หน่วนหยาง... ทารกมังกรผู้บันดาลสุข - บทที่ 101 ถูกถลกหนัง
บทที่ 101 ถูกถลกหนัง
หน่วนเป่ากำลังนอนหลับเพลิน ๆ ไม่รู้ตัวว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้ห้องของตน
ทว่าไม่ใช่ทุกคนจะไม่ระมัดระวังตัวเช่นเดียวกับนาง
เซียวจี้หลางที่กำลังฝึกท่านั่งม้า*[1]อยู่ในห้องนอน ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจึงแอบมองไปนอกหน้าต่าง
ส่วนหมาป่าขาวที่อยู่ในห้องนอนของหน่วนเป่าก็ไม่ได้ปลุกนางแต่อย่างใด มันเดินไปที่ประตูอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะตั้งท่าพร้อมโจมตี
และจะจู่โมทันทีที่ประตูเปิดออก
“อย่านะ! ให้เขาเข้ามา เจ้าไปซ่อนตัวก่อน” หน่วนเป่ารู้ตัวตั้งแต่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ห้องแล้ว
หมาป่าขาวมองหน่วนเป่าด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะเดินไปด้านหลังฉากกั้นลม
หน่วนเป่ารู้สึกขนลุกขนพองกับสายตานั้นเป็นอย่างยิ่ง เป็นหมาป่าก็ดีอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องเลียนแบบพฤติกรรมคนเช่นนี้ด้วย!
คนปริศนาเดินมาถึงหน้าห้อง ก่อนจะเปิดประตูโดยไม่เคาะ
เขาเห็นหน่วนเป่านั่งอยู่ข้างในพลางยิ้มตาหยี “พี่หลี่อวิ๋น มีเรื่องอะไรหรือ?”
หลี่อวิ๋นที่ดูไม่ใช่คนดีนัก บัดนี้กลับดูมีท่าทางหวาดกลัว
“นะ… น้องสาว เจ้าอยู่ห่างจากเหลียงเถียนไว้จะดีกว่า” เขาพูดเสียงเบา และรีบเดินกลับไปด้วยทีท่าแปลกประหลาดหลังพูดจบ
เซียวจี้หลางที่ตั้งใจจะออกไปปกป้องน้องสาว เห็นว่าทั้งคู่คุยกันเพียงครู่เดียวเท่านั้น
เด็กชายลังเลเล็กน้อย ไหน ๆ หลี่อวิ๋นก็เดินกลับไปแล้ว ทว่าในขณะที่เขากำลังหันหลังกลับ สายตาก็สบเข้ากับสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมาจากหน้าต่างห้องตรงข้าม
หลังจากได้พบกับหน่วนเป่า เขาเคยเจอแม้กระทั่งเฮยไป๋อูฉาง ทว่าสายตาคู่นั้นกลับทำให้ขนลุกด้วยความสยองยิ่งกว่าสิ่งใด
พี่รองกำลังอยู่ที่ร้านยาของหมอฟาง เขาจึงอยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง ตอนแรกเขาพยายามข่มตานอน แต่เมื่อหลับตาลงสายตาอันเยือกเย็นคู่นั้นกลับปรากฏขึ้นในหัวอยู่ตลอด
เซียวจี้หลางสวมเสื้อผ้าด้วยความเร่งรีบและวิ่งออกไป “พี่เยี่ยน ท่านหลับหรือยัง?”
เมื่อเคาะประตูไม่กี่ครั้ง ประตูก็เปิดออก
“เข้ามาก่อนสิ ทำไมไม่สวมเสื้อผ้าให้ดี?” ฉีสือเยี่ยนเห็นว่าเซียวจี้หลางสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
ก่อนจะยื่นชาร้อน ๆ มาให้ “มีอะไรก็ว่ามาเถิด ทำท่าทางอย่างกับจิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัว”
เซียวจี้หลางที่ตั้งใจจะไปหาหน่วนเป่าเพื่อความปลอดภัย ทว่าในฐานะพี่ชาย การทำเช่นนั้นมีแต่จะทำให้อับอายมากยิ่งขึ้น
เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร แม้ว่าจะอายุไม่ถึงหกขวบ แต่ยอมรับเลยว่าสายตาคู่นั้นทำให้เขาไม่กล้าที่จะนอนคนเดียวอีกต่อไป
“คือข้า… ข้านอนไม่หลับ คืนนี้พี่ข้าคงไม่กลับมาแล้ว ข้าขอนอนกับท่านที่นี่ได้หรือไม่ นอนคนเดียวมันหนาวน่ะ”
เซียวจี้หลางพูดโดยไม่กล้าสบตาฉีสือเยี่ยน
“ได้ อย่างไรก็ไปนอนที่ห้องหน่วนเป่าอยู่ดี หรือเจ้าจะ…” ฉีสือเยี่ยนเว้นวรรคพลางจ้องหน้าของเซียวจี้หลาง “ไปนอนที่นั่นด้วยกันเลย?”
สีหน้าของเซียวจี้หลางพลันเปลี่ยนเป็นความดีใจ “เอาสิ เอาตามนี้ก็แล้วกัน”
ฉีสือเยี่ยนตอบรับเบา ๆ แต่เขาแน่ใจแล้วว่าเซียวจี้หลางมีบางอย่างที่ไม่ยอมพูดออกมา
เมื่อถึงยามกลางคืน หมาป่าขาวพูดขึ้นพลางส่ายหางด้วยความขี้เกียจ “เจ้าเด็กนั่นออกไปข้างนอกแล้ว”
หน่วนเป่าที่กำลังนอนแก้เกมเก้าห่วงปริศนาอยู่บนเตียงอย่างจริงจัง “อืม หนาวขนาดนี้ปล่อยให้หนาวตายไปเลยก็ได้”
นางไม่อยากรู้ด้วยซ้ำว่าเด็กคนนั้นออกไปทำอะไร ขอแค่ไม่ก่อเรื่องวุ่นวายในบ้านก็พอ
เวลาผ่านไปไม่นานนัก หลินเหลียงเถียนก็กลับมา
หมาป่าขาวสูดดมจมูกฟุดฟิด ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน “นี่เขา…”
“ใกล้จะแก้เสร็จแล้ว!” หน่วนเป่าใช้เท้าถีบหมาป่าขาวเต็มแรง
“เช่นนั้นข้าจะออกไปดูเสียหน่อย” หมาป่าขาวเริ่มนั่งไม่ติด
“ไม่ได้! ห้ามไปไหนทั้งสิ้น!” ก่อนจะหยิบน้ำหมึกออกมาเทใส่ตัวของหมาป่าขาว “เรามาวาดรูปกันดีกว่า!”
“อาบน้ำในวันอากาศหนาว ๆ เช่นนี้จะหนาวตายได้นะ”
ขอร้อง ปล่อยข้าไปเถิดดด!
ทั้งคนและหมาป่ากำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูอันบ้าคลั่งก็ดังขึ้น
ทำเอาคนตระกูลหลินต่างตกใจและเดินออกมาดูทีละคน
เซียวหย่งฝูที่กำลังช่วยหลินซื่อทำกับข้าว รีบวางถ้วยชามในมือและเดินไปเปิดประตู
ส่วนหลินเหลียงเถียงรีบหยิบตะเกียบขึ้นมากินข้าวเพียงลำพังอย่างเงียบ ๆ
“มาแล้ว มาแล้ว! นั่นใคร?” เซียวหย่งฝูกุลีกุจอออกมาจากห้องครัว
เมื่อประตูถูกเปิดออก ทำให้เห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่พร้อมกับสีหน้าไม่เป็นมิตร “หน่วนเป่าอยู่ที่ไหน?”
เซียวหย่งฝูไม่ตอบ ก่อนจะถามกลับไปว่า “ป้าจ้าว นี่ท่านจะมาหาเรื่องทะเลาะกับหน่วนเป่าหรืออย่างไร?”
