หน่วนหยาง... ทารกมังกรผู้บันดาลสุข - บทที่ 96 บังเอิญเจอกับเฮยไป๋อู๋ฉางที่ริมกำแพง
บทที่ 96 บังเอิญเจอกับเฮยไป๋อู๋ฉางที่ริมกำแพง
หน่วนเป่าที่ชอบเรื่องสนุกสนานรีบเดินไปที่ประตูพร้อมกับผู้เป็นพ่อ เพื่อแอบฟัง
ฉีสือเยี่ยนเดินตามพวกเขาออกไป เห็นสองพ่อลูกกำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้าทางเดิน โดยหันหน้าไปทางบ้านสกุลหลิวพลางกระซิบกระซาบกัน
“ท่านพ่อ ชาวบ้านรู้เรื่องที่พวกเขาทำกับลุงหลิวอย่างโหดร้ายแล้ว!”
“มีคนกำลังไปตามท่านปู่หลี่เจิ้ง”
“หมอฟางก็ถูกเรียกตัวมาด้วยเช่นกัน”
“พวกเขาบอกว่าป้าหยางกับลูกชายไม่ต่างอะไรจากหมูและหมา!”
หน่วนเป่าถ่ายทอดเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ในขณะที่ด้านหลังพวกเขาเริ่มมีคนมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้แต่หมาป่าขาวยังออกมาชมเรื่องน่าตื่นเต้นด้วยกัน ทว่ามันกลับกระโดดขึ้นไปบนหลังคาดูเหตุการณ์ด้วยสองตา
“หมอฟางบอกว่าลุงหลิวเริ่มไม่ไหวแล้ว”
“ลุงหลิวบอกว่าเขาไม่อยากกินข้าวเอง” หน่วนเป่าหันกลับมาบอก
หลินซื่อส่งสายตาให้เซียวหย่งฝู ราวกับจะบอกว่า “เห็นหรือไม่ ข้าบอกท่านแล้ว”
“ลุงหลิวบอกอีกว่าอยากเจอลูกชายคนโต เขามีลูกชายคนโตด้วยหรือ?”
“ไม่ต้องถาม เล่าต่อสิ” เซียวหย่งฝูจับศีรษะของหน่วนเป่าหันกลับไป โดยกลัวนางจะพลาดข้อมูลสำคัญ
“หมอฟางบอกว่าช้าไปเสียแล้ว”
หน่วนเป่าเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังโดยไม่เข้าใจมากนัก เมื่อได้ยินเสียงหายใจอันหนักหน่วงจากด้านหลัง หน่วนเป่าจึงมองคนทั้งหมดด้วยความประหลาดใจ
เสียงจากข้างบ้านเงียบไปสักพัก จากนั้นหน่วนเป่าจึงพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “เฮยไป๋อู๋ฉางมาแล้ว!”
ทุกคนในบ้านได้ยินดังนั้นจึงพากันตกใจและหวาดกลัว
เฮยไป๋อู๋ฉางที่เพิ่งมาสัมผัสได้ถึงพลังของหน่วนเป่า จึงปรากฏตัวขึ้นที่หลังบ้านของเซียวหย่งฝู
หลังจากทำความเคารพด้วยสองมือ เมื่อเงยหน้าขึ้นและพบว่าตนกำลังถูกล้อมรอบด้วยผู้คนมากมาย!
ทั้งสองฝ่ายต่างรู้สึกตกใจ
ท่าทางของทุกคนในตอนนี้คงจะเป็นเช่นนี้ “O_O”
หน่วนเป่ารีบโบกมือไล่ทั้งสองออกไป เพราะไม่อยากให้ขัดจังขวะเรื่องตรงหน้า
เฮยไป๋อู๋ฉางจึงหายตัวไปทันที!
“ทำไมข้ารู้สึกเหมือนพวกเขาหนีไปเพราะตกใจกันนะ?” เซียวเฉินหลางอดไม่ได้ที่จะพูดตามตรง
ไม่มีใครสนใจเขา ทว่าทุกคนต่างคิดเหมือนกัน เพียงแค่ไม่พูดออกมา
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงร้องไห้คร่ำครวญของหยางซื่อก็ดังขึ้น
“พี่หลิว!”
หน่วนเป่ากางมือออก “จบแล้ว!”
