิ่งที่เมิ่งหนานซวี่ทำ สำหรับหญิงสาวมหัศจรรย์เช่นนี้ ในใจพวกเขามีเพียงความเคารพและชื่นชม เมื่อเห็นเธอถูกปองร้าย ทุกคนจึงเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
เมิ่งหนานซวี่รู้สึกอบอุ่นในใจ “ขอบคุณทุกคนที่ห่วงนะคะ แต่เรื่องนี้ฉันจัดการได้ ทุกคนสบายใจได้ค่ะ”
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเจ้าแมวยักษ์ รอให้เขาหายดีก่อนเถอะ…แววตาของเมิ่งหนานซวี่ฉายประกายเย็นเยียบ เธอไม่รังเกียจที่จะไป “พูดคุย” กับคนกลุ่มนั้นแบบจัดเต็ม!
521 เอ่ยขึ้น: [โฮสต์คะ พวกเขาเตรียมจะปิดบัญชีสตาร์เน็ตของโฮสต์แล้วค่ะ!]
เมิ่งหนานซวี่ไม่ได้แปลกใจกับสถานการณ์นี้เลย เธอกำชับว่า: “521 ก่อนที่พวกเขาจะปิดบัญชี ช่วยโพสต์แถลงการณ์แทนฉันที บอกว่าฉันกับเจ้าตัวเล็กสองคนปลอดภัยดีในตอนนี้ ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องพูดมาก”
ในยามวิกฤตเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าความเร็วของระบบนั้นเหนือกว่าใคร
[รับทราบค่ะโฮสต์] 521 ทำภารกิจเสร็จสิ้นในเสี้ยววินาที [ตอนนี้โพสต์สำเร็จแล้วค่ะ!]
“ติดต่อหลูซานเสวี่ย ให้เขาช่วยกระจายข่าวนี้ให้ทุกคนรู้ด้วยวิธีที่เร็วที่สุด” เมิ่งหนานซวี่กลับไปที่โต๊ะทำอาหารแล้วหยิบมีดทำครัวขึ้นมาอีกครั้ง
521 มองข้อมูลบนสตาร์เน็ตแล้วกังวลเล็กน้อย: [โฮสต์คะ เราต้องควบคุมกระแสวิจารณ์บนโลกออนไลน์หน่อยไหมคะ?]
“ไม่จำเป็น” เมิ่งหนานซวี่สะบัดมือสับลงไป หัวของสัตว์ปีกหลายปีกร่วงลงพื้นทันที “ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะสาดโคลนใส่ฉันท่าไหน!”
“ห้องไลฟ์กับบัญชีของพี่สะใภ้ถูกปิดเฉยเลย!” มอริสันทำหน้ายู่ “พวกนั้นกล้าดียังไง!”
“มีอะไรที่ไม่กล้า?” เหวินเหรินโจ้วที่มีดวงตาสีแดงฉานดูลึกลับเอ่ยขึ้น “ในสายตาฉัน เรื่องที่อาโม่ประสบเหตุ ก็คงหนีไม่พ้นฝีมือพวกมันเหมือนกันนั่นแหละ”
“โธ่เอ้ย!” มอริสันสบถออกมาคำโต “ตระกูลหลี่กับสมาคมนักปรุงยาสินะ? ข้าจะจำพวกแกไว้!”
เขาเตะกำแพงระบายอารมณ์จนเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นแล้วดับลงในทันที
เสียงของมาร์สดังขึ้น: [มอริสัน เห็นแก่เจ้านาย ฉันจะยกโทษให้ครั้งนี้ รบกวนช่วยถนอมยานรบด้วย เรื่องคิดบัญชีกับคนพวกนั้นน่ะ ไม่ต้องถึงมือนายหรอก ฉันจัดการเองได้]
ฉู่ชื่อถอนหายใจ: “ฉันว่าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้มีแค่ตระกูลหลี่กับสมาคมนักปรุงยาหรอก”
หลังจากที่รู้เรื่องราวบนดาวตัวหลันทั้งหมดแล้ว ฉู่ชื่อทบทวนเหตุการณ์แล้วรู้สึกว่าแค่ตระกูลหลี่กับสมาคมฯ ไม่มีทางทำได้ถึงขนาดนี้
เหวินเหรินโจ้วกล่าวเสริม: “ฉันเห็นด้วย ทั้ง A987 และตาข่ายดักกระแสไฟฟ้า ต่างก็เป็นผลงานวิจัยที่มีระดับความลับสูงมาก ต่อให้เป็นพวกนั้นก็ใช่ว่าจะเอาออกมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าได้”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง “ข้างบนพวกมันยังมีคนหนุนหลังอยู่อีก”
ในห้องนั้น เว่ยเชิงโม่ยังคงหลับใหล เหวินเหรินโจ้วปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่เขารู้ดีว่า “ท่านผู้นั้น” มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเพื่อนของเขา เรื่องราวมาถึงจุดนี้ สถานการณ์คงซับซ้อนกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก!