แม้ว่าจะมากันหลายคน ทว่าคนที่อยู่ด้านหลังดูท่าทางราวกับจะมาหาเรื่องจริง ๆ
“ข้าไม่ได้มาหาเรื่องหน่วนเป่า แต่ข้ามาหาเจ้านั่นที่หน่วนเป่าเลี้ยงไว้ ดูเอาแล้วกันว่าเจ้าเดรัจฉานนั่นทำอะไรไว้!”
ป้าจ้าวพูดพลางโยนถุงเปื้อนเลือดใบหนึ่งลงกับพื้น
เซียวหย่งฝูตกใจกับสิ่งที่อยู่ด้านในจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ป้าจ้าว นี่ท่านอะไรน่ะ? นี่มันอะไรกัน? หากท่านทำให้หน่วนเป่าตกใจกลัว ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ!” เขาโกรธจนตวาดออกมาเสียงดัง
หลินซื่อที่ได้ยินเสียงโวยวายเดินออกมา แต่กลับถูกเซียวหย่งฝูปิดตาเอาไว้ “อย่ามอง หันไปทางอื่น!”
ป้าจ้าวชี้ไปยังร่างไร้วิญญาณที่เต็มไปด้วยคราบเลือดในถุง “ต้าหวงของข้าต้องมาตายอย่างน่าเวทนา! หากไม่ใช่ฝีมือของสัตว์เลี้ยงหน่วนเป่า แล้วจะเป็นฝีมือใครไปได้? นี่มันใช่ฝีมือของคนหรือ?”
“ท่านพ่อ!” หน่วนเป่าตะโกนเรียกเซียวหย่งฝูที่ริมระเบียง
“หน่วนเป่า! ทำไมเนื้อตัวถึงเปรอะเปื้อนเช่นนั้นเล่า?” หลินซื่อที่ยืนหันหลังให้ประตู จึงเห็นว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของหน่วนเป่าเปื้อนไปด้วยหมึกสีดำ
หน่วนเป่ายกมือสีดำให้ทุกคนเห็น พลางหัวเราะเสียงดัง “ข้าเล่นกับต้าไป๋น่ะ ท่านแม่ ท่านจะตีข้าหรือ?”
หลินซื่อยังไม่ทันจะได้ตอบ ป้าจ้าวกลับหยิบถุงใบนั้นขึ้นมาจากพื้นและเดินตรงเข้าไปข้างใน
นางรู้ดีว่าหน่วนเป่าเป็นที่รักของชาวบ้านหมู่บ้านหลิวกัง ดังนั้นจึงไม่ให้เห็นร่างไร้วิญญาณของต้าหวง
“หน่วนเป่า ต้าไป๋ของเจ้าอยู่ที่ไหน? เรียกมันออกมา!” แม้ว่าท่าทีของป้าจ้าวจะไม่ดีนัก แต่นางไม่ได้ถึงขั้นตวาดใส่เด็กน้อย
จากนั้นทุกคนจึงเดินตามป้าจ้าวเข้าไปด้านใน เมื่อเห็นหน่วนเป่า พวกเขาเหลือบมองสีหน้าของหลินซื่อเล็กน้อย ตั้งใจว่าหากนางลงมือทำร้ายเมื่อใดจะรีบเข้าไปห้ามทันที
“ต้าไป๋ ออกมานี่เร็วเข้า!” เมื่อหน่วนเป่าพูดจบ ทุกคนก็เห็น ‘หมาป่าดำ’ เดินออกมาจากห้องแทน
มันเดินเข้าไปหาหลินซื่อพร้อมกับเสียงร้องปนเสียงคราง “ฮือ ๆ ๆ หงิง ๆ” ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
ป้าจ้าว : คราวนี้จะถามอย่างไรดี?
ทุกคน : หากเป็นลูกหลานของตัวเองจะตีดีหรือไม่?
หลินซื่อขึ้นเสียงในทันที “เซียวหน่วนหยาง! ทำไมต้าไป๋จึงกลายเป็นสภาพเช่นนี้?”
หน่วนเป่ากระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเซียวหย่งฝู ก่อนจะหันก้นให้กับหลินซื่อ
นักแสดงยอดเยี่ยมอย่างต้าไป๋ยกเท้าข้างหนึ่งชี้ไปในห้อง “ฮือ ๆ ๆ”
หลินซื่อเดินไปดูหน้าประตูห้องด้วยความสงสัย ก่อนจะแทบเป็นลมหมดสติ
“หน่วนเป่า! นี่เจ้า…”
ยังไม่ทันพูดจบ ป้าจ้าวที่เดินตามเข้าไปยังอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา “โอ้…”
ผนังสีขาวสะอาดภายในห้องเต็มไปด้วยรอยมือและรอยเท้าเล็ก ๆ แม้แต่เพดานห้องยังมีรอยเท้าของต้าไป๋อีกด้วย
ป้าจ้าวมองหลินซื่ออย่างเห็นใจ ก่อนจะพูดกับหน่วนเป่าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “หน่วนเป่า เจ้าอยู่กับต้าไป๋ตลอดทั้งบ่ายเลยหรือ?”
หน่วนเป่าพยักหน้าหงึก ๆ “พวกเราเล่นด้วยกันทั้งบ่ายเลย!”
ดูเหมือนทั้งสองจะเล่นกันมาพักใหญ่แล้ว คราบหมึกบางแห่งเริ่มแห้ง
ตอนที่ป้าจ้าวเห็นสุนัขของตนถูกถลกหนังและแขวนไว้บนประตู นางตกใจจนเกือบเป็นลมล้มพับไป
เพราะเมื่อก่อนหมู่บ้านไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน นางสังหรณ์ว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของคนแน่นอน มีเพียงต้าไป๋เท่านั้นที่จะทำเรื่องเช่นนี้ได้
ทว่าเมื่อกลับมาพิจารณาอย่างใจเย็นอีกครั้ง หมาป่าควรจะกินสุนัขแต่แรก ไม่ใช่เอาไปแขวนบนประตูเช่นนั้น!
“เจ้าเซียว ข้าขอโทษ ข้าเข้าใจผิดไปเอง วันหลังข้าจะมาชดเชยความผิดให้นะ”
เมื่อเห็นว่าเซียวหย่งฝูเข้าใจและไม่ติดใจเอาความ นางจึงกลับไป ก่อนจะเดินไปหาหลี่เจิ้งต่อ
หลินซื่อลูบคราบน้ำหมึกที่แห้งกรังบนตัวของต้าไป๋ “หน่วนเป่า อากาศหนาวเช่นนี้ พวกเจ้าไปอาบน้ำแล้วรอเป็นหวัดกันเสียทั้งคู่เลย!”
หน่วนเป่าซุกตัวในอ้อมแขนของเซียวหย่งฝู ไม่ยอมมองหน้ามารดาแม้แต่น้อย
เมื่อตระกูลหลินเห็นว่าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว จึงเดินกลับเข้าไปกินข้าวต่อ
มีเพียงหลินเหลียงเถียนที่ยืนมองต้าไป๋อยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าสงบ ทว่ากลับอดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากเบา ๆ ราวกับเห็นของน่าอร่อยและน่าสนุก ความบ้าคลั่งในดวงตาทำให้ต้าไป๋เองยังรู้สึกไม่สบายใจ
“เทพมังกรน้อย สายตาที่เขามองข้าช่างน่ากลัวเหลือเกิน! ข้าขนลุกไปทั้งตัวแล้วเนี่ย!”
หน่วนเป่าล้างมือพลางถามมัน “รู้สึกเหมือนถูกถลกหนังใช่หรือไม่?”
ต้าไป๋รีบกอดหลินซื่อไว้แน่น “หงิง ๆ ๆ”
[1] ท่านั่งม้า เป็นท่ายืนที่สำคัญที่สุดในวิชามวยจีนเกือบทุกวิชา