ทันทีที่พูดจบ ประตูบ้านข้าง ๆ ก็ถูกใครบางคนเตะเข้าไปอย่างแรง
“ท่านพ่อ”
ลูกชายคนโตกลับมาแล้ว
ตระกูลเซียวที่กำลังจะแยกย้ายพากันนั่งยอง ๆ อีกครั้ง เซียวหย่งฝูกับหลินซื่อเริ่มกระซิบกันพวกเขาต้องแสดงออกอย่างไร
เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ย่อมต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
หลี่เจิ้งส่งฉุนคังไปรับหลิวต้าหวาลูกชายคนโตของหลิวเหล่าหาน และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังระหว่างเดินทาง
หลังจากที่หลิวต้าหวาร้องไห้อยู่พักหนึ่ง เขาก็ลุกขึ้นและลงมือทำร้ายหลิวเอ้อร์หวาทันที
“โดนตีหนักขนาดนั้น คงจะลุกออกจากเตียงไม่ได้อีกครึ่งเดือน” หน่วนเป่ารู้สึกว่าผู้เป็นพี่คนนี้ไม่เลวเลย
ทว่านางรู้สึกแปลกใจ หยางซื่อที่ชอบโวยวายกรีดร้องเสียงดังอยู่เสมอ ตอนนี้กลับไม่กล้าแม้แต่จะร้องไห้ออกเสียงด้วยซ้ำ
“ตอนนี้หิมะกำลังตกหนัก ข้าคิดว่าคงจะจัดงานพี่หลิวอย่างเรียบง่าย หวังว่าเจ้าจะเข้าใจนะ” หลี่เจิ้งอธิบายให้หลิวต้าหวาฟัง
“ชาวบ้านทุกคน มาช่วยกันเถิด!” หลี่เจิ้งออกคำสั่ง แน่นอนว่าทุกคนยินดีที่จะทำตาม
แม้หลิวต้าหวาจะทำงานที่หมู่บ้านข้าง ๆ แต่ได้ยินมาว่าเขาเป็นถึงผู้ดูแลบ้านนั้นแล้ว
แน่นอนว่าหลิวต้าหวาสามารถรับผิดชอบตระกูลหลิวได้ แต่เพราะความลำเอียงรักลูกคนเล็กของหยางซื่อ นางจึงขายหลิวต้าหวาให้กับครอบครัวนั้น
เพราะกลัวว่าลูกชายคนโตจะกินเยอะจนทำให้ลูกชายคนเล็กต้องหิวโหย
การถือชามน้ำให้สมดุลเป็นเรื่องยาก เพราะแม้แต่หัวใจของคนไม่ได้อยู่ตรงกลางเช่นกัน
เนื่องจากบ้านของตระกูลหลิวและตระกูลเซียวอยู่ติดกัน ดังนั้นพวกเขาจึงมาแจ้งข่าวงานศพที่บ้านของเซียวหย่งฝูก่อน
ทุกคนรีบแยกย้ายกลับห้องกันอย่างรวดเร็ว
“มาแล้ว!”
…
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาขณะที่หลิวต้าหวาอยู่บ้าน หน่วนเป่าแทบไม่ได้ยินเสียงของหยางซื่อเลย พวกเขาทั้งสองไม่คุยกันด้วยซ้ำ
จนกระทั่งถึงวันที่หลิวต้าหวาต้องเดินทางกลับ “ข้าจะกลับแล้ว ในที่สุดพวกท่านก็ทรมานจนพ่อของข้าต้องตาย ตอนนี้เหลือแค่ท่านกับแก้วตาดวงใจ สมปรารถนาท่านแล้วสินะ!”
“จากนี้ต่อไปอย่าตามหาข้าอีกเลย”
หลิวต้าหวาไม่รอคำตอบของหยางซื่อ ชายหนุ่มหันหลังเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ในที่สุดหยางซื่อก็เปิดปากพูดเมื่อเห็นว่าหลิวต้าหวาเดินไปไกลจนลับตา “ไม่ได้เลี้ยงเองคงไม่มีความผูกพันสินะ”
หน่วนเป่าค่อนข้างเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะนางรู้ว่าหลินซื่อมักจะแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนเองถูกทอดทิ้ง
หากได้ยินประโยคนี้คงจะร้องไห้อีกสองวัน
แม่ของนางควรจะมีความสุขมากที่สุด
ทว่าสุดท้ายความปรารถนาของหน่วนเป่าก็ไม่อาจเป็นจริง
……
“ท่านป้าหลิน มีคนมาหาท่าน กำลังรออยู่ทางเข้าหมู่บ้านแหน่ะ”
หลินซื่อประหลาดใจเมื่อได้ยินว่ามีคนมาหา
“ขอบใจนะ เดี๋ยวข้าออกไป เจ้ามาเอาของกินกลับไปสิ”
พูดจบ นางก็ห่อขนมด้วยกระดษาน้ำมันแล้วยัดใส่มือเด็กชายโดยไม่พูดอะไร
“ขอบคุณขอรับ ท่านป้า” ขนมนั้นหอมมากจนเขาต้องรีบนำกลับบ้านให้แม่ชิม
หลินซื่อสวมเสื้อคลุมและหมวกด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