เมิ่งหนานซวี่สับเนื้อสัตว์ปีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปแช่น้ำสะอาดเพื่อล้างเลือดที่มีกลิ่นคาวออกระหว่างนั้นเธอก็เตรียมเครื่องปรุง หั่นต้นหอมและขิงรอไว้
ส่วนตังกุยและปักคี้ เธอได้มาจากของดูต่างหน้าของเมิ่งหนานกุย ต้องขอบคุณน้ำยาเร่งการเจริญเติบโตของสถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณที่ช่วยให้เธอเร่งโตพวกมันได้ในเวลาอันสั้น
เธอมองสมุนไพรในมือแล้วถอนหายใจ ถ้าพลังไม้ของเธอยังอยู่ การเร่งโตของพวกนี้คงง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ มือที่กำลังขยับหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง: “521 การที่ห้องไลฟ์ถูกปิดจะส่งผลต่อการประเมินภารกิจอาชีพไหม?”
[ไม่ส่งผลค่ะโฮสต์] 521 กลิ้งตัวไปมาในทะเลความรู้อันกว้างขวางของเมิ่งหนานซวี่
[ระดับความสนใจไม่เท่ากับจำนวนผู้ติดตาม ตราบใดที่พวกเขายังให้ความสนใจโฮสต์อยู่ ก็ถือว่าภารกิจสำเร็จค่ะ]
[อ้อ โฮสต์คะ ลืมบอกไปเลย ภารกิจอาชีพที่ 3 ของโฮสต์สำเร็จแล้วนะคะ!]
สำเร็จแล้วเหรอ? เมิ่งหนานซวี่งงนิดหน่อย ทำไมมันถึงสำเร็จเร็วนัก?
521 ตอบอย่างตื่นเต้น [ภารกิจนี้ควรจะสำเร็จตั้งนานแล้วค่ะ แต่ระดับความสนใจของโฮสต์พุ่งสูงเร็วเกินไป ระบบหลังบ้านเลยต้องทำการตรวจสอบข้อมูลซ้ำอีกครั้ง เพิ่งจะได้ผลสรุปสุดท้ายออกมาวันนี้นี่เองค่ะ]
เมิ่งหนานซวี่ไม่คาดคิดเลยจริง ๆ เธอทั้งขำทั้งอึ้ง
“ข้อมูลพุ่งเร็วเกินไปเนี่ยนะ?”
[ก็ใช่น่ะสิคะ] 521 ถอนหายใจตาม
[ใครจะไปนึกว่าการเปิดตัวพืชธรรมชาติจะดึงดูดความสนใจได้มหาศาลขนาดนี้! นั่นมันตั้ง 9,000 ล้านเลยนะ!]
เมิ่งหนานซวี่: ……
เท่าไหร่นะ? 9,000 ล้าน? เธอถึงกับเหวอไปเป็นครั้งแรก
[ตอนนี้โฮสต์กลายเป็นสตรีมเมอร์ระดับแนวหน้าของจักรวาลอย่างเต็มตัวแล้วนะคะ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงวัฒนธรรมโบราณด้วย] 521 พูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
[โฮสต์คะ รางวัลภารกิจส่งมาแล้ว เราจะเปิดดูตอนไหนดี?]
“ตอนเย็นแล้วกัน” เมิ่งหนานซวี่รู้สึกเหมือนลอยได้ 9,000 ล้านเชียวนะ คนทั้งโลกรวมกันยังไม่เยอะขนาดนี้เลย! เธอส่ายหัวเรียกสติ แล้วทำงานตรงหน้าต่อ
ต๊อก ๆ ๆ
มีดทำครัวที่คมกริบซอยสมุนไพรเป็นแผ่นบางเพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่ซุปไก่ได้ดีที่สุด
เธอนำเนื้อไก่ไปลวกในน้ำเย็น ใส่ต้นหอม ขิง และเหล้าทำอาหารเพื่อดับคาวและชูรส เมื่อตักขึ้นมาแล้วก็ถึงเวลาเริ่มขั้นตอนสำคัญ
ทางเลือกที่ดีที่สุดในการตุ๋นซุปย่อมต้องเป็นหม้อดินเผา เมิ่งหนานซวี่ไม่ได้ใช้เครื่องครัวในห้องเครื่อง แต่หยิบหม้อใบเก่งออกมาจากอุปกรณ์มิติ
เธอใส่เนื้อไก่ ขิงแผ่น ตังกุย และปักคี้ลงไป ตามด้วยน้ำร้อน ที่เหลือก็แค่ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน
ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยของยุคดวงดาว เวลาในการตุ๋นซุปหม้อนี้ลดลงไปมาก เมื่อเมิ่งหนานซวี่เปิดฝา กลิ่นหอมหวานละมุนก็ค่อย ๆ กระจายออกมา จนเหล่า “เชฟพาร์ทไทม์” ที่เข้าเวรอยู่ต้องพากันหันมามองเป็นตาเดียว
“หอมมาก!”
