หน่วนหยาง... ทารกมังกรผู้บันดาลสุข - บทที่ 100 ปลาต้มอันหอมหวน
บทที่ 100 ปลาต้มอันหอมหวน
เมื่อเด็ก ๆ เดินไปถึงริมแม่น้ำ ก็พบว่าแม่น้ำที่กลายเป็นผืนน้ำแข็งถูกทุบจนเกิดเป็นบ่อขนาดใหญ่
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยืนล้อมรอบปากบ่อ พลางส่งเสียงตื่นเต้นกันเป็นระยะ
“ท่านพี่ เร็วเข้า!” หน่วนเป่าอดใจรอเรื่องสนุกสนานไม่ไหวอีกแล้ว
ฉีสือเยี่ยนและเซียวเฉินหลางยืนขนาบข้างซ้ายขวาพร้อมจับมือหน่วนเป่าไว้แน่น “อย่าวิ่งนะ เดี๋ยวจะหกล้ม”
เมื่อพวกเขาเดินจนถึงกลุ่มชาวบ้านที่กำลังยืนล้อมเป็นวงกลม ปลาตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นมาจากปากบ่อหล่นลงกับพื้นดังแปะ!
ลุงคนหนึ่งรีบก้มลงจับปลาตัวนั้นขึ้นมาใส่ไว้ในตะกร้าไม้ไผ่ทันที
หน่วนเป่าปรบมือด้วยความดีใจพลางทักทายอีกฝ่าย
“หน่วนเป่ามาแล้ว! หนาวหรือไม่?”
“ใส่หมวกกันให้ดีนะ ระวังลมจะพัดหล่นลงไปในบ่อ”
หน่วนเป่ามีแต่คนรักและเอาอกเอาใจจนแทบจะลอยขึ้นฟ้า หากไม่ใช่เพราะตัวของพวกเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ป่านนี้คงจะอุ้มหน่วนเป่าขึ้นมาแล้ว
“ข้าไม่หนาวเลยสักนิด ท่านลุงเก่งมากเลย!”
หน่วนเป่าชมอีกฝ่ายอย่างปากหวาน พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้
พวกเขาถูกเจ้าก้อนแป้งชมจนรู้สึกเขิน เพราะปลามันกระโดดขึ้นมาเอง พวกเขาเพียงแค่รอจับมันใส่ตะกร้าเท่านั้น
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าหลินเหลียงเถียนที่อยู่ข้างหลังกำลังจ้องมองพวกเขาด้วยหน้าตาบูดบึ้ง
และค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า
หลี่อวิ๋นที่ยืนมองอยู่ข้างหลังมีปฏิกิริยาโต้ตอบ จู่ ๆ ก็ยื่นมือออกไปจับชายเสื้อของเขาเอาไว้
หลินเหลียงเถียนหันกลับไปมอง เห็นว่าหลี่อวิ๋นกำลังส่ายหน้าอย่างขอร้องอ้อนวอนและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทว่าสายตาของหลินเหลียงเถียนกลับเย็นชาดุจน้ำแข็ง ทำให้หลี่อวิ๋นรีบดึงมือกลับทันที
หน่วนเป่ากำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนปากบ่อ ก่อนยืนศีรษะเล็ก ๆ มองลงไปข้างล่างพร้อมกับพูดเสียงเบา “ขอปลาเยอะ ๆ หน่อยสิ อุตส่าห์เลี้ยงไว้ตั้งนาน ต้องอร่อยมากแน่ ๆ”
