หน่วนหยาง... ทารกมังกรผู้บันดาลสุข - บทที่ 95 เด็กน่ารักไม่เล่นฉี่กันหรอกนะ
บทที่ 95 เด็กน่ารักไม่เล่นฉี่กันหรอกนะ
“ท่านพี่ ขนมของข้าล่ะ?” หน่วนเป่าเงยหน้าถามโดยไม่สนใจสายตาที่รอคอยของผู้เป็นพี่ชายแม้แต่น้อย
เซียวจ้งหลางหยิกแก้มอ้วน ๆ ของนางด้วยความเอ็นดูพลางพูด “อยู่ด้านหลังนี่อย่างไรเล่า! เจ้าเด็กจอมตะกละ!”
ชายคนหนึ่งวิ่งมาด้วยความเหนื่อยหอบ รีบยกมือทำความเคารพหน่วนเป่าทันทีที่เจอกัน “แม่นางหน่วนเป่า ข้าคือจางฉวิน พ่อบ้านจากจวนสกุลจาง ฮูหยินบอกเอาไว้ว่าท่านไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตคุณชายของเราเอาไว้ แต่ยังมอบอาหารให้กับชาวเมืองอีกด้วย ดังนั้นฮูหยินจึงสั่งให้พวกเรานำของขวัญมามอบให้ แม่นางหน่วนเป่าได้โปรดรับเอาไว้ด้วยเถิด!”
หน่วนเป่าในเวลานี้เป็นเหมือนเด็กสาวน่ารักเรียบร้อย แม้แต่รอยยิ้มยังเต็มไปด้วยความสง่างามอย่างเห็นได้ชัด “ฮูหยินจางมีน้ำใจเหลือเกิน เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว”
เซียวจ้งหลางเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปาก และพยายามกลั้นหัวเราะไม่เผยพิรุธในบุคลิกใหม่ของน้องสาว
เมื่อหน่วนเป่าตอบตกลง จางฉวินฉีกยิ้มพลางหันกลับไปตะโกน “ลากรถเข้ามา!”
จากนั้นจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้กับหลินซื่อ “ฮูหยินเซียว นี่คือรายการของขวัญขอรับ”
หลินซื่อรู้ว่าหน่วนเป่าเคยช่วยชีวิตจางจื่อเหวิน นางจึงไม่ออกความเห็นใด ๆ ยามที่เห็นของขวัญราคาแพงเหล่านั้น
หน่วนเป่ายืนอยู่หน้าประตูพลางมองรถม้าทั้งแปดคันทยอยกันเข้ามา พร้อมกับยิ้มแย้มในใจ
จมูกไวราวกับสุนัขของนางได้กลิ่นผลไม้หอมหวานมากมาย ด้วยความที่นางพอจะเข้าใจมารยาทการส่งรับของอยู่บ้างจึงพูดออกไปว่า
“พ่อบ้านจาง โปรดรอก่อน หน่วนเป่ามีของฝากไปให้ฮูหยินเช่นกัน!”
พ่อบ้านจางตอบรับด้วยความเคารพ “ขอรับ แม่นางหน่วนเป่า”
หน่วนเป่าเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะจิบชาและหยิบขนมใส่ปากสองสามชิ้นเพื่อระงับความหิว จากนั้นหยิบยันต์สองอันออกมาจากกระเป๋า
นางรู้เกี่ยวกับดวงชะตาของสองแม่ลูกตระกูลจางเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากในการปรับแต่งยันต์ป้องกันภัย และนางเองก็รูสึกภูมิใจกับสิ่งนี้เป็นอย่างมาก
นางยื่นยันต์ป้องกันภัยให้พ่อบ้านจางดู ก่อนจะใส่ลงในถุงอีกใบ
“ให้ฮูหยินจางกับพี่จื่อเหวินพกติดตัวนะ” หน่วนเป่าเชื่อว่าพวกเขาจะทำตามที่นางบอกอย่างแน่นอน
พ่อบ้านจางเกือบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอบคุณนาง หน่วนเป่ารู้สึกเกรงใจกับท่าทางเคารพนั้นเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบยันต์อีกอันออกมาจากกระเป๋า
“พ่อบ้านจาง นี่ของท่าน พกติดตัวเอาไว้เช่นกันนะ!” หน่วนเป่าพูดอย่างสง่างาม ครั้งนี้พ่อบ้านจางคุกเข่าลงกับพื้นจริง ๆ
หลังจากที่ทุกคนจากไป หน่วนเป่าก็เช็ดน้ำลายแล้วพูดว่า “ท่านแม่ ดูเหมือนว่าข้าจะเห็นของเล่นด้วย!”
หลินซื่อส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ “รีบไปดูสิ”
คนในตระกูลเซียวทยอยเดินเข้าไปในบ้าน ส่วนหลิวเอ้อร์หวาที่กำลังแอบดูอยู่ที่กำแพงรีบกล่าวชื่นชม “นั่นมันตระกูลจางที่ร่ำรวยที่สุดในเมือง! พวกเขาได้ของไปมากมายเท่าใดกัน!”
“อยากเห็นเหลือเกิน” หลิวเอ้อร์หวาพึมพำกับตัวเองหลังจากกระโดดลงจากกำแพง เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าบิดาของตนกำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง เพราะเขามีแผนการใหม่ในใจ นั่นคือการขโมยของ!
หน่วนเป่ารู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในทะเลแห่งความสุข นางไม่เคยเห็นของเล่นมากมายขนาดนี้มาก่อน
บนรถทั้งแปดคันล้วนเต็มไปด้วยของเล่นที่มอบให้กับหน่วนเป่าทั้งสิ้น
หลินซื่อพลันรู้สึกเศร้าใจ เมื่อเห็นหน่วนเป่าหยิบของเล่นชิ้นนั้นชิ้นนี้ขึ้นมา
นางแอบเช็ดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ การกระทำนั้นทำให้เซียวหย่งฝูตกใจเป็นอย่างมาก “น้องหญิง เจ้าร้องไห้ทำไม? ดูสิ หน่วนเป่ามีความสุขมากเพียงใด”
“ข้าเพียงรู้สึกเจ็บปวดแทนหน่วนเป่าน่ะ นางยังเด็กมาก แต่เราไม่เคยซื้อของเล่นให้กับนางเลย หน่วนเป่าอายุเพียงเท่านี้ควรจะได้เล่นของเล่น ฉี่รดโคลน*[1]กับพวกเพื่อน ๆ มากกว่าการช่วยชีวิตผู้คนหรือกังวลเรื่องใต้หล้าเช่นนี้”
เซียวหย่งฝูเองก็รู้สึกว่าภรรยาพูดอย่างสมเหตุสมผล เขาพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมรู้สึกเศร้าในเวลาเดียวกัน ทว่าเมื่อได้ยิน ‘ฉี่รดโคลน’ สีหน้าของเขาก็ดูอึดอัดในทันที
“น้องหญิง หน่วนเป่าของเราไม่ต้องฉี่รดโคลนหรอกกระมัง!”
ก่อนที่หลินซื่อจะโต้ตอบ หน่วนเป่าที่วิ่งมาตรงหน้าทั้งสองคนพร้อมกับตุ๊กตานุ่มนิ่มในมือถามพวกเขาว่า “ฉี่รดโคลนสนุกหรือไม่? หน่วนเป่าไม่เคยเล่นเลย หน่วนเป่าไปเล่นกับพี่เกิ่นเซิงได้หรือไม่?”
หลินซื่อก้มมองดวงตาเป็นประกายของลูกสาว ซึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความอยากลอง ทำให้นางแทบหยุดหายใจ
จิตใจของเซียวหย่งฝูว่างเปล่า หูอื้ออึงไปหมด สิ่งที่เขาคิดในหัวคือภาพหน่วนเป่าและเกิ่นเซิงกำลังฉี่รดโคลนด้วยกัน
ฉีสือเยี่ยนนที่กำลังช่วยจัดเรียงของเล่นให้หน่วนเป่าอยู่ที่มุมห้องรู้สึกพูดไม่ออก เด็กชายปรับสีหน้าเคร่งขรึมของตัวเองให้เบาลง ก่อนจะเดินไปอุ้มหน่วนเป่าขึ้นมา
“หน่วนเป่าเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยของเรา ทั้งสะอาดสะอ้านและงดงาม พวกเราไม่เล่นของสกปรก ๆ เช่นนั้นกับเด็กผู้ชายหรอก”
หน่วนเป่าได้รับคำชมจนแทบตัวลอย นางพยักหน้าด้วยใบหน้าแดงระเรื่อในอ้อมแขนของฉีสือเยี่ยน “หน่วนเป่าไม่เล่นอะไรเช่นนั้นหรอก หน่วนเป่าเป็นเด็กน่ารัก”
“ใช่แล้ว หน่วนเป่าของเรางดงามมาก เจ้าอยากเป็นเด็กตัวเหม็นเช่นนั้นหรือไม่?”
หน่วนเป่ารีบโบกมือ “ไม่ ไม่เอา หน่วนเป่าอยากตัวหอม!”
ทันใดนั้นฉากอันเลวร้ายก็แวบเข้ามาในหัว ครั้งก่อนที่นางถูกนกถ่ายมูลใส่หัว ยังต้องใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าจะกลับมาหอมเช่นเดิม
“หน่วนเป่าไม่เล่นแบบนั้นแน่นอน!” นางพยักหน้ายืนยันด้วยความหนักแน่น
“หน่วนเป่าของเราตัวหอมมาก เมื่อครู่ข้าเห็นของเล่นน่าสนใจชิ้นหนึ่ง ข้าจะพาเจ้าไปดู”
เด็กชายพูดพลางมองคู่รักที่กำลังตกตะลึง ราวกับบอกให้พวกเขารีบไปจากตรงนี้โดยเร็ว อย่าอยู่ให้ขัดหูขัดตาอีกต่อไป ก่อนจะอุ้มหน่วนเป่าเดินไปดูของเล่น
ครอบครัวนี้ไม่มีใครไว้ใจได้สักคน!
แม้ว่าเซียวหย่งฝูจะไม่พอใจกับสายตาเมื่อครู่ของฉีสือเยี่ยนเท่าใดนัก แต่ก็พาหลินซื่อออกไปแต่โดยดี
“ทำไมถึงเหมือนรู้สึกโดนดูหมิ่นเลยล่ะ?” เซียวหย่งฝูพึมพำกับตัวเองขณะที่เดินออกมา หลินซื่อมองสามีแวบหนึ่งก่อนจะเดินไปเก็บของขวัญ
หลังจากที่เซียวจ้งหลางกลับมาก็ตรงไปยังบ้านของหมอฟางทันที ส่วนเซียวเฉินหลางมักถูกหลี่เจิ้งเรียกตัวไปช่วยงานบ่อย ๆ เพราะอาจารย์ค้นพบว่าเซียวเฉินหลางคิดเลขไวจึงแนะนำหลี่เจิ้ง
เซียวจี้หลางติดตามหน่วนเป่าราวกับอานม้า*[2] ส่วนเสี่ยวลิ่วเป็นดั่งหางของหน่วนเป่า เพราะว่าเพียงแค่เหม่อลอยครู่เดียว พี่สาวอาจหายตัวไปได้
นับตั้งแต่มีของเล่น เด็ก ๆ จึงพากันเล่นอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปตามลมตากหิมะอีกต่อไป
วันนี้เซียวจ้งหลางพาใครบางคนมาหาหน่วนเป่า “หน่วนเป่า ทายสิว่าพี่พาใครมา?”
สวีซงที่ได้รับการดูแลจากหมอฟางเป็นอย่างดี เขามีร่างกายที่สะอาดสะอ้านแล้ว ทว่ายังคงขี้อายอยู่เล็กน้อย
“พี่สาว!” สวีซงดีใจมากที่ได้เห็นหน่วนเป่า จึงรีบตะโกนเรียกว่าพี่สาวทันที
ทันใดนั้นเสี่ยวลิ่วก็เดินเตาะแตะผลักเขาออกไป “พี่สาวของข้า! ไม่ใช่พี่สาวของเจ้า!”
หน่วนเป่าถึงกับเหม่อยลอยในทันที นี่ข้าช่วยคนเสียสติมาหรือ? อวิ๋นจิ่นที่ไม่ชอบพูดอะไรยังอยู่ภายใต้การดูแลของหมอฟางอยู่เลย
เซียวจ้งหลางเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม “สวีซง เจ้าแก่กว่าหน่วนเป่า นางน่ะเป็นน้องสาว”
เมื่อพูดดังนั้น จู่ ๆ เซียวจ้งหลางก็รู้สึกไม่ยินดีนัก เดี๋ยวนะ นี่มันน้องสาวของข้าต่างหาก!
ว่าแต่ทำไมหน่วนเป่าจึงมีพี่ชายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ น่ารำคาญจริง หรือว่าจะเอาสวีซงไปให้อาจารย์ดูแลสักระยะหนึ่งดี?
ยิ่งคิดก็ยิ่งดูเป็นความคิดที่ดี
ฉีสือเยี่ยนเองก็คิดแบบเดียวกับเซียวจ้งหลาง แม้แต่เสี่ยวลิ่วยังอยากให้สวีซงไปจากที่นี่เช่นกัน
พี่น้องสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“อะแฮ่ม! หน่วนเป่า” เซียวจ้งหลางถูจมูกแล้วพูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ท่านอาจารย์ให้สวีซงออกมาหัดเดินน่ะ ข้าต้องพาเขากลับไปส่งแล้ว อาจจะต้องใช้เวลาดูแลอีกสักพัก ไม่สามารถหยุดยาได้”
ฉีสือเยี่ยนแตะศีรษะของสวีซงแล้วพูดว่า “ยังผอมเกินไป ข้าจะบอกหมอฟางให้เพิ่มยาบำรุง”
หน่วนเป่าไม่รู้ว่าทั้งสองคุยกันเรื่องอะไร แต่ก็พยักหน้ารับ “คราวหน้าอย่าเรียกข้าว่าพี่สาวนะ หน่วนเป่ายังเด็กอยู่”
เซียวจ้งหลางและฉีสือเยี่ยนมองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้
รีบเอาตัวคนไปส่งก่อนดีกว่า ความรักของน้องสาวจะถูกแบ่งให้คนอื่นไม่ได้อีกแล้ว
เซียวจ้งหลางเดินนำสวีซงกลับไป ในขณะที่เซียวหย่งฝูเดินเข้ามาหาหน่วนเป่าอย่างเงียบ ๆ “ข้างบ้านทะเลาะกันอีกแล้ว เจ้าฟังหน่อยสิว่าพวกเขาคุยอะไรกัน”
ฉีสือเยี่ยนพูดไม่ออก เขาเป็นพ่อแบบไหนกัน!
[1] ฉี่รดโคลน คล้ายการละเล่นที่ต้องเอาฉี่ผสมโคลนแล้วนำมาปั้นเป็นตุ๊กตา
[2] ติดตามราวกับอานม้า เปรียบเปรยว่าคอยติดตามปรนนิบัติ