“บะหมี่ในมือผมจู่ ๆ ก็ไม่อร่อยขึ้นมาเลยแฮะ”
“ผมไม่ริษยาที่ลูกพี่มีพลังจิตล้ำเลิศ ไม่ริษยาที่ลูกพี่อายุน้อยแต่ตำแหน่งสูง แต่ผมริษยาที่ลูกพี่ได้กินของอร่อยฝีมือคุณเมิ่ง ฮือ ๆ ๆ ผมหิวจังเลย!”
กลิ่นหอมของซุปยาไม่ได้รุนแรง แต่มันคือประเภทที่ยิ่งดมยิ่งหอม ซุปไก่ตังกุยปักคี้ในตอนนี้ยังไม่ได้ใส่เครื่องปรุงรสใด ๆ ความหอมกรุ่นจากวัตถุดิบเดิมถูกดึงออกมาถึงขีดสุด จึงทำให้ทุกคนได้กลิ่นแล้วลืมไม่ลง เมิ่งหนานซวี่โรยเกลือลงไปเพียงเล็กน้อย นอกเหนือจากนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่อะไรเพิ่มอีก
ท่ามกลางสายตาอิจฉาของทุกคน เมิ่งหนานซวี่ยกหม้อดินทั้งใบเดินจากไป
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากเหลือไว้ให้คนอื่นชิมนะ แต่เป็นเพราะแมวยักษ์ของเธอ “เจริญอาหาร” มาก! หม้อเดียวเธอยังกลัวว่าเขาจะกินไม่อิ่มเลย!
เมิ่งหนานซวี่ถอนหายใจ พวกที่มองว่าแมวยักษ์เป็นเจ้าชายน้ำแข็งน่ะ จะรู้ไหมนะว่าจริง ๆ แล้วเขาคือจอมกินจุ!
ด็อกเกอร์เป็นหมอที่เก่งมาก พิสูจน์ได้จากการที่เขาบอกว่าเวยเชิงโม่จะฟื้นกี่โมง เขาก็ฟื้นเวลานั้นจริง ๆ
“คุณมาได้ยังไง?”
เมื่อมองเห็นคนรักอยู่ตรงหน้า เว่ยเชิงโม่ก็รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
“เหอะ” เมิ่งหนานซวี่แค่นยิ้มเย็น “ทำไมฉันมาที่นี่ คุณไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ?”
เว่ยเชิงโม่: …..
.
ไอ้คนไหนมันคาบข่าวเรื่องเขาบาดเจ็บไปบอกเธอเนี่ย!
“คือว่า… อาซวี่ คุณฟังผมอธิบายก่อนนะ…”
เมิ่งหนานซวี่พยักหน้า: “เชิญค่ะ ฉันรอฟังอยู่”
เว่ยเชิงโม่: ……
เขานิ่งอึ้งไปเลย พูดไม่ออกสักคำเดียว
จะบอกว่า “ไม่อยากให้คุณกังวล” หรือบอกว่า “นี่มันเรื่องเล็กน้อย” ดีล่ะ?
เมื่อเห็นสีหน้าของคนรักที่ดูแย่ลงเรื่อย ๆ เว่ยเชิงโม่ก็เริ่มใจคอไม่ดี ใบหน้ายิ่งดูซีดเซียวลงไปอีก
“คุณเป็นอะไรไปคะ?”
เมิ่งหนานซวี่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นทันที เธอนึกว่าเขาบาดเจ็บหนักจนลืมความโกรธไปเสียสนิท
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
เว่ยเชิงโม่มองเธอ แล้วจู่ ๆ เขาก็เข้าถึงทักษะ “การแกล้งทำตัวน่าสงสาร” ได้เองโดยธรรมชาติเขาแสร้งทำเป็นไอเบา ๆ สองสามครั้ง ดูบอบบางและอ่อนแรงจนน่าเวทนา
เหวินเหรินโจ้วที่แอบดูอยู่: ……
ฉันรู้ว่านายหน้าด้าน แต่ไม่นึกว่าจะหน้าด้านขนาดนี้! เสียแรงที่คนข้างนอกเขาชมกันว่านายเป็นเจ้าชายน้ำแข็งผู้สูงส่ง! เหวินเหรินโจ้วอยากจะอัดคลิปนี้ไปเปิดให้พวกที่เทิดทูนเว่ยเชิงโม่ดูจริง ๆ
ฉู่ชื่อที่เทิดทูนเว่ยเชิงโม่: “ลูกพี่ดูท่าทางไม่ค่อยดีเลยแฮะ”
มอริสันที่เทิดทูนเว่ยเชิงโม่: “ฮือ ๆ ๆ พลังจิตคลุ้มคลั่งของลูกพี่คงรุนแรงขึ้นกว่าเดิมใช่ไหมเนี่ย?”
ด็อกเกอร์ที่เทิดทูนเว่ยเชิงโม่: “เป็นความผิดของผมเองที่ตรวจหาอาการบาดเจ็บอื่นไม่เจอ ฮือ ๆ ๆ ผมมันไร้ประโยชน์!”
เหวินเหรินโจ้ว: ……
เหนื่อยเหลือเกิน โลกนี้พังพินาศไปเลยไป๊!
บนยานรบลำนี้ นอกจากเขาแล้วไม่มีใครปกติเลยสักคน!