ไม่มีใครคาดคิดว่าปลาที่ว่ายไปมาไม่กี่ตัว กลับพุ่งออกมาข้างนอกนับไม่ถ้วนหลังจากที่หน่วนเป่าพูดจบ
ปลาเหล่านั้นพุ่งออกมาจำนวนมาก ราวกับปลาหลีกระโดดข้ามประตูมังกร
ทว่ามังกรทองตัวน้อยก็อยู่ที่นี่ เช่นนั้นจะกล่าวว่าปลาหลีกระโดดข้ามประตูมังกรก็ไม่แปลกสินะ
“โอ้ สวรรค์! ช่างลาภปากพวกเราโดยแท้” ชาวบ้านด้านหลังคนหนึ่งอุทานขึ้น
ส่วนชาวบ้านอีกคนก้มลงเก็บปลาขึ้นมา “ไม่แน่ว่าครั้งนี้หมู่บ้านจะได้กินปลาต้มกันอีกแล้ว”
ฉีสือเยี่ยนไม่ได้กังวลเรื่องหน่วนเป่าแต่อย่างใด เขาสัมผัสได้ว่าใครบางคนที่อยู่ข้างหลังพยายามจับพิรุธหน่วนเป่าอยู่
“เดี๋ยวเราจะแบ่งปลาให้หน่วนเป่าหลายตัวเลย” หลี่เจิ้งพูดขึ้น ทุกคนต่างก็ไม่มีใครคัดค้าน
หน่วนเป่าที่รู้จักตอบแทนน้ำใจรีบตอบกลับด้วยรอยยิ้มทันที “เดี๋ยวข้าจะให้พี่รองตัดโสมแบ่งให้กับทุกคน เอาไปต้มบำรุงร่างกายกันนะ”
โสมงั้นหรือ? นั่นไม่ใช่ของที่พวกเขาจะหากินกันได้ง่าย ๆ
หากชาวบ้านขุดเจอโสมบนภูเขา ก็มักจะนำไปขายในเมืองเช่นเดียวกับเซียวหย่งฝูในสมัยก่อน
ต่อให้มีคนในครอบครัวอยากกิน ก็ไม่อาจตัดใจทำได้ลง
ดังนั้นเมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของหน่วนเป่าจึงพากันดีอกดีใจ เทพมังกรน้อยกำลังห่วงใยพวกเขา! ช่างมีความสุขจริง ๆ
หลี่เจิ้งอุ้มหน่วนเป่าเดินกลับบ้าน “เอาล่ะ จับปลากันได้มากพอสมควรแล้ว กลับกันเถิด น้ำนี่เย็นเกินไป”
หลินเหลียงเถียนเห็นดังนั้นจึงมองด้วยสายตาเสียดาย
ผู้คนที่มาพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่บนหลัง ไม่คิดเลยว่าขากลับจะได้แบกปลากลับล้นตะกร้าเช่นนี้
พวกเขามีสีหน้ายิ้มแย้ม บ้างก็หัวเราะเสียงดังราวกับอยากประกาศให้ใต้หล้าได้รับรู้
“เฉินหลางกับเกิ่นเซิงไปแบ่งปลาให้บ้านละหนึ่งตัว”
ส่วนหลี่เจิ้งพาหน่วนเป่าและฉีสือเยี่ยน รวมถึงเด็กอีกสามคนเดินกลับบ้าน
“หิมะตกมาจวนจะเดือนหนึ่งแล้ว จะอีกนานเท่าใดกัน?” หลี่เจิ้งกระซิบถามเสียงเบา
หน่วนเป่าขยับเข้าไปใกล้หูของหลี่เจิ้ง “อีกครึ่งเดือน”