“ท่านแม่ ถ้าไม่พาหน่วนเป่าไปด้วย หน่วนเป่าจะลงไปนอนกลิ้งที่พื้นเดี๋ยวนี้เลย!” ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่หน่วนเป่าก็มองหิมะด้านนอก ก่อนจะมองเสื้อผ้าสวย ๆ อย่างลังเล
หลินซื่อยิ้มด้วยความเอ็นดู ก่อนจะสวมเสื้อคลุมให้เจ้าก้อนแป้งและออกไปพร้อมกัน
“บอกแม่หน่อย ว่าผู้มาเยือนไม่ใช่ครอบครัวของแม่!” ยิ่งหลินซื่อคิดมากเท่าใด ยิ่งรู้สึกว่าลางสังหรณ์ต้องไม่ผิดแน่
หน่วนเป่าพยักหน้า “ท่านแม่ ให้ข้าคำนวณชะตาดีกว่า ท่านจะมีญาติมาหาถึงที่ และคนเหล่านั้นคือครอบครัวที่ท่านกังวล”
หลินซื่อตกตะลึงจนแทบพูดไม่ออก ความโกรธภายในจิตใจคลายลงเล็กน้อยด้วยเสียงน่ารักหน่วนเป่า
หลินซื่อลังเลอย่างยิ่ง หากไม่ให้เข้ามาแล้วชาวบ้านจะพูดว่าอย่างไรกัน
ทว่าหากยอมให้เข้ามา ถึงเวลานั้นบ้านก็จะเกิดความโกลาหลวุ่นวายเป็นแน่
ทั้งสองเดินไปถึงทางเข้าหมู่บ้านอย่างเชื่องช้า พลางคิดว่านอกกำแพงนั่นมีเรื่องอะไรรออยู่ ทำไมถึงรู้สึกแย่เช่นนี้?
หลังจากนั้นไม่นาน หลินซื่อก็พูดด้วยความขุ่นมัว “โปรดเปิดประตูให้ข้าหน่อย ข้าจะออกไปดูข้างนอก”
เมื่อทีมลาดตระเวนเห็นหน่วนเป่า พวกเขาจึงเปลี่ยนท่าทางเป็นเคารพราวกับจักรพรรดิเสด็จมาด้วยพระองค์เอง
เป็นไปอย่างที่คิด ด้านนอกมีครอบครัวหนึ่งยืนอยู่
หลินซื่อกระชับหน่วนเป่าในอ้อมแขน เมื่อคนเหล่านั้นเห็นพวกเขาทั้งสองในแวบแรก แทบไม่รู้เลยว่าหญิงใบหน้างดงาม ท่าทางอ่อนโยนเรียบร้อยที่สวมเสื้อคลุมขนเตียวนั้นคือหลินซื่อที่พวกเขากำลังตามหา
ในทางกลับกัน คนเหล่านั้นกลับใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างกายซูบผอม ทว่าสีหน้าดุร้ายทำให้รู้ว่าไม่ใช่คนใจดีอย่างแน่นอน
“หลินตงเหมย!” หลินเอ้อร์นีที่เคยถูกบังคบให้กินขี้นกในเมืองตะโกนเรียกเสียงสูง ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังไม่ทันโต้ตอบ
หลินซื่อมองดูอีกฝ่ายด้วยความสงบ “หูของข้ายังใช้การได้ดี ไม่ต้องตะโกนเสียงดังถึงเพียงนั้น”
ตอนนั้นเองที่หญิงชราด้านข้างพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “ตงเหมย เจ้าเจอกับพ่อแต่ไม่ทำความเคารพด้วยซ้ำ”
หน่วนเป่ามองหญิงชราด้วยความไม่ชอบใจ รู้สึกเหมือนว่านางเป็นพี่น้องแท้ ๆ กับแม่เฒ่าเหยา
ท่านแม่ช่างโชคร้ายเหลือเกิน! แม่ของตนเป็นคนลำเอียง แม้แต่แม่สามีก็ยังเป็นคนลำเอียงอีกเช่นกัน ทั้งคู่ต่างรักลูกชายคนเล็ก ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับหลินซื่อเลยสักนิด
หลินซื่อมองชายชราที่ยืนอยู่ข้างหลังพลางพูดเสียงเรียบ “ท่านพ่อ!”
“อืม!” เขาตอบรับในลำคอเบา ๆ หน่วนเป่ามองออกว่าผู้เป็นตากำลังตื่นเต้น แต่พยายามระงับอาการเอาไว้
เจ้าก้อนแป้งสัมผัสได้ว่าลมหายใจของหลินซื่อไม่ค่อยมั่นคงนัก
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากแยกทางกันมานาน หรือเพราะความโกรธ
เมื่อหญิงชราเห็นว่าหลินซื่อทักทายแค่ผู้เป็นพ่อ ไม่สนใจนางแม้แต่น้อยจึงรู้สึกโกรธทันที
“นังลูกไม่รักดี ไม่เห็นหรือว่าพ่อกับน้องชายของเจ้ายืนตากลมหนาวอยู่ ไม่คิดจะเรียกพวกเขาเข้าไปหรือ?” นางตะโกนเสียงดังพลางก้าวเข้าไปเตรียมยื่นมือหยิกหลินซื่อทันที