แม้ว่าหลี่เจิ้งจะดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น ทว่าเขากลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
เพราะเมื่อหิมะหยุดตก ทุกคนก็จะออกมาใช้ชีวิตเช่นเดิม และนั่นอาจจะมีอันตรายรออยู่
หมู่บ้านของพวกเขามีเทพอย่างหน่วนเป่าอยู่ด้วย ทำให้ไม่มีใครบาดเจ็บในวันหิมะตกหนัก
ทว่าหมู่บ้านอื่น ๆ ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร ไม่มีเสื้อผ้าฝ้าย และไม่รู้ว่ามีคนบาดเจ็บล้มตายมากเพียงใด
ส่วนพวกเขาเมื่อแจ้งหลีซู่ให้รับรู้ในวันแรก จึงรีบนำเสบียงอาหารไปแลกกับของใช้ต่าง ๆ
ไม่รู้ว่าวันนั้นมีคนที่มองด้วยความรู้สึกริษยามากเพียงใด
หลี่เจิ้งกำลังเดินอยู่ข้างหน้ากับหน่วนเป่า โดยมีฉีสือเยี่ยนถือปลาสามตัวเดินตามหลัง หลี่เสี่ยวฮวาลูกสาวของหลินเอ้อร์นีถือปลาหนึ่งตัวเดินอยู่ตรงกลาง ปิดท้ายด้วยหลินเหลียงเถียนและหลี่อวิ๋น
“พี่เยี่ยน รีบนำปลากลับไปให้หานเหนียงทำน้ำแกง แล้วก็ให้พี่สี่ส่งข่าวแจ้งพี่รองว่าหั่นโสมแบ่งให้ชาวบ้านบ้านละสองสามชิ้น”
ในขณะที่หลินเหลียงเถียนกำลังเลือกหินก้อนคม ๆ เพื่อปาใส่ฉีสือเยี่ยน ทว่าจู่ ๆ นางกลับพูดขึ้นได้ตรงจังหวะพอดิบดี
หลี่เจิ้งหันมาเห็นท่าทางแปลกประหลาดของหลินเหลียงเถียน จึงมองเขาด้วยสายตาสงสัย
บัดนี้ฉีสือเยี่ยนเดินกลับบ้านตามคำสั่ง ในขณะที่หน่วนเป่ากับหลี่เจิ้งคุยกัน หลินเหลียงเถียนก็มองด้วยความสงสัยว่าหน่วนเป่าพูดขึ้นได้ตรงจังหวะอะไรปานนั้น
หลี่เจิ้งพาหน่วนเป่าไปส่งบ้าน และเดินไปหาคนตระกูลหลิน “เดี๋ยวพวกเจ้ามารับของที่ข้า ตอนแรกข้าจะพาพวกเจ้าไปกราบไหว้ที่ห้องบรรพบุรุษ ทว่าคำร้องยังไม่ได้ส่งออกไป จึงต้องรออีกสองสามวัน”
หลัวซื่อยิ้มรับอย่างอบอุ่น “ขอบพระคุณมาก เดี๋ยวข้าจะให้เจ้าลูกเขยไปรับแทนนะ”
หลี่เจิ้งเห็นว่าพวกเขาไม่ยอมไปกันเอง หลัวซื่อเอาแต่เรียกหาเซียวหย่งฝู โดยไม่รู้ว่าเจ้าตัวยินยอมหรือไม่
“หย่งฝู เจ้ารีบไปดูสิ หน่วนเป่าบอกว่าจะแบ่งโสมให้บ้านละห้าชิ้น!” หลี่เจิ้งชิงพูดกับเซียวหย่งฝูก่อนที่หลัวซื่อจะเอ่ยปาก
หลัวซื่อได้ยินดังนั้นจึงยิ้มแห้ง ๆ “เช่นนั้น… สุ่ยเซิงกับเจิงซื่อออกไปรับด้วยกันไป!”
หลี่เจิ้งอดไม่ที่จะส่ายหน้าด้วยความหน่าย นี่พวกเขาลำเอียงถึงเพียงนี้เลยหรือ? สองสามีภรรยาคู่นี้ช่างแปลกประหลาดเสียจริง
สองคนที่ถูกใช้งานทำสีหน้าไม่พอใจนัก แต่ขัดผู้อาวุโสอย่างหลัวซื่อไม่ได้ จึงทำได้เพียงตอบรับเบา ๆ
หลินต้าเป่ากำลังนอนเหม่อลอยอยู่บนเตียง ส่วนหลินเอ้อร์นีกำลังนั่งตัดเล็บอยู่หน้ากระจก
เมื่อไม่มีใครยอมเอ่ยปาก ผู้เฒ่าหลินจึงพูดขึ้นว่า “ไป ข้ากับสุ่ยเซิงจะไปเอง ส่วนเจิงซื่อไปทำปลาต้มแล้วกัน”
เจิงซื่อรับปลาจากมือหลี่เสี่ยวฮวา แต่เมื่อไปถึงห้องครัวกลับพบว่าวัตถุดิบไม่พอใช้
นางจึงฆ่าปลาและล้างให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงเช็ดมือให้แห้งและเดินไปยังหน้าประตูครัวของเซียวหย่งฝู
ด้านในหานเหนียงเองก็เริ่มทำอาหารแล้วเช่นกัน “มีอะไรหรือ?”
เจิงซื่อที่หน้าตาคมคาย เวลายิ้มมีลักยิ้มที่มุมปากเล็ก ๆ เอ่ยขึ้น “พวกเราไม่มีขิง อยากจะขอยืมใช้สักหน่อยได้หรือไม่?”
“ได้สิ รอเดี๋ยวนะ”
หานเหนียงตอบกลับพลางหยิบขิงใส่ลงในหม้อร้อน ๆ ก่อนจะนำปลาสามตัวใส่ลงในกระทะ
รอให้ทั้งสองด้านมีสีเหลืองเล็กน้อย จึงใส่ปลาลงในน้ำสามส่วน
จากนั้นหานเหนียงจึงเดินไปหยิบขิงให้กับนาง “พวกเจ้านำไปใช้ก่อนเถิด”
เพราะหานเหนียงไม่ใช่คนในครอบครัว จึงไม่อยากจะเสียมารยาทหากปฏิเสธออกไป
เจิงซื่อเดินกลับไปที่ครัว ก่อนจะทำตามขั้นตอนของหานเหนียงเมื่อครู่ จึงได้ปลาต้มที่รสชาติดีไม่น้อย
ทว่าสิ่งที่นางไม่รู้ก็คือน้ำแกงของหานเหนียงเป็นสีขาวนวล แต่ของนางกลับไม่ใช่
ตอนทำต้มปลานั้นต้องเติมน้ำร้อน จึงจะได้น้ำแกงที่สีสวยและหอมกรุ่น
หน่วนเป่าถูกหานเหนียงเรียกไปนั่งใกล้ ๆ “ดื่มน้ำแกงนี่ก่อนสิ เมื่อครู่เจ้าเพิ่งออกไปข้างนอกมา”
“หานเหนียงใจดีเหลือเกิน!” เจ้าก้อนแป้งตักน้ำแกงเข้าปาก ก่อนจะเอ่ยว่า “ว้าว! อร่อยจริง ๆ รู้สึกท้องมันอุ่นไปหมดเลย”
“เป็นเพราะข้าใส่พริกไทยขาวลงไปน่ะ อากาศเย็นเช่นนี้ต้องกินอะไรอุ่น ๆ ท้อง”
ไม่นานหน่วนเป่าก็ยกน้ำแกงชามนั้นดื่มจนเกลี้ยง
เมื่อถึงเวลามื้อเที่ยง นางเริ่มได้รับพลังศรัทธามากมาย
บัดนี้หิมะยังคงตกโปรยปราย ดังนั้นกิจวัตรของชาวบ้านจึงไม่มีอะไรมาก นอกจากตื่นมากินมื้อเช้า ไปนอนพักในตอนบ่าย ก่อนจะตื่นมากินมื้อเย็นและเข้านอน
นี่สิถึงจะเป็นชีวิตในวันหิมะตกอย่างแท้จริง หลังจากมื้ออาหาร ลานบ้านตระกูลเซียวก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
ทว่ามีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องที่ตระกูลหลินพักอาศัย พลางเดินไปทางห้องนอนของหน่วนเป่าอย่างเงียบ